บทที่ 32
เป้าหมายของมือสังหาร
ตู้บ!!! ซูฉีล้มลงบนเตียงด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ราตรีที่ผ่านมาผ่านพ้นเื่ราวมามาก หลังจากที่นางปล่อยกายล้มลงไปบนเตียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ เฮ้อ!!! ”
“ มีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย ว่าแล้วเชียวกองทัพเกราะดำเป็พวกที่ไม่น่าเข้าใกล้จริงๆ ” นางเพิ่งได้กลับมาหลังจากฟ้านั้นสว่าง
เพราะว่าราตรีที่เพิ่งผ่านพ้นมามีเหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้นภายในโรงสุรา หลังจากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นมีผู้คนมากมายล้มตาย
โรงสุราได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา ทางด้านของโรงสุราคงต้องปิดปรับปรุงไปสักสองถึงสามวัน
แต่ว่าข่าวการโดนลอบสังหารของแม่ทัพใหญ่กระจายไปทั่ว ผู้คนมากมายต่างวิตกเกี่ยวกับสิ่งที่
ในตอนนี้ประตูทั้งสี่ทิศของเมืองปิดเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าออกั้แ่เมื่อราตรีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้คนภายในเมืองกำลังกังวลคือการโดนลอบสังหารในครั้งนี้อาจจะทำให้เกิดา
เมืองแห่งนี้เพิ่งผ่านพ้นามาได้ ถ้าเกิดว่าเกิดาขึ้นอีกครั้งคงจะกลายเป็เื่วุ่นวาย ซูฉีนอนมองเพดานไม้ในใจของนางก็ขบคิด ‘ ที่เป็คนลอบสังหารหวงเจียวลู่ ’
‘ แต่ก็นะอย่างไรเสียตัวละครนี้ก็มีความแค้นกับผู้คน เพราะว่าตำแหน่งที่อยู่ก็มีอำนาจไม่น้อย การจะมีพวกขุนนางภายในราชสำนักคิดจะลอบสังหารก็ไม่ใช่เื่แปลก ’
‘ ก็อย่างว่าแหละถ้าคนที่ลอบสังหารไม่ได้มีอำนาจมากพอ อย่างไรเสียก็คงจะไม่กล้าลงมือกับแม่ทัพหวงอย่างแน่นอน ’
‘ เอาเป็ว่าตัวของเราไม่ควรเข้าไปยุ่ง ในตอนนี้ทำตัวออกห่างเข้าไว้เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของตน ’
ซูฉีพึมพำในใจของตน นางรู้ดีว่าเื่ราวการลอบสังหารที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มันเป็เื่ราวการลอบสังหารที่ทำให้ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว
…
ในอีกด้าน
หลังจากการปิดเมืองค้นหามาตลอดทั้ง ในตอนนี้สือหยางผู้ระดมพลออกค้นหารอบๆ ในที่สุดก็ได้ตัวคนที่้า
ในค่ายทหารของกองทัพเกราะดำ กระโจมเล็กๆที่ตั้งอยู่ภายในส่วนลึกสุดของค่าย หวงเจียวลู่เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้พร้อมกับผู้ติดตามสองสามคน
โดยด้านในมีทหารจากกองทัพเกราะดำยืนรักษาการณ์อยู่รอบๆ สือหยางก็ยืนอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน สือหยางที่ยืนอยู่ก้มศีรษะของตนเองคารวะแม่ทัพที่เพิ่งเดินเข้ามา
“ เ้านี่อย่างนั้นหรือ? ” หวงเจียวลู่ใช้ดวงตาของตนมองตรงไปด้านหน้า
ผู้ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ล้อมรอบไปด้วยทหาร มันคือบุรุษวัยประมาณสามสิบปีสวมใส่ชุด คนผู้นี้มีร่างกายกำยำโดนมัดเอาไว้ด้วยโซ่ตรวนเหล็กหนา
ตัวของมันคือคนที่หวงเจียวลู่กำลังตามหา ในตอนที่มีเหตุการณ์ลอบสังหาร แม่ทัพหนุ่มผู้นี้คิดถูกต้อง
ว่าอย่างไรเสียมือสังหารที่ลอบเข้ามาก็คงจะไม่ได้มีเพียงแค่นี้ อย่างน้อยก็ต้องมีซักคนหรือสองคนที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ด้านนอกและรอรายงานผล
พวกเขาได้ปิดล้อมเมืองได้ทันเวลา สือหยางได้นำกำลังทหารออกค้นหาทั้ง ในที่สุดก็ไปพบเจอคนผู้นี้ทำท่าทางลับๆล่อๆคิดจะออกจากเมืองโดยใช้เส้นทางด้าน
สุดท้ายแล้วจับตัวมาได้เค้นความจริงจึงได้รู้ว่ามันคือพวกเดียวกับมือสังหารพวก สุดท้ายแล้วก็จับมันมาให้กับแม่ทัพใหญ่ได้สืบสวน
“ ใช่แล้วขอรับข้าไปพบเจอคนผู้นี้บริเวณด้าน มันกำลังจะใช้เส้นทางนั้นในการออกไปด้านนอก” สือหยางรายงานกับแม่ทัพ
หวงเจียวลู่เดินเข้าไปใกล้ๆชายผู้นั้น แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ใช้ดวงตาวิเคราะห์ หลังจากใช้ดวงตาของตนเองวิเคราะห์ผู้ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลง “ เป็มือสังหารที่ถูกฝึกฝนมา เ้าเป็ผู้ใดแล้วใครส่งเ้ามา? ”
หวงเจียวลู่เอ่ยถามออกไปแต่คนที่อยู่ด้านหน้าไม่ให้คำตอบ แน่นอนว่ามันนั่งนิ่งสนิทแววตาเต็มไปด้วยความเรียบเฉย
พวกมือสังหารที่ถูกฝึกฝนมาพวกมันล้วนรู้อยู่แล้วว่าถ้าพวกมันทำภารกิจไม่สำเร็จ สิ่งที่ตัวของพวกมันจะได้รับก็คือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในยามนี้อย่างไรเสียมันเองก็ไม่ยอมคลายความลับออกมาอย่างแน่นอน หวงเจียวลู่คาดการณ์เอาไว้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าไม่เปิดปาก
“ มือสังหารเที่ยงตรง รับใช้ผู้เป็นายอย่างซื่อสัตย์ ”
“ ถ้าเช่นนั้นเ้าคงเคยได้ยินชื่อของข้ามาบ้าง รู้ดีสินะว่าข้าหวงเจียวลู่เป็คนอย่างไร? ”
เขาเหลือบมองแววตาของมันยังคงไม่ได้แสดงแววตาที่หวาดกลัวออกมา หวงเจียวลู่หันมองไปที่ทหารด้านหลัง ก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะยื่นมือของตนออกไปคว้าจับกระบี่ที่เหน็บอยู่ที่เอวของหทารผู้นั้น
ดึงออกมาก่อนที่มันจะถูกปักลงไปที่ขาของหนึ่งในมือสังหารผู้นั้น
ฉึก!!! คมกระบี่อันแหลมคมทิ่มแทงเข้าไปบนเนื้ออันบอบบาง โลหิตสีแดงกระจายออกมาพร้อมกับเสียงร้องของชายผู้นั้น
หวงเจียวลู่หลังจากนำเอากระบี่ปักเข้าที่ขาของชายผู้นั้น หยิบกระบี่อีกหนึ่งเล่มและปักเข้าไปที่ขาของมันอีกหนึ่งข้าง
ฉึก!!! ภาพเหตุการณ์เช่นเดิมปรากฏขึ้นเสียงร้องและก็เื หวงเจียวลู่แสยะยิ้มราวกับสะใจ ก่อนที่จะไปลากเก้าอี้ไม้ตัวนึงมานั่งเบื้องหน้าของมือสังหาร
แม่ทัพหนุ่มมองมือสังหารได้ออกหน้าที่กำลังแสดงใบหน้า หวงเจียวลู่ราวกับว่าลูกบางอย่างมองร่างกายของมือสังหารผู้นี้ก่อนที่จะพูดขึ้น “ ไม่ใช่มือสังหารจากราชสำนัก ”
“ แต่ว่าเ้าพยายามให้ข้าคิดว่าเ้าเป็มือสังหาร พระราชสำนักเพื่อที่ว่าจะเบี่ยงเบนความผิดออกไปจากตัวของผู้เป็นายของเ้า ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นท่าทีของมือสังหารเบื้องหน้าเปลี่ยนไป มันเงยหน้าของตนขึ้นมามองแหวทัพใหญ่ผู้นี้ด้วยความตกตะลึง
ใบหน้าของมือสังหารผู้นี้เป็ มันเป็คำตอบอย่างชัดเจนว่าแม่ทัพหนุ่มผู้ถูกต้อง เขาวิเคราะห์ได้อย่างกระจ่างว่าชายผู้นี้มิใช่มือสังหารจากราชสำนัก
“ ข้าเป็มือสังหารจากราชสำนัก!!! ” ชายผู้นั้นยืนยันออกมาอย่างร้อนรน
การที่มันยืนยันออกมาอย่างร้อนรนแบบนั้น หวงเจียวลู่ยิ่งมั่นใจว่ามันไม่ใช่มือสังหารจากราชสำนัก
แม่ทัพหนุ่มส่ายหัว “ ไม่หรอกไม่หรอกเ้าไม่ใช่มือสังหารของราชสำนัก ในแต่ละครั้งพวกคนที่คิดจะสังหารข้า มือสังหารที่ถูกส่งมาล้วนแล้วแต่เป็พวกมือสังหารชั้นยอด ”
“ พวกเ้าแม้ว่าจะเป็มือสังหารแต่ว่าฝีมือกลับไม่ได้ครึ่งของคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย”
“ ซึ่งคำตอบมันก็ง่ายมากพวกเ้าไม่ได้ตั้งใจเ้าสังหารข้า ” หวงเจียวลู่ใบหน้าที่กำลังแสยะยิ้มค่อยๆเปลี่ยนไป ในตอนนี้มุมปากค่อยๆหุบลง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม แววตาเปี่ยมล้นความรู้สึกดุดัน
แววตาคู่นั้นของแม่ทัพหนุ่มราวกับว่ามองออกทุกอย่าง มันทำให้มือสังหารเบื้องหน้าที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นร่างกายสั่นสะท้าน
ในใจของมันกำลังหวาดกลัว แววตาอันดุดันของแม่ทัพหนุ่มราวกับว่าเข้ามาเดินเล่นภายในจิตใจของมัน
หวงเจียวลู่เห็นมือสังหารนิ่งไป เขาจึงพูดขึ้นมา “ ถ้าไม่ได้สังหารฆ่าถ้าเช่นนั้นก็คุณหนูตระกูลซู ”
“ พวกเ้าตั้งใจจะสังหารคุณหนูตระกูลซูสินะ ”
หวงเจียวลู่วิเคราะห์ออกมาอย่างกระจ่าง คนพวกนี้มือสังหารที่ปรากฏกายออกมาไม่ได้มีเป้าหมายมาเขา
แต่ว่าเป้าหมายของพวกมันคือคุณหนูตระกูลซูที่อยู่กับเขาใน่เวลาตอนนั้นต่างหาก พวกคนพวกนี้คงจะหาเวลาในการลงมือมาสักพักแล้ว
แต่ว่าใน่เวลาที่เขาและนางสนทนากันอยู่้า มันน่าจะเป็่เวลาที่มีผู้คนน้อย พวกมันจึงเลือกเวลานั้นในการลงมือสังหาร
หวงเจียวลู่คาดการณ์เกี่ยวกับเื่นี้เอาไว้ั้แ่ในตอนแรก หลังจากที่ได้ลองปะทะกับมือสังหารพวก จึงรู้ได้ว่าพวกมันเป็เพียงแค่มือสังหารชั้นต่ำ
พวกขุนนางภายในราชสำนักถ้าคิดจะลงมือ มือสังหารที่พวกมันคัดเลือกมาคงจะเป็มือสังหารชั้นยอด
เพราะแบบนั้นเมื่อหลักการและเหตุผลทุกอย่างถูกนำมารวมกัน แม่ทัพหนุ่มผู้นี้จึงรู้ได้ในทันทีว่าคนพวกนี้มาจากที่ไหน
ใบหน้าของมือสังหารเปลี่ยนสี นั่นเป็คำตอบว่าคำพูดของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เป็จริงทุกอย่าง หวงเจียวลู่ค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งอยู่ สะบัดมือหนึ่งครั้งแล้วบอกกับสือหยาง “ เรียกเร้นความจริงจากปากของมันออกมาให้หมด ทำได้ทุกอย่างไม่สนว่าเป็หรือตาย ”
หลังจากสั่งการออกไปแม่ทัพหนุ่มก็เดินออกไปด้านนอกกระโจม ทิ้งไว้แต่เพียงแค่เสียงกรีดร้องภายในกระโจมที่ดังขึ้นอย่างเ็ป
จบบท