ตอนที่ 5 ใต้หุบเหวมรณะ ถ้ำแห่งเงามืด และเคล็ดวิชาอันสาบสูญ
สายลมเย็นะเืพัดผ่านร่องเขา ลากเสียงกรีดร้องแ่เบาราวิญญาพเนจรที่หลงอยู่ในแดนมรณะ ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมราวม่านลวงตา หญิงสาวชุดดำ เหยาหนิงเหอก้าวเท้าฝ่าหินแหลมคม มือเรียวกระชับกระบี่คู่ใจไว้แน่น ั์ตาดำขลับวาววับด้วยความระแวดระวัง
นับั้แ่นางและพี่สาวะโลงจากหน้าผาเพื่อช่วยชีวิตชายหนุ่มผู้นั้น พวกเขาก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ในหุบเหวลึกนี้มาเป็เวลาหลายวัน แม้จะมีน้ำตกและป่าเขาให้พอหล่อเลี้ยงชีวิต แต่เส้นทางสู่เบื้องบนนั้นยังคงไร้หนทาง ฝ่ามือของนางแตะลงบนผนังหินขรุขระ ก่อนจะพบว่าภายใต้เถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมอยู่นั้น มีช่องว่างบางอย่างซ่อนอยู่
หญิงสาวชักกระบี่ออกมา สะบัดปลายดาบเฉือนเถาวัลย์ออก เผยให้เห็นปากถ้ำที่มืดสนิท ลมหายใจของนางขาดห้วงไปชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปภายใน
ระหว่างนั้นหลี่เฟยเทียนกับเหยาหนิงเจี้ยนที่เก็บสมุนไพรตามหลังมา ก็เดินมาสมทบ และตามเข้าไป
ภายในถ้ำเงียบสงัด ทว่ากลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของพลังอันลึกล้ำ เสียงย่างเท้าของทั้งสาม สะท้อนดังก้องบนพื้นหิน ผนังถ้ำมีคราบน้ำหยดลงเป็ระยะ
ทั้งสามก้าวลึกเข้าไป ก่อนจะพบกับห้องโถงกว้างที่มีโต๊ะไม้เก่า ๆ และตะเกียงน้ำมันที่มอดดับไปเนิ่นนาน บนผนังหินด้านในสุด มีข้อความจารึกไว้เป็ตัวอักษรพู่กันโบราณ
เหยาหนิงเหอควักชุดไฟออกมาจุดส่องสว่างเพ่งมอง ตัวอักษรแปลกประหลาดเ่าั้เรียงร้อยกันเป็บทเคล็ดวิชาที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
“เคล็ดวิชาไต่บันไดเมฆ”
เหยาหนิงเจี้ยนอ่านออกเสียงเบาๆ ขณะเดินมายืนเคียงข้าง ชื่อของวิชาทำให้หัวใจของสองพี่น้องเต้นแรง
“ในบันทึกโบราณของยุทธภพ เคล็ดวิชาตัวเบาระดับนี้เป็เพียงตำนานเล่าขาน ว่ากันว่าผู้ที่ฝึกจนถึงขั้นสูงสุดสามารถเหินลอยเหนือพื้นดินได้ราวกับเมฆา ก้าวเดินในอากาศโดยไร้สิ่งกีดขวาง และอาจสามารถะโขึ้นจากหุบเหวแห่งนี้ได้ เรารอดแล้วพี่สาว”
เหยาหนิงเหออุทานด้วยความปีติ กอดแขนพี่สาวแน่น จากนั้นกวักมือเรียกหลี่เฟยเทียนให้มาดูด้วย
ใต้จารึกมีร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อไม้ไผ่ เสื้อคลุมยาวสีขาวซีดหมองไปตามกาลเวลา แม้ร่างนั้นจะแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก แต่ฝ่ามือที่วางทับบนเข่ายังคงดูสงบนิ่ง ราวกับเ้าของร่างนี้เข้าสู่ห้วงนิพพานโดยไร้ความเสียใจ
สองพี่น้องคุกเข่าลงพร้อมกัน ยกมือขึ้นประสานคารวะอย่างให้เกียรติ
“ท่านคงเป็ยอดจอมยุทธในตำนานเจียงหลิวหยาง”
หญิงสาวผู้น้องพึมพำเบาๆ ทว่าดวงตาฉายแววแน่วแน่ หากที่นี่คือที่พำนักของจอมยุทธผู้ถูกหักหลังจากยุทธภพ และเขาได้ฝากเคล็ดวิชาอันยิ่งใหญ่นี้ไว้ บางทีโชคชะตาอาจได้นำพาพวกนางมาเพื่อสืบทอดมรดกนี้
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะลุกขึ้น ยื่นมือไปแตะอักษรโบราณบนผนัง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
หากฝึกสำเร็จ นี่อาจเป็หนทางเดียวที่จะนำพวกนางออกไปจากหุบเหวแห่งนี้
“เ้าจะฝึกเคล็ดวิชานี้หรือ”
“ใช่แล้วนายท่าน มันอาจจะเป็หนทางเดียวที่จะพาพวกเขาขึ้นไปจากหุบเหวแห่งนี้”
บนผนังหินเก่าแก่ภายในถ้ำ ลายอักษรโบราณเรียงร้อยกันเป็บทเคล็ดวิชาอันลึกลับ "ไต่บันไดเมฆ" ว่ากันว่าเป็สุดยอดวิชาตัวเบา ที่สามารถทำให้ผู้ฝึกฝนเหินเดินบนอากาศ ก้าวย่างได้ดั่งเมฆา ทะยานขึ้นสู่ฟ้าโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งยึดเกาะ
“ว่ากันว่าเคล็ดวิชานี้หากไร้วาสนา ต่อให้มีพลังฝีมือกร้าแกร่ง ก็ไม่อาจฝึกได้ ข้าเกรงว่าจะเป็อันตรายได้ ถ้าอย่างไร ให้เ้าระวังด้วย”
เหยาหนิงเจี้ยนทักท้วงมา เป็ดังที่นางทักท้วงจริงๆ วิชานี้มิใช่ผู้ใดก็สามารถฝึกฝนได้ ต่อให้เป็จอมยุทธฝีมือกล้าแกร่ง ฝึกอย่างไรก็ไม่อาจเข้าถึงเคล็ดลับได้เลย ผู้ที่ไร้วาสนา ยิ่งฝึกยิ่งเหมือนเดินวนอยู่ในสายหมอก ไม่สามารถเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน
เหยาหนิงเหอ หญิงสาวชุดดำยืนอยู่หน้าแผ่นจารึก ั์ตาเรียวคมทอดมองอักษรด้วยความแน่วแน่ คล้ายกับว่ามันกำลังเรียกหานางโดยเฉพาะ ั้แ่ก้าวเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ นางรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังตอบสนองอยู่ในจิตใจ คล้ายกับลมหายใจแห่งพลังปราณกำลังถักทอเข้ากับจิติญญาของนาง
นางทดลองฝึกฝนตามเคล็ดวิชาเริ่มจาก "ฝึกควบคุมลมปราณให้เบาดั่งขนนก" ทว่าใน่แรก หลี่เฟยเทียนและพี่สาวของนางที่ลองฝึกด้วยต่างก็ล้มเหลว พวกเขาพยายามผสานพลังปราณเข้ากับร่าง แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร ขาทั้งสองกลับยังหนักอึ้งเหมือนมีหินพันธนาการไว้
ชายหนุ่มแม้จะเป็นักรบผู้แข็งแกร่ง แต่กลับพบว่าพละกำลังของตนไร้ประโยชน์สิ้นเชิงในวิชานี้ ส่วนหญิงสาวชุดเขียว แม้จะมีพลังภายในละเอียดอ่อน กลับรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนเส้นทางที่ผิด วิชานี้ราวกับถูกสร้างขึ้นเพื่อขับไล่ผู้ฝึกที่ไม่คู่ควร
แต่หญิงสาวชุดดำ เหยาหนิงเหอ ยิ่งฝึก ยิ่งคล้ายกับว่าพลังของวิชานี้กำลังเชื่อมโยงเข้ากับร่างของนางโดยธรรมชาติ
ร่างกายของนางเบาขึ้นเรื่อย ๆ ทุกย่างก้าวของนางแทบไม่ส่งเสียงะเืบนพื้น นางสามารถทรงตัวบนก้อนหินที่ลอยอยู่ในน้ำโดยไม่จม แม้แต่บนใบไม้แห้ง นางก็สามารถยืนได้โดยที่มันไม่ไหวติง
"ไต่บันไดเมฆมิใช่เพียงศาสตร์ของร่างกาย…แต่เป็ศาสตร์แห่งจิต"
สิ่งที่ทำให้หญิงสาวชุดดำสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ใช่เพียงพร์ทางวรยุทธ แต่เป็เพราะ จิตใจของนาง
นางมีหัวใจที่เด็ดเดี่ยว แต่เบาสบายราวกับสายลม
นางมีจิติญญาที่แน่วแน่ แต่มิได้แบกรับพันธะอันหนักอึ้งของโลกภายนอก
นางสามารถปล่อยวางทุกสิ่ง และรวมเป็หนึ่งเดียวกับสายลมรอบกาย
เมื่อถึงจุดหนึ่ง นางสามารถะโขึ้นกลางอากาศได้โดยไร้สิ่งเกาะเกี่ยว เหยียบลงบนปลายยอดไม้ราวกับเมฆที่ล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า ก้าวเดินอย่างอิสระ ไม่มีสิ่งใดเหนี่ยวรั้งได้
"นี่คือวิชาที่ถูกกำหนดให้เป็ของนางเพียงผู้เดียว"
ผู้อื่นอาจใช้พลังภายในฝึกฝน
แต่สำหรับนางวิชานี้มิใช่สิ่งที่ต้องฝึก
เพราะนางคือผู้ที่ถูกเลือกแต่แรกแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป