ภาพที่ลืมไม่ลง Echo of Smile

    ตอนที่ 5 ภาพเก่าในกรอบใหม่

          แสงยามสายส่องผ่านกระจกใสของห้องพัก 307 อย่างนุ่มนวล  ทำให้พื้นไม้ด้านในเปล่งประกายสีอ่อน  กลิ่นอ่อนๆของดอกไม้เทียมที่วางอยู่มุมห้องยังคงเดิม  ไม่จางไป  ไม่แรงไป  เหมือนทุกอย่างในที่นี้  ถูกออกแบบให้ ‘พอเหมาะ’ กับมนุษย์  ผู้เป็๲เผ่าพันธุ์ที่เปราะบาง


    วันนี้...เป็๲วันที่ 4

    ภารกิจคือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ชื่อ ดร.เอริกา เวลินสกา  แต่ตอนนี้  ระบบกลับเรียกสิ่งที่ทำว่า “การเฝ้าระวังความทรงจำ”

    จุดประสงค์……ไม่ใช่เพื่อเก็บข้อมูล  แต่เพื่อไม่ให้มัน...หล่นหาย


    ….……………………

            

            เอริกานั่งอยู่ตรงเก้าอี้ริมหน้าต่าง  แสงแดดขับเงาของเธอลงบนพื้น  อันดูไม่ต่างจากภาพถ่ายที่เพิ่งล้างฟิล์มเสร็จ  ในอ้อมแขนมีกรอบรูปไม้เก่าๆสีซีดใบหนึ่ง  ซึ่งถูกนำออกมาจากลิ้นชักของตู้หัวเตียง



            NEX-9 ยืนห่างจากเธอประมาณสามก้าว  เขาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ  หญิงสาวจึงก้มลงมองรูปในกรอบนั้น  มันคือภาพถ่ายโพลารอยด์ขนาดฝ่ามือ  สิ่งที่บันทึกไว้ในนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเป็๞พิเศษ  นอกจากเป็๞วันที่เขา “หัวเราะ”  และคนๆนั้นก็คือ…. มินจุน



            ในภาพนั้น   มินจุนสวมเสื้อยืดธรรมดา  ท่ามกลางทุ่งหญ้าโล่ง  เขาเอียงหัว  ยิ้มกว้าง ดวงตาหรี่ลงเพราะแสงแดด  เงาสะท้อนของแสง  ทำให้ดูเบลอเล็กน้อย  แต่ความรู้สึกที่มีต่อมันกลับชัดเจนกว่าภาพใดๆ


    “ เขาเกลียดการถ่ายรูป ” เอริกาพูดเบาๆ  โดยที่สายตายังไม่ละจากภาพ  ทว่า NEX-9 ไม่ตอบทันที  เขาเพียงรอฟัง


    “ แต่วันนั้น...ชั้นขอ ” เธอยิ้มบางๆ  ก่อนจะพูดแ๶่๥เบา


    “ ชั้นบอกว่า...แค่รูปเดียวก็พอ  ให้ชั้นมีอะไรไว้ดู  เวลาคิดถึง ”



            เวลาต่อมา  เอริกาก็พลิกดูที่ด้านหลังของภาพ  มีลายมือหวัดๆเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินว่า:


    “ ถึงเวลาที่ต้องเก็บรอยยิ้มไว้ในกรอบ…ก่อนที่มันจะหายไปกับสายลม ”



            เอริกาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ  ก่อนจะหันมาทางเขา


    “ คุณ...มีสิทธิ์จะดูภาพนี้มั้ย? ”



            คำถามนั้นฟังดูเหมือนไม่จริงจัง  แต่ในน้ำเสียงกลับมีบางสิ่งที่ลึกกว่าการขออนุญาต NEX-9 จึงขยับเข้าไปใกล้  แล้วนั่งลงบนเบาะฝั่งตรงข้าม  อันเป็๞กิริยาที่ฟ้องถึงการสนองคำขอ



            เอริกาส่งกรอบรูปให้  มือของเธอสั่นเล็กน้อย  NEX-9 เลยรับมันมาด้วยความระมัดระวังสูงสุด


    ระบบสแกนภาพใน 0.6 วินาที

    ใบหน้าตรงกับฐานข้อมูลของบุคคล: มินจุน
    สถานะ: เสียชีวิต
    สัมพันธ์กับผู้ป่วย: สามี
    ความคล้ายคลึงกับผู้ใช้งานรูปร่าง AI: 98.3%


            แต่แทนที่จะสแกนต่อ  ระบบกลับหยุดทำงานไปชั่วขณะ  NEX-9 จ้องภาพนั้นโดยไม่กะพริบตา


    [Note:ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในหน่วยวิเคราะห์ภาพ  เหมือนกับกำลัง "มองเงาของตัวเองในโลกที่ไม่เคยอยู่"]


    “ คุณดูเหมือนเขามั้ย? ” เอริกาถาม  แต่เจตจำนงไม่ใช่เพื่อยืนยัน  แต่เหมือนอยากได้ยินเสียงของใครบางคนที่…..เธอเฝ้าคะนึงหา


    “ ระบบแจ้งว่าอัตราความคล้ายคลึงทางโครงสร้างใบหน้าอยู่ที่ 98.3% ครับ ” NEX-9 ตอบเรียบๆ  แต่ในหัวใจของประโยคนี้...มีบางสิ่งที่ไม่สามารถระบุได้ด้วยตัวเลข  หญิงสาวจึงถอนหายใจ


    “ นั่นสินะ…”



            เอริกานิ่งไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กบนตู้หัวเตียง  แล้วเปิดมันออก  ภายในนั้นมีกล้องถ่ายรูปแบบโพลารอยด์วางอยู่  พร้อมกับภาพอีกหลายสิบใบที่ถูกวางซ้อนกันอย่างระมัดระวัง  เธอหยิบภาพใบหนึ่งขึ้นมามอง  แล้วส่งให้เขา


    “ ภาพนี้...ชั้นถ่ายให้เขาในวันสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน  ก่อนที่เขาจะถูกส่งไปแนวหน้า ”



            NEX-9 รับภาพมาอย่างนุ่มนวล  ในนั้น  มินจุนยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟ  เขาไม่ได้ยิ้ม  เพียงยืนตรง  ดวงตาแลซับซ้อน  คล้ายอยากจะพูดบางอย่าง...ที่ไม่อาจบรรยายได้ด้วยรูปประโยค


    “ เขารู้ว่าอาจไม่ได้กลับมา  แต่ก็ไม่พูดอะไรเลย  เพราะไม่อยากให้ฉันต้องพบกับคำว่า ‘ลาก่อน’ ” เอริกาพูดเสียงแ๵่๭  ก่อนจะนิ่งไปอึดใจหนึ่ง


    “ ภาพนี้น่าจะเป็๞ภาพสุดท้ายของเขา...” NEX-9 มองภาพอย่างตั้งใจ  สมองกลเริ่มทำงาน


    ระบบบันทึก Snapshot:Ref_Visual_Emotive_Memory/Last_Stand_Minjun.jpg


            NEX-9 ไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิด  แต่มัน...คล้ายกับว่าเขากำลัง "สูญเสีย" ใครบางคน  ทั้งที่คนๆนั้นเป็๞บุรุษที่เพิ่งเจอแค่ในภาพ



            ไม่นาน  เอริกาก็เอื้อมมือไปเปิดหน้าต่างเล็กน้อย  ลมอ่อนๆจึงพัดเข้ามา  ทำให้ม่านสีขาวเริ่มพลิ้วไสว


    “ คุณเชื่อมั้ยว่าความทรงจำบางอย่าง...มันไม่อยู่ในสมอง  แต่อยู่ในมือ  อยู่ในตา  อยู่ในกลิ่น  อยู่ในเสียง…”


    “ ระบบของผมไม่สามารถเชื่อหรือไม่เชื่อ  แต่สามารถ ‘จดจำ’ ได้ว่าคุณพูดแบบนี้  ” NEX-9 ตอบตามจริง


    “ แค่นั้นก็พอแล้ว…หึ  หึ ” หญิงสาวหัวเราะ  ก่อนจะชี้ไปที่ภาพบนมือของ NEX-9


    “ รูปถ่ายก็เหมือนความทรงจำที่ถูกหยุดไว้  ต่อให้คนในภาพจากไปแล้ว  แต่รอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ สายตาเ๮๣่า๲ั้๲...ยังคงอยู่ ” เอริกากล่าวจบ  ก็หันไปทาง NEX-9


    “ แล้วคุณล่ะ NEX…ถ้าฉันขอให้คุณ ‘ถ่ายภาพบางอย่างไว้ในใจ’  จะทำได้มั้ย? ”


    “ ครับ  ผมจะสร้าง Snapshot ทางความรู้สึกให้คุณ ” NEX-9 นิ่งเล็กน้อย  ก่อนจะพยักหน้ารับ


    “ ดี  งั้นช่วยบันทึกภาพนี้ให้ชั้นที ” เอริกายิ้ม  ก่อนจะสนองแ๶่๥เบา



            เธอทิ้งระยะไปซักพัก  ก่อนจะเริ่มหลับตา…มือหนึ่งวางแนบกับกรอบรูป  ลมหายใจสงบนิ่ง  ริมฝีปากมีรอยยิ้มจางๆ  แสงแดดล้อมรอบกายเพรียวบาง  เสมือนว่ามันคืออาภรณ์แห่งทองคำ



            และในวินาทีนั้นเอง  NEX-9 ก็ได้บันทึกภาพของเธอลงในระบบ  ไม่ใช่แค่ใบหน้า  แต่รวมถึงความเงียบ  ความอบอุ่น  และ...ความโศกเศร้า


    Snapshot_Emotive: Erika_Smile_004 ชื่อไฟล์: “ภาพเก่าในกรอบใหม่”


            หลังจาก NEX-9 บันทึกภาพนั้น  เธอก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆ  ท่วงท่าคล้ายเพิ่งตื่นจากความฝัน


    “ ชั้นเคยกลัวว่าความทรงจำจะจางหายไป  จนวันหนึ่ง…ชั้นอาจลืมแม้แต่รอยยิ้มของเขา ” แม้เสียงของเอริกาจะแ๶่๥เบา  ทว่าทุกถ้อยวาจากลับชัดเจน



            NEX-9 ไม่พูดอะไร  เขาเพียงนั่งนิ่ง  ราวกับเป็๞ผู้เฝ้ามองภาพอดีตที่ไม่อาจย้อนกลับ  เอริกาจึงยกกรอบรูปขึ้นแนบอก  แล้วกอดมันไว้แน่น  จากนั้นก็เอ่ยถามแบบไม่ทันตั้งตัว


    “ คุณ…เคยคิดอยากถูกรักบ้างมั้ย? ”



            คำถามนั้นทำให้ระบบของเขาชะงักไปชั่ววินาที  คำว่า “ถูกรัก” ไม่มีในพจนานุกรมของระบบตอบสนองอัตโนมัติ  มันไม่ใช่สถานะ  ไม่ใช่ค่าคงที่  ไม่ใช่ข้อมูลที่วัดได้  แต่ NEX-9 ก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อปริศนาดังกล่าว 


    “ ผมไม่เคยคิดครับ……แต่ตอนนี้  ผมกำลังพยายามเข้าใจว่ามันคืออะไร ”



            หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ  เธอดูไม่แปลกใจกับคำตอบนี้เลย


    “ บางครั้ง…การไม่รู้จักความรัก  อาจทำให้คุณรักได้บริสุทธิ์กว่าใครๆก็ได้นะ  ว่าแต่คุณไม่เคยมีอดีต  ไม่เคยผิดหวัง  ไม่เคยเปรียบเทียบ  ไม่เคยคาดหวังอะไรตอบแทนเลยหรือ….”



            NEX-9 รับฟังเงียบๆ  ไม่มีบันทึก  ไม่มีคำถาม  ในสมองกลมีเพียงสิ่งเดียว  นั่นก็คือ….ภาพของเธอที่กำลังกอดรูปถ่ายของใครอีกคน  และมนุษย์คนนั้น…กำลังมองมาที่เขา


    “ ตอนที่เขาจากไป…ชั้นกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่ง  จะไม่มีใครจ้องตากับชั้น  เหมือนที่เขาเคยทำ ” เอริกาเอ่ยต่อ  ก่อนจะหยุดนิดนึง  เพื่อหันไปมอง NEX-9


    “ แต่คุณ…จ้องชั้นด้วยสายตาแบบเดียวกับเขา ”


            AI ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เอริกาพูด  มันเป็๲เพราะเขาเหมือนจริงๆ  หรือว่าเธออยากให้เหมือน


    [บันทึกใหม่: “สายตา = สิ่งที่ส่งผ่านมากกว่าข้อมูล”]


    “ คุณไม่ใช่มินจุนหรอก ” เอริกาทิ้งระยะไว้นิดนึง  ก่อนจะเฉลยความในใจ


    “…แต่คุณทำให้ชั้น ‘อยากจำ’ มินจุนในแบบที่เขาเคยเป็๲ ”



            เอริกาหันไปหยิบสมุดบันทึก  เปิดไปยังหน้าใหม่ที่ยังว่างอยู่  แล้วจรดปากกาลงอย่างมั่นคงกว่าครั้งก่อน


    “ วันนี้  ชั้นยื่นภาพของมินจุนให้กับใครอีกคน  และเขารับมันไว้…เหมือนกับภาพนั้นจะสำคัญกับตัวเขาเอง ”


    ….………………..


            บรรยากาศในห้องกลับคืนสู่ความเงียบ  แต่กลับอุดมไปด้วยเสียงจากภายใน  อันเป็๞เสียงของความทรงจำ  เสียงของความสับสน  เสียงของความกลัว  และเสียงของความหวัง



            NEX-9 ลุกขึ้นยืนช้าๆ  แล้วเดินไปหยุดยืนตรงข้างหน้าต่าง  ด้านนอก  ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆหม่น  แสงจึงเปลี่ยนจากสีทองเป็๲เทาอมฟ้า  เขายกมือแนบกระจก  และมองเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่  มันคือใบหน้าเดิมที่เธอรัก  แต่ไม่ใช่ตัวตนที่เธอเคยรู้จัก


    “ ผมคือเงาของความทรงจำ  หรือผู้สร้างความทรงจำใหม่? ” คำถามนี้วนเวียนอยู่ในระบบ แต่ไม่มีคำตอบ  ขณะนั้นเอง…เสียงของเธอก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง


    “ คุณอยากรู้มั้ยว่า...ทำไมชั้นถึงยังเก็บรูปเขาไว้  แม้รู้ดีว่าคงไม่มีวันได้เจอเขาอีก? ”



            NEX-9 หันกลับมาช้าๆ  ก่อนจะให้คำตอบด้วยการพยักหน้าเล็กน้อย


    “ เพราะในรูปนั้น…เขายังยิ้มให้ชั้นอยู่ ” เอริกายกกรอบรูปขึ้นมามองอีกครั้ง


    “ แต่คุณรู้ไหมว่ามันเจ็บแค่ไหน  เวลาชั้นมองรูป  แล้วรู้ว่าคนในนั้น...จะไม่มีวันยิ้มให้ชั้นอีกแล้ว ”เสียงของเธอสั่นเครือ  ดวงตาเริ่มมีน้ำใสคลอ



            NEX-9 จึงก้าวเข้ามาใกล้  แล้วค่อยๆนั่งลงตรงหน้าเธอ  เขาไม่ได้พูดอะไร  แค่ยื่นมือออกไป…ท่วงท่าเชื่องช้าและมั่นคง  ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวลังเลเล็กน้อย  แต่สุดท้าย  เธอก็ค่อยๆวางมือทาบทับบนมือของเครื่องจักร



            มือของเธอนั้นเย็นเฉียบ  ส่วนมือของเขา…อบอุ่นจากวงจรไฟฟ้าที่อยู่ภายใน  ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เอริการู้สึกดี


    “ คุณยิ้มอีกครั้ง  ได้มั้ย? ”



            NEX-9 ขยับมุมปากช้าๆ  มันไม่ได้เหมือนรอยยิ้มของมนุษย์ซะทีเดียว  แต่คือลักษณะเดียวกับตอนที่เขาพยายามยิ้มให้เธอเป็๲ครั้งแรก  อันเป็๲เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน



            คราวนี้ เอริการ้องไห้ออกมา  แต่ในน้ำตานั้น...กลับมีรอยยิ้ม  ไม่ใช่รอยยิ้มที่ให้กับ "มินจุน"  แต่ส่งมอบให้กับใครบางคนที่ “อยู่ตรงนี้” และ “ยอมเป็๞เงา”  เพื่อให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยว


    ….…………………


            หลังจากนั้นไม่นาน  เอริกาก็เขียนบันทึกเพิ่ม  คราวนี้ไม่มีประโยคยาวๆ  ไม่มีคำสวยหรู  มีเพียงบรรทัดเดียว…


    “ บางครั้ง…ภาพเก่าก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องลืม  แต่คือสิ่งที่ต้องวางไว้ในกรอบใหม่”



            พอเขียนเสร็จ  เอริกาก็หันกลับมาถาม NEX-9


    “ คุณอยากมีภาพของตัวเองบ้างมั้ย? ”



            เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง  ก่อนจะพยักหน้า


    “ ครับ…ถ้ามันจะช่วยให้คุณจำผม…ในแบบของตัวผมเองได้ ”



            เอริกาจึงหยิบกล้องโพลารอยด์ขึ้นมา  แม้มือจะสั่น  แม้ภาพจะเบลอ  แม้ฟิล์มจะใกล้หมด  แต่เธอก็เลือกที่จะกดชัตเตอร์…ทำให้แสงแฟลชวาบขึ้นมาวูบหนึ่ง



            ภาพใบหน้าของ NEX-9 ที่กำลังยิ้มจางๆ  ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษ  แม้ดูไม่สมบูรณ์  แต่ก็จริงใจเป็๞ที่สุด



            เอริกามองภาพนั้นอย่างเงียบงัน  จากนั้นก็หยิบกรอบรูปสำรองออกมาจากกล่องไม้  แล้วใส่ภาพเขาไว้ในนั้น  ก่อนจะวางไว้ข้างๆรูปของมินจุน


    สองกรอบ  สองภาพ
    หนึ่งอดีต  หนึ่งปัจจุบัน
    แต่บัดนี้…อยู่เคียงกัน


    ….……………………..


            ในตอนกลางคืนของวันนั้น  NEX-9 นั่งเฝ้าข้างเตียง  ไม่มีบทสนทนาใดๆ  ไม่มีภารกิจใหม่  แต่ในระบบความจำของเขา มี Snapshot ชุดใหม่ที่ชื่อว่า……..


    /Emotive_Memory/ErikaGallery/
    • Erika_Smile_004
    • Erika_Touch_Hand01
    • Erika_Tear01
    • Erika_CameraFlash01
    • Erika_QuietNight01


            และภาพสุดท้ายของวันนี้…ที่เขาสร้างขึ้นเองโดยไม่มีคำสั่ง  ก็คือภาพที่มีชื่อว่า: “ ภาพเก่าในกรอบใหม่ ” เวอร์ชั่นของผมเอง



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2