รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน

    3 | พี่คนนั้นเมื่อครั้งอดีต 1

    3

    พี่คนนั้นเมื่อครั้งอดีต 1


    {  Cherine part  }


    หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งกายสวมชุดนักศึกษาเสร็จ ก็รีบแต่งหน้า ฉันเป็นคนที่ชอบทาปากสีแดงไม่แรงมากเพราะว่ามันเข้ากับใบหน้าของฉัน 

    เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็รีบวิ่งลงบันไดไปที่ห้องอาหารและนั่งลงที่เก้าอี้ เพื่อไปทานของว่างรองท้อง ที่คุณแม่ทำไว้คือซูชิโอนิกิริปลาซาบะย่างซีอิ๊ว ซึ่งเป็นของโปรดของฉัน 

    ส่วนคุณพ่อคุณแม่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว โดยตอนนี้คุณพ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่โซฟาในห้องรับแขก ส่วนคุณแม่อยู่ที่ห้องครัวเพื่อดูแลการทานอาหารของฉัน ฉันรีบทานมากไปเลยหน่อยเลยไอค่อกแค่ก

    “ค่อย ๆ ทานสิลูก โชคดีที่เราจัดแจงตนเองเร็ว ไม่ต้องรีบร้อน” คุณแม่ติเล็กน้อยแล้วยื่นแก้วน้ำเย็นที่รินไว้ให้ฉัน

    “ขอบคุณค่ะ พ่อคะแม่คะ วันนี้หนูค้างที่คอนโดนะคะ” เนื่องจากบ้านของฉันค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัย คุณพ่อก็เลยซื้อคอนโดมิเนียมให้ฉันตั้งแต่ที่อยู่ปีหนึ่ง เพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปมหาวิทยาลัย

     ที่จริงคุณแม่จะซื้อรถปอร์เช่ให้ แต่ฉันห้ามเสียก่อน ชอบนั่งรถโดยสารสาธารณะมากกว่า เพราะไม่อยากขับรถกลัวเกิดเหตุอันตราย

    “จ้าลูก มาค้างบ้านอีกทีเมื่อไหร่ บอกแม่ด้วยนะ เดี๋ยวแม่ทำของกินอร่อย ๆ ให้ทานอีก” คุณแม่เอ่ย ส่วนคุณพ่อพยักหน้ารับรู้เอ่ยกับฉัน

    “อย่าลืมโทรมาหาบ้างนะ” ที่คุณพ่อเอ่ยแบบนั้นก็เป็นเพราะว่าฉันไม่ค่อยโทรกลับมาหาที่บ้านฉันชอบ แชท LINE มาหามากกว่านี่หน่า เลยโดนคุณพ่อคุณแม่บ่นไปตามระเบียบ จนแล้วฉันกินซูชิเสร็จจึงเอ่ยลาไปเรียน 

    “โอเคค่ะทุกคน หนูไปเรียนก่อนนะคะ สวัสดีค่า” เมื่อพ่อแม่ฉันได้ยินก็โบกมือบ๊ายบายให้


    @มหาวิทยาลัย A


    เวลา 13.30 น.


    ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “ฟู่ว~ ค่อยโล่งอกหน่อยที่มาทันเวลา” วันนี้มีเรียนสองวิชา ฉันมีเพื่อนทั้งหมดสี่คน ชื่อเบนซ์ เบล สองคนนี้เป็นฝาแฝดเทียมชายหญิง 

    ซึ่งทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน โดยเบนซ์เนี่ย รู้จักกันมา ตั้งแต่อนุบาลแล้ว แต่ไม่ได้พูดคุยกัน ‘เราเป็นเพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น’ และไม่ได้ชอบพอกัน ที่รู้ว่าเป็นฝาแฝด ก็เพราะว่าได้ทำความความรู้จัก ในวันปฐมนิเทศ 

    ซึ่งฉันก็ตอบตกลงที่จะเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันนะ แล้วก็ถามว่า ‘ทำไมหน้าตาคล้ายกันจังเลย’ 

    เบลก็บอกว่า ‘เราเป็นฝาแฝดเทียมกันน่ะ’ 

    ส่วนอีกสองคนชื่อ ริกเตอร์และนลิน คู่นี้เค้าเป็นผัวเมียกัน 

    โบราณเขาว่า ‘คบพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล’ 

    เชื่อเถอะว่าฉันโชคดีมากที่ฉันได้เจอ บัณฑิตที่ดี เพราะฉันเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัย ก็เห็นอยู่ว่าเพื่อนแฝดรออยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ ชื่อต้นอะไรฉันจำไม่ได้เหมือนกัน ช่างมันเถอะ

    “มันมาแล้ว” เบลเอ่ยเมื่อเห็นฉันกำลังเดินตรงไป ไปหาที่โต๊ะพวกมัน เบนซ์จึงพยักหน้ารับรู้ แล้วหันหน้ามาทางฉัน

    “เธอนี่นะ เป็นอย่างนี้ตลอด ดีนะที่มาทัน...” เบนซ์เอ่ยนิ่ง 

    “ปะ ไปกัน ไอ้ริกเตอร์กับยัยนลิน ขึ้นไปที่ห้องเรียนกันแล้ว ผัวเมียคู่นี้จริง ๆ เลย ชอบทิ้งพวกฉันไว้เนี่ย เซ็ง” พวกเรานั่งพูดคุยกันสักพัก เบลที่ดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือเอ่ยขึ้น เราจึงเดินไปที่อาคารเรียนเพราะเห็นว่าใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว 

    “อืม / อืม” เบนซ์และฉันพยักหน้ารับรู้เอ่ยขึ้น

    พร้อมกัน 


    @ ช่วงเย็นวันเดียวกัน


    @ คอนโดมิเนียมหรู K


    หลังจากที่เลิกเรียนแล้วเพราะเราแยกย้ายกันกลับ ตอนนี้ฉันกดลิฟต์และรอให้มันเลื่อนลงมาถึงชั้นที่ฉันยืนอยู่เงียบ ๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกจึงเดินเข้าไปภายในลิฟท์


    {  Cherine part end  }


    @ คอนโดมิเนียมหรู K


    ในขณะที่สองเท้าเล็กเดินเข้าไปในลิฟต์คอนโดแล้ว อยู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งมายังลิฟต์ที่กำลังจะปิดประตูลงเอ่ย 

    “รอด้วยครับ รอด้วย” หญิงสาวที่ได้ยิน จึงยื่นนิ้วเล็กไปกดปุ่มเปิดลิฟต์ค้างไว้รออีกคน

    “ขอบคุณครับ” ลูกบ้านหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเจ็ดปี เอ่ยขอบคุณพลางสบตาหญิงสาว

    “ไม่เป็นไรค่ะ” ส่วนลูกบ้านคอนโดสาวยิ้มเล็กน้อยเอ่ย

    “ใช่เฌอรีนหรือเปล่า” ร่างสูงภูมิฐานเอ่ยทักเฌอรีนขึ้น แล้วเอะใจทำไมหน้าคุ้น ๆ เนื่องจากสบตากันก่อนหน้านี้ แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ใบหน้าสวยจึงหันมาหาต้นเสียงทุ้ม พร้อมกับเลิกคิ้วเล็กขึ้นด้วยความงุนงง

    “ใช่เฌอรีน ลูกสาวคุณอาวิลเลียมหรือเปล่า...” กีตาร์เอ่ยทักขึ้นอีกครั้ง

    “พี่เองที่เราเคยเรียกพี่ว่า ‘พี่กีตาร์’ จำได้เปล่า พี่เคยเช่าบ้านย่าของเราอยู่ด้วยไง จำได้เปล่า! ลืมแล้วแน่ ๆ เลย ใช่มั้ย? ฮื้ม~” ร่างสูงเอ่ยแนะนำตนเอง ต่อร่างเล็ก

    “อ๋อ! จำได้แล้ว! พอดีเฌอรีนจำชื่อได้ แต่จำหน้าไม่ได้น่ะค่ะ แหะ ๆ” ใบหน้างามหัวเราะแห้งตอบกีตาร์