ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 5 บทที่ 126 จูซือเหลียง

    บทที่126 จูซือเหลียง

         เย่จื่อเฉินมั่นใจว่าผู้หญิงที่ชื่อหลิวเชียนเชียนคนนี้ต้องเป็นลูซี่คนนั้นที่เขารู้จักแน่นอน

         ตลอดทางสายตาของเขาไม่ละออกจากตัวเธอสักนิด ซึ่งอีกฝ่ายก็เช่นเดียวกัน

         “เย่จื่อ พวกนายนี้ชักช้าจริงๆ เลย ฉันรอตั้งนาน”

         พอมาถึงงาน ซูอี้อวิ๋นก็เดินยิ้มร่ามารับหลิวเชียนเชียนที่ได้เห็นเขาก็เลี่ยงไปหลบอยู่ด้านหลังทันที

         “ลูซี่มาด้วยกันได้ยังไงน่ะ”

         ลูซี่!

         ความรู้สึกของหลิวเชียนเชียนแทบจะพังทลายแล้ว

         ทำไมช่วงนี้ถึงได้โชคไม่ดีขนาดนี้นะผู้ชายสองคนที่ขอให้เลี้ยงเหล้าที่ผับวันนั้นดันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิงทั้งคู่แถมยังรู้จักรูมเมทเธออีก

         ทันใดนั้นสายตาของซูเหยียนที่มองไปยังหลิวเชียนเชียนก็ดูแปลกใจขึ้นมา

         เย่จื่อเฉินจึงคว้าเอาโอกาสนี้ซ้ำเติมเธออีกที

         “อย่าพูดมั่วสิ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูซี่คนที่เจอเราแล้วขอให้เลี้ยงเหล้าที่ผับคนนั้นหรอกนะ เธอชื่อหลิวเชียนเชียนเป็นดาวมหาลัยของมหาลัยเรา”

         ตอนที่พูดประโยคนั้น เย่จื่อเฉินจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ผับ’ ‘เลี้ยงเหล้า’ และ ‘ลูซี่’ ลงไปในคำที่พูดด้วย

         หลิวเชียนเชียนมองค้อน ก่อนจะพูดขึ้น

         “เอาล่ะๆ ฉันก็คือลูซี่นั่นแหละ พอใจหรือยัง? จริงๆ เลย ทำไมต้องมาเจอผู้ชายใจแคบอย่างนายด้วยเนี่ย”

         “ฉันใจแคบเหรอ!”

         เย่จื่อเฉินโกรธจนกระทืบเท้า ถ้าความรู้สึกของเขาไม่ผิดดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ช่วยผู้หญิงคนนี้เอาไว้แค่ครั้งเดียว

         แล้วมาว่าเขาใจแคบเนี่ยนะ

         “เอาน่า ทุกคนก็เพื่อนกันทั้งนั้น”

         ซุนอี้เกอที่นิ่งไม่พูดอะไรมาตลอดแทรกขึ้นมาทันที เย่จื่อเฉินจึงกลอกตาใส่หลิวเชียนเชียนแล้วพูดเสียงห้วน

         “ในเมื่อหัวหน้าห้องพวกฉันพูดมาขนาดนี้แล้ว ฉันจะไว้หน้าเธอก็แล้วกัน”

         “เชอะ! ใจแคบ” พูดจบเธอก็พุ่งเข้าไปพูดพึมพำอยู่ข้างซูเหยียน “ซูเหยียนผู้ชายคนนี้ใจแคบชะมัดเลย เธอไม่ต้องไปคบกับเขาหรอก”

         “เธอเป็นบ้าหรือไงเนี่ย!”

         หลิวเชียนเชียนหันมามองเขา แล้วแลบลิ้นปลินคาใส่ ก่อนจะพูดขึ้น

         “นายไม่ต้องยุ่ง!”

         “...”

         ทุกคนที่อยู่รอบตัวรีบดึงเย่จื่อเฉินไว้ทันทีเขาทำได้แค่ตีหน้าบึ้งตึง แต่กลับโกรธจนเนื้อตัวสั่น

         “หยางอี่ฉือมาแล้ว!”

         รถตู้สีดำคันหนึ่งจอดที่หน้าประตูทางเข้าหลักของสนามกีฬาพอดี พร้อมกับชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่ในมือถือช่อดอกไม้ก็พากันกรูเข้าไปรุมล้อมทันที

         ปัง!

         ทันใดนั้นบริเวณด้านนอกสนามกีฬาก็ได้มีการจุดพลุดอกไม้ไฟขึ้นมาโดยไม่มีใครรู้มาก่อน

         บนหน้าจอแอลอีดีนอกอาคารสำนักงานธุรกิจหรูหรา ตรงข้ามกับสนามกีฬาก็มีตัวอักษรหลายตัวปรากฏขึ้น

          ‘หยางอี่ฉือ แต่งงานกับผมนะ’

         “ว้าว โรแมนติกจังเลย”

         เซี่ยเขอเข่อยกมือสองข้างกุมแก้มแล้วอุทานขึ้นผู้หญิงหลายคนที่อยู่รอบๆ ก็มองทุกอย่างตรงหน้าด้วยสีหน้าอิจฉา

         ผู้หญิงต่างก็ชอบความโรแมนติกแต่ผู้ชายแบบเย่จื่อเฉินหลายคนกลับเบ้ปาก

         “เวอร์ชะมัด”

         “เอาใจสื่อหนักเชียว”

         “มีประโยชน์ตรงไหนเนี่ย เปลืองเงินจะตาย”

         ดูเหมือนว่าหยางอี่ฉือจะเคยชินกับการทำอะไรแบบนี้แล้ว เธอค่อยๆเดินฝ่าฝูงชนออกมา ท่ามกลางการคุ้มกันของบอดี้การ์ดนับสิบคน

         แต่ตรงปลายแถวของกลุ่มคนมีผู้ชายหล่อเหลาในชุดสูทสีฟ้ายืนถือช่อดอกกุหลาบรออยู่

         “คุณมาแล้ว”

         หยางอี่ฉือหยุดยืนมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่แฝงไว้ด้วยปลาบปลื้มใจมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ผู้ชายที่ยืนคอยอยู่ข้างหน้าคนนั้นก็ได้เดินเข้าไปหาเธอด้วยรอยยิ้มละมุน

         “ฉันมาแล้ว”

         แต่ทว่า หยางอี่ฉือที่เมื่อครู่นี้หยุดยืนนิ่งกลับเดินเฉียดไหล่เขาไป

         ผู้ชายคนนั้นที่โดนหยางอี่ฉือเมินมีสีหน้าชะงักค้าง เมื่อหันกลับไป ก็พบว่าเธอได้เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเย่จื่อเฉินแล้ว

         “ฉันคิดว่านายจะไม่มาซะแล้ว”

         ไม่ว่าจะเป็นคนที่มากับเย่จื่อเฉิน หรือว่าจะเป็นแฟนคลับที่อยู่รอบๆต่างกระซิบกระซาบกัน

         คังเผิงปลีกตัวออกไปโดยอัตโนมัติส่วนซูอี้อวิ๋นก็ดึงพวกซูเหยียนให้ถอยออกมา

         ชั่วพริบตาเดียวภายในวงล้อมของบอดี้การ์ดก็เหลือแค่เย่จื่อเฉินกับหยางอี่ฉือเพียงสองคน

         “พูดสิ นายเป็นใบ้เหรอ”

         ในน้ำเสียงของหยางอี้ฉือแฝงไว้ด้วยความร้อนใจจางๆ เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากและยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย

         “เอ๊ะ ฉันไม่ได้ดูผิดใช่ไหม เขาใช่เย่จื่อเฉินหรือเปล่า?”

         “ดูเหมือนจะใช่”

         “เย่จื่อเฉิน เน็ตไอดอลที่ดังมากในช่วงนี้ใช่ไหมเขากับหยางอี่ฉือรู้จักกัน…”

         วิดีโอวันงานเลี้ยงฉลองครบรอบมหาวิทยาลัยของเย่จื่อเฉินโด่งดังในเว่ยป๋อมากจริงๆ ครองอันดับฮอตเสิร์ชมานานถึงครึ่งเดือนต่อให้ไม่อยากดังก็ยากแล้ว

         แฟนคลับที่อยู่รอบๆ เริ่มจำเขาได้ บางคนยังพูดถึงข่าวที่ทั้งคู่แอบนัดกันที่ร้านกาแฟเมื่อช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย

         “ทำความรู้จักกันหน่อยสิ ผมจูซือเหลียง”

         จู่ๆ ผู้ชายที่ตอนแรกกำลังขอความรักจากหยางอี่ฉือคนนั้นก็เดินเข้ามาแทรกแล้วยื่นมือไปทางเย่จื่อเฉิน

         น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มละมุน และมีแรงดึงดูด โดยเฉพาะดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นที่สามารถดึงดูดแฟนคลับผู้หญิงของหยางอี่ฉือที่อยู่รอบข้างได้จนพวกเธอต้องส่งเสียงกรี๊ดขึ้นมา

         “คุณไม่ต้องรู้จักผมหรอก แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง”

         เย่จื่อเฉินหัวเราะเบาๆ หลังจากที่พยักหน้าให้จูซือเหลียงแล้วก็หันมองหยางอี่ฉืออีกครั้ง

         “ขอให้การแสดงราบรื่นนะ”

         พูดจบ เขาก็หันหลังเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพวกซูเหยียนที่ยืนรออยู่

         “เราไปกันเถอะ”

         หยางอี่ฉือเม้มปากแน่น มองดูทุกคนที่เดินเคียงไหล่กันไปมือข้างนั้นของจูซือเหลียงที่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศก็โดนเขาเก็บกลับไป

         เขาหมุนตัวกลับมา ก่อนจะยื่นดอกกุหลาบในมือไปตรงหน้าของหยางอี่ฉือ

         “จูซือเหลียง เก็บความพยายามของคุณไปเถอะเราสองคนไม่เหมาะสมกันจริงๆ ถึงพ่อฉันจะตั้งใจจับคู่ให้เราสองคนแต่ฉันก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี”

         “ไม่เป็นไร ผมจะไม่บังคับคุณ ต้องมีสักวันที่คุณจะยอมรับ”

         จูซือเหลียงยื่นช่อดอกกุหลาบไปให้กับบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วเหยียดยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงปลีกตัวเดินออกไปจากบริเวณสถานที่จัดงาน

         หยางอี่ฉือเดินจากไปโดยไม่ชายตาดูส่วนทางด้านของจูซือเหลียงก็ได้เดินไปด้านข้างของที่จัดงานแล้วกวักมือเรียกใครบางคน

         “ครับคุณชาย”

         “ฉันอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายคนนั้นกับหยางอี่ฉือ”

         “เข้าใจแล้วครับ”

         บอดี้การ์ดข้างกายเดินออกไป จูซือเหลียงเอียงคอไปมา ก่อนกระตุกยิ้มบางที่มุมปาก

         “เย่จื่อ นายกับหยางอี่ฉือเป็นอะไรกันเหรอ?”

         “ทำไมนายถึงได้รู้จักกับหยางอี่ฉือ? ดูเหมือนความสัมพันธ์ของนายกับเธอจะไม่ธรรมดาเลยนะ”

         “หยางอี่ฉือเป็นอะไรกับนายกันแน่!”

         “นายพูดสิ!”

         ทุกคนที่อยู่รอบๆ เอ่ยถาม โดยเฉพาะจางรุ่ยที่เป็นแกนนำทำให้ความอยากรู้ในใจของทุกคนปะทุขึ้นอย่างรุนแรง

         เย่จื่อเฉินชักจะหงุดหงิดกับคำถามของพวกเขา จึงพูดด้วยความโมโห

         “ทำไมพวกนายถึงได้มีคำถามเยอะขนาดนี้นะ สรุปว่าจะดูคอนเสิร์ตไหมถ้าไม่ดูก็กลับ!”

         เมื่อรู้สึกได้ว่าเย่จื่อเฉินโกรธจริงๆ ทุกคนที่อยู่รอบๆ จึงหยุดเซ้าซี้

         มองตามหลังหยางอี่ฉือไปเล็กน้อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้ชายคนนั้นก็น่าจะเป็นคู่ทางธุรกิจที่พ่อของหยางอี่ฉือได้จัดเตรียมไว้ให้

         ก็ไม่เลว อย่างน้อยก็ยังพอดูได้

         บัตรที่หยางอี่ฉือให้เขามาเป็นบัตรหน้าเวทีแถวที่หนึ่งที่อยู่ใกล้กับเวทีมาก

         สายตาของเย่จื่อเฉินจับจ้องไปทางเวทีด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ภาพในอดีตของทั้งคู่ฉายชัดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ

         ถ้าบอกว่าไม่ปวดใจเลย มันจะเป็นไปได้ยังไง

         เคยรัก แต่กลับต้องฝืนยิ้มปล่อยเธอไป

         ติ๊ง!

         ติ๊ง!

         ในขณะที่เย่จื่อเฉินกำลังหวนนึกถึงอดีตอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นมา

         ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาอย่างรวดเร็ว เย่จื่อเฉินก็เห็นว่าสิ่งที่ขึ้นโชว์อยู่บนหน้าจอคือข้อความที่ยี่หนึงจินกุนส่งมาให้เขา

         หรือว่าจะมีข่าวอะไรเกี่ยวกับพญายมราช?

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน