โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 17

    “เอาอย่างไรดีโจ เราต้องช่วยพวกเขานะ...” พี่เจนกล่าวออกมา เพราะเธอเห็นได้ชัดกว่าโจหลายเท่า สภาพของแต่ละคนนั้นเรียกว่าดูไม่ได้เลยทีเดียว แต่นั่นมันก็ทำให้โจได้แต่กัดฟันเอาไว้ก่อน ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะว่าภายในรถของพวกเขาไม่สามารถรับใครเพิ่มได้แล้ว“ของที่เราขนมาไม่สามารถรับพวกเขาได้เลยสักคนเดียว.. ผมคิดว่า.. เราคงช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้... แต่เราสามารถวนกลับมารับพวกเขาได้อีกครั้ง..” โจกล่าวออกมา ถึงอยากจะช่วยสักแค่ไหนแต่พวกเขาไม่สามารถทำมันได้ในตอนนี้ ทุกคนที่ได้ยินผ่านวิทยุก็ต่างเข้าใจดีว่ามันเกินกำลังของพวกเขา เมย์ยื่นมือไปหยิบโทรโข่งของเธอ และเปิดหน้าต่างรถออกไป“พวกเราจะกลับมารับพวกเธอทีหลัง .. เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี..” เสียงของเธอไม่รู้ว่าดังพอให้พวกเขาได้ยินหรือไม่ เพราะวินาทีที่เมย์พูดนั้นเสียงของเหล่าซอมบี้ก็ร้องออกมาอย่างหิวโหยต่อทันที ทางด้านของโจก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาคิดว่าเมย์ทำถูกแล้วที่ตัดสินใจทำอย่างนั้น หน้าที่ของพวกเขาในตอนนี้คือการหนีไปให้พ้นจากจุดนี้ก่อน เพราะเหล่าซอมบี้ได้วิ่งตามพวกเขามาอย่างไม่ลดละแล้ว ทางด้านของกลุ่มที่โบกธงอยู่นั้น พวกเขาก็มองรถตู้ที่หน้าตาแปลกๆขับผ่านออกไป“พวกแกได้ยินที่พวกเขาพูดไหม ฉันฟังไม่ค่อยชัดสักเท่าไร..” ผู้หญิงคนหนึ่งในสภาพเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรกเอ่ยขึ้นมากับเพื่อนๆของเธอ“ฉันก็ได้ยินไม่ค่อยชัดสักเท่าไร แต่ได้ยินเหมือนว่าพวกเขาจะกลับมารับเราอีกครั้งหนึ่งนะ..” ผู้ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา แววตาของพวกเขาทั้งหมดที่มีอยู่ 7 คนต่างประกายความหวังออกมา แต่จู่ๆชายคนหนึ่งแววตาของเขาก็ค่อยๆมืดลงในทันที“พวกเขาคงไม่กลับมาหรอก พวกผู้คนในตอนนี้ต่างเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น แม้แต่พวกทหารนั้นก็เหมือนกัน..” เขาคนนั้นกล่าวออกมา พวกเขาทั้ง 7 คนในตอนนี้ คนที่ยังเดินไหวก็มีแต่พวกเขาแค่ 3 คน ส่วนอีก 4 คนนั้นต่างก็บาดเจ็บจากการต่อสู้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ถูกข่วนหรือกัดมา แต่การหนีตายของพวกเขาที่ไม่ได้ดูทางให้ดี บางครั้งก็หกล้มกระทบกับของแข็งบ้างก็ทำให้บาดเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว“..เห้ย พวกเราอย่าคิดอย่างนั้นซิ อย่างน้อยเราก็ควรตั้งความหวังเสียบ้าง พวกเขาอาจจะไม่เหมือนกับทหารพวกนั้นก็เป็นไปได้...” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มองโลกในแง่ดีเอ่ยกับเพื่อนๆ เขาเข้าใจที่ทุกคนนั้นรู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เจอ พวกเขาเคยมีมากกว่านี้ แต่เพราะทหารพวกนั้นที่หลอกให้พวกเขาเป็นเหยื่อล่อก็ต่างตกตายกันไปเป็นสิบคน“..เห้อ จะให้ตั้งความหวังลมๆแล้งๆเพื่ออะไร พวกเราช่วยเหลือตัวเองไม่ดีกว่าหรือยังไง..แล้วเธอจะทำอะไรมิ้ง อย่าบอกนะว่าเธอจะเชื่อคนพวกนั้นน่ะ...” ชายคนเดิมยังกล่าวออกมาด้วยความไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากเชื่อใจพวกคนภายนอกอีกแล้ว เขาไม่อยากเห็นเพื่อนรักของเขาตายไปอีกแล้ว เขาไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น “..ก็เก็บของไง ทิว นายเองก็เตรียมตัวได้แล้ว ..” หญิงสาวที่โบกธงชื่อมิ้งกล่าวออกมากับทิวชายคนที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ชายอีกคนที่มีชื่อว่า ปืน เองก็ช่วยเธอเช่นเดียวกัน“พวกเธอ.. พวกเธอจะเชื่อพวกนั้นอีกหรือไง พวกมันเห็นเราเป็นแค่เหยื่อล่อของพวกมันเท่านั้น พวกเราจะยอมสูญเสียเพื่อนอีกอย่างนั้นเหรอ.. ฉันไม่ยอมหรอกนะ..” ทิวกล่าวออกมาเดือดดาลที่เพื่อนๆของเขาคิดที่จะพึ่งคนอื่นอีกครั้ง ในความคิดของเขาคนที่ไม่รู้จักกันไม่มีทางช่วยเหลือเด็กช่างอย่างพวกเขาหรอก พวกเขาเห็นพวกเขาเป็นเด็กเหลือขอมานานแล้วตั้งแต่โลกนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งตอนนี้แล้วพวกเขาเหล่านั้นคงเห็นพวกเขาเป็นเพียงแค่เหยื่อก็เท่านั้นไม่ต่างอะไรกับในอดีตที่ผ่านมา“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า.. ตอนนี้พวกเราทำอะไรกันได้อย่างนั้นเหรอ.. อาหารก็ไม่มี ยัยไวท์ก็หัวแตกเสียเลือดไปไม่น้อย ไอ้เป็ดก็ขาหัก ไอ้ต้าก็ไม่ต่างกันกระดูกแขนร้าว ส่วนยัยมดดูสภาพมันซิ สติหลุดไปแล้ว.. พวกเราสามคนทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ ..” มิ้งกล่าวเสียงดัง ก่อนที่เธอจะก้มหน้าเก็บของต่อไป“กระดูกร้าวหักแล้วยังไง ถึงไม่มีอาหารก็แค่หาเหมือนทุกครั้งก็ได้นี่.. พวกเธอคงไม่คิดที่จะทิ้งเพื่อนๆอย่างนั้นหรอกนะ..” ทิวกล่าวพร้อมกับกดตาต่ำลง เขาไม่อยากจะคิดในกรณีที่แย่ที่สุด“จะไม่มีใครทิ้งใครทั้งนั้นแหละ พวกเราจะไปด้วยกันทั้งหมด ..พวกเราจะกอดคอกันไปเหมือนกับที่เราเคยถ่ายรูปกันไว้.. ไม่ว่าจะเป็นหรือจะตาย แม้ว่าพวกเขาจะกลับมาหรือไม่กลับมา แม้ว่าพวกเขาจะเอาพวกเราไปเป็นเหยื่อล่อ พวกเราจะทำเหมือนกัน.. ถ้ารอดก็รอดกันทั้งหมด ถ้าจะต้องตกตาย พวกเราก็แค่กลายเป็นซอมบี้มันก็เท่านั้นเอง..” ปืนกล่าวออกมาก่อนจะวางกระเป๋าเอาไว้ที่ทางออกของดาดฟ้า เตรียมรอที่จะออกไปข้างนอก“ใช่.. เราจะไม่ทิ้งใครไว้ทั้งนั้น สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือต้องภาวนาในพวกเขากลับมารับเรา และดีต่อเราเท่านั้น ถ้าพรุ่งนี้พวกเขายังไม่กลับมา พวกเราก็ต้องออกไปหาอาหาร และตายเอาดาบหน้าเหมือนที่ผ่านมาก็เท่านั้น.. เราต้องมีความหวัง ถ้าเราท้อแท้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมแพ้กับเรื่องนี้ไปแล้ว .. พวกเราคือเพื่อนรักกัน..” มิ้งกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตา ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่คิดตามที่ทิวบอก แต่จะบั่นทอนจิตใจไปเพื่ออะไร ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นก็คือ ‘ความหวัง’ ความหวังที่จะให้พวกเขาทั้งหมดที่เหลือเดินไปในโลกที่แสนจะโหดร้ายแห่งนี้ กลับมาทางด้านของโจที่ตอนนี้เดินทางมาใกล้ถึงทางเข้าอพาร์ทเม้นท์แสนสุขของพวกเขาแล้ว พี่เจนก็ยกวิทยุสื่อสารขึ้นเพื่อให้พวกข้างในทราบถึงการมาถึง แน่นอนว่าแผนที่พวกเขาวางเอาไว้มันก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ในครั้งนี้ แฝดชายหญิงก็ได้ต่อสู้สมใจอยากของพวกเขา เพราะซอมบี้ราวๆห้าตัวได้วิ่งตามมากับรถตู้ของพวกพี่ๆของพวกเขา แน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาใดๆในกำจัด ประตูถูกปิดลงก่อนที่จะได้ปะทะกับซอมบี้ที่วิ่งตามมาอีกกลุ่มหนึ่งด้วยความเสียดายของสองแฝด และมายด์ “รีบขนของกันก่อนก็แล้วกัน... ตอนนี้ยังบ่ายสามกว่าๆอยู่ พวกเราวนกลับไปรับพวกเขาก็น่าจะทันอยู่...” โจกล่าวออกมา เมย์ พี่เจน และนพก็ช่วยกันขนในทันที คนอื่นๆที่มาถึงก็ต่างสงสัยว่าทำไมถึงได้ดูรีบร้อนขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา ซึ่งพวกเขาช่วยกันขนของลงจากรถตู้ที่ละชิ้นสองชิ้นจนหมด  โจได้เล่าเรื่องกลุ่มผู้รอดชีวิตให้กับทุกคนฟัง แน่นอนว่าทุกคนเห็นตรงกันที่ควรจะรีบช่วยเหลือ ตอนนี้กำลังหลักอย่าง โฟร์ สองแฝด และมายด์ ก็ต้องช่วยเหลือในภารกิจนี้ ส่วนหน้าที่เปิดประตูนั้นต้องฝากให้ประกิต และลุงเชิดช่วยกันเปิดปิด ป้าแจ่มเองก็จะช่วยด้วยอีกแรงหนึ่ง โจวางแผนสักเล็กน้อยก่อนจะออกเดินทางในทันที…