ภายในตำหนักของฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งแห่งแคว้นโจวเหล่านางกำนัลกำลังวุ่นกับการหาชุดและเครื่องประดับมาให้พระชายาคนใหม่พวกนางนำชุดมายืนเรียงให้ผู้เป็นายใหญ่ของตำหนักได้เลือกเย่วชิงมองชุดมากมายที่เหล่านางกำนันนำมา คือเขาแค่จะมาเปลี่ยนชุดนะไม่เห็นจำเป็ต้องเอาออกมาเยอะขนาดนี้
“ ไปนำชุดมาอีก " ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งมองชุดแล้วก็ไม่มีชุดที่ถูกใจแม้ชุดที่นำมาจะสวยงามแต่ไม่มีชุดไหนที่เหมาะกับร่างบางเลย
“ เพคะ ฮองเฮา ”
“ เอ่อ ฮองเฮาพะยะค่ะ กระหม่อมว่าชุดพวกนี้ก็งดงามแล้ว พระองค์เลือกมาสักชุดกระหม่อมใส่ชุดไหนก็ได้ ” ใจจริงเขาใส่ชุดไหนก็ได้ไม่จำเป็ที่จะต้องเลือกชุดให้วุ่นวาย
“ ไม่ได้ แล้วเ้าก็ห้ามเรียกเปิ่นกงว่าฮองเฮาอีก เ้าเรียกฝ่าาว่าเสด็จพ่อก็ให้เรียกเปิ่นกงว่าเสด็จแม่ด้วยเช่นกันไหนเ้าลองเรียกดูสิ ” ลูกสะใภ้ของนางนี่ยังไงกันชอบทำให้นางขุ่นเคือง เรียกฮองเฮาฟังแล้วดูห่างเหินยังไงไม่รู้
“ ม เสด็จ แม่ ” น้ำเสียงแ่เบาเอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“ ดีมาก ต่อไปนี้เ้าก็มาเป็ลูกชายของแม่อีกคนนะ ” ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งคลี่ยิ้มบางๆ ลูบศีรษะเย่วชิงอย่างเอ็นดู พระองค์รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก
เย่วชิงรับรู้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากมือยามที่ฮองเฮาลูบศีรษะของตนเองมันทำให้เขานึกถึงพ่อกับแม่ของเขาที่จากไปแล้วแม้ความทรงจำจะเลือนลางไปบ้างเพราะยังเด็กอยู่ แต่เขายังจำความรู้สึกนั้นได้ดี
หยดน้ำตาไหลออกจากดวงตาสีน้ำเงินร่างบางข่มอารมณ์กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล กัดฟันแน่นไม่ให้มีเสียงสะอื้นออกมาแต่เหมือนว่าร่างกายไม่ยอมทำตามที่ตัวเองคิด น้ำตากลับยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม
“ เย่วเอ๋อร์เ้าร้องไห้ทำไม บอกแม่มาเดี๋ยวนี้ ”ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งที่เห็นร่างบางอยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาก็ใ
“ ไม่ ข กระหม่อมแค่ดีใจ ”
“ ดีใจ ? เ้าดีใจอะไรถึงร้องไห้เช่นนี้ ” ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งถามอย่างสงสัยใครบ้างดีใจแล้วร้องไห้ มีแต่เสียใจแล้วร้องไห้กันทั้งนั้น นางเห็นคนอื่นดีใจแล้วยิ้มหัวเราะกันแต่นี่อะไรร้องไห้งอแงเหมือนเด็กน้อย
“ อ ฮึก ก กระหม่อม ”
“ หยุดร้องก่อน ดูสิตาบวมแดงหมดแล้ว ถ้าองค์รัชทายาทมาเห็นเข้าจะหาว่าแม่รังแกพระชายาของตน” นางเอื้อมมือเช็ดน้ำตาอย่างอ่อนโยนถ้ายังไม่หยุดร้องไห้วันนี้ก็คงจะพูดกันไม่รู้เื่
“ เสด็จ แม่ ”
“ หืม ว่าอย่างไร ”
เย่วชิงไม่ได้เอ่ยตอบแต่เข้าไปสวมกอดร่างของฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งไว้แน่นแทน พร้อมกับร้องไห้หนักกว่าเก่าทันทีที่ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งกอดเขาตอบจนนางกำนัลที่เห็นต่างก็รู้สึกเอ็นดูพระชายาขององค์รัชทายาท
“ โอ๋~ ไม่ร้องนะ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ” ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งลูบหลังโยกตัวไปมาคล้ายกับกล่อมเด็ก
“ ฮึก ก กระหม่อม ดีใจ ที่มีแม่ ” เย่วชิงพูดเสียงอู้อี้ จมูกของเขาแดงก่ำ รู้สึกคัดจมูกนิด ๆ จากการร้องไห้นาน
อ้อมกอดของฮองเฮาอบอุ่นเหมือนกับที่แม่เคยกอดเขาตอนเด็กเลย
“ ไม่เอาไม่ร้อง ถ้าเ้าดีใจ ไหนยิ้มให้แม่ดูหน่อยสิ ” พอได้ฟังเหตุผลที่เ้าตัวร้องไห้พระองค์ก็ใจอ่อนยวบ ทำไมถึงได้น่ารักเช่นนี้
ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เย่วชิงเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป จึงผละตัวออกอ้อมกอดพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้ม
คิดถึงเื่น่าอายที่ตนเองเพลอไปร้องไห้ฟูมฟายใส่ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งเมื่อครู่แถมยังมีเหล่านางกำนัลที่เห็นเขาอีกตั้งหลายคน คนขี้แยก็ก้มหน้าลงมองพื้นไม่กล้าสบตากลับใคร
“ เอ่อ กระหม่อมต้องขออภัย เสด็จแม่ด้วย ”เย่วชิงเอ่ยขอโทษฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งที่ถูกเขาล่วงเกิน กลัวว่าจะโดนดุเพราะทำตัวไม่เหมาะสม
“ หึ ไม่เป็ไร มาเถอะ แม่จะให้นางกำนัลพาเ้าไปล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย ”
นางกำนัลพาร่างบางเดินออกไประหว่างรอฮองเฮาโจว หนิงเฟิ่งก็ไล่ดูผ้าแต่ละชุด จนมาสะดุดกับชุดสุดท้ายจึงสั่งให้นางกำนัลนำชุดไปให้เย่วชิงเปลี่ยน
ไม่นานบุรุษรูปร่างบางก็ออกมาใส่ชุดที่ฟ้าไล่ลงมาเป็สีขาวชายขอบเสื้อจะเป็ที่สีน้ำเงิน ชุดคลุมสีน้ำเงินปักลายดอกไม้ส่วนทรงผมปล่อยยาวรวบไว้ครึ่งหัวผูกด้วยผ้าสีน้ำเงิน เมื่อใส่แล้วทำให้ดวงตาสีน้ำเงินคู่งามอย่างมากเด่นขึ้น
“ เหมาะมาก เ้าใส่ชุดนี้แล้วงดงามยิ่งนัก พวกเ้าทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไร” ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งหันมาถามนางกำนัลไม่รู้ว่าถ้าบุตรชายของนางเห็นเย่วชิงอยู่ในชุดนี้จะรู้มีสีหน้าเช่นไร
“ งดงามมากเพคะ ”
“ พระชายาใส่ชุดนี้แล้วสวยยิ่งกว่าสตรีอีกเพคะ ”
“ ข้าเป็บุรุษจะสวยได้อย่างไรกัน ” เย่วชิงได้ฟังก็อดที่จะเอ่ยขึ้นไม่ได้ก่อนจะพองลมแก้มป่องมองทุกคนอย่างงอนๆ
แม้จะรู้ว่าใบหน้าของตนเองเป็อย่างไรแต่พอมีคนมาชมเขาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้เขาก็อายเหมือนกันนะ ที่มีผู้หญิงมาชมว่าตนเองสวย
“ หึ พวกเราไปงานเลี้ยงกันเถอะ ป่านนี้องค์รัชทายาทคงร้อนใจแย่แล้วที่เ้าหายไปนาน”
“ พะยะค่ะ ”
เมื่อได้ยินชื่อของร่างสูงก็ใบหน้าง้ำงอก็เปลี่ยนเป็ฉีกยิ้มกว้างสดใสบนใบหน้าแทนทำเอาคนที่เห็นต่างอดที่จะยิ้มตามไม่ได้กับความสดใจของชายหนุ่ม
ภายในงานดูเหมือนโต๊ะขององค์รัชทายาทโจวหยางิจะมีคนเข้ามาแวะเวียนไม่ขาดสายด้วยมีท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยและท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวทั้งยังมีองค์ชายสองโจวหยางหลิวและองค์ชายสามโจวหยางเหวิน ซึ่งโต๊ะนี้ได้รวมกลุ่มบุคคลที่หน้าตาดีไว้ด้วยกันทำให้คุณหนูต่างก็จ้องมองมาทางนี้อยู่บ่อย ๆ
เหล่าขุนนางต่างพาบุตรสาวมาคารวะเพื่อทำความรู้จักด้วยบุรุษที่นั่งอยู่ยังไม่มีใครมีภรรยาหรืออนุหากได้แต่งเข้าไปไม่ว่าจะเป็ใครก็ย่อมดีทั้งนั้นไม่ก็นำบุตรชายมาฝากฝังให้เข้าไปในค่ายทหาร จะได้เป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูล
ทว่าค่ายทหารใช่ว่าจะเข้าได้ง่ายๆ ต้องผ่านการคัดเลือกก่อน เมื่อผ่านก็จะต้องเป็พลทหารไม่ได้มียศตำแหน่งสูงทุกคนต้องไต่เต้าตามความสามารถของตนเองไม่เว้นแม้แต่ท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยและท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวที่เมื่อก่อนก็เป็เพียงทหารตัวเล็กๆ ในกองไม่ได้มีความสำคัญอะไร
กว่าจะมีเหมือนทุกวันนี้ไม่ง่ายเลยทั้งคู่ต้องผ่านมรสุมอะไรมามากมาย มีผลงานปรากฏให้เห็นถึงความสามารถจนได้ตำแหน่งมา
“ หม่อมฉันอันหรูเซี่ยคารวะองค์รัชทายาทเพคะ ” อันหรูเซี่ยเอ่ยเสียงหวานนางเห็นขุนนางในงานต่างพาบุตรสาวมาแนะนำตัวกับองค์รัชทายาทนางเลยต้องออกมาแสดงตัวให้คนอื่นได้เห็นว่าองค์รัชทายาทมีเ้าของแล้ว
โจวหยางิปรายตามองเล็กน้อยยกจอกเหล้าขึ้นมาจิบเพื่อเลี่ยงสนทนา กวาดสายตาไปรอบ ๆ ไม่ได้เจาะจงไปที่ไหนเป็การบอกกลายๆ ว่าไม่อยากสนทนาด้วย ชายหนุ่มกำลังนั่งรอเย่วชิงอยู่ไม่รู้ว่าป่านนี้แล้วเ้าตัวทำอะไรถึงยังไม่มาเสียที
อันหรูเซี่ยยืนรออยู่นานแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับองค์ชายสองโจวหยางหลิวก็รู้สึกสงสารหญิงสาวที่มาชอบคนผิดเสียแล้วแม้ภายนอกนางอาจจะมีรูปโฉมสวยงาม แต่เขารู้มาว่ายามที่อยู่ในจวนหากไม่ได้ดั่งใจนางจะมีนิสัยโมโหร้ายชอบด่าว่า ทุบตีบ่าวไพร่ ไม่เหมือนกับคนตรงหน้าที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวาน
“ เอ่อ ถ้าไม่รังเกียจหม่อมฉันขอร่วมโต๊ะด้วยคนได้หรือไม่เพคะ ”นางยังคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะใกล้ชิดกับบุรุษตรงหน้า แม้อีกฝ่ายจะไม่ชายตาแล
โอ้วนางช่างกล้ายิ่งนักที่เอ่ยออกมา ทุกคนที่ได้ยินต่างก็คิดเป็เสียงเดียวกันพวกเขามองไปที่องค์รัชทายาทว่าจะตอบอย่างไร
ท่านรองแม่ทัพเซี่ยหลิวไม่เข้าใจว่าแม่นางน้อยผู้นี้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่นางไม่กลัวว่าจะเป็ที่ครหาได้หรือ หากมานั่งท่ามกลางชายหนุ่มแบบนี้แล้วอีกอย่างองค์รัชทายาทก็เพิ่งเปิดตัวพระชายาไปด้วยนางควรที่จะสงบเสงี่ยมมากกว่านี้
“ ต้องขออภัยคุณหนูด้วย ที่ตรงนี้มีไว้สำหรับพี่สะใภ้ของข้าเท่านั้นคงให้คุณหนูอันนั่งด้วยไม่ได้หรอก ” องค์ชายสามโจว หยางเหวินเอ่ยขัดขึ้นดับความฝันอันสวยงามของหญิงสาวนางสวยไม่ถึงครึ่งของพระชายาของเสด็จพี่ใหญ่เขาด้วยซ้ำ
คิดจะมาจับเสด็จพี่ใหญ่ของข้าหรือฝันไปเถอะ
อีกอย่างโจวหยางเหวินผู้นี้ก็ไม่อยากให้นางมาเป็พี่สะใภ้อีกคนด้วย
“ พี่สะใภ้! องค์ชายสามหมายถึงผู้ใดกันหรือเพคะ ” น้ำเสียงอันหรูเซี่ยแข็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนหวานดั่งเดิม
“ พี่สะใภ้ข้าก็คนรักของเสด็จพี่ใหญ่ของข้าอย่างไรล่ะข้าคิดว่าคุณหนูอันน่าจะเคยเห็นแล้วนะ ”
“ หม่อมฉันเห็นแล้วเพคะ ”
ใช่นางเห็นแล้ว แต่แล้วจะทำไม นางไม่ยอมรับเสียอย่าง
หญิงสาวไม่รู้เลยว่าตัวเองเผยแสดงความคิดทุกอย่างผ่านทางสีหน้าจนหมดถึงอีกฝ่ายจะเป็พระชายาขององค์รัชทายาทนางก็จะแย่งตำแหน่งนั้นมาหากอีกฝ่ายเป็อะไรไปตำแหน่งนั้นก็จะต้องตกเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว
โจวหยางิแผ่ไอเย็นสังสารออกมาจนคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะอยู่ััได้หากนางคิดจะทำร้ายเย่วชิงของเขาจริงชายหนุ่มก็ไม่มีความลังเลเลยที่จะฆ่านางด้วยมือของเขาเช่นกัน