ตอนที่ 8 ฮูหยินผู้เฒ่า
ตอนที่เชียนเชียนกลับมา เหนียนอิ๋งสี่กำลังยกหม้อขึ้นมากวนบางอย่างอยู่ในห้อง เชียนเชียนวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วมองดูอย่างสงสัย ลูกตาแทบหลุดกระเด็นออกมา พลันนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเหนียนอิ๋งชุนที่เอาแต่ะโว่าเหนียนอิ๋งสี่ถูกผีเข้า ขณะนั้นนางเริ่มกลัวขึ้นมาเล็กน้อย พลางชี้ไปยังโคลนในหม้อด้วยตัวสั่นเทา น้ำเสียงก็เริ่มสั่นตาม “คุณ คุณหนู นี่ท่าน กำลังทำอะไรหรือเ้าคะ”
เหนียนอิ๋งสี่ปัดมือ มองดูผลงานชิ้นเอกของตนอย่างพึงพอใจ พลางััใบหน้าของตัวเอง และเอ่ยอย่างคลุมเครือว่า “แน่นอนว่าเพื่ออำพรางหน้าน่ะสิ”
เชียนเชียนจ้องมองตาโต หมายจะกล่าวบางอย่าง ทันใดนั้นกลับนึกถึงคำซุบซิบที่ได้ยินจากบ่าวรับใช้ในครัว จึงรีบวิ่งไปที่ข้างเหนียนอิ๋งสี่ เอ่ยอย่างร้อนรน “คุณหนูเ้าคะ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินคนพูดว่า คุณหนูจวิ้นหรูาเ็สาหัส กระดูกซี่โครงหักไปสองซี่เ้าค่ะ! ฮูหยินรองโกรธมาก บอกว่าจะนำเื่ไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูจะทำอย่างไรดีเ้าคะ หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบเื่เข้า คงได้ลงโทษพวกเราเป็แน่”
หากเชียนเชียนไม่เอ่ยถึง เหนียนอิ๋งสี่ก็ยังไม่มีท่าทีอะไร ครั้นเอ่ยถึงฮูหยินผู้เฒ่าคนนี้ เหนียนอิ๋งสี่กลับกลอกตา พลางแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในความทรงจำของร่างนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช่หวังหว่านหลินมารดาผู้ให้กำเนิดของเหนียนเกิงหรง แต่เป็หวังหว่านซิวที่เป็น้องสาวแท้ๆ ของมารดาเหนียนเกิงหรง ปีนั้นหวังหว่านหลินเสียชีวิตเนื่องจากภาวะคลอดบุตรยาก เหนียนเกิงหรงที่ยังเป็ทารกอยู่ถูกส่งต่อให้อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของหวังหว่านซิวผู้เป็น้องสาวซึ่งแต่งเข้าตระกูลเหนียนพร้อมกับหวังหว่านหลิน แม้จะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด แต่เหนียนเกิงหรงก็เคารพแม่บุญธรรมหรือท่านป้าหวังหว่านซิวผู้นี้เป็อย่างมาก ั้แ่หวังหว่านซิวถูกเหนียนเกิงหรงรับเข้ามาอยู่ในจวนเหนียน นางก็รับผิดชอบดูแลกิจการงานทั้งหมดของตระกูลเหนียน แม้หวังหว่านซิวมีอายุมากแล้ว กลับฉลาดและมากความสามารถ ทั้งเข้มงวดและไม่ยอมก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง ซึ่งอันที่จริงนี่ก็เป็เหตุผลที่อันจือเหมยไม่เคยได้รับเลือกให้เป็ฮูหยินเอกหลังจากมารดาเหนียนอิ๋งสี่เสียชีวิต ถึงอย่างไรอันจือเหมยก็เป็บุตรีอนุของตระกูลอัน ต่อให้อันจือเหมยจะสูงศักดิ์แค่ไหน สำหรับหวังหว่านซิวแล้วนางเป็แค่เด็กที่เกิดจากอนุภรรยาเท่านั้น ไร้คุณสมบัติที่จะขึ้นเป็ฮูหยินเอกของรองผู้บัญชาการ ทว่าหลายปีนี้อันจือเหมยก็ไม่เคยยอมแพ้ พยายามประจบเอาใจหวังหว่านซิวตลอดเวลา โดยหวังว่าสักวันหนึ่งหวังหว่านซิวจะเมตตาพอให้นางเลื่อนเป็ฮูหยินเอกได้
แน่นอนว่าที่เหนียนอิ๋งสี่หัวเราะนั้นไม่ใช่เื่บ้าบอที่ทั้งเก่าและไร้สาระเหล่านี้ของตระกูลเหนียน ที่นางหัวเราะคือมาตรการตอบโต้ที่คิดไว้ดีแล้วต่างหาก ในเมื่ออันจือเหมยอยากประจบเอาใจหวังหว่านซิว เช่นนั้นครั้งนี้ถือเป็โอกาสทอง แม้เวลานี้นางยังไม่อยากล่วงเกินอันจือเหมยแบบเปิดเผย แต่จะทำลายความอวดเก่งของอีกฝ่าย ให้นางรู้ว่าเหนียนอิ๋งสี่ไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่ายๆ ก็ดีเหมือนกัน
คนในกระจกที่ใบหน้าแต้มโคลนเหลือง กลับยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ขณะหันกายล้างมือในเวลาเดียวกันนั้น เหนียนอิ๋งสี่ก็ถามเชียนเชียนที่อยู่ข้างหลังว่า “เ้ายังจำสิ่งที่จวิ้นหรูด่าข้าเมื่อตอนนั้นได้หรือไม่”
แม้ว่าเชียนเชียนจะถูกชุ่ยเอ๋อร์สกัดไว้นอกห้องตลอด แต่ก็ได้ยินคำต่อว่าของจวิ้นหรูในเวลานั้นอย่างชัดเจน เมื่อย้อนนึกถึงคำพูดสกปรกเมื่อครู่เ่าั้ เชียนเชียนผงกศีรษะอย่างลำบากใจโดยไม่ได้พูดทวนซ้ำ ถึงอย่างไรถ้อยคำเ่าั้ก็ไม่รื่นหูเกินไปที่นางจะเรียนรู้ได้
เมื่อเห็นท่าทีขัดขืนของเชียนเชียน เหนียนอิ๋งสี่ก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ยังจำคำด่าของจวิ้นหรูในตอนนั้นได้ จึงเช็ดมือให้แห้งแล้วหันกายเดินมาตรงหน้าเด็กสาว เอื้อมมือช้อนคางที่ก้มต่ำจนชิดอกของอีกฝ่ายขึ้นมา บังคับให้สบตากับตน “เชียนเชียน ข้ารู้ว่าให้เ้าทวนคำพูดเ่าั้เป็การสร้างความลำบากใจให้แก่เ้า แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่ทำให้พวกเรารอดจากการถูกโบย ก็มีแต่คำพูดเหล่านี้แล้ว”
เห็นแววตาดำขลับและสงบเยือกเย็นของเหนียนอิ๋งสี่คู่นั้นแล้ว เชียนเชียนไม่เข้าใจ “คุณหนู การถูกโบยเกี่ยวข้องอะไรกับคำด่าเ่าั้ด้วยหรือเ้าคะ”
เหนียนอิ๋งสี่จิ้มศีรษะของเชียนเชียนอย่างแรง เด็กคนนี้ปกติเห็นเออออทำตามอย่างเดียว พอถึง่เวลาวิกฤติกลับมาซักไซ้ไล่เลียงอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ช่างวอนโดนตีเสียจริงๆ
เชียนเชียนเจ็บจนน้ำตาซึม กำลังจะถามเหนียนอิ๋งสี่ว่าทำไมถึงตีตน แต่เมื่อเห็นแววตาที่เรียกได้ว่า ‘ดุร้าย’ ของเหนียงอิ๋งสี่แล้ว จึงได้แต่กัดริมฝีปากข่มกลั้นน้ำตาไว้
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอันวุ่นวายดังขึ้นจากนอกเรือน แม้ว่าจะอยู่ห่างจากเรือนพอสมควร กลับไม่อาจรอดพ้นหูที่ไวต่อความรู้สึกของเหนียนอิ๋งสี่ไปได้ มองเชียนเชียนที่น้อยอกน้อยใจราวกับเป็สะใภ้ตัวน้อยตรงหน้าแล้ว เหนียนอิ๋งสี่ไม่มีเวลาอธิบายให้นางฟังมากนัก ทำได้เพียงพูดขู่ขวัญว่า “ประเดี๋ยวหากมีคนถามเ้าว่าจวิ้นหรูพูดอะไรในตอนนั้น เ้าต้องพูดทวนทุกคำอย่าให้ขาด หากพูดไม่ออก เ้าและข้าก็เตรียมตัวถูกโบยได้เลย!”