ตอน คนที่คิดถึง
“โตขึ้นน้ำหวานแต่งงานกับจันทร์ยิ้มนะ”
“โอเค...เราจะแต่งงานกับจันทร์ยิ้มนะ”
“พิมพ์กาญจน์”หญิงสาวหน้าไทยสวยเด่นกว่าสาวๆรุ่นเดียวกันในละแวกนั้น กำลังนั่งคิดถึงใครคนหนึ่งที่เคยสัญญากับตัวเองไว้ ถ้าวันหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเธอทั้งสองจะแต่งงานกัน ซึ่งพิมพ์กาญจน์ก็รักษาสัญญานี้มาตลอดเวลาสิบกว่าปี เพราะเธอคิดเสมอมาว่าอีกฝ่ายนั้นก็จะรักสัญญาเหมือนกับตัวเองเหมือนกัน จนเธอไม่เคยรู้สึกที่จะรักใครแล้วก็ไม่เคยสนใจใครเลยแม้แต่คนเดียว
“จันทร์ยิ้มแกอยู่ไหน...จันทร์ยิ้ม...ได้ยินฉันไหม...”
“ฉันอยู่นี่...”
พิมพ์กาญจน์ลุกขึ้นยืนให้พ้นทุ่งดอกไม้ที่เธอปลูกกับมือของเธอเอง ให้เพื่อนคนสนิทคนเดียวของเธอได้เห็นว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ก่อนที่อีกคนจะวิ่งมาหาด้วยความตื่นเต้น เพราะเธอได้รับคำสั่งจากพ่อแม่ของพิมกาญจน์ให้มาบอกข่าวกับพิมพ์กาญจน์
“มาอยู่นี่นี่เอง ฉันไปตามหาแกจนทั่วเลยรู้ไหม ทั้งไร่สตอเบอรี่ ไร่องุ่น ไร่ส้ม ไร่ลำไย ไหนจะสวนผักของแกอีกเป็ร้อยไร่อีก...”
“เอ้าใครใช้ให้แกไปจนทั่วขนาดนั้นเล่า เบอร์ฉันก็มีทำไมแกไม่โทรถามฉันล่ะ”พิมพ์กาญจน์เธอขำเล็กน้อยกับเพื่อนสนิทของเธอ ที่ทำตัวบ๋องๆอยู่แทบตลอดเวลาแต่นั่นก็เป็เสน่ห์ของเพื่อนเธอ
“เออ...จริงด้วยว่ะ”นิลินเธอก็ลืมคิดไปเลยว่าตัวเองก็เอาโทรศัพท์มาด้วยแต่เธอก็ไม่โทรหาพิมพ์กาญจน์เอง
“แล้วมีเื่อะไร ถึงได้มาตามหาฉันอย่างนี้”
“แม่แกให้มาตามกลับบ้านเห็นแม่แกบอกว่ามีข่าวจะบอกกับแก เห็นแม่แกบ่นนะว่าแกจะต้องดีใจแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเื่อะไรที่แกจะบอก แต่แกก็ไม่บอกฉัน...”
“คงไม่ใช่เื่เม้าของชาวบ้านอีกนะ ฉันละฟังจนเบื่อแล้ว...เย็นๆค่อยกลับแล้วกัน”พิมพ์กาญจน์เธอพูดแล้วก็นั่งลงตามเดิม ก่อนที่เธอจะจับรูปของเธอขึ้นมามองต่อด้วยความคิดถึงอีกคนที่อยู่ในรูปถ่าย
“คิดถึงว่าที่เมียอีกแล้วสิแก แกไม่มีรูปอื่นหรือไงยัยจันทร์ยิ้ม ฉันเห็นแกดูแต่รูปใบนี้ั้แ่เด็กจนแกตอนนี้ก็เรียนจบปริญญาแล้วนะ ตอนนี้ว่าที่เมียแกเขาคงเปลี่ยนไปเยอะแล้วมั้ง”
“ถึงจะมีมันก็ไม่เหมือนกับใบนี้นี่แก รูปนี้มีความหมายกับฉันมากเลยนะ”
“หยุดๆ...หยุดเลยแก แกไม่ต้องเล่าฉันจำได้ขึ้นใจแล้ว เล่าให้ฉันฟังั้แ่เด็กจนตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะแก่แล้ว แกก็ยัง....เล่าให้ฉันฟังอยู่เนี่ย”พิมพ์กาญจน์เธอก็ยิ้มกับสิ่งที่เพื่อนตัวเองพูด เพราะสิ่งที่นิลินพูดมานั้นก็เป็จริงอย่างทีเพื่อนตัวเองพูด ซึ่งเธอก็จะมีความสุขทุกครั้งที่เธอได้เล่าเื่นี้ให้กับคนอื่นได้ฟัง
“แต่ฉันมีความสุขนี่แก...”
“แกมีแต่ฉันไม่มี นานๆฟังทีพอได้แก แกเข้าใจฉันนะ...โอเค๊...”
“อือเข้าใจ...”พิมพ์กาญจน์หันไปยิ้มให้แล้วเธอก็หันไปมองดูรูปเด็กผู้หญิงในมือของเธอต่อ ที่ไม่ว่าเธอจะไปไหนเธอก็จะพกรูปนี้ติดตัวเธอไปตลอดทุกที่ทุกเวลา ถ้าเธอลืมไว้ในบ้านเธอก็จะรีบกลับเข้าไปเอาแล้วก็ค่อยออกไปข้างนอกอย่างสบายใจ
วรรณากำลังนั่งคุยกับกัลยาอยู่ที่หน้าบ้านเื่ของพิมพ์กาญจน์นี่แหละ ที่พวกเขาคิดอยากที่จะให้มีแฟนเหมือนกับคนอื่นบ้าง เพราะตอนนี้พิมพ์กาญจน์ก็เรียนจบแล้ว จึงไม่น่าเป็ห่วงเหมือนตอน่ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ แต่ประพันธ์เขาก็ยังไม่อยากให้พิมพ์กาญจน์มีแฟน เขาหวงลูกสาวมากกลัวว่าจะเจอคนที่ไม่ดีแล้วก็หลอกลวงเอา พอเวลาที่วรรณากับกัลยาคุยกันเื่นี้เขาก็จะพูดว่ายังไม่อยากให้มีแล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที
“นี่แม่ลินไปตามยัยจันทร์ยิ้มถึงที่ไหนเนี่ย ทำไมยังไม่กลับบ้านมากันอีก”
“ช่างเถอะแม่ตอนเย็นๆก็ค่อยพูดกับยัยจันทร์ยิ้มก็ได้ แต่ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนะแม่ว่าหนูน้ำหวานจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งหลายปีไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็ยัยแหม่มหัวแดงเหมือนคนอื่นหรือเปล่า”
“จะเปลี่ยนไปก็ช่างเขาเถอะ แม่เขาเป็ลูกครึ่งนี่ถ้าเขาจะเปลี่ยนไปก็ไม่ใช่เื่แปลกหรอก”
“มันก็จริงของแม่ที่พูดมานะ ฉันก็ลืมถามไปเลยว่าหนูน้ำหวานจะมาค้างที่นี่หรือเปล่า ฉันจะได้เตรียมห้องหลับหับนอนไว้ให้”วรรณาลืมถามไปเลยตอนนั้นตอนที่ทางนั้นโทรมาบอกเธอว่าจะมาเยี่ยมกัลยาที่ไร่
“ยังไงเขาก็ต้องนอนที่นี่แหละยัยนาแกอย่าตื่นเต้นไปหน่อยเลย พ่ออัทกับแม่ดามาที่นี่ทีไรเอ็งเคยเห็นสองคนนั้นไปพักที่อื่นรึ..”
“ไม่เคยจ๊ะแม่ ก็ฉันตื่นเต้นนี่แม่ฉันไม่ได้เจอพี่อัทกับพี่ดานานมากแล้วนะแม่ ั้แ่ที่พี่อัทกับพี่ดาย้ายไปอยู่ที่เมืองนอก”
“เอ็งนี่นะ ชอบตื่นเต้นอะไรได้เรื่อยตลอดเวลาเลยจริงๆ”
“สาวๆคุยอะไรกันอยู่ครับ เฮ้อ...วันนี้อากาศร้อนมากเลยนะ ผมนี้แทบเป็ลมเลย...”ประพันธ์เขาพึ่งกลับมาจากในไร่ ที่เขาไปตรวจเช็คผลไม้ที่จะส่งให้กับลูกค้า แล้วก็คุมคนงานในไร่ไม่ให้อู้งานกันอีก
“ถ้าฉันบอกว่าจะให้ยัยจันทร์ยิ้มแต่งงานเอ็งจะคุยด้วยไมล่ะพ่อปัน..”กัลยาเธอแค่แกล้งลูกเขยเล่นที่ชอบคัดค้านเวลาที่พูดเื่แต่งงานของพิมพ์กาญจน์
“ถ้าอย่างนั้นฉันว่าฉันไปอาบน้ำให้ร่างกายเย็นดีกว่าครับแม่”
“ฮ่าๆๆๆเอ็งก็ยังเป็เอ็งนะพ่อปัน...”กัลยาหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เธอได้แกล้งลูกเขยของตัวเอง ซึ่งเธอก็รักแล้วก็เอ็นดูประพันธ์นั่นแหละก็เลยแกล้งเล่น เพราะประพันธ์เป็คนที่ขยันแล้วก็รักลูกรักเมีย มันก็เลยทำให้เธอชอบแล้วก็รักประพันธ์เหมือนกับลูกของตัวเองอีกคน
“แม่ก็ไปแกล้งพี่ปัน เดี๋ยวพี่ปันก็งอนแอบไปคิดมากอีกหรอกฮ่าๆๆ”วรรณาเองเธอก็อดที่จะแซวสามีตัวเองไม่ได้เหมือนกัน พร้อมกับยื่นน้ำฝนเย็นให้สามีได้ดื่มกินอย่างชื่นใจ
“ขำกันไปเลยทั้งคุณยายแล้วก็เมีย ถ้ายัยจันทร์ยิ้มแต่งงานขึ้นมาจริงๆแล้วจะคิดถึงไม่อยากให้แต่ง ถ้ายัยจันทร์ยิ้มแต่งงานขึ้นมาแล้วไปอยู่กับสามีของเขา อย่ามานั่งเหงาให้ผมนะนะครับ”
“จริงด้วยแม่...ฉันไม่ได้คิดเื่นี้เลย อย่างนั้นฉันไม่ให้ลูกฉันแต่งงานตอนนี้แล้วนะแม่”วรรณาทำท่าใเข้าไปอีกเพราะเธอลืมคิดเื่นี้ไปเลย
“เอ็งก็ไปคิดตามคำผัวเอ็ง ยัยจันทร์ยิ้มไม่กล้าทิ้งไร่ที่ฉันมอบให้เป็ร้อยๆไร่ไปอยู่ที่อื่นหรอก เพราะถ้าทิ้งไปสิมรดกของฉันตั้งเยอะตั้งแยะฉันจะยกให้คนบ้าไปหมดเลยคอยดูสิ”
“โอ๊ยแม่...แม่จะทำอย่างนั้นได้ยังไงเล่า แล้วฉันกับพี่ปันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะแม่..”
“มันเื่ของเอ็งไม่ใช่เื่ของข้า ตอนนั้นฉันก็คงตายไปแล้วนี่ พวกเอ็งสองคนก็ไปช่วยกันคิดกันเองสิฮ่าๆๆๆ”กัลยาเธอก็พูดขำๆไปอย่างนั้นแหละ เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยหรือว่าสามวันดีสี่วันไข้ซะหน่อย
“แม่พูดเื่แบบนี้อีกแล้วนะจ๊ะ...ฉันไม่ชอบเลย”
“เอ็งจะคิดมากหรือกลัวทำไม ยังไงสักวันเอ็งก็ต้องตายฉันก็ต้องตายผัวเอ็งก็ต้องตาย เอ็งเคยเห็นใครอยู่ค้ำฟ้าไหมล่ะ..”
“ผมว่าเลิกพูดเื่แบบนี้กันดีกว่านะแม่ เดี๋ยวเมียผมก็ได้นั่งร้องไห้เหมือนไอ้เปียกลูกยายจุบอีกหรอกแม่ฮ่าๆๆ”
“พี่ปันอ่า...”วรรณาก็ยกมือเช็ดน้ำตาที่มันกำลังจะไหลออกมา แต่ก็ต้องมาหยุดร้องเพราะคำพูดของสามีตัวเองนี่แหละ
“แล้วนี่แม่มีเื่อะไรจะบอกผมหรอครับ เห็นหนูลินบอกว่ามีเื่จะบอก”
“ก็พี่อัทกับพี่ดาจะกลับมาจากเมืองนอกนะสิพี่ปัน พี่อัทพึ่งโทรมาบอกเมื่อตอนเที่ยงนี่เองจ๊ะ”วรรณาเธอบอกกับประพันธ์ด้วยความดีใจที่จะได้เจอกับทั้งสองคน
“จริงหรอนา...พี่ดีใจจังจะได้เจอพี่อัทกับพี่ดา...”ประพันธ์ก็ดีใจไม่น้อยกว่าภรรยาเลยเมื่อได้ยินข่าวดีของวันนี้
“จริงสิจ๊ะพี่ ฉันจะโกหกพี่ทำไมล่ะจ๊ะ ถ้าพี่ไม่เชื่อพี่ก็ถามแม่ดูสิจ๊ะ...”
“เออจริง ฉันนี่แหละเป็คนรับสายพูดกับพ่ออัทเอง..”
“แล้วนี่ลูกเรารู้ยังนา เดี๋ยวพี่ไปบอกลูกก่อนนะ ยัยจันทร์ยิ้มจะต้องดีใจแน่ๆ..”ประพันธ์ดีที่รู้ว่าเป็เื่จริงเขาก็เลยจะไปบอกพิมพ์ด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าพิมพ์กาญจน์จะต้องดีใจแน่ๆที่ได้รู้ว่าใครจะมา
“หยุดๆเลยจ๊ะพี่ปัน ให้ลูกกับมาค่อยบอกค่อยเซอร์ไพรส์ลูกดีกว่านะจ๊ะ”
“นั่นสิพ่อปัน ไปบอกตอนนี้เดี๋ยวก็ได้ตื่นเต้นไม่มีสมาธิทำอะไรกันพอดี”กัลยาเธอรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพิมพ์กาญจน์คิดถึงอีกคนฝั่งทางโน้นแค่ไหน แล้วก็พูดอยู่บ่อยๆว่าคิดถึงคนทางนั้น
“แล้วนี่พี่อัทจะกลับมาวันไหนล่ะจ๊ะแม่”
“ไม่รู้เหมือนกันตอนนั้นฉันก็ลืมถาม เมียเอ็งนั่นแหละไม่บอกให้ฉันถาม ฉันก็แก่แล้วก็เลยลืม...”
“แล้วอย่างนี้เราจะรู้ได้ไงแม่ว่าพี่อัทจะมาวันไหน...”ประพันธ์ก็รู้สึกไม่ค่อยตื่นเต้นแล้วเพราะไม่รู้ว่าจะมาวันไหน
“เดี๋ยวตอนเย็นๆพวกเอ็งก็โทรไปถามพ่ออัทสิ พ่ออัทบอกฉันว่าตอนนี้อยู่ที่บ้านกรุงเทพแล้ว พึ่งกลับมาถึงเมื่อวานนี้เอง”
“ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยโล่งหน่อยจ๊ะแม่ นึกว่าพี่อัทอยู่เมืองนอกซะอีก ถ้าอย่างนั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะแม่ นาว่างไหมจ๊ะตอนนี้”
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะพี่ปัน”
“ไปถูหลังให้พี่หน่อยสิ..”ประพันธ์กระซิบที่ข้างหูของวรรณาเบาๆ จนทำให้เ้าตัวรู้สึกเขินแล้วก็บิดตัวไปมาเล็กน้อย ซึ่งภาพนี้กัลยาก็เห็นได้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มชินกับท่าทางของทั้งสองคนแล้ว
“แม่จ๊ะฉันไปจัดเตรียมเสื้อผ้าให้พี่ปันก่อนนะจ๊ะ”
“เอออยากไปก็ไปเถอะ แต่เอ็งอย่าลืมกับข้าวเย็นฉันก็แล้วกัน กลับมาหลานฉันหิวไว้นี้พวกเอ็งได้ย้ายไปนอนเฝ้าไร่กันแน่”
“จ๊ะแม่...”ประพันธ์ก็รีบกวักมือให้วรรณารีบตามตัวเองไป กัลยาเธอก็ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะนั่งเคี้ยวหมากต่ออย่างอารมณ์ดี ครอบครัวของเธอเป็ครอบครัวที่เฮฮาอารมณ์ดีกันทั้งบ้าน ทุกคนอยู่ด้วยกันด้วยความรักที่ดีต่อกัน จึงทำให้ครอบครัวของเธออยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เพื่อนบ้านแถวนี้ก็ผูกพันกันดีไม่ได้ทะเลาะกันบ้านฉันบ้านเอ็ง ในตอนเย็นถ้าทุกบ้านคนอยู่ครบก็จะมาตั้งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอยู่เป็ประจำบ่อยๆ
พิมพ์กาญจน์กำลังนอนมองดูรูปใบเก่าใบเดิมของเธออยู่กระท่อมกลางทุ่งนาข้าว แล้วก็คิดถึงใครคนนั้นว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่ จะกินข้าวหรือยัง อยู่กับใครตอนนี้ จะคิดถึงเธอเหมือนที่เธอคิดถึงหรือเปล่า ซึ่งพิมพ์กาญจน์ก็ไม่ได้คุยกับคนนั้นเท่าไหร่ แต่เธอยังเชื่อในคำสัญญาว่ายังไงคนทางนั้นก็จะต้องกลับมาหาเธอ แล้วก็แต่งงานกับเธออย่างที่เคยสัญญากับเธอไว้
“แก้มยุ้ยของจันทร์ยิ้ม...”ชื่อนี้มีแค่เธอเท่านั้นที่เรียกแบบนี้กับคนนั้น เธอจำได้ว่าในตอนนั้นวัยเด็กอีกคนแก้มยุ้ยเหมือนกับซาลาเปา เธอจึงเรียกอีกคนแบบนี้มาตลอด
“คิดถึงจัง...ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ...”
“ก็เป็คนขี้เหร่มั้ง...หรือไม่ก็เป็คนสวยเหมือนนางฟ้า...”นิลินเธอพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว เธอก็เลยจะชวนพิมพ์กาญจน์กลับบ้าน
“กลับบ้านกันเถอะป่ะจันทร์ยิ้ม”
“อยากกลับก็กลับสิ ฉันยังไม่อยากกลับเลย...”พิมพ์กาญจน์บอกแล้วเธอก็มองดูรูปในมือต่อ
“แกก็ควรกลับได้แล้วป่ะ แกจะนอนรอว่าที่เมียแกที่นี่หรือไง กลับได้แล้วป่ะฉันหิวแล้ว”
“หิวก็หลับไปกินข้าวที่บ้านแกสิ กลับบ้านไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำ งานบ้านแม่ฉันก็ทำเสร็จหมดแล้ว งานในไร่อีกสักพักคนงานก็เลิกงาน ฉันนอนเล่นอีกสักพักแล้วค่อยกลับดีกว่า..”
“แกได้มานอนเล่นอีกแน่ แต่ตอนนี้ฉันอยากกลับน้า...จันทร์ยิ้มจ๋า...เรากลับกันนะ..นะๆ...”นิลินะโลงจากกระท่อม แล้วก็เอามือไปจับที่แขนของพิมพ์กาญจน์ พร้อมกับส่งสายตาเหมือนเป็การอ้อนให้พิมพ์กาญจน์กลับบ้าน ซึ่งในตอนกลางวันเธอก็คิดว่ามันบรรยากาศดีอยู่หรอก แต่พอเริ่มเย็นแล้วบรรยากาศมันเงียบเธอก็เลยเริ่มกลัวไปด้วย
“แกกลัวนะสิ พอบรรยากาศเงียบๆทีไร...แกก็คิดว่ามีผีตลอดนั่นแหละ”พิมพ์กาญจน์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็หันมายิ้มให้กับนิลิน ซึ่งเธอก็รู้แหละว่านิลินไม่ชอบบรรยากาศอย่างนี้ ก่อนที่เธอจะเก็บรูปที่อยู่ในมือแล้วก็ะโลงจากกระท่อม แล้วก็วิ่งไปตามคูนาหนีนิลินให้ยืนอยู่คนเดียว
“นี่จันทร์ยิ้มแกจะพูดทำไมเนี่ย รอฉันด้วย!...”นิลินเธอยืนหันซ้ายหันขวาด้วยความกลัวที่ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งตามพิมพ์กาญจน์ไปด้วยความเร็ว พิมพ์กาญจน์เธอก็รีบวิ่งหนีนิลินให้เร็วกว่าเดิม เธอชอบแกล้งนิลินแบบนี้อยู่เป็ประจำ นิลินก็จะงอนให้เธอพิมพ์กาญจน์จะไปง้อทีหลังเวลาที่นิลินงอนให้ตัวเองแล้ว
นิลินกลับมาถึงที่บ้านของพิมพ์กาญจน์ก็นั่งกอดอกงอนให้กับพิมพ์กาญจน์ เหมือนอย่างเช่นเคยที่เวลาที่เธองอนให้พิมพ์กาญจน์ เพราะไม่ว่ายังไงพิมพ์กาญจน์ก็ต้องมาง้อเธอเหมือนอย่างเช่นเคย แต่วันนี้พิมพ์กาญจน์เธอแกล้งทำเป็จะไม่ง้อนิลิน นิลินก็เลยงอนให้พิมพ์กาญจน์หนักกว่าเดิมเข้าไปอีก จนนิลินทนไม่ไหวจะต้องคุยกับพิมพ์กาญจน์ก่อน ว่าทำไมไม่ง้อเธอสักทีเพราะเธอรอนานแล้ว
“เอ้าแกงอนให้ฉันอยู่ไม่ใช่หรอ”
“ยัยจันทร์ยิ้ม!!...รีบง้อฉันเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่อยากงอนนานมันเมื่อยหน้า...”นิลินพูดออกไปตามตรงเพราะพิมพ์กาญจน์ไม่ง้อเธอสักที
“ฮ่าๆๆๆยัยบ้า ใครเขางอนแล้วบอกให้คนอื่นง้ออย่างนี้เนี่ย”
“ก็ฉันนี่แหละ รีบง้อฉันเร็วๆเลยเดี๋ยวนี้ด้วย ถ้าไม่ง้อฉันจะหอมแก้มแก..”นิลินก็ทำท่าเหมือนจะเดินเข้าไปหาพิมพ์กาญจน์แล้วก็จะหอมแก้มอย่างที่พูดด้วย
“ฮ่าๆๆ...จริงๆเลยแกเนี่ย ยัยบ๋องเอ้ย...หายงอนให้เค้าน้า...”พิมพ์กาญจน์พูดแล้วก็ดึงแก้มนิลินเล่นเลยทันทีด้วยความหมั่นเขี้ยวกับความน่ารักของนิลิน
“งื้อ...ฉันเจ็บนะ...”นิลินจับมือของพิมพ์กาญจน์ออกแล้วเธอก็จะดึงกลับคืน เมื่อพิมพ์กาญจน์ดึงแก้มเธอแรงจนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่พิมพ์กาญจน์ไม่ยอมให้จับแล้วก็ขยับหนี ตอนนี้ก็เหมือนว่าทั้งสองคนกำลังเล่นวิ่งไล่จับกันเลย ก่อนที่วรรณาจะกลับมาถึงที่บ้าน เพราะไปเก็บผักอ่อนที่จะมากินกับน้ำพริกกับข้าวเย็นวันนี้
“หยุดๆ...หยุดวิ่งเล่นกันได้แล้ว”วรรณาเธอบอกกับเด็กๆแล้วก็นั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่ตรงหน้าบ้าน พิมพ์เธอก็หยุดวิ่งแล้วก็เข้ามากอดวรรณาทันที แล้วก็ปัดมือของนิลินออกไม่ให้เข้ามาใกล้ๆเธอ
“หยุดเล่นกันได้แล้ว เล่นกันเป็เด็กๆไปได้ หนุ่มบ้านไหนมาเห็นเดี๋ยวเขาก็ว่าไม่โตสักทีหรอก เดี๋ยวก็ได้ขึ้นคานกันพอดีทั้งคู่เลย”
“ก็ดีสิคะแม่ หนูไม่อยากให้ใครมาสนใจหนูอยู่แล้ว”
“พูดกับว่าทุกวันนี้แกสนใจใครนั่นแหละจันทร์ยิ้ม วันๆฉันนึกว่าคนบ้าพูดกับตัวเอง..”พิมพ์กาญจน์ก็ทำหน้าตาไม่ได้สนใจกับสิ่งที่นิลินว่าให้ตัวเอง ก็เธอไม่ได้สนใจใครจริงๆนี่นา
“พอๆเลยทั้งสองคน เดี๋ยวก็ได้ยาวจบไม่เป็”วรรณาเธอต้องห้ามไว้ก่อนเพราะว่าเธอมีเื่ที่อยากจะคุยกับพิมพ์กาญจน์อยู่พอดีในตอนนี้
“จันทร์ยิ้มลูกอีกสองวันไปรับลุงอัทกับป้าดาที่สนามบินนะลูก ลุงอัทกับป้าดาจะมาหาเราที่บ้าน”พิมพ์กาญจน์ยินชื่อของคนที่จะมาบ้านของเธอ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยทันทีเพราะว่าเธอจะได้เจอกับคนที่เธอคิดถึงแล้ว
“แล้ว...แล้ว...แล้ว...”พิมพ์กาญจน์เธอตื่นเต้นแล้วก็ดีใจจนพูดติดอ่างขึ้นมาเลยทันที
“พี่น้ำหวานของเราก็มา ดีใจใช่ไหม...”พิมพ์กาญจน์พยักหน้าว่าดีใจแล้วก็ทำตัวไม่ถูกเลยตอนนี้
“เอ้าๆ...แม่ดูสิคะ ดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วนั่น จะได้เจอสักทีแล้วนะพี่น้ำหวานของแกเนี่ย..”
“งื้อแม่...แม่...หนู...หนู...”พิมพ์กาญจน์เธอดีใจจนไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมาเลยตอนนี้
“โว๊ย....ยัยจันทร์ยิ้ม วันนี้ก็คงคุยกันไม่รู้เื่กันพอดี..”
“ก็ฉันดีใจไหมยัยลิน เขาไปอยู่ที่เมืองนอกตั้งนาน ดีใจที่สุดเลยโว๊ย!!...แม่หนูไปอาบน้ำนอนก่อนนะแม่ จะได้ถึงอีกสองวันเร็วๆ”
“เดี๋ยวๆจันทร์ยิ้มลูก...อีกตั้งสองวันนะลูก”วรรณาหันมองตามหลังพิมพ์กาญจน์อย่างห้ามไม่ทันซะแล้ว ซึ่งเธอก็รู้ว่าตอนนี้พิมพ์กาญจน์รู้สึกดีใจมากที่จะได้เจออีกคน
“เป็เอามากแล้วลูกสาวฉัน”
“แค่นี้ลินว่ายังน้อยนะจ๊ะแม่ คอยดูได้เลยว่าวันนี้ต้องนอนั้แ่หกโมงเย็นอย่างแน่นอนฮ่าๆๆๆ”นิลินเธอก้อดขำให้พิมพ์กาญจน์ไม่ได้ เธอรู้ว่าพิมพ์กาญจน์ดีใจแต่ไม่คิดว่าจะดีใจขนาดนี้ เพราะครั้งที่แล้วอัทรากับภาดาบอกว่าจะมาหาที่บ้าน พิมพ์กาญจน์ก็อาบน้ำเข้านอนั้แ่ห้าโมงเย็นเลย แต่พวกเขาก็มาไม่ได้เพราะว่าเกิดปัญหากับธุรกิจของพวกเขาทางนั้นก่อน ครั้งนี้เธอก็หวังว่าอัทรากับภาจะมาตามคำที่บอกจริงๆ เพราะเธอก็ไม่อยากเห็นพิมพ์กาญจน์ซึมเวลาที่ผิดหวัง
จบตอน