นี้ก็ผ่านมาได้หนึ่งปีแล้วแต่ วรารี ก็ยังไม่มีวี่แววจะท้องเลย และ่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ธนกฤษ ลอฟ ลีโอนาด กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ทุกวัน กลับมาก็ดูอ่อนเพลีย ไม่ค่อยพูดจาเหมือนเช่นแต่ก่อน หรือว่านี้คือสัญญาณของการเปลี่ยนไปของผู้ชาย ที่เริ่มเบื่อกับสิ่งเดิมๆ แล้วหรืออย่างไร วรารี คิดไปก็ทำให้กลุ้มใจ เครียดจนเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน
“คุณลอฟ ทำไมกลับดึกจังคะ?” วรารี ถามขึ้นเมื่อท่านประธานหนุ่มเข้ามาในบ้าน
“ผมงานยุ่งน่ะ เพลียด้วยขอไปอาบน้ำก่อนนะ” ท่านประธานหนุ่มกล่าวเดินเข้าไปหอมแก้ม แล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
วรารี มองตามหลังด้วยความรู้สึกเ็ป แล้วถ้าเป็อย่างที่เธอคิด เธอจะทนได้ไหมน่ะ และจะหวานอมข่มกลืนได้สักเท่าไรกัน เพราะหากขึ้นชื่อว่าได้เบื่อกันแล้ว คงไม่มีวันที่จะกลับมารักกันหวานชื่นได้อีก แล้วเธอจะอยู่กับเขาได้อย่างไรกับคนที่หมดรักกันแล้ว
คิดแล้วน้ำตาเ้ากรรมก็ไหลออกมาอย่างยั้งไม่อยู่ ่นี้เธอเป็อะไร จิตใจอ่อนไหวง่ายมาก นิดๆ หน่อยๆ ก็จะเอาแต่น้อยใจร้องไห้ ต่อมน้ำตา่นี้ตื้นเสียจริง วรารี เดินออกไปเดินรับลมที่สนามหญ้าหน้าบ้าน สงบสติอารมณ์เธอก่อน เพราะหากขึ้นไปข้างบนตอนนี้มีหวังได้ชวนทะเลาะแน่
“ทำไมไม่ขึ้นมานะ ไปไหนของเขา” เมื่อท่านประธานหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ ไม่เห็น วรารี อยู่ในห้องก็บ่นพึมพำกับตัวเอง เดินตามหาหญิงสาวภายในบ้านก็ไม่เจอ จึงเดินออกไปดูที่สนามหญ้าหน้าบ้านก็เห็นร่างบางกำลังยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“นุ่น คิดอะไรอยู่เหรอ! แล้วนี่ร้องไห้ทำไม เป็อะไรหรือเปล่า?” ท่านประธานหนุ่มเข้ามาสวมกอด วรารี ไว้ทางด้านหลัง ก้มหอมแก้มหญิงสาวจึงได้ัักับน้ำใสๆ ที่ไหลลงมาตามแก้มนวลก็ใ
“่นี้คุณดูเปลี่ยนไปนะคะ ไม่เหมือนก่อนเลย เบื่อกันแล้วใช่ไหมคะ?” วรารี เอ่ยออกมาตามที่ใจคิด
“ทำไม นุ่น คิดอย่างนั้นล่ะ ่นี้ผมงานเยอะจริงๆ” ท่านประธานหนุ่มเอียงคอมองภรรยาตัวน้อยของเขา ที่ดูจะคิดมากระแวงไปกันใหญ่
“ก็่นี้คุณดูไม่สนใจนุ่นเลย กลับบ้านก็ดึกดื่น แต่ถ้าคุณเบื่อ คุณบอกนุ่นมาตรงๆ เถอะค่ะ นุ่นรับได้และพร้อมที่จะทำตามที่คุณ้า” วรารี เอ่ยด้วยความน้อยใจซึ่งก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันมาจากไหนเยอะแยะ
“นุ่นอย่ามาพูดอย่างนี้นะ แล้วอย่าคิดเองเออเองอย่างนี้...ไม่เอาแล้วไปนอนกันเถอะ ดึกมาแล้ว” ท่านประธานหนุ่มว่าพลางจับจูงมือภรรยาตัวน้อยเดินเข้าไปในบ้าน
วรารี มาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านใจกลางกรุง เพราะเกิดรู้สึกเบื่อๆ ขึ้นมา โดยมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังมาด้วย พอเดินผ่านร้านอาหารก็พลันมองไปเห็น ท่านประธานหนุ่มนั่งทานข้าวอยู่กับผู้หญิงสาวสวยนางหนึ่ง เธอมือไม้สั่น อกร้อนรุ้มแทบจะะเิออกมา หน้ามืดตาลายไปหมด ไม่พูดพร่ำทำเพลง วรารี เดินเข้าไปยังที่ 2 คนนั่งอยู่ทันที
“ไม่คิดเลยนะคะ ว่าที่งานยุ่งงานเยอะคืออย่างนี้นี่เอง” วรารี พูดขึ้นเมื่อมาถึงโต๊ะที่ท่านประธานหนุ่มที่นั่งอยู่
“นุ่น” ท่านประธานหนุ่มหันมามอง ด้วยความใคาดไม่ถึงว่า วรารี จะมาเจอ
“ใมากหรือคะ ที่เห็นนุ่น อยู่ที่นี้ได้” วรารี ยอมรับว่าโกรธจนควันออกหู กำมือแน่น แต่เธอจะไม่ยอมเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไป มันหมดแล้วความเชื่อใจที่มี
“ขอให้มีความสุขแล้วกันนะคะ” กล่าวจบ วรารี ก็เดินแกมวิ่งออกไปจากที่นั้น แต่ยังไม่ทันพ้นประตูร้านไปชายหนุ่มก็คว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทัน
“นุ่น นุ่นเข้าใจผิดแล้วนะ” วรารี ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอพยายามดิ้นออกจากการกอดรัดของท่านประธานหนุ่ม
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ปล่อย!” วรารี ตวาดท่านประธานหนุ่ม แล้วสติก็ดับวูบลง ร่างบางเซถลาล้มลง ดีว่ามีท่านประธานหนุ่มยังคงกอดประคองไว้อยู่
“นุ่น ที่รักเป็อะไรน่ะ วุฒิ ไปเอารถมาข้างหน้าห้างเดี๋ยวนี้” ท่านประธานหนุ่มะโเรียกบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง ซึ่งตอนที่ วรารี เข้ามาก็ไม่ทันสังเกตเห็นว่า อัครวุฒิ ก็นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง
ท่านประธานหนุ่มอุ้มร่างภรรยาตัวน้อยขึ้นแนบอบแล้วเดินด้วยความเร็วไปยังทางออกที่ใกล้สุด โดยมีบอดี้การ์ดอีกคนที่มากับ วรารี เป็ผู้เดินนำและเปิดทางให้
วรารี ตื่นขึ้นก็เป็เวลา่เย็นแล้ว รู้สึกงงกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน เธอมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
“ที่นี่ ที่ไหนกัน แล้วเรามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง?” วรารี ลุกจากเตียง ก็เห็นลูกศรชี้ไห้เดินตามไป เธอจึงไปตามลูกศรนั้น จนมาถึงชายหาดซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้จัดวางไว้ 1 ชุด รอบๆ มีเสาเทียนตั้งอยู่ ดูแล้วให้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกเป็ยิ่งนัก
“สุขสันต์วันครบรอบแต่งงาน ครับที่รัก” ท่านประธานหนุ่มกล่าวขึ้นด้านหลัง
วรารี หันมองมาตามเสียงที่ได้ยิน ก็เห็นท่านประธานหนุ่มเดินเข้ามาสวมกอดโอบรอบเอวบาง แล้วก้มลงจุมพิตลงที่หน้าผาก
“วันนี้วันครบรอบแต่งงานของเรา ผมจึงอยากทำเซอร์ไพรส์น่ะ” ท่านประธานหนุ่มกล่าว แต่การทำเช่นนี้ก็ไม่ได้ทำให้ วรารี คลายความขัดข้องหมองใจลงได้
และพอหันไปมองรอบๆ ก็เห็นผู้หญิงคนที่นั่งทานข้าวกับท่านประธานหนุ่มก่อนหน้านี้ยืนอยู่กับพนักงานเสิร์ฟ
“แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ถือเป็เซอร์ไพรส์ด้วยไหมคะ?” วรารี กล่าวพร้อมกับมองหน้าท่านประธานหนุ่มเหมือนจะให้รู้ลึกถึงความจริงในใจ
“คนนั้นนะหรือ?” ท่านประธานหนุ่มทำท่าทำทางให้ วรารี มองดูผู้หญิงที่ยืนอยู่กับพนักงานเสิร์ฟ “เขาเป็ออแกนไนซ์มาจัดสถานนี้ให้ ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักนุ่น เพียงคนเดียวและตลอดไป” ท่านประธานหนุ่มกล่าว
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะทำเซอร์ไพรส์อ่ะ” วรารี ทำเสียงอุบอิบอยู่ในลำคอ กอดตอบชายหนุ่ม น้ำตาก็ไหลรินก็มาอย่างตื้นตัน
“ขี้แยอีกแล้ว เดี๋ยวลูกก็ขี้แยตามหรอก” ท่านประธานหนุ่มกล่าวล้อเลียน พลางเลื่อนมือไปลูบหน้าท้องหญิงสาว
“ทะ.. ท้อง นุ่นท้องหรือคะ?” วรารี เงยหน้าขึ้นมองท่านประธานหนุ่ม
“ใช่เรากำลังจะมีลูกจ้ะที่รัก ผมรักนุ่น รักมากและจะไม่มีวันเบื่อเด็ดขาด จำไว้นะทูนหัว” ท่านประธานหนุ่มย้ำชัดให้หญิงสาวแน่ใจ
“นุ่นก็รักคุณค่ะ” วรารี พูดจบท่านประธานหนุ่มก็กดจูบลงมาหาริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เขาคิดว่าไม่มีริมฝีปากไหนจะหวานและทำให้เขาหลงได้มากเท่านี้อีกแล้วในชีวิตนี้
**เส้นทางของการใช้ชีวิตคู่ ไม่ได้สวยหรูโรยด้วยกลีบกุหลาบ ย่อมจะมีอุปสรรคเข้ามาอยู่เรื่อยๆ อุปสรรคนั้นจะผ่านพ้นไปได้ก็ขึ้นอยู่กับ ความรัก ความอดทน ความเข้าใจ และการให้อภัยซึ่งกันและกัน**
จบแล้วค่ะ ขอบคุณรีดที่เข้ามาอ่านจนจบนะคะ!!!!!!........................................ ^_^