ตอนที่ 22 – สำนึกผิด
วันรุ่งขึ้น ในอาณาเขตที่สาม พันธกรก็ตื่นขึ้นมาจากเตียงเป็คนแรก เขาหันไปมองดูนาฬิกาที่ติดบนผนัง มันยังบอกเวลาตีสี่อยู่เลย ก่อนจะหันไปมองพวกเพื่อนๆ ของเขาที่ยังนอนหลับอยู่ แล้วพันธกรก็ตัดสินใจลุกจากเตียงไปเลย
“อือ...” ปฏิคมได้ยินเสียงพันธกรเคลื่อนไหว เขาก็ลืมตาขึ้นมานิดหน่อย พอเห็นพันธกรตื่นแล้ว เขาก็มองไปทางนาฬิกาบนผนังห้อง “ตีสี่? ไอ้พัน จะตื่นขึ้นมาทำไมวะ?”
“ี้เีนอนแล้ว” พันธกรบอก “ขอฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ”
แล้วปฏิคมก็นอนหลับต่อ ขณะที่พันธกรใช้แปรงสีฟันสีฟันในปาก ก่อนจะคายน้ำทิ้ง แล้วเขาก็เดินลงบันไดมาชั้นล่าง ก็เจอณปภากำลังทำอาหารให้พวกเขาอยู่ ณปภาได้ยินเสียงฝีเท้าของพันธกร จึงหันขวับไปดู
“อ้าว น้องพันใช่ไหม?” ณปภาจำชื่อเขาได้ “ทำไมตื่นเร็วจัง นี่เพิ่งจะตีสี่เองนะ?”
“ผม...ี้เีนอนแล้วน่ะครับ ตาสว่างแล้ว” พันธกรบอกออกมา “คุณน้าภาทำอาหารอะไรอยู่หรือครับ?”
แล้วณปภาก็บอกมื้อเช้านี้ให้กับพันธกร เมื่อเขาได้ฟังก็ถึงกับร้อง เพราะอาหารมีมากมายเหลือเกิน เขาบอกออกมา “อาณาเขตผม อาณาเขตที่แปด ยังไม่เคยมีของกินเยอะแบบนี้เลยครับ”
“อาณาเขตนี้ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์น่ะ” ณปภากล่าวยิ้มๆ ก่อนจะตักแกงใส่ชาม พันธกรรีบเดินเข้าไปจะช่วยถือชามให้ แต่เธอบอกไม่เป็ไร ให้พันธกรออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้านดีกว่า บรรยากาศตอนเช้าตรู่ อากาศกำลังดีทีเดียว พันธกรจึงต้องจำยอมออกไปข้างนอก ทั้งที่จริง เขาอยากจะช่วยเธอเตรียมอาหารเช้า
เขาออกมานอกบ้านของชานนท์ ตอนนั้นฟ้าก็ยังมืดอยู่ พันธกรสังเกตเห็นเสาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก และ้าก็มีอะไรสักอย่างที่เหมือนหลอดไฟอยู่ เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ได้เปิดแสงออกมา เขาคิดว่านี่หรือเปล่า สัญญาณเตือนภัยเวลาข้าศึกบุกเข้ามา? เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะใช่จริงๆ
จากนั้น เขาก็เดินออกไปทางด้านขวาของบ้านชานนท์ แล้วก็คิดจะไปบ้านของพสุเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้พสุตื่นหรือยัง? อาจจะยังนอนหลับอยู่ก็ได้ เขาเดินไปยังบ้านของพสุที่จำทางได้แล้ว ก่อนจะเห็นแม่ของพสุกำลังจัดโต๊ะเตรียมขายของ
“คุณแม่ สวัสดีครับ” พันธกรยกมือไหว้ทักทายเมื่อเห็นแม่ของพสุ แม่ของพสุมองเห็นใบหน้าเขาจากไฟในอาณาเขต เธอก็จำเขาได้ จึงรับไหว้และกล่าวออกมาอย่างยินดี
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ ตื่นเช้านะเราน่ะ” แม่ของพสุบอกออกมา พันธกรก็หัวเราะออกมานิดหน่อย แม่ของพสุกำลังจะจัดตั้งเตรียมขายขนมไทย พันธกรก็จะเข้ามาช่วยด้วย แต่แม่ของพสุบอกให้ไปหาพสุในบ้านดีกว่า
“อ้าว? เขาตื่นแล้วหรือครับ?” พันธกรถาม แม่ของพสุก็พยักหน้าพลางบอก
“ดินเขาตื่นเช้าเป็ประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มาช่วยแม่ตั้งร้านหรอก” แม่เขาบอก “เขาตื่นมาก็อ่านหนังสือเตรียมสอบเลย ท่องแต่หนังสือ แล้วก็พยายามหัดเล่นกีต้าร์ แต่เล่นไม่ได้เื่เลย”
พันธกรหัวเราะออกมา ก่อนจะขอตัวแม่ของพสุเข้าไปในบ้าน เขาเข้ามาในห้องรับแขกก็ไม่พบใคร ก็เลยลองเดินขึ้นไปชั้นสอง ก็พบห้องห้องหนึ่ง เขาลองเคาะประตูดู “ไอ้ดิน อยู่ในห้องหรือเปล่า?”
มีเสียงฝีเท้าตรงมายังประตูทันที แล้วประตูก็เปิดออก พสุมองพันธกรอย่างแปลกใจ “ไอ้พัน” เขาเรียกชื่อพันธกร “มาทำอะไรแต่เช้าเนี่ย? ไม่หลับไม่นอนเหรอ?”
“นายนั่นแหละ ไม่หลับไม่นอนเหรอ?” พันธกรสวนกลับ พสุเลยยิ้มออกมา แล้วก็บอก
“ฉันอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอยู่น่ะ” เขาบอก “วันนี้มีสอบภาษาอังกฤษ”
“เหรอ?” พันธกรมองไปรอบๆ ห้องของพสุ มันดูเรียบร้อยเกินกว่าที่เขาคาดไว้ ทุกอย่างจัดเป็ระเบียบทั้งหมด ทั้งเตียงที่จัดวางผ้าห่มอย่างดี ตู้เสื้อผ้าที่ปิดเอาไว้แล้วก็โต๊ะเรียนหนังสือที่ไม่รกเลย แล้วก็มีกีต้าร์ตัวใหญ่วางอยู่ที่มุมห้องด้วย ต่างกับห้องนอนของเขาลิบลับ ห้องนอนของเขารักเป็รังหนูจนแม่ต้องบ่นอยู่บ่อยๆ
“เออ วันนี้ขอติดไปเรียนด้วยสิ” พันธกรบอกออกมา ทำเอาพสุถึงกับงุนงงขึ้นมาทันที
“นายจะมาเรียนเหรอ?” พสุถามกลับ “แต่วันนี้ห้องฉันสอบภาษาอังกฤษนะ แต่ไม่เป็ไร สอบแค่คาบเดียว คาบที่เหลือก็เรียนได้ นายก็มาเรียนด้วยกันสิ”
“เออ ไปอยู่แล้ว” พันธกรบอก “แล้วที่โรงเรียนในอาณาเขตนี่สอนอะไรบ้างล่ะ?”
พสุเลยบอกวิชาที่อาจารย์สอนออกไป พันธกรก็รับฟัง มันไม่แตกต่างจากโรงเรียนในอาณาเขตของเขาเท่าไหร่นัก มีวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา แล้วก็มีคาบพละด้วย พันธกรบอกกับพสุว่าเขาไม่ค่อยเก่งเื่กีฬา
“เออ ฉันก็ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่หรอก” พสุก็บอกออกมาด้วย “นายยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม? กลับไปอาบน้ำสิ ฉันก็จะอาบเหมือนกัน แล้วเจอกันที่โรงเรียน ใส่ไปรเวทมาก็ได้นะ เขาไม่ได้บังคับให้ใส่แต่ชุดนักเรียน”
“จริงเหรอ?” พันธกรดูจะสนใจขึ้นมาเป็พิเศษ “งั้นฉันกลับก่อนละกัน เจอกันที่โรงเรียนนะ”
พสุจึงโบกมือลาพันธกรจนเขาลงบันไดและออกไปจากบ้าน ตอนนั้น แม่ของพสุก็ตั้งร้านขายของเสร็จแล้ว แม่ของพสุถามพันธกรว่าวันนี้ตอนเย็นจะมาบ้านนี้หรือเปล่า?
“อ๋อ มาแน่นอนครับ มาสอนพสุให้รู้จักการเล่นกีต้าร์” เขาบอกออกมา แม่ของพสุได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา
“กีต้าร์นั่นเป็ของพ่อของเขาที่เสียไปแล้ว” แม่ของพสุเล่าเื่ให้ฟัง “พ่อก็พยายามสอนเขานะ แต่เขาก็เล่นไม่เป็สักที แล้วเธอคิดว่าจะสอนได้เหรอ?”
“ไม่ยากหรอกครับ” พันธกรพูดขึ้น ก่อนจะสวัสดีลา แล้วเดินกลับไปยังบ้านของชานนท์ ตอนนั้นก็ประมาณตีห้าแล้ว เขาเห็นวรรณสาลงมาด้านล่างแล้วก็ช่วยกันกับคุณณปภายกชามมาตั้งเรียงกันบนโต๊ะอาหาร
“อ้าว? พันอยู่นี่เอง” วรรณสายืนเท้าเอว “ไปที่ห้องก็ไม่เจอ นี่ไปไหนมา?”
“ไปหาเพื่อนใหม่ในอาณาเขตน่ะ” พันธกรตอบตามจริง “เออ วันนี้ เราขอติดตัวสาไปเรียนที่โรงเรียนด้วยกันหน่อยสิ”
“หา?” วรรณสาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย “คนี้เีอย่างพันนี่นะ? จะไปเรียนกับเขาด้วย”
“แหม พูดซะ” พันธกรต่อว่าอย่างน้อยใจ “แค่อยากไปเรียนกับไอ้ดิน...หมายถึงเพื่อนที่เพิ่งไปหามาเมื่อกี้น่ะ เราคุยกันถูกคอดี ก็เลยอยากไปเรียนกับมันมั่ง”
“เหรอจ๊ะ?” วรรณสาออกจะโล่งอก นึกว่าพันธกรไปชอบเด็กผู้หญิงคนอื่นที่โรงเรียนเสียอีก ถ้าเป็อย่างนั้นจริง เธอคงรับไม่ได้ “ก็ไปด้วยกันสิ ว่าแต่สาไม่มีชุดเครื่องแบบอ่ะ”
“ไม่ต้องใส่เครื่องแบบไปก็ได้จ้ะ” ณปภาพูดขึ้นมาพลางใช้ผ้าเช็ดมือ “ใส่ชุดไปรเวทก็ได้ ที่นี่เขาไม่ถือ”
“จริงหรือคะ?” วรรณสาดูดีใจขึ้นมาทันที “แล้วที่นี่สอนถึงม.หกไหมคะ?”
พอเช้าอีกหน่อย เวลาหกโมงครึ่ง แสงแดดเริ่มส่องสว่างไปทั่วอาณาเขต ฝ่ายเด็กม.ปลายทุกคนที่นอนหลับกันอย่างเต็มอิ่มแล้วก็ตรงไปอาบน้ำแปรงฟัน ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อแล้วเดินลงมาข้างล่างเพื่อรับประทานอาหาร กมลมองเห็นอาหารมากมายที่วางบนโต๊ะ เธอก็ถึงกับร้องอย่างประหลาดใจออกมา เพราะอาณาเขตที่แปด ไม่ได้มีอาหารมากมายแบบนี้มาก่อน
“มีแต่อาหารหน้าตาไม่รู้จักทั้งนั้นเลย” ชัชชัยว่าขึ้น ก่อนจะหันไปหาณปภา “นี่คืออะไรครับ?” เขาชี้ไปที่แกงใส่ต้มยำกุ้งน้ำข้น ชัชชัยไม่เคยเห็นกุ้งมาก่อน เขาเลยแปลกใจมาก ณปภาก็เลยอธิบายออกไป
“กุ้งเหรอครับ?” ชัชชัยถามขึ้นมาอย่างสงสัย “มันคือตัวอะไรกัน?”
“สัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง กินได้เหมือนกันแหละ อร่อยนะ” ณปภาแก้ความสงสัยของชัชชัย “ลองชิมดูสิ”
แล้วทุกคนก็ยกมือไหว้ขอบคุณณปภาที่อุตส่าห์ทำอาหารให้ทานมากมายขนาดนี้ ณปภาก็รับไหว้อย่างยินดี ก่อนจะบอก “กินกันให้หมดนะ อย่าให้เหลือ แล้วตอนเที่ยงจะมีมื้อใหม่มาอีก รับรองทุกคนต้องชอบแน่ๆ”
แล้วณปภาก็เดินออกจากห้องทานอาหารไป ชัชชัยลองใช้ช้อนกลางตักต้มยำกุ้งน้ำขันขึ้นมากิน พอเขากินเข้าไปก็ถึงกับทำหน้าเหยเก ปฏิคมเลยถามว่าเป็อะไร? อาหารไม่อร่อยหรืออย่างไร?
“เปล่า อร่อยดีหรอก” ชัชชัยตอบคำถามปฏิคม “แต่เผ็ดเป็บ้าเลย แกงอะไรเนี่ย?”
“เออ น้องอย่าบ่นนักเลย” ทรัพย์สินห้ามปรามเอาไว้ “มีอาหารให้กินก็บุญแล้ว”
“นี่ พี่สิน” ชัชชัยกล่าวอย่างหงุดหงิด “ผมก็แค่วิจารณ์ว่ามันเผ็ดเท่านั้นเอง ผมไม่ได้บ่น”
ทรัพย์สินทำท่าจะเถียงชัชชัย แต่ภัทรก็เป็คนประกาศการสงบศึก “เอาล่ะ อย่าทะเลาะกันไปเลยครับ ว่าแต่วันนี้ เราจะทำอะไรกันดี?”
“ฉันจะไปโรงเรียน” พันธกรบอกออกมา ทำเอาทั้งปฏิคม ภัทรและชัชชัยหันมามองเขาเป็ตาเดียว
“แกจะไปโรงเรียน?” ปฏิคมถามออกมา “จะไปทำไม ไหนแกบอกว่าไม่อยากไปไง?”
“ก็...” พันธกรว่าขึ้นมา “อยากจะไปเรียนคู่กับไอ้ดินมัน ไม่ได้อยากเรียนจริงจังอะไรหรอก แต่แค่อยากไปอยู่เป็เพื่อนมันเท่านั้นเอง”
“โห เจอกันไม่ถึงวันก็สนิทกันขนาดนี้แล้วเหรอ?” ภัทรถามออกมา ก่อนจะตักข้าวเข้าปาก “ไปก็ได้ โรงเรียนน่ะ ฉันจะได้ไปเล่นฟุตบอลกับกลุ่มเด็กเมื่อวานด้วย”
“แต่ฉันขอผ่านนะ” ปฏิคมบอกออกมา พันธกรเลยถามว่าเขาจะอยู่บ้านนี้ทั้งวันเลยงั้นหรือ? ปฏิคมก็ปฏิเสธออกมา ก่อนจะบอก
“ฉันอาจจะไปเที่ยวแถวๆ ในอาณาเขตนี้ซะหน่อย” ปฏิคมบอกออกมา “ไปกับไอ้ชัยก็ได้”
“ขอโทษที ฉันจะไปโรงเรียนด้วย”
ชัชชัยบอกออกมา ทำเอาทั้งโต๊ะอาหารมองมาที่เขาเป็ตาเดียว ชัชชัยเห็นดังนั้น เขาก็ถามว่ามีอะไรผิดปกติหรือ? เขาพูดอะไรผิดพลาดออกไปหรือเปล่า?
“เปล่า คิดว่าน้องชัยจะไม่อยากเรียนเสียอีก” ทรัพย์สินบอก “แล้วอะไรทำให้น้องชัยอยากจะไปเรียนที่โรงเรียนล่ะ?”
“จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยอยากจะเรียนหรอก แต่ว่า...” ชัชชัยอยากจะบอกอะไรออกมา แต่อาย เขาเลยไม่กล้าพูดออกมา “คือว่า...”
“มีอะไรก็บอกออกมาเลย” พันธกรว่าขึ้นมา ชัชชัยเลยถอนหายใจก่อนจะตอบคำถามออกไป
“ไอ้เื่จดหมายรักเมื่อวานน่ะ ที่ฉันขยำทิ้งไป” เขาสารภาพออกมา “หลังจากฉันฉีกทิ้งและขยำมันทิ้งไป ฉันเห็นเ้าของจดหมายกำลังดูฉันอยู่ แล้วเธอก็วิ่งออกไปทันทีแบบ...เสียใจมั้ง? ฉันก็เลยอยากจะไปหา แล้วก็ขอโทษ ก็เท่านั้น”
“จดหมายรักเหรอ?” ปราชญาถามขึ้นขณะกินข้าวเข้าไป เขาเคี้ยวข้าวกลืนลงคอก่อนจะพูดออกมา “โห น้องชัยก็ร้อนแรงเหมือนกันนะ แค่มาที่นี่แค่วันเดียวก็โดนสาวจีบแล้ว”
“นี่ ไม่ตลกนะ พี่” ชัชชัยว่าขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาทั้งวงอาหารหัวเราะกันออกมาทันที ชัชชัยเลยยิ่งบอก
“บอกแล้วไงว่าไม่ตลก ผมไม่ได้ชอบเธอ” เขาบอกออกมา แต่ปฏิคมที่หยุดหัวเราะไปแล้วก็เอ่ยขึ้นมา
“แต่นายก็สำนึกผิดนี่ จะไปขอโทษไม่ใช่เหรอ?” ปฏิคมว่าออกมา ชัชชัยถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า
“ฉันรู้นิสัยฉันไม่ดี” ชัชชัยยอมรับออกมาตามตรง “เป็แบบนี้ประจำ พอทำอะไรผิดไป ก็มานึกได้ทีหลัง แล้วก็มาขอโทษในตอนสุดท้ายทุกที เมื่อไหร่นิสัยแบบนี้จะหายไปเสียทีไม่รู้?”
“แกก็ลองทำใจเย็นๆ ดูบ้างสิวะ” ภัทรออกความเห็น “แกลองระงับความโกรธมั่ง”
“ฉันก็พยายามแล้ว แต่ทำได้ยากเหลือเกิน อย่างว่าแหละ” ชัชชัยดูถูกตนเองออกมา “สันดานคนมันเปลี่ยนกันได้ยาก”
ทรัพย์สินถึงกับพูดออกมาทันที หลังจากชัชชัยพูดจบ “เฮ้ย น้องชัย ไปพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก คนเราน่ะ ถ้าคิดจะเปลี่ยนนิสัย มันก็เปลี่ยนได้ ไม่เกี่ยวกับสันดานหรอก”
“ไม่หรอกครับ พี่สิน” ชัชชัยบอกออกมาอย่างเหนื่อยใจ “นิสัยใจร้อนของผมคงฝังลึกลงไปในเซลล์แล้วล่ะ เอ้อ! กินข้าวเสร็จกันหรือยัง? ไม่รู้ที่โรงเรียนเข้าแถวแปดโมงเหมือนที่อาณาเขตเราหรือเปล่า?”
แล้วพันธกร ภัทรและชัชชัยก็ออกเดินทางไปยังโรงเรียนที่เขามาเมื่อวานแล้ว ขณะที่เด็กม.ปลายคนอื่นๆ ต่างก็พักอยู่กับบ้านบ้าง ไม่ก็ออกมาเที่ยวในอาณาเขต ทั้งสามหนุ่มเดินเข้าไปยังเขตโรงเรียนที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็เจอพสุพอดี
“เฮ้!” พสุเห็นพวกพันธกรก่อน เขาเลยเรียกทั้งสามคน “ทางนี้ๆ”
“นายบอกว่าวันนี้มีสอบภาษาอังกฤษ” พันธกรบอกออกมา ทำเอาภัทรกับชัชชัยงุนงง
“สอบเหรอ?”
“อ๋อ ใช่” พสุบอกแก่ชัชชัยและภัทรว่าวันนี้มีสอบภาษาอังกฤษ แต่เดี๋ยวก็จะมีคาบเรียนต่อ ให้พวกเขาเข้ามานั่งเรียนด้วยกันก็ได้ ส่วนภัทรที่อยากมาเตะฟุตบอลเฉยๆ ก็บอกแก่พสุไปอย่างนั้น
“อ๋อ ได้สิ วันนี้มีเรียนคาบพละ มีรุ่นพี่ม.หกคนหนึ่งชื่อพี่เบิ้ม เขาเล่นฟุตบอลเก่งมากๆ เลยแหละ” พสุบอกออกมาอย่างยินดี “ภัทรน่าจะเล่นเก่งเท่าๆ กับเขา”
“จริงเหรอ? อยากลองดูแล้วสิ ว่าจะเก่งจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า?” ภัทรเอ่ยขึ้นมาอย่างสนใจ เขาอยากเตะบอลเต็มแก่แล้ว “แล้วคาบพละนั่นอยู่ตอน่เวลาไหนล่ะ?”
จากนั้นก็มีพิธีเคารพธงชาติเกิดขึ้นพร้อมกับสวดมนต์ เป็เหมือนที่โรงเรียนในอาณาเขตแปดทุกอย่าง ก่อนที่อาจารย์จะขึ้นมาอบรมสักพักแล้วปล่อยนักเรียนเข้าห้อง ในตอนนั้น พันธกรก็ไม่รู้จะทำอย่างไร? พสุเลยบอกให้เขาไปห้องสมุดก่อนก็ได้ ถ้าสอบภาษาอังกฤษเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะมาตามให้ไปเรียนด้วยกัน
“เออ ฝากด้วยนะ” พันธกรพูดยิ้มแย้ม “ว่าแต่ห้องสมุดอยู่ตรงไหนกันล่ะ?”
พสุจึงบอกทางแก่พันธกร ในตอนนั้นเอง ชัชชัยก็ถามพสุขึ้นมา “เอ่อ นายรู้จักเด็กสาวม.ต้นที่ชื่อสุคนธาไหม?”
“สุคนธาเหรอ?” พสุพยายามนึก ก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะ “อ๋อ นึกออกแล้ว น้องเขาอยู่ม.สามทับห้า มีอะไรเหรอ?”
“เอ่อ คือ...” ชัชชัยไม่อยากจะพูดเลย ภัทรเลยเป็ฝ่ายพูดแทน โดยที่ชัชชัยห้ามเอาไว้ไม่ทัน
“น้องเขาส่งจดหมายรักมาให้ไอ้ชัยน่ะ” ภัทรอธิบายออกไป “แต่ไอ้ชัยดันฉีกทิ้งซะงั้น แล้วน้องเขาก็เสียใจ มันก็เลยอยากมาขอโทษ เท่านั้นเอง”
“ไอ้ภัทร” ชัชชัยกล่าวขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ใครอนุญาตให้เล่าเื่ฉันให้คนอื่นฟัง?”
ภัทรก็ทำท่ายักไหล่อย่างไม่สนใจ ฝ่ายพสุก็บอกออกมา “คนอื่นที่ไหนกันเล่า? เพื่อนกันแท้ๆ...เออ เอางี้ พอเรียนเสร็จ ฉันจะพานายไปหาน้องเลยดีไหม? น้องเขาทำกิจกรรม กลับบ้านช้าอยู่แล้ว”
ชัชชัยชักจะไม่อยากเจอหน้าเ้าของจดหมายหรืออีกชื่อคือสุคนธาเสียแล้วสิ แต่เขาก็รู้สึกผิดจริงๆ เลยอยากจะขอโทษ เขาเลยพยักหน้าออกไป
“เออ เดี๋ยวจะพาไปหา” พสุบอก ก่อนจะหันมาทางพันธกร “เดี๋ยวฉันขึ้นห้องก่อนนะ แล้วจะไปตามนายที่ห้องสมุด ให้ชัยไปด้วยก็ได้ ส่วนภัทร ถ้าอยากเล่นฟุตบอลก็เล่นไป คาบพละมีั้แ่่เช้า”
หลังจากพูดจบ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง ภัทรไปลงเล่นฟุตบอล พสุก็ไปสอบภาษาอังกฤษ ส่วนพันธกรกับชัชชัยก็มาที่ห้องสมุด ชัชชัยถอยหายใจออกมา ไม่รู้จะอ่านอะไรดี? ปกติเขาก็ไม่ใช่คนชอบอ่านอยู่แล้ว
“แกสำนึกผิดจริงๆ เหรอ?” พันธกรถามชัชชัยขึ้นมา ทำเอาชัชชัยจะต่อว่าพันธกร แต่เขาก็สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ ก่อนจะพูดปกติ
“ใช่สิ” ชัชชัยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ไม่ได้กล่าวอะไรไม่ดีกับพันธกรออกไป “ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรทำแบบนั้น ถ้าฉันเจอน้องเค้า ฉันจะขอ...”
แล้วชัชชัยก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเจอเด็กสาวคนเมื่อวาน คนที่ให้จดหมายเขาหรืออีกชื่อคือสุคนธา กำลังเดินถือหนังสือตรงมา พอสุคนธาเห็นชัชชัย เธอก็อ้าปากค้างเช่นกัน แล้วก็รีบวางหนังสือลงบนโต๊ะ
“สะ สวัสดีค่ะ” เธอพูดออกมาเสียงสั่นและไม่กล้าสบตาชัชชัย “คือว่า... เอ่อ”
เธอพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่อยากจะมีเื่ที่พูดเยอะแยะ แต่กลับพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น ฝ่ายชัชชัยก็เหมือนกัน เขาอยากจะขอโทษ แต่คำพูดนั้นกลืนลงท้องไปแล้ว เขาเอ่ยขึ้นมา
“เอ่อ น้องชื่อสุคนธาใช่ไหม?” ชัชชัยถาม ทำเอาอีกฝ่ายรีบก้มหลบสายตามองพื้น ชัชชัยถอนหายใจออกมาพลางเอามือเกาศีรษะของตัวเองที่ผมเริ่มยาวแล้ว
“ค่ะ” สุคนธายอมรับแต่โดยดี ชัชชัยถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าพูดออกมา
“คือ พี่ขอโทษนะที่ไปฉีกจดหมายน้องทิ้ง” ชัชชัยพูดพลางยกมือเกาศีรษะอีกครั้ง “พี่ผิดเอง”
สุคนธาได้ยินอย่างนั้น เธอก็ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองชัชชัย แล้วก็บอกออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี “พี่มาขอโทษหรือคะ?”
“ใช่” ชัชชัยบอกออกมา “มีอะไรน่าแปลกใจเหรอ?”
“หนูคิดว่าจะจีบพี่ไม่สำเร็จแล้ว” สุคนธาว่าออกมาอย่างดีใจ “ดีใจจัง ในที่สุด พี่ก็สนใจหนูบ้าง”
ชัชชัยถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย พันธกรมองไปที่ทั้งสองคน ก่อนจะบอกออกมาว่า “เออ ฉันไปหาหนังสือกลยุทธ์การรบอ่านดีกว่า นายคุยกับน้องไปนะ”
“ไอ้พัน” ชัชชัยจะเรียกพันธกร แต่พันธกรก็เดินเลี่ยงไปแล้ว เพราะเขาอยากให้ชัชชัยกับสุคนธาอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น ฝ่ายสุคนธาที่ได้ยินว่าชัชชัยมาขอโทษ เธอก็ดีใจอย่างมากจนอยากจะะโโลดเต้นเลยทันที
“พี่ชื่ออะไรคะ?” สุคนธาถามออกมา ชัชชัยทำหน้าเบื่อนิดหน่อย ก่อนจะบอก
“ชัชชัย”
“งั้นหนูเรียกพี่ชัยอย่างเดียวได้ไหม?” สุคนธาถามยิ้มๆ วันนี้ เธอก็ถักเปียสองข้างมาเหมือนเดิม ฝ่ายชัชชัยที่หน้าแดงอย่างเขินอายก็บอกออกมา
“แล้วแต่”
“เรียกหนูว่าธาเฉยๆ ก็ได้ นั่นชื่อเล่นหนู” สุคนธาจู่ๆ ก็ยื่นมือเข้ามาจับแขนของชัชชัย ทำเอาชัชชัยถึงกับใ แต่เขาก็ไม่กล้าสะบัดแขนเธอออก เพราะกลัวเธอจะเสียใจอีก จึงปล่อยเลยตามเลย
“พี่มาที่ห้องเรียนหนูสิ” สุคนธาว่าออกมา แต่แล้วก็ต้องแก้คำพูดตัวเอง “แต่พี่น่าจะไม่ใช่เด็กม.ต้นใช่ไหมคะ? คงเข้ามาเรียนด้วยกันไม่ได้หรอก”
“ใช่ พี่อยู่ม.สี่แล้ว” ชัชชัยตอบพลางมองไปที่มือของสุคนธาที่จับแขนเขาไว้ สุคนธาพอเห็นดังนั้น เธอก็รีบเอามือออก ชัชชัยเลยได้แขนคืนมาเหมือนเดิม
“หนูอยู่ม.สาม” เธอบอกเขา ฝ่ายชัชชัยเองก็รู้อยู่แล้ว เขาเลยบอกออกมา
“เอาล่ะ หมดธุระละ” เขาบอกออกมา “พี่มาขอโทษน้องแล้ว ถือว่าหายกันแล้วนะ”
“แหม เดี๋ยวสิคะ” สุคนธาเรียกเขาเอาไว้อีกครั้ง ทำเอาชัชชัยต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“มีอะไรอีก?”
“วันนี้ เลิกเรียน ให้หนูพาเที่ยวในอาณาเขตดีไหม?” สุคนธาอาสาขึ้นมา “เราไปเดินห้างสรรพสินค้ากัน ห้างติดแอร์ด้วยนะ แล้วก็มีของให้เลือกซื้อเลือกใช้มากมายทีเดียว”
“ขอโทษ แต่พี่ไม่มีเงินสักบาท” ชัชชัยบอกออกมา แต่สุคนธาส่ายหน้า
“ให้หนูออกให้ก็ได้พี่ พี่อยากกินอะไรก็บอกหนู หนูจะซื้อให้ แต่อย่าแพงมากนักนะคะ” สุคนธาบอกเขาด้วยรอยยิ้มอันสดใส ทำเอาชัชชัยเขินจนหน้าแดงอีกครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็บอก
“อ๊ะๆ ไปก็ได้” ชัชชัยจำต้องยอมตามคำขอของสุคนธา “แต่เดินแค่ชั่วโมงเดียวพอนะ”
“ค่า” สุคนธาว่าพลางยิ้มออกมา “แค่ชั่วโมงเดียวกับพี่ก็เพียงพอแล้ว สำหรับหนู ขอบคุณมากนะคะ พี่ชัย”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ต่างกับฝ่ายชัชชัย แต่ถึงเขาจะแสดงออกมาเ็าแบบนั้น แต่ในใจเขาจริงๆ ก็ดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนมาชอบเขาเหมือนกัน เขาเลยบอกออกไป
“อืม แล้วพี่จะรอให้น้องเรียนให้จบก่อนก็ได้” ชัชชัยว่า “ว่าแต่น้องมีกิจกรรมต้องทำไม่ใช่เหรอ?”
“เอาเื่นั้นไว้ทีหลังก็ได้ค่ะ” สุคนธาบอกออกมาอย่างดีใจสุดๆ “ไปเที่ยวกับพี่ก่อนดีกว่า ก่อนที่จะไม่มีเวลา”
ชัชชัยจำต้องยอมให้แก่สุคนธา แล้วสุคนธาก็ขอยืมหนังสือก่อนจะเดินออกไปจากห้องสมุด ก่อนจะออกไป เธอก็โบกมือลาชัชชัยด้วย พอเธอออกไป ฝ่ายชัชชัยก็ส่ายหน้าออกมา
“รื่นเริงจริงๆ” เขาพูดกับตัวเอง “ต่างกับเราลิบลับ”