ลมหนาวปลายเดือนธันวาคมพัดกรูไปตามทางเดินในซอยเปลี่ยวที่ทอดยาวสู่คอนโดเก่าแถบชานเมือง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว นัยตากลมโต ที่ถูกปิดทับด้วยแว่นสายตา ใส่เสื้อคลุมตัวเก่า มือหนึ่งถือถุงของขวัญ ที่จับฉลากได้จากงานเลี้ยงปีใหม่ ที่แสนน่าเบื่อ เขาเดินฝ่าความเหน็บหนาวอย่างเงียบ ๆ ปีนี้หนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เหนือศีรษะ พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางฟ้า สีเงินนวลเย็นตาชวนให้บรรยากาศยิ่งเยือกเย็นและเงียบเหงา
เขาเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงที่ไม่ได้สนุกอย่างที่ใคร ๆ คิด การอยู่ท่ามกลางเสียงเพลงเสียงหัวเราะและบทสนทนาฉาบฉวย ไม่ได้ทำให้หัวใจอุ่นขึ้นเลยสักนิด
"อีกนิดเดียวก็ถึงห้องแล้ว..."
นทีพึมพำกับตัวเอง พลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อมองตรงไปข้างหน้า บริเวณริมทางเท้าข้างพุ่มไม้ ก้อนเล็ก ๆ สีขาวขดตัวอยู่กลางพื้นซีเมนต์ที่เย็นจัด ขนสีขาวนวลกระพือเบา ๆ ตามแรงลม ดวงตาปิดแน่นเหมือนกำลังอดทนต่อความเ็ป
กระต่าย?
เขาไม่ได้ตาฝาด แต่กระต่ายมาจากไหนนทีขยับเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขานั่งยองๆลงตรงหน้าเ้าตัวน้อยทันที ตัวมันเล็กพอ ๆ กับลูกแมว นอนซุกตัวนิ่ง ๆ มีรอยเปื้อนเืจาง ๆ ที่ขนสีขาวบริเวณขาหลัง
"เฮ้...เ้าหนู!!"
เสียงนทีสั่นเล็กๆ ไม่รู้เป็เพราะความหนาว หรือเพราะความสงสารที่เริ่มก่อตัวขึ้นมือที่เย็นเฉียบจากอากาศหนาวค่อย ๆ เอื้อมออกไปแตะข้างตัวกระต่ายน้อยอย่างเบามือ
มันยังหายใจอยู่ แ่เบาแต่ยังพยายามสูดอากาศเข้าปอดเล็ก ๆ ของมัน นทีเงยหน้ามองรอบตัว ทั้งซอยเงียบสนิท ไม่มีใครเลยในเวลานี้ ไม่มีแม้แต่เสียงรถวิ่งผ่านมา หรือมันหลุดออกมาจากบ้านใครแถวนี้หรือเปล่า
"ทำไงดีวะ!?"
เขาพึมพำ ก่อนตัดสินใจถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ห่อกระต่ายน้อยด้วยมือที่สั่นไหว แล้วลุกขึ้นอุ้มมันแนบอก ลมหายใจของเ้าตัวเล็กอุ่นจาง ๆ ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ราวกับเตือนให้นทีรู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่
"ดึกขนาดนี้คลีนิกสัตว์ ยังมีเปิดอยู่มั้ยนะ"
เขารำพึงกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจอุ้มมันตรงไปยังคลีนิกสัตว์ ที่เขาเคยเห็นผ่านตา ตอนไปทำงาน ใช้เวลาเดินราวสิบห้านาทีก็ถึง และโชคยังดี ที่เขากำลังจะปิดทำการพอดี ประตูคลีนิกสัตว์บานเล็ก ๆ ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ เมื่อเขาผลักประตูเข้าไป
ภายในคลีนิกมีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อน ๆ จากหลอดไฟเพดาน กับกลิ่นสะอาดจาง ๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อ เสียงเครื่องฟอกอากาศฮัมเบา ๆ อยู่ที่มุมห้อง พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าเงยหน้าขึ้นจากเคาน์เตอร์ รอยยิ้มอ่อนล้าเพราะใกล้เวลาร้านปิดแล้ว แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มที่โผล่มาพร้อมกับห่อผ้าที่มีอะไรบางอย่างขยุกขยิกอยู่ด้านใน เธอก็รีบลุกขึ้นทันที
"มารับการรักษาหรอคะ?"
เธอถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็กระตือรือร้นก่อนจะรับ่ต่อ อุ้มเ้าตัวน้อยจากอ้อมแขนเขาอย่างเบามือ ดวงตาเธออ่อนโยน ในแบบที่คนรักสัตว์มักจะมี
"กระต่ายครับ...าเ็ที่ขา ผมเจอมันตรงข้างทาง ไม่รู้มันโดนอะไรมา"
"ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวให้คุณหมอตรวจให้...ตามฉันมาทางนี้เลยนะคะ"
นทีรีบก้าวตามเธอไป ภายในห้องตรวจไม่ใหญ่มากนัก มีโต๊ะสแตนเลสเงาวับวางอยู่กลางห้อง กลิ่นยาฆ่าเชื้อแรงขึ้นอีกนิด หญิงสาววางเ้ากระต่ายลงบนโต๊ะอย่างระวัง ก่อนกดปุ่มเรียกสัตวแพทย์ ไม่ถึงสองนาที คุณหมอสาวร่างเล็ก ใส่เสื้อกาวน์ยับนิด ๆ ก็รีบเดินเข้ามา เธอถลกแขนเสื้อขึ้นพลางหยิบถุงมือ
"กระต่ายเหรอคะ?"
เธอถามขณะโน้มตัวลงตรวจคลำเบาๆ ตามลำตัว เล็กๆ ของมันอย่างละเอียด
"ครับ...ขาหลังมันเหมือนาเ็ แล้วก็ตัวมันเย็นมากเลย" นทีตอบพลางกอดอกมองไม่วางตา
"โชคดีนะคะที่พามาทัน น่าจะโดนของมีคมบาด แต่ไม่ลึกมาก ยังพอรักษาได้ ไม่ถึงกับกระดูกหักค่ะ แค่เสียเืกับหนาวจัด ทำให้ร่างกายอ่อนแรง"
ได้ยินดังนั้น นทีค่อยหายใจโล่งอกนิดหนึ่ง เขาเผลอพึมพำเบา ๆ
"ดีแล้ว...โชคดีจริง ๆ..."
หมอสั่งพนักงานให้เตรียมกล่องอุ่นร่างกายสำหรับสัตว์เล็ก พร้อมยาปฏิชีวนะระหว่างรอ นทีนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ข้างผนัง ปล่อยให้ความอ่อนล้าแผ่ซึมเข้ามาในตัวอย่างช้า ๆ บนโต๊ะ เขามองเห็นกระต่ายตัวน้อยถูกทำแผลอย่างเบามือ ขนขาว ๆ ยังสะอาดสวยอยู่ แม้จะมีรอยเืจาง ๆ ติดข้างขา จู่ ๆ ดวงตากลมโตที่หลับสนิทก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น ช้า ๆ...
นทีสบตากับมัน...วินาทีสั้น ๆ ที่รู้สึกแปลกประหลาด ราวกับกระต่ายตัวนี้กำลังพูดบางอย่างกับเขาโดยไม่ต้องใช้คำพูด เขาสบัดหน้าไปมา เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะมึน จากฤทธิ์ของเบียร์ที่ดื่มมาจากงานเลี้ยง
"โอเคค่ะ เรียบร้อยแล้ว"
เสียงคุณหมอดังขึ้นเบา ๆ ทำลายความเงียบ พร้อมกับยิ้มบาง ๆ อย่างใจดี เธอค่อย ๆ วางกระต่ายตัวน้อยที่ตอนนี้พันผ้าไว้ตรงขาหลังลงในกล่องพลาสติกใสที่บุผ้าขนนุ่มด้านในไว้สำหรับให้ความอบอุ่น
"ตอนนี้ขาหลังมีแผลเล็กน้อย ฉันทำความสะอาดและใส่ยาฆ่าเชื้อให้แล้วนะคะ" หมออธิบายช้า ๆ
"ส่วนอาการตัวเ็าจากอากาศหนาว ตอนนี้เริ่มดีขึ้น เพราะได้อยู่ในที่อุ่นแล้ว แต่คุณต้องดูแลใกล้ชิดอีกสองสามวันนะคะ"
นทีลุกขึ้นมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะ พยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ
"ดูแลยังไงบ้างครับ?"
"ง่าย ๆ ค่ะ ต้องให้อยู่ในที่อุ่น ไม่โดนลมเย็นจัด อย่าให้ะโหรือเดินเยอะจนเพราะแผลที่ขาจะปริ แล้วก็คอยดูแผลว่ามีอาการบวมแดงไหม ถ้ามีกลับมาพบหมอได้เลย"
"ยาให้กินครั้งละเม็ดผสมน้ำ หรือบดผสมอาหารได้นะคะ วันละครั้ง หลังอาหาร"
เธอส่งกล่องยาพร้อมใบแนบวิธีใช้ให้เขา นทีมองกระต่ายตัวน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในกล่อง อย่างวิตกกังวล เพราะไม่มั่นใจว่าจะดูแลมันได้ดีพอหรือเปล่า
"แล้ว...ค่ารักษาเท่าไหร่ครับ?"
เขาถามออกไปในที่สุด พนักงานสาวตรงเคาน์เตอร์ที่ยืนรอฟังอยู่แล้ว รีบตอบพลางยิ้มให้
"รวมค่ารักษา ค่าเวชภัณฑ์ ค่ายากลับบ้าน ทั้งหมด 800บาทค่ะ"
นทีล้วงกระเป๋า หยิบกระเป๋าสตางค์ผ้ารุ่นเก่า ๆ ออกมา ภายในมีธนบัตรอยู่ไม่กี่ใบและเหรียญอีกเล็กน้อย โชคดี... ยังพอมีเงินจ่ายอยู่ เขาส่งเงินสดให้ พร้อมกับรับใบเสร็จเรียบร้อย
"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตมันไว้"
หมอสาวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มจริงใจ ก่อนจะเอื้อมมือแตะกล่องเบา ๆ ราวกับอวยพรให้เ้าตัวน้อย นทียิ้มตอบบาง ๆ ก่อนจะก้มลงมองกระต่ายอีกครั้ง
"ไปกันเถอะ..."
เขาพึมพำเหมือนพูดกับตัวเองเบา ๆ แล้วอุ้มกล่องพลาสติกที่มีผ้าห่มและเ้าก้อนขาวตัวน้อยแนบอก เดินฝ่าความหนาวออกจากคลินิก ลมเย็นๆพัดปะทะใบหน้า เขากระชับกล่องในอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ร่างเล็กขนนุ่มในนั้นขยับหัวนิด ๆ ราวกับรับรู้
ใต้แสงไฟถนนที่ส่องสลัว เงาของเขากับกล่องใบนั้นทอดยาวเคียงกันไปบนพื้นฟุตบาทไม่รู้ว่าเขา คิดผิดหรือคิดถูก ที่ตัดสินใจช่วยเ้านี่เอาไว้ เพราะลำพังเงินเดือนฟรีแลนซ์ก็เอาแน่ เอานอนไม่ได้ ยังจะหาภาระมาเพิ่มอีก
"ไอ้ทีเอ้ย!"
"มาอยู่ด้วยกัน ก็อย่าดื้อ อย่าซนล่ะ เข้าใจมั้ย"
นทีก้มพูดเบาๆกับเ้าขุนปุยที่อยู่ในกล่องมันหลับสนิท ไม่รู้จะรับฟังที่เขาพูดหรือเปล่า เมื่อกลับมาถึงคอนโด นทีใช้ไหล่ดันประตูห้องเปิดออก มืออีกข้างยังอุ้มกล่องพลาสติกแนบอกไว้อย่างระวัง
ห้องเล็ก ๆที่เขาอยู่มาั้แ่สมัยเรียนมหาลัย จนตอนนี้ อายุย่างเข้า 27 ปีแล้ว นทีชอบที่มันเงียบสงบ และไม่วุ่นวายที่สำคัญเขาเพิ่งจะผ่อนมันหมดได้ไม่นานภายในห้องถูกแบ่งออกเป็สองโซน ห้องนอนกับห้องโถง มีห้องน้ำเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ที่มุมหนึ่ง และระเบียงแคบ ๆ ด้านนอกที่เขามักจะออกไปยืนดูพระจันทร์เวลารู้สึกเบื่อ ๆ
เขาค่อย ๆ วางกล่องลงบนพรมกลางห้อง เ้าก้อนขาวนุ่มในกล่องกระดิกหูเล็กน้อย ขยับตัวช้า ๆ ดวงตากลมโตมองสำรวจรอบห้องด้วยแววตาระแวดระวัง
นทีเดินไปหยิบถุงของขวัญที่วางไว้ข้างประตู เป็ของจับฉลากจากงานปีใหม่ที่เขาได้มาเมื่อคืน ก่อนจะกลับมาหย่อนตัวนั่งลงใกล้กล่องที่ใส่เ้าตัวน้อย
“ไหนดูซิ ว่าปีนี้จะได้อะไร”
เขาแกะกล่องของขวัญสีแดงช้า ๆ ข้างในเป็ช็อกโกแลตยี่ห้อเดิม แบรนด์เดียวกับทุกปี จนทีถอนหายใจออกมา เขาแกะห่อหนึ่งโยนเข้าปาก เคี้ยวไปพลางเหลือบตามองเ้าตัวน้อยที่ยังนอนขดอยู่ในกล่อง
“อยู่ดี ๆ นะ รู้มั้ย…พรุ่งนี้ฉันต้องไป
ทำงาน แกอยู่ตัวเดียวได้ใช่มั้ย”
เขาพูดกับมันราวกับมันจะฟังเขารู้เื่นทีเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนัง เข็มยาวเกือบแตะเลขสิบสอง อีกสิบห้านาทีเที่ยงคืน เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้น เดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ แล้วกลับออกมาทิ้งตัวลงบนเตียง
กลิ่นหอมจาง ๆ ของอะไรบางอย่างลอยอบอวลอยู่ในห้อง แสงไฟสลัวที่หัวเตียงดับลงพร้อมกับเปลือกตาของเขาที่ค่อยๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ ไม่นานนัก ความเหนื่อยล้าก็พาให้เขาหลับสนิทลงไป โดยไม่ทันรู้เลยว่า.. คืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายของชีวิตแบบเดิมที่เขาเคยรู้จัก