บทที่ 55
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! เสียงบอลไฟของจิสตินยิงใส่ลุงเลออนสี่ครั้งติดลุงแกไม่ขยับหนีสักนิด ควันจากการระเบิดฟุ้งกระจาย เพียงไม่นานควันก็ค่อยๆจางลง
ผมเห็นลุงเลออนยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“โหไม่มีรอยอะไรเลย” ผมบ่นพึมพับออกมา
“แน่นอนอยู่แล้วพวกมนุษย์ครึ่งสัตว์น่ะร่างกายไม่เหมือนพวกมนุษย์ธรรมดาหรอกนะ” เป็นสตรอมที่หันมาบอกผม
“ก็ชัดอยู่แล้วนี่นาร่ายกายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์เห็นอยู่ชัดๆ” ผมหันไปตอบสตรอม
“เจ้าบ้า ข้าหมายถึงร่ายกายของพวกมนุษย์สัตว์จะแข็งแกร่งผิดกับร่างกายของมนุษย์ ทั้งความเร็วและพลังมันคนละระดับกันเลย” อ๋อผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันกลับไปดูในสนาม
“ก็ถือว่าใช้ได้แต่เพียงแค่เวทย์ระดับกลางแค่นี้มันทำอะไรไม่ได้หรอกนะ” ลุงเลออนบอกกับจัสติน
จากนั้นจัสตินดูเหมือนจะเริ่มเอาจริงเพราะผมเห็นเค้าหยิบหนังสือออกมา แต่หนังสือเนี่ยนะเอามาอ่าน??
“สตรอมจัสตินเอาหนังสือออกมาทำไม” ผมหันไปถาม
“ก็สู้ไงล่ะ” ผมทำหน้างง
“สู้ยังไง?” ผมสงสัย
“อ้อลืมไปนายมาจากอาณาจักรโรฮานนี่นะ” สตรอมทำท่านึกออกพลางมองด้วยสายตาแบบมองเด็กบ้านนอก เออใช่ตรูมาจากโรฮานแล้วมันยังไงฟระ
“ทำไมอาณาจักรโรฮานมันทำไม” ผมถามเพราะเห็นสายตาจากสตรอมแบบนั้น
“ใจเย็นเพื่อน” สตรอมตบบ่าผมให้ใจเย็นๆ
“อาณาจักรโรฮานน่ะราชาอเล็กซ์บริหารประเทศโดยพัฒนากำลังทางด้านทหารทำให้ด้านอื่นๆพัฒนาช้ายังไงล่ะ” ผมพยักหน้าอืมเมืองผมทหารเยอะจริงๆ
“และทีนี้นะแต่ละอาณาจักรก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป นายไม่สงสัยหรอทำไมอาณาจักรนายถึงไม่มีสมาคมอื่นๆอยู่เลย เพราะแต่ละอาณาจักรไม่ก้าวก่ายการบริหารอาณาจักรยังไงล่ะ ส่วนเกาะอาคาน่านั้นเป็นเขตพิเศษเลยมีสมาคมของทั้งสี่อาณาจักรตั้งอยู่ ถ้านายไปเที่ยวอาณาจักรเซเวียของชั้น นายไม่มีทางเห็นสมาคมอื่นๆนอกจากสมาคมปรุงยาเหมือนกัน” สตรอมร่ายยาว
“ส่วนที่นายเห็นจัสตินหยิบหนังสืออกมานั่นน่ะ มันเป็นหนังสือเวทย์มนต์สำหรับขยายพลังเวทย์ไงล่ะทำให้โจมตีได้รุนแรงขึ้นและเร็วขึ้น แต่ก็กินพลังเวทย์น่าดูเลยล่ะ” สตรอมบอก
“เราดูการต่อสู้ต่อเถอะ เรื่องอื่นๆไว้นายค่อยถามทีหลังแล้วกัน” จากนั้นเราก็หันกลับไปสนใจที่สนาม
ตอนนี้จัสตินและลุงเลออนกำลังแลกกันอย่างเมามัน ลุงเลออนเพียงไล่ชกจัสตินเพื่อขัดจังหวะการร่ายเวทย์เพียงเท่านั้น แต่จัสตินก็อาศัยจังหวะเล็กๆน้อยๆเพื่อสร้างโอกาสในการร่ายเวทย์ให้ตัวเอง
แต่ในตอนนั้นเองจู่ๆจัสตินความเร็วก็เพิ่มขึ้นจนทุกคนเริ่มสังเกตเห็น
“ทำไมจัสตินถึงเพิ่มความเร็วขึ้นได้ล่ะ” ผมหันไปถามสตรอม
“ไม่ใช่เพิ่มหรอก จัสตินทำให้ลุงเลออนนั่นลดความเร็วต่างหากนายลองสังเกตดีๆสิ จะเห็นละอองสีดำๆ มันค่อยๆซึมเข้าไปทุกครั้งที่ลุงเลออนเข้ามาโจมตีเห็นมั้ย” สตรอมชี้ให้ผมดู ผมเพ่งมองจนเริ่มเห็นละอองซึ่งถ้าไม่สังเกตคงนึกว่าเป็นเพียงแค่ฝุ่นจากการปะทะ
“นั่นมันเวทย์มนต์?” ผมพูดออกมา
“ใช่แล้วจัสตินน่ะเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์สายความมืด เวทย์ที่จัสตินใช้อยู่จะค่อยๆลดประสิทธิภาพทางร่างกายของศัตรู” ผมพยักหน้าอ๋อเพราะแบบนี้เลยทำให้ลุงเลออนเคลื่อนที่ได้ช้าลงสินะ
“ใช้ได้นี่เจ้าหนูเวทย์ความมืดสายคำสาปงั้นหรอหายากน่าดูเลยนะ” ลุงเลออนเอ่ยปากชม
หลังจากลุงเลออนเคลื่อนที่ได้ช้าลงทำให้จัสตินเริ่มทิ้งระยะห่างได้และยิงบอลไฟเข้าใส่อีกครั้ง
เลออนเห็นดังนั้นจึงเกร็งกำลังไปที่ข้าและกระโดดวูบเดียวเข้ามาประชิดตัวแต่ช้าไปแล้วจัสตินได้ปล่อยเวทย์ออกจากมือไปแล้วบอลไฟทั้งห้าลูกวิ่งเข้าใส่ลุงเลออนเข้าจุดตายทั้งสิ้น
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ฟุ่นควันฟุ้งกระจายจนทุกคนมองอะไรไม่เห็น เมื่อควันที่บังสายตาทุกคนอยู่ค่อยๆหายไป
พวกเราเห็นลุงเลออนหยุดหมัดไว้ก่อนจะถึงหน้าจัสตินเพียงไม่มีเซนติเมตร
ส่วนจัสตินจี้มีดที่ไม่รู้เก็บไว้ตรงไหนเข้าไปที่กลางอกของลุงเลออน
“อืมถือว่าทำได้ดี ข้าจะบอกอะไรให้นะเจ้าหนู มีดเล่มนั้นมันแทงไม่ทะลุผิวข้าหรอกนะ” จากนั้นลุงเลออนก็ถอยห่างออกไปก่อนกรรมการจะเดินเข้ามา
ลุงเลออนพยักหน้าให้กรรมการเล็กน้อย
“จัสติน ผ่านการทดสอบ” หลังจากกรรมการประกาศออกมาเสียงปรบมือก็ดังออกมาจากคนที่มาดู หลายคนกระโดดดีใจคงจะพนันถูกสินะ
“เก่งมากเจ้าหนูหาจังหวะได้ดี” เสียงชมจัสตินจากข้างสนาม
จัสตินค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกเรา
“เหนื่อยหน่อยนะจัสติน” สตรอมบอกกับสหายของตนจัสตินเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไอ้หมอนี่มันเป็นโรคไรป่ะหว่าหน้าตายชะมัดหรือมันเป็นอัมพาตที่ใบหน้า ผมคิดในใจเงียบๆ
“คนต่อไปลงมาทดสอบได้” จากนั้นสตรอมก็เดินลงไป
“ต่อไปเป็นเจ้างั้นรึเจ้าหนู หวังว่าคงทำให้เหงือออกได้บ้างนะ” ลุงเลออนบอกกับสตรอม
“จัดให้เลยลุง” จากนั้นสตรอมก็เร่งพลังเวทย์ออกมาพลังเวทย์ของสตรอมมันเป็นสีเหลืองทองคล้ายกับสีผมของเค้าและค่อยๆดึงดาบที่กลางหลังออกมา
“โอ้เวทย์แสงงั้นหรอ คงเป็นสายเสริมพลังสินะ” ลุงเลออนมองไปที่จัสตินเล็กน้อย
“แบบนี้นี่เอง เป็นคู่ที่เข้าท่าเหมือนกันนะหนึ่งคำสาปหนึ่งเสริมพลัง” สตรอมเพียงฟังนิ่งๆไม่ตอบอ่ะไร เค้าคงรวบรวมสมาธิอยู่สินะ
“การทดสอบเริ่มได้” กรรมการประกาศออกมาก่อนจะถอยออกไป
ฟุ่บ!! จู่ๆสตรอมก็หายไปจากสายตาของทุกคนผมเห็นเพียงแค่แสงสีทองพุ่งไปด้านหลังลุงเลออนเท่านั้น
“ฮ่าๆ เยี่ยมยอดมากเจ้าผ่านแล้ว” เสียงลุงเลออนหัวเราะลั่น ทุกคนต่างงง ก่อนจะสังเกตเห็นด้านหลังลุงเลออนมีสตรอมยืนถือดาบจี้หลังไว้อยู่
“แฮ่กๆ เล็กน้อยน่าลุง” จากนั้นกรรมการก็เดินเข้ามา
“สตรอมผ่านการทดสอบ” เค้าค่อยๆเดินกลับมาหาพวกผมที่ยืนรออยู่ ความเร็วของไอ้หมอนี่ไวชะมัด ไวกว่าตอนผมใช้ลมปราณซะอีก
“นายนี่เก่งจังเลยนะ ชั้นมองตามแทบไม่ทัน” ผมทักไปทันทีหลังจากสตรอมกลับมา
“ฮ่ะๆ นั่นชั้นเอาจริงสุดๆเลยนะนั่น แถมเวทย์นั้นวันนึงชั้นใช้ได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น” ผมเห็นเหงื่อของสตรอมออกค่อนข้างมาก อืมคงกินพลังน่าดูเลยสินะ
“ต่อไปตานายแล้วสินะ” ผมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป
“คลาวด์นายก็ระวังด้วยล่ะ ตาลุงสิงโตนั่นยังไม่ได้เอาจริงเลยนะ เมื่อกี้ชั้นแทงไปเต็มแรง แต่ไม่ทะลุผิวเลย” สตรอมเตือนผมแบบนั้นเองหรอหนังคงหนาน่าดูสินะ
จากนั้นผมก็เดินมาหยุดอยู่ในสนามประลอง ลุงเลออนมองผมเล็กน้อย
“เจ้าหนูเธอเองคงแข็งแกร่งกว่าสองคนนั้นสินะ ช่วยเอาจริงหน่อยสิ” ลุงเลออนบอกกับผมด้วยท่าทางจริงจัง
“ผมคงไม่แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอกมั้งครับ” ผมตอบออกไป
“อย่าโกหกเลย สัญชาตญาณข้าบอกว่าเอ็งแข็งแกร่งกว่ามาก สัญชาตญาณของข้าไม่เคยพลาดหรอกนะ ช่วยเอาจริงให้ข้าเห็นหน่อยเถอะ” ลุงเลออนบอก เฮ้อก็ได้ลุงเดี๋ยวผมจัดให้ ผมตั้งการ์ดขึ้นหันไปทางลุงเลออน ลุงแกเลิกคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่เห็นผมดึงดาบคู่ที่อยู่ด้านหลังผมออกมา
“คิดจะดูถูกกันหรอเจ้าหนู” ลุงเลออนถามผม
“ไม่ได้ดูถูกหรอกครับ ผมกลัวว่าถ้าใช้ดาบเดี๋ยวลุงจะตายซะก่อน” ผมตอบออกไป ลุงเลออนคิ้วกระตุกเล็กน้อยที่โดนเด็กรุ่นลูกพูดจาดูถูก
กรรมการมองพวกเราทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วก็เอ่ยออกมา
“เมื่อพร้อมแล้วการทดสอบเริ่มได้” หลังจากเสียงกรรมการผมโคจรลมปราณไปทั่วร่างก่อนจะกระโจนเข้าใส่ บุกก่อนนี่ล่ะได้เปรียบ ผมฮุคหมัดขวาออกไปใส่ลุงเลออนเต็มแรง
[กายาเหล็ก] ลุงเลออนร่ายเวทย์ออกมาก่อนจะตั้งการ์ดขึ้น
ตู้ม!!
จบ...