ภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 61 อยากแก้แค้นเช่นกัน

            “ท่านหญิงจินเยว่ เกิดเรื่องแล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ ข้าเห็นพี่สะใภ้ของท่านกับคุณชายหลี่หยางนั่งรถม้าหายไปด้วยกันทางประตูเมืองฝั่งใต้” ฉินซีหลินตะโกนบอกซ่งจินเยว่ โดยที่นางไม่ได้สังเกตเลยว่ายังมีเจินซูฮวายืนอยู่ตรงนั้นด้วยอีกคน

            “เจ้าเห็นพี่สะใภ้ของข้านั่งรถม้าหายไปกับคุณชายหลี่หยางอย่างนั้นหรือ” ซ่งจินเยว่ขมวดคิ้วถาม “ปกติพี่สะใภ้กับคุณชายหลี่มีเรื่องงานที่ต้องปรึกษากันอยู่แล้ว บางทีพวกเขาอาจจะนั่งรถม้าออกไปดูสถานที่สร้างโรงงานแห่งใหม่ก็ได้”

            “ข้าก็เคยได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะสร้างโรงงานใหม่ด้วยกัน” เจินซูฮวาหันไปพูดกับฉินซีหลิน “แล้วที่เจ้าทำท่าทางตกใจอยู่นี่หมายความว่าอย่างไร หรือเจ้าเห็นอะไรผิดปกติระหว่างพวกเขา”

            “เอ่อ...อาจารย์เจิน ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือเจ้าคะ” ฉินซีหลินถามอย่างตะกุกตะกัก เพราะเจินซูฮวาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่นางรู้สึกกลัวมากคนหนึ่ง

            “ข้าก็อยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เจ้ามองไม่เห็นข้าเอง”

            “ข้าต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ” 

            “ช่างเถอะ...อย่างไรเวลานี้เจ้าก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาหญิงอีกแล้ว จะทำเป็นมองไม่เห็นข้าบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะปกติเจ้าก็ไม่เคยนับถือข้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ยังเคยนินทาข้าลับหลังอยู่ตั้งหลายครั้ง” เจินซูฮวาพูดด้วยท่าทางสบายอย่างไม่ใส่ใจ

            แม้น้ำเสียงของเจินซูฮวาจะไม่ได้กดดัน แต่ฉินซีหลินก็ยังกลัวอยู่ดี แต่พอนึกถึงจุดประสงค์ที่นางมาหาซ่งจินเยว่ในวันนี้ นางจึงพยายามสงบอารมณ์และทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด “เมื่อก่อนข้ายังเด็กทำให้เผลอล่วงเกินอาจารย์ไปบ้าง ขออาจารย์อย่าได้ถือสาข้าเลยนะเจ้าคะ”

            “เจ้ายังเด็กอย่างนั้นหรือ หึ...เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเกิดก่อนเจ้าแค่ไม่กี่ปี เอาล่ะเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เจ้าตอบคำถามข้ามาก่อนว่าตกลงที่เจ้าเห็นจูจื้อโหยวกับคุณชายหลี่หยางนั่งรถม้าไปด้วยกันนั้นมีสิ่งใดผิดปกติ”

            ฉินซีหลินทำท่าทางตกใจขึ้นมาอีกครั้ง “จินเยว่ ข้ารู้ว่าเจ้าเชื่อใจพี่สะใภ้ของเจ้า แต่ครั้งนี้เจ้าต้องเชื่อข้า พี่สะใภ้ของเจ้านั่งรถม้าไปกับคุณชายหลี่หยางด้วยท่าทางสนิทสนมกันจนเกินงาม ทั้งพวกเขายังประคองกันขึ้นรถม้าอย่างไม่สนสายตาของใครเลย”

            “เจ้าเห็นพวกเขาเองกับตาเลยหรือ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหนกัน” ซ่งจินเยว่ถาม

            “ใช่ ข้าเห็นพวกเขาประคองกันขึ้นรถม้าด้วยท่าทาง เอ่อ...หวานชื่นประหนึ่งคู่รักก็ไม่ปาน ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหนนั้นข้าก็ยังไม่แน่ใจ แต่เจ้าไม่ต้องห่วง เพราะข้าให้ผู้ติดตามของข้าตามพวกเขาไปแล้ว ตอนนี้เราแค่นั่งรถม้าออกไปตามเส้นทางที่พวกเขาไปก่อนเท่านั้นก็พอ”

            “เช่นนั้นข้าขอนำเรื่องนี้กลับไปบอกพี่ใหญ่กับพี่รองก่อนก็แล้วกัน” ซ่งจินเยว่พูดขึ้น

            “ไม่ได้!” ฉินซีหลินรีบปฏิเสธ ก่อนจะปรับน้ำเสียงลงอีกครั้ง “ข้า...ข้าหมายความว่ามันจะเสียเวลาเกินไป ตอนนี้รถม้าของข้าจอดรออยู่ที่ด้านนอก เจ้านั่งรถม้าไปพร้อมกับข้าเลยก็ได้”

            “แต่ถ้าข้าหายไปอีกคน ที่จวนจะต้องเป็นห่วงข้ามากแน่ๆ” ซ่งจินเยว่ทำท่าคิดหนัก

            “เจ้าให้อาจารย์เจินกลับไปส่งข่าวที่จวนก็ได้ไม่ใช่หรือ” ฉินซีหลินใจกล้าหันไปพูดกับเจินซูฮวา “อาจารย์เจินเจ้าคะ รบกวนท่านกลับไปบอกที่จวนอ๋องได้หรือไม่ว่าจินเยว่กับข้าจะออกไปตามจูจื้อโหยวที่นอกเมือง อย่างไรท่านก็ไปมาหาสู่กับจินเยว่ที่จวนอ๋องอยู่บ่อยๆ คนที่จวนอ๋องต้องเชื่อคำพูดของท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”

            เจินซูฮวามองซ่งจินเยว่ก็เห็นอีกฝ่ายแอบส่งสายตาให้ “เดี๋ยวข้าให้คนของข้ากลับไปรายงานที่จวนอ๋อง ส่วนข้าจะนั่งรถม้าไปกับพวกเจ้าด้วย” เจินซูฮวาหันไปสั่งบ่าวรับใช้ “พวกเจ้ากลับไปรายงานที่จวนอ๋องว่าข้ากับท่านหญิงจินเยว่จะไปที่ประตูเมืองฝั่งใต้เพื่อตามฮูหยินของคุณชายรอง หากจวนอ๋องไม่วางใจก็ให้ส่งคนติดตามพวกเราไปที่เมืองฝั่งใต้ได้”

            บ่าวรับใช้ของเจินซูฮวารับคำแล้วออกเดินทางไปที่จวนอ๋องฉีทันที

            ฉินซีหลินไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธจึงได้แต่ตอบรับ นางแอบมองเจินซูฮวาอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ ทำให้เพียงเดินนำหญิงสาวทั้งสองคนไปขึ้นรถม้า “เช่นนั้นเราก็รีบเดินทางกันเถอะ”

            ซ่งจินเยว่ยิ้มแล้วแอบกระซิบกับเจินซูฮวา “อาจารย์ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ข้ายังมีองครักษ์ลับติดตามอยู่อีกสี่คน”

            “ข้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ข้าแค่อยากกันคนของข้าออกไปก่อนเท่านั้น” เจินซูฮวากระซิบตอบ

            บนรถม้า ฉินซีหลินพยายามเชิญซ่งจินเยว่และเจินซูฮวาดื่มชาและทานของว่างที่ตนเตรียมไว้ แต่สองสาวปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าพวกนางทานอาหารมาก่อนหน้านี้แล้ว สองสาวระวังตัวอย่างดีแต่นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่พวกตนระแวงอยู่นั้นไม่ได้อยู่ในอาหารและเครื่องดื่ม แต่ในรถม้ากลับมีเครื่องหอมที่เป็นยาสลบถูกวางไว้ก่อนแล้ว

     

            “พวกมันเริ่มลงมือกันแล้ว คราวนี้เราจะต้องจัดการกับคนของตระกูลฉินให้สิ้นซาก ข้ากับเจ้ารองจะตามไปช่วยโหยวเอ๋อกับคุณชายหลี่หยาง ส่วนเจ้าตามไปช่วยเยว่เอ๋อ จำเอาไว้ว่าอย่าทำอะไรผลีผลาม ความปลอดภัยของนางต้องมาก่อน” ซ่งอี้เซวียนบอกกับอู๋เจี้ยนกั๋ว

            “ข้าทราบแล้วขอรับ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะต้องช่วยเยว่เอ๋อกลับมาอย่างปลอดภัย” อู๋เจี้ยนกั๋วรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป

            “เจ้าก็ไม่ต้องกังวลมากไป องครักษ์ของจวนอ๋องเราฝีมือไม่ธรรมดา ทั้งยังมีองครักษ์มังกรของฝ่าบาทที่ส่งมาช่วยเราอีก จัดการคนพวกนี้ได้หมด ต่อไปจวนของเราก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกันแล้ว” ซ่งอี้เซวียนตบไหล่ฟู่ซีซวน “เราไปกันเถอะ”

            ฟู่ซีซวนพยักหน้ารับ แม้จะรู้ว่าแผนการครั้งนี้พวกเขาวางเอาไว้อย่างรัดกุม แต่ในใจลึกๆ แล้วเขาก็ยังอดที่จะกังวลไม่ได้ ภรรยาของเขาเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ไม่มีวรยุทธ์ไว้ต้องกันตัว และฉินซีหลางยังเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมที่พร้อมจะทำลายคู่ต่อสู้อย่างไม่เลือกวิธี อีกทั้งเขายังจำได้ว่าฉินซีหลางเคยคิดไม่ซื่อกับภรรยาของเขามาก่อน ถึงแม้ฟู่ซีซวนจะร้อนใจมากแค่ไหน แต่เขาก็ได้แต่ต้องสงบอารมณ์เอาไว้ ไม่เช่นนั้นแผนการที่วางเอาไว้ก็จะสูญเปล่า

     

            “พี่ใหญ่ ข้าพาซ่งจินเยว่มาแล้วเจ้าค่ะ” ฉินซีหลินเดินเข้าไปหาพี่ชายอย่างอารมณ์ดี “ทีแรกข้าก็นึกว่าจะเป็นงานยากที่ข้าจะพานางออกมาได้ แต่ดูไปแล้วองครักษ์ของจวนอ๋องก็ฝีมือไม่เท่าไหร่นะเจ้าคะ จนป่านนี้ข้ายังไม่เห็นมีใครตามข้ามาเลยสักคน”

            ฉินซีหลางมองน้องสาวก่อนที่จะมองเลยไปทางด้านหลังของนาง “ข้าให้เจ้าไปพาซ่งจินเยว่มาแค่คนเดียวแล้วเจ้าพาใครมาด้วยอีกคน”

            “อ๋อ...เจินซูฮวาเจ้าค่ะ นางคนนี้แส่ไม่เข้าเรื่อง ความจริงข้าตั้งใจจะปล่อยนางไปแล้ว แต่นางก็เอาแต่จะติดตามซ่งจินเยว่มาให้ได้ ในเมื่อนางเสนอตัวมาเอง ท่านก็มอบนางให้องครักษ์คนไหนของท่านไปก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะใช้โอกาสนี้แก้แค้นนางเสียให้เข็ด พี่ใหญ่ไม่รู้อะไร ตอนที่ข้ายังเรียนอยู่ที่สำนักศึกษา เจินซูฮวามักจะตำหนิข้าให้ข้าได้อับอายผู้อื่นอยู่ทุกวัน คราวนี้ข้าจะทำให้นางอับอายมากกว่าข้าเป็นร้อยเท่าพันเท่า”

            “เจ้าพานางมาอย่างนี้แล้วบ่าวรับใช้ของนางเล่า เจ้าจัดการอย่างไร คงไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้ซ่งอี้เซวียนตามมาถึงเราได้หรอกนะ”

            “ทีแรกเจินซูฮวาคิดว่าตัวเองฉลาดจึงสั่งให้บ่าวรับใช้ไปรายงานที่จวนอ๋องว่าพวกนางเดินทางมากับข้า แต่พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ เพราะข้าให้คนของเราจัดการกับบ่าวคนนั้นแล้ว”

            “นับว่าเจ้ายังจัดการได้ดี เช่นนั้นเจ้าก็ให้คนพาพวกนางไปนอนอยู่อีกห้องหนึ่ง รอให้ข้าจัดการกับจูจื้อโหยวให้เสร็จเสียก่อน จากนั้นข้าค่อยให้คนมาจัดการกับพวกนาง” ฉินซีหลางพูดอย่างกระหยิ่มเมื่อนึกถึงว่าอีกสักครู่เขาจะได้เชยชมสาวงามที่เขาพึงพอใจ

            “แล้วเวลานี้ท่านเอาตัวหลี่หยางไปไว้ที่ไหนหรือเจ้าคะ”

            “อยู่ห้องด้านข้าง” ฉินซีหลางหันไปเตือนน้องสาว “ทางที่ดีเจ้าอย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งของข้า หากแผนการที่ข้าวางเอาไว้ล้มเหลว แม้เจ้าจะเป็นน้องสาว ข้าก็จะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”

            “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ” ฉินซีหลินก้มหน้าซ่อนสายตาไม่พอใจเอาไว้

            ฉินซีหลางมองหน้าน้องสาวอย่างไม่วางใจ แต่เวลานี้เขาไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว เขารีบเดินเข้าห้องที่จูจื้อโหยวนอนสลบอยู่ไปด้วยความตื่นเต้น

            เมื่อเห็นพี่ชายเดินไป ฉินซีหลินจึงเงยหน้าขึ้น “ข้าขออภัยนะเจ้าคะพี่ใหญ่ พอดีข้าอยากแก้แค้นคนที่เคยดูถูกข้าและทำให้ข้าอับอายเช่นกัน”

     

            โดยรอบบ้านพักหลังหนึ่งที่ชานเมืองฝั่งใต้ ซ่งอี้เซวียน ฟู่ซีซวน และอู๋เจี้ยนกั๋ว รวมถึงองครักษ์อีกหลายร้อยคนก็มารวมตัวกัน

            “ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วสองพี่น้องตระกูลฉินจะมานัดเจอกันที่นี่ ข้าก็นึกว่าฉินซีหลางจะฉลาดกว่านี้เสียอีก คิดจะลักพาตัวคนแต่กลับไม่แยกกันเดินทาง แต่ก็ดีเหมือนกัน...เราจะได้ไม่ต้องแยกกำลังคนออกไปให้ยุ่งยาก” ซ่งอี้เซวียนพูดขึ้น “เจี้ยนกั๋ว เจ้าได้สำรวจรอบบริเวณบ้านหลังนี้แล้วหรือยัง”

            “ข้าส่งคนให้กระจายกันออกไปค้นหาในรัศมีสิบลี้นี้แล้วขอรับ” อู๋เจี้ยนกั๋วตอบ 

            “เช่นนั้นก็ดี....” 

            กรี๊ด!

            ซ่งอี้เซวียนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องของสตรีที่ดังมาจากในบ้าน ชายหนุ่มทั้งสามไม่รอช้าอีกต่อไป พวกเขาพุ่งเข้าไปในบ้านพักหลังนั้นอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน