บทที่ 15 ไปซื้อของในอำเภอ
โจวหลีอันต้องจัดเตรียมอาหารกลางวันให้กับคนที่มาสร้างบ้าน
ในยุคนี้ไม่มีงานอะไรมากมาย งานที่ทำส่วนมากก็เป็งานใช้แรงงานทั้งนั้น ดังนั้นทุกคนจึงทานอาหารเยอะมากเป็เื่ปกติ
นอกจากนี้โจวหลีอันก็ต้องทานอาหารและเตรียมตัวปลูกพืชในมิติพิเศษด้วย หลังจากซื้อธัญพืชเสร็จไม่นาน โจวหลีอันเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะเที่ยง เมื่อกลับถึงบ้านเธอจึงหยิบถังน้ำแล้วเดินไปที่ริมแม่น้ำอีกครั้ง
วันนี้โชคของเธอไม่ดีเท่าเมื่อวาน ปลาตัวใหญ่ที่สุดที่เธอตกได้มีน้ำหนักเพียงแค่หกจิน แต่โชคดีที่เธอชนะด้วยจำนวนที่มากกว่า ทำให้วันนี้การตกปลาถือว่าไม่เลวเลย
ตอนเที่ยงวันนี้ โจวหลีอันจึงนำปลาตัวใหญ่ที่เก็บไว้ในมิติพิเศษออกมาทำเป็ปลาตุ๋นซอสแดง
"โอ้! ทำไมได้ปลามาอีกแล้ว แถมยังตัวใหญ่ขนาดนี้ด้วย?"
แม่โจวถามด้วยความประหลาดใจ โจวหลีอันยิ้มจาง ๆ พลางตอบว่า "ตอนเช้าไปตกปลาที่แม่น้ำอีกแล้วค่ะ โชคดีวันนี้เจอตัวใหญ่"
แม่โจวได้ยินดังนั้น ก็ยอมรับคำอธิบายของโจวหลีอันด้วยความยินดี
"ลูกสาวของแม่นี่โชคดีจริง ๆ นี่เป็ปลาตัวใหญ่ตัวที่สามแล้วใช่ไหม?"
"ยุคนี้ครอบครัวหนึ่งจับปลาตัวใหญ่ได้สักตัวก็นับว่าเก่งแล้ว แบบนี้ยังมีคนบอกว่าลูกสาวฉันเป็ดาวอัปมงคลอีก! แม่อยากให้พวกนั้นลืมตาโพลงดูให้ดีว่านี่เรียกว่าดาวอัปมงคลเหรอ? ดาวแห่งโชคลาภมาเกิดต่างหากล่ะ" เห็นได้ชัดว่าแม่โจวยังคงไม่พอใจกับเื่ที่จ้าวชุ่ยฮวาพูดว่าโจวหลีอันเป็ดาวอัปมงคลเมื่อเช้านี้
"ใช่แล้วค่ะ หนูเป็ดาวแห่งโชคลาภ ไม่ใช่ดาวอัปมงคลสักหน่อย"
โจวหลีอันพูดตามคำของแม่ว่า "ต่อไปดาวแห่งโชคลาภตัวน้อยอย่างหนูจะจับปลามาให้แม่กินบ่อย ๆ นะคะ" แม้ว่าจะตกปลาไม่ได้ เธอก็ยังมีมิติพิเศษอยู่ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่มีปลาให้แม่โจวกิน
"ดี ดีเลย"
ขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ ก็มีเสียงะโมาจากนอกบ้านว่า "ป้าโจวอยู่ไหมครับ?"
"เอ๊ะ! อยู่จ๊ะ อยู่นี่"
แม่โจวรีบตอบรับ เดินไปที่ประตูบ้านเพื่อดูว่ามีใครมา เห็นว่าเป็ลูกชายของหัวหน้าหน่วยใหญ่กำลังเข็นรถเข็น บนรถเข็นมีของเต็มไปหมด
"เอ๊ะ นี่มันอะไรกัน?"
"ป้าครับ ผมมาส่งอาหารให้โจวหลีอัน" แม่โจวมองดูโจวหลีอันแวบหนึ่ง เมื่อเห็นโจวหลีอันพยักหน้ารัว ๆ เธอจึงเชิญคนงานเข้ามาข้างใน แล้วรินน้ำหวานให้อีกฝ่ายดื่ม
ด้วยความช่วยเหลือของครอบครัวโจว รถบรรทุกเมล็ดพืชหนึ่งคันก็ถูกขนลงอย่างรวดเร็ว
แม่โจวชวนอีกฝ่ายอยู่กินข้าว แต่ลูกชายของหัวหน้าหน่วยพูดว่า "ขอบคุณป้าครับ แต่ไม่ต้องหรอก แม่ของผมเรียกให้ผมกลับไปช่วยอยู่เลยครับ"
พูดจบ เขาก็ผลักรถเข็นเดินจากไป ในยุคนี้ชาวชนบทเมื่อเทียบกับคนในเมืองแล้วความจริงก็ไม่ได้ขาดแคลนอาหารมากนัก
แต่ทุกคนก็ยังคงเคยชิน หากไม่มีเทศกาลพิเศษ ก็จะไม่กินอาหารของบ้านคนอื่น
ท้ายที่สุดแล้ว อาหารที่กินไม่หมดก็ยังสามารถขายให้กับคนรับซื้อธัญพืชได้ในปีถัดไปด้วย
แม้ว่าราคาจะต่ำกว่าธัญพืชใหม่เล็กน้อย แต่ก็เป็แหล่งรายได้ที่หายากในชนบท
หลังมื้ออาหาร คนอื่น ๆ ที่ต้องไปทำงานก็ไปทำงาน ส่วนคนที่ออกไปเที่ยวก็ออกไปเที่ยว โจวหลีอันเองก็เตรียมตัวจะไปอำเภอสักหน่อย
พรุ่งนี้ก็จะเริ่มงานแล้ว ข้าวได้ซื้อจากหน่วยใหญ่แล้ว แต่เนื้อสัตว์และผักยังต้องไปซื้อที่อำเภอ โจวหลีอันจึงไปยืมจักรยานจากบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
ในยุคนี้ ครอบครัวในชนบทที่มีจักรยานนั้นมีไม่มากนัก
ในหมู่บ้านอิงเถา นอกจากบ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้ว ก็ไม่มีบ้านอื่นที่มีจักรยานอีกเลย
ที่ผู้ใหญ่บ้านมีจักรยานก็เพราะต้องดูแลจัดการทั้งหมู่บ้าน บ่อยครั้งก็ต้องวิ่งไปมาระหว่างหน่วยงานใหญ่หลายแห่ง
จากหน่วยที่หนึ่งถึงหน่วยที่เจ็ด หากอาศัยการเดินเพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน เวลาก็ไม่สามารถใช้ไปกับการเดินทางอย่างเดียวได้ ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงซื้อจักรยานมาใช้ส่วนตัว
หน่วยที่หนึ่งของพวกเธอ ความจริงแล้วอยู่ใกล้กับตัวอำเภอมาก มีระยะทางเพียงสามสิบลี้เท่านั้น
ถ้าเดินไปใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงกว่า แต่ถ้าปั่นจักรยานจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว แค่บ่ายเดียวก็สามารถไปกลับได้
โจวหลีอันปั่นจักรยานที่ยืมมาจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน แล้วแล่นไปบนถนนที่มุ่งหน้าสู่อำเภอ
สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านใบหน้า โจวหลีอันคิดเป้าหมายเล็ก ๆ ต่อไปหลังจากสร้างบ้านแล้ว นั่นก็คือการซื้อจักรยานสักคัน! เธอ้าใช้ของในมิติพิเศษเพื่อหาเงินในอนาคต จึงจำเป็ต้องใช้จักรยาน
การมีจักรยานจะช่วยให้สะดวกสบายขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามในยุคสมัยนี้ ทุกอย่างต้องวางแผนอย่างละเอียด การได้จักรยานมาสักคันไม่ใช่เื่ง่าย
แม้จะมีเงินแต่ไม่มีคูปองจักรยานก็ซื้อไม่ได้
เมื่อมาถึงอำเภอ โจวหลีอันไปที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เป็ที่แรก ในยุคนี้คนในเมืองส่วนใหญ่จะได้รับคูปองเนื้อคนละแปดใบต่อเดือน
ในบรรดาคูปองที่จ้าวชุ่ยฮวาให้กับโจวหลีอัน มีคูปองเนื้อจำนวนเก้าจิน เธอก็ไม่ได้เหลือไว้ แต่นำไปซื้อเนื้อหมูสามชั้นทั้งหมด
ในยุคนี้เนื้อหมูสามชั้นที่มีมันแทรกสลับกับเนื้อแดงถือเป็เนื้อมีคุณภาพเลยทีเดียว ต้องใช้คูปองแปดเหมาเจ็ดเฟินต่อหนึ่งจิน ซื้อเก้าจินรวมทั้งหมดเป็เจ็ดหยวนแปดเหมาสามเฟิน
คนที่หั่นเนื้อให้โจวหลีอันครุ่นคิดในใจว่า วันนี้มีลูกค้ารายใหญ่มาอีกคนแล้ว
ขณะที่กำลังรอชั่งเนื้อ โจวหลีอันจึงเริ่มมองสำรวจรอบ ๆ
แม้ว่าจะมีความทรงจำของร่างเดิม แต่ทุกสิ่งในยุคนี้ก็ยังคงใหม่สำหรับคนในยุคปัจจุบัน
การมองสำรวจครั้งนี้ ทำให้โจวหลีอันเห็นสิ่งที่เธอสนใจ นั่นคือหัวหมูและไส้ใหญ่หมูหนึ่งมัด
"หัวหมูและไส้ใหญ่หมูนี้ซื้อยังไง?"
โจวหลีอันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
คนที่กำลังสับหมูมองโจวหลีอันแวบหนึ่ง แล้วตอบทันทีว่า "ซื้อด้วยเงินได้ ไม่ต้องใช้คูปอง แต่ต้องซื้อทั้งชิ้นนะ" เมื่อได้ยินแบบนั้น ในสมองของโจวหลีอันมีเพียงประโยคเดียว
นั่นก็คือ….
"ซื้อมันเลย" ในยุคนี้เนื้อที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อถือว่าเป็กำไรแล้ว
โจวหลีอันลูบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กของตัวเอง นึกถึงเครื่องในหมูผัดแห้งและหูหมูน้ำมันพริก "ฉันเอาทั้งหมดนี้แหละ ช่วยชั่งให้หน่อยนะคะ"
คนสับหมูจากโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์มองโจวหลีอันพลางคิดในใจว่า นี่มันลูกค้ารายใหญ่มาก ๆ เลยนี่นา! ใน่ไม่กี่ปีมานี้ คนที่สามารถซื้อหัวหมูและไส้ใหญ่หมูได้โดยไม่ใช้คูปองนั้นมีไม่มากนัก
"ไส้ใหญ่หมูราคาสี่เหมาต่อจิน ไม่ต้องใช้คูปอง รวมทั้งหมดสามสิบสองจิน"
"หัวหมูราคาเจ็ดเหมาต่อจิน ไม่ต้องใช้คูปอง รวมทั้งหมดยี่สิบจิน"
พูดจบ คนสับหมูก็จัดการสิ่งที่โจวหลีอัน้าอย่างรวดเร็ว "รวมทั้งหมดยี่สิบหกหยวนแปดเหมา และคูปองเนื้อจำนวนเก้าจิน"
โจวหลีอันออกจากโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ แล้วมุ่งหน้าไปที่ร้านสหกรณ์ เธอซื้อน้ำมันสี่จิน น้ำตาลก้อนสองจิน และเครื่องปรุงรสบางอย่าง รวมทั้งไม้ขีดไฟด้วย รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดหกหยวนเก้าเหมา
การซื้อของทั้งหมดใช้เวลานานไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
โจวหลีอันปั่นจักรยานกลับบ้าน เธอนำของที่ซื้อมาไปเก็บไว้ในครัวก่อนทันที จากนั้นก็หยิบน้ำตาลก้อนออกมาครึ่งหนึ่ง แล้วนำไปให้พร้อมคืนจักรยานที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
ขณะที่กลับมา หลี่ชุ่ยอวิ๋นก็ยัดตะกร้าไข่ไก่ให้เธอ
เมื่อโจวหลีอันกลับถึงบ้าน ก็เห็นจางเฉี่ยวลี่ที่ไม่รู้ว่ากลับมาั้แ่เมื่อไหร่ เห็นเธอกำลังคุ้ยเขี่ยดูของที่โจวหลีอันซื้อกลับมาอยู่ในครัว
"ซื้อของมาเยอะจังนะ?"
จางเฉี่ยวหลี่ยิ้มแป้นบนใบหน้า แต่ในใจกลับคิดว่าโจวหลีอันไม่รู้จักประหยัดเลย! พอมีเงินก็ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเงินหมดนั้นคงจะถูกเธอใช้จนหมดในไม่ช้า!
โจวหลีอันตอบรับอย่างเรียบเฉย แล้วก็ได้ยินจางเฉี่ยวลี่ถามต่อ "คืนนี้กินอะไรดี?"
คิดถึงอาหารที่โจวหลีอันทำ จางเฉี่ยวลี่ก็เริ่มน้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัว
ต้องยอมรับว่าอาหารที่โจวลี่อันทำนั้นอร่อยกว่าที่เคยกินมาจริง ๆ
แต่หลังจากที่เธอแต่งงานมาอยู่ที่นี่ เธอก็แทบไม่ได้กินอาหารที่โจวหลีอันทำสักมื้อ เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เธอคงเป็คนี้เี! "ของที่ฉันไปซื้อมา พี่สะใภ้ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย ถ้าอย่างนั้นไม่กินดีกว่าไหม?"
โจวหลีอันยิ้มแย้มออกมา "ถึงอย่างไรคนที่ไม่ได้ลงแรง ก็ไม่สมควรจะได้กินอาหารนี่นา"
"นี่เธอ"
จางเฉี่ยวลี่ไม่คิดว่าโจวหลีอันจะสามารถใช้คำพูดที่เธอเคยพูดออกไปมาโต้กลับเธอได้ เธอเงียบไปชั่วครู่ พอนึกได้แล้วเธอก็ไม่สามารถไปโต้แย้งคำพูดของตัวเองได้จริง ๆ
หลังจากโจวหลีอันพูดจบก็ไม่สนใจจางเฉี่ยวลี่อีก
ตอนนี้อยู่ด้วยกันแล้ว เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่ให้จางเฉี่ยวลี่กินของที่เธอซื้อกลับมา ถึงแม้จะต้องกินร่วมกันแต่ก็ต้องพูดเอาคืนบ้าง
แต่หลังจากที่เธอย้ายออกไปแล้ว จางเฉี่ยวลี่จะสามารถกินของของเธอได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว ในคืนนั้นโจวหลีอันทำอาหารจานหนึ่งชื่อไส้ใหญ่ผัดแห้ง กลิ่นหอมของอาหารในหม้อเกือบจะทำให้คนอื่น ๆ ในบ้านต่างพากันหลงใหลกันหมด
ไส้ใหญ่สดที่ล้างสะอาดแล้ว เติมขิง ต้นหอม เครื่องเทศ เหล้า และซีอิ๊ว แล้วตุ๋นให้สุก
หลังจากต้มไส้สุกแล้ว นำขึ้นมาหั่นเป็ชิ้น ใส่น้ำมันร้อนลงกระทะแล้วผัดสักครู่ จากนั้นตักขึ้นมา แล้วเติมน้ำมันใหม่ ใส่ซอสถั่วเหลืองที่แม่โจวทำเอง และผัดจนมีกลิ่นหอมติดกระทะ
จากนั้นใส่ลำไส้หมูลงไปผัดอย่างรวดเร็ว ตามด้วยหัวหอมและผักอื่น ๆ เติมเครื่องปรุง จนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ใครได้กลิ่นก็ต้องหลงใหลกันทั้งนั้น
โจวหลีอันหั่นลำไส้หมูลงจานให้เรียบร้อย เพื่อให้คนในครอบครัวได้กินอย่างอิ่มหนำในคืนนั้น เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างน้ำลายไหลเพราะกลิ่นหอมของไส้ใหญ่
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ จางเฉี่ยวลี่ก็ถูกแม่โจวสั่งให้ไปล้างจานอีกครั้ง
ส่วนโจวหลีอันก็อาบน้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว แล้วเช็ดตัวให้สามีที่เป็นอนเป็ผักอย่างคร่าว ๆ ก่อนที่จะไปซักเสื้อผ้าที่เปลี่ยนใส่มาใน่สองวันนี้
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ โจวหลีอันก็เหนื่อยจนไม่อยากขยับตัวไปไหนแล้ว แต่เธอไม่สามารถนอนได้ คืนนี้ยังมีธุระให้ต้องทำอีก
ในที่สุด โจวหลีอันก็ใช้น้ำวิเศษหนึ่งหยดเพื่อเติมพลังงาน พยายามอดทนจนกระทั่งคนอื่น ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว
โจวหลีอันเดินไปที่เสบียงอาหารที่เธอนำกลับมาวันนี้ หยิบข้าวเปลือกยี่สิบจินและข้าวสาลีอีกห้าจิน