สำหรับฉันแล้ว ‘พี่เพลิน’ เป็นเหมือนดวงจันทร์ในคืนเดือนมืด
เธองดงาม สุขุม และลอยอยู่สูงเกินกว่าที่ฉันจะเอื้อมถึง
เราเป็นพี่น้องต่างสายเลือดกัน พ่อของฉันแต่งงานใหม่กับแม่ของพี่เพลินตอนที่ฉันอายุได้สิบขวบ เราจึงเติบโตมาด้วยกันในบ้านหลังเดียวกัน แบ่งปันทุกอย่างร่วมกัน แต่ถึงอย่างนั้น… ฉันก็ยังรู้สึกว่ามีกำแพงใสๆ ที่มองไม่เห็นกั้นระหว่างเราอยู่เสมอ
พี่เพลินเป็นคนเงียบขรึม มาดเท่ และเก็บความรู้สึกเก่ง เธอเป็นนักศึกษาปีสามคณะวิศวะฯ ที่ทั้งเรียนเก่งและเป็นที่ชื่นชมของเพื่อนๆ ในขณะที่ฉัน ‘พราว’ เป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งคณะศิลปศาสตร์ที่ยังคงงงๆ อยู่กับเส้นทางชีวิตของตัวเอง
ทุกการกระทำของพี่เพลินดูจะมีเสน่ห์ไปหมด… ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอนั่งขมวดคิ้วแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่แสนจะน่าเบื่อ ตอนที่เธอซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เสียได้อย่างคล่องแคล่ว หรือแม้กระทั่งตอนที่เธอแค่ยืนพิงระเบียงห้องนอนเงียบๆ มองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดอะไร… ทุกอย่างมันทำให้ฉันละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย
ฉันแอบชื่นชมเธอ… ไม่สิ… ต้องเรียกว่า ‘หลงใหล’ ถึงจะถูก
แต่ความรู้สึกนี้มันช่างน่าอึดอัด ฉันอยากจะสนิทกับเธอให้มากกว่านี้ อยากจะเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ แต่กำแพงที่เธอก่อขึ้นมันก็สูงเกินกว่าที่ฉันจะปีนข้ามไปได้ เราคุยกันเท่าที่จำเป็น กินข้าวโต๊ะเดียวกัน แต่กลับเหมือนอยู่กันคนละโลก
จนกระทั่งคืนนั้น… คืนที่ฝนตกหนักจนทำให้ไฟในบ้านของเราดับลง
“แย่จริง… ไฟดับอีกแล้ว” เสียงของคุณแม่บ่นมาจากในครัว
“เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” คุณพ่อตอบกลับไป
ฉันที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ งานของฉันยังไม่เสร็จเลยสักนิด
“พี่เพลินอยู่ไหนคะแม่?” ฉันตะโกนถามเข้าไปในครัว
“เห็นว่าขึ้นไปอาบน้ำตั้งแต่ก่อนฝนตกแล้วนะลูก”
ฉันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายส่องทาง ฉันตัดสินใจจะขึ้นไปดูพี่เพลินที่ห้อง เผื่อว่าเธออาจจะต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง
ฉันค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ ความมืดและความเงียบของบ้านในยามที่ไฟดับมันช่างน่าขนลุก มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำลงมาบนหลังคาและเสียงฟ้าร้องที่ดังเป็นระยะๆ เท่านั้น
ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของพี่เพลิน… ประตูห้องของเธอปิดสนิท…
แต่ฉันกลับได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมาจากในห้องน้ำของเธอที่อยู่ติดกัน…
มันไม่ใช่เสียงน้ำไหล… แต่เป็นเสียงเหมือนคนกำลัง… หอบหายใจ
ด้วยความเป็นห่วง ฉันจึงค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูห้องนอนของเธอเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุด
ห้องของพี่เพลินมืดสนิท มีเพียงแสงจากไฟฉายโทรศัพท์ของฉันที่ส่องสว่างอยู่เท่านั้น ฉันค่อยๆ เดินตรงไปยังประตูห้องน้ำที่แง้มอยู่เล็กน้อย
เสียงหอบหายใจนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยๆ… มันเป็นเสียงที่ทั้งทุ้มต่ำและแหบพร่า… ปนกับเสียงครางในลำคอเบาๆ…
หัวใจของฉันเริ่มเต้นแรงขึ้น… นี่มันเสียงอะไรกัน? พี่เพลินเป็นอะไรหรือเปล่า?
ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ค่อยๆ ผลักประตูห้องน้ำที่แง้มอยู่ให้เปิดออกกว้างขึ้น…
ภาพที่ปรากฏสู่สายตาของฉันในลำแสงไฟฉายที่สั่นเทา… ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนไปชั่วขณะ!
พี่เพลิน… เธอกำลังยืนพิงกำแพงห้องน้ำอยู่… ร่างกายท่อนบนของเธอเปลือยเปล่า เผยให้เห็นแผงอกที่ขาวเนียนและหน้าท้องที่แบนราบ…
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกจนแทบสิ้นสติ… คือสิ่งที่อยู่ต่ำลงไป…
ที่หว่างขาของเธอ… มันมี… ‘ท่อนกล้วยหอม’ ขนาดใหญ่ที่กำลังแข็งขึงชูชันขึ้นมาอย่างเต็มที่!
และมือเรียวยาวของเธอกำลัง… กำลังชักรูดมันขึ้นลงอย่างเมามัน!
นี่… นี่มันอะไรกัน! พี่เพลิน… เธอ… เธอเป็น…
สมองของฉันขาวโพลนไปหมด! ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ! อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด!
แต่ร่างกายของฉันมันกลับไม่ขยับ… สายตาของฉันยังคงจับจ้องไปที่ภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตา…
ภาพที่พี่สาวผู้เงียบขรึมและเย็นชาของฉัน กำลังปรนเปรอตัวเองด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรง…
ภาพของ ‘ความลับ’ ที่เธอเก็บซ่อนไว้มาตลอด…
ความตกใจของฉันค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน…
มันคือความอยากรู้อยากเห็น…
มันคือความตื่นเต้น…
และมันคือ… ความ ‘ปรารถนา’ ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
ฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง… ร่องกุหลาบของฉันเริ่มผลิตน้ำหวานออกมาจนรู้สึกได้ถึงความแฉะเยิ้ม
ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก… ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ ‘ท่อนกล้วยหอม’ ที่สวยงามและน่าเกรงขามนั้น…
ในจังหวะนั้นเอง… พี่เพลินก็เงยหน้าขึ้นมา…
สายตาของเราสบกันผ่านความมืดสลัว… (⑉• •⑉)
ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด!
วินาทีที่สายตาของเราสบกันผ่านความมืดสลัว… เวลาทั้งโลกก็เหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ด้านนอก และเสียงหัวใจของฉันที่กำลังเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกมาจากอก
ฉันยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ในมือของฉันสั่นเทาจนภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด สมองของฉันขาวโพลน… ฉันควรจะทำยังไงดี? ฉันควรจะกรีดร้อง… ควรจะวิ่งหนี… หรือควรจะแกล้งทำเป็นว่าไม่เห็นอะไรเลย?
พี่เพลินเองก็ดูจะช็อกไม่แพ้กัน เธอหยุดการกระทำทุกอย่างลงในทันที มือเรียวยาวของเธอยังคงกำ ‘ท่อนกล้วยหอม’ ที่แข็งขึงของตัวเองไว้แน่น ดวงตาของเธอที่เคยดูเย็นชาและสุขุมมาตลอด ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ความอับอาย และ… ความโกรธ
‘ปัง!’
ความคิดทั้งหมดของฉันหยุดชะงักลงเมื่อพี่เพลินตั้งสติได้ เธอรีบหันหลังให้ฉันแล้วกระแทกปิดประตูห้องน้ำเสียงดังลั่น! ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ในความมืดและความเงียบงันของห้องนอนเธอเพียงลำพัง
ฉันสะดุ้งสุดตัว! ทำอะไรไม่ถูก!
ฉันควรจะรีบหนีออกจากห้องนี้ไปเดี๋ยวนี้เลย… ใช่… ฉันต้องรีบไปก่อนที่เธอจะออกมาฆ่าฉันหมกห้องน้ำ!
แต่ขาทั้งสองข้างของฉันมันกลับไม่ยอมขยับ… มันหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนมาพันธนาการไว้
ภาพเมื่อครู่มันยังคงติดตาฉันไม่หาย… ภาพของพี่สาวผู้สมบูรณ์แบบของฉัน… ภาพของ ‘ความลับ’ ที่เธอเก็บซ่อนไว้…
ภาพของท่อนกล้วยหอมที่ทั้งสวยงามและน่าเกรงขามนั่น…
ความตกใจและความกลัวของฉันค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน…
มันคือความอยากรู้อยากเห็น…
มันคือความตื่นเต้น…
และมันคือ… ความ ‘ปรารถนา’ ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเรจ็วจนน่ากลัว
ฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง… ร่องกุหลาบของฉันเริ่มผลิตน้ำหวานออกมาจนรู้สึกได้ถึงความแฉะเยิ้มที่ซึมผ่านกางเกงในตัวจิ๋ว
บ้าจริง! นี่ฉันกำลังเงี่ยนเหรอ!? เงี่ยนกับพี่สาวของตัวเองเนี่ยนะ!?
‘แกร๊ก…’
เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว!
ร่างสูงโปร่งของพี่เพลินก้าวออกมาจากห้องน้ำ… ตอนนี้เธอสวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มตัวเดียว ผมสั้นที่เปียกชื้นของเธอลู่ลงมาปรกใบหน้าที่ตอนนี้เรียบเฉยจนน่าขนลุก
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น… จ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เย็นชาจนฉันรู้สึกเหมือนจะแข็งตาย
“เมื่อกี้…” ในที่สุดเธอก็ยอมเปิดปากพูด น้ำเสียงของเธอทุ้มต่ำและเยือกเย็น “…เธอเห็นอะไร”
“ป…เปล่าค่ะ!…” ฉันรีบปฏิเสธเสียงสั่น “…หนู… หนูแค่ได้ยินเสียงแปลกๆ… ก็เลยจะขึ้นมาดูว่าพี่เพลินเป็นอะไรรึเปล่า… หนูยังไม่เห็นอะไรเลยค่ะ!”
ฉันโกหก… โกหกคำโต…
เธอค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาฉันช้าๆ… ทีละก้าว… ทีละก้าว…
เหมือนนักล่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ…
ฉันค่อยๆ ถอยหลังหนี… จนแผ่นหลังของฉันไปติดเข้ากับผนังห้องที่เย็นเฉียบ!
ตอนนี้ฉันไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว…
เธอยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาเท้ากำแพงไว้ กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนของเธออย่างสมบูรณ์
“อย่าโกหก” เธอกระซิบเสียงเย็นชิดริมฝีปากของฉัน “กลิ่นของเธอมันฟ้องทุกอย่าง”
“ก…กลิ่นอะไรคะ…”
“กลิ่นของคนที่กำลัง ‘เงี่ยน’ ไงล่ะ… น้องสาว”
คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของฉัน! เธอรู้! เธอรู้ว่าฉันรู้สึกยังไง!
น้ำตาของฉันไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความกลัว ความอับอาย และความต้องการที่อัดอั้นอยู่ในใจมันระเบิดออกมาพร้อมกัน
“ฮึก… ฮือ… หนูขอโทษค่ะพี่เพลิน!… หนูไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู… หนูขอโทษ!”
ฉันสารภาพทุกอย่างออกมาทั้งน้ำตา
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง… ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
เธอยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาเชยคางของฉันขึ้นอย่างแผ่วเบา บังคับให้ฉันสบตากับเธอตรงๆ
“ในเมื่อเห็นแล้ว… ก็ต้องรับผิดชอบสิคะ… น้องพราว”
“ร…รับผิดชอบ… ยังไงคะ…”
“ก็ต้องช่วยพี่… ‘ทำต่อ’ ให้เสร็จไงล่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น เธอก็ไม่รอช้าอีกต่อไป! เธอประทับจูบลงมาบนริมฝีปากที่สั่นเทาของฉันอย่างรุนแรงและเร่าร้อน!
ลิ้นร้อนๆ ของเธอสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง! มันคือจูบที่ทั้งดุดันและหิวกระหาย!
ฉันพยายามจะขัดขืน… แต่ร่างกายของฉันมันกลับทรยศ! ฉันเผลอจูบตอบเธอกลับไปอย่างลืมตัว!
มือของเธอที่เคยเท้ากำแพงอยู่ เริ่มเลื่อนต่ำลงมา… มันค่อยๆ สอดเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวโคร่งของฉัน… ลูบไล้ไปตามหน้าท้องและบั้นเอวอย่างซุกซน…
จนกระทั่งมันเลื่อนขึ้นมา… หยุดอยู่ที่ทรวงอกของฉันที่กำลังสั่นไหวอยู่ภายใต้บราลูกไม้ตัวจิ๋ว…
“อดทนมานานแล้วเหมือนกันใช่ไหมคะ… ที่แอบมองพี่แบบนี้”
เธอกระซิบถามเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วของเธอเริ่มบดขยี้ที่ยอดถันของฉันอย่างจงใจ!
“อ๊ะ!… พี่เพลิน!… อื้อ!”
ความรู้สึกเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง!
ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองกำลังจะหลอมละลายไปกับสัมผัสของเธอ…
เธอดันร่างของฉันให้ถอยหลังไปช้าๆ… จนกระทั่งแผ่นหลังของฉันสัมผัสกับความนุ่มของเตียงนอน
เธอผลักฉันลงบนเตียงอย่างไม่ปรานี ก่อนจะตามขึ้นมาคร่อมร่างของฉันไว้…
สายตาของเธอตอนนี้ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป…
“คืนนี้…” เธอกระซิบเสียงแหบพร่า…
“…พี่จะ ‘สอน’ บทเรียนรักบทแรกให้เอง… น้องสาวที่น่ารักของพี่” (⸝⸝o̴̶̷᷄ ·̭ o̴̶̷̥᷅⸝⸝)