พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 41 เล่นกับความรู้สึก

    บทที่ 41 เล่นกับความรู้สึก




    “ครับ พ่อ ดาร์ลิ้งไม่ยอมกลับ...ครับ อ่า จะดีหรอครับ....ได้ครับ ได้ เดี๋ยวบอกดาร์ลิ้งให้” คนตัวสูงที่เถียงไปก็ไม่ชนะคนดื้อรั้นสองคนได้อีก เขาจึงได้แต่โทรแจ้งบิดาบังเกิดเกล้าที่เป็นคนยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาต้องกลัวถึงผลลัพธ์ของการมาที่นี่




    ​ตอนแรกที่โทรไป ออเดรย์คิดว่ายังไงตัวเขานั้นก็ต้องโดนจัดการแน่ๆ ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายกลับดึงดราม่า บอกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆว่าลูกคงไม่อยากเจอเขา ลูกคงเกลียดเขาไปแล้ว .....




    ​แน่นอนว่าออเดรย์ไม่คิดที่จะบอกความจริงว่าลูกของพ่อนั้นเกาะผู้ชายหนึบ ไม่ยอมห่างไปไหนต่างหากล่ะ!




    ซึ่งถ้าเขาบอกไปแบบนั้น เขาก็จะได้รับคำสั่งสู้ตายให้พาคนกลับมาให้ได้ แล้วก็จัดการฆ่าไอ้ผู้ชายที่หลอกลวงน้องชายของเขาเป็นแน่ ไม่เพียงแค่คนสองพี่น้องกำมะลอที่จะเดือดร้อนเท่านั้น ตัวเขาเองที่ไม่มีปัญญาจัดการก็จะถูกตำหนิไปด้วย




    ​ดังนั้นถ้าคนเขาอยากจะดราม่า ก็ปล่อยให้ดราม่าไป ดีเสียอีกที่เรื่องมันออกมาแบบนี้ เหลือก็แค่ต้องไปนัดแนะกับคนเป็นน้องให้ตอบไปในทิศทางเดียวกัน....




    ​ยังไม่ทันที่ออเดรย์จะได้พูดอะไรออกไปกับน้องชายเรื่องของพ่อผู้ให้กำเนิด เขาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังกินอาหารหมาตุ้ยๆด้วยความรู้สึกริษยาเต็มแก่




    “พี่ พ่อแม่บุญธรรมผม...พวกเขา พวกเขาเอาเลือดผมไปขายหรอครับ” ปลายฝนที่กำลังหวาดกลัวและเสียใจอย่างมากเอ่ยถามคนเป็นพี่ชาย ในท่านั่งที่ใกล้ชิดกันเหลือเกินในสายตาคนนอก




    ​คนเป็นพี่นั่งที่โซฟา ส่วนน้องชายก็ไปนั่งบนตักของอีกฝ่าย มือทั้งสองของน้องชายนั้นถือโทรศัพท์สั่นๆ มองดูหน้าจอด้วยสายตาที่สั่นระริก ดวงตานั้นฉายชัดถึงความเสียใจและผิดหวังเต็มแก่ ไม่ว่าใครที่มองดูก็ต้องรู้สึกอยากจะเข้าไปปลอบโยนทั้งนั้น  




    ส่วนคนเป็นพี่ชายน่ะหรอ มือของเขาตอนนี้เลื้อยเป็นงู สัมผัสไปตรงนั้นตรงนี้ของน้องชายอย่างมีความสุข มือข้างหนึ่งลูบที่หลังเหมือนต้องการปลอบประโลม แต่มืออีกข้างกลับวางที่ขาอ่อนนุ่มนิ่มของน้องชาย หลอกกินเต้าหู้อย่างแนบเนียน




    “พี่ งั้นคนอื่นๆก็โดนเหมือนกันหรอ พวกเขา...พวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไงครับ พวกเราทุกคนล้วนแต่ฝากชีวิตไว้กับเขานะครับ ฮึก! ตอนที่ผมถูกทิ้ง ผมไม่รู้อะไรเลย ผมเสียใจมาก ผมคิดว่าไม่มีใครต้องการผมอีกต่อไปแล้ว เพราะผม...ผมมันไม่ดี ผมน่าเกลียดแล้วก็...” เด็กน้อยพูดไปก็ร้องไห้ไปอย่างเสียใจ




    ​ต้นหนาวขมวดคิ้ว ไม่ค่อยพอใจที่น้องชายต้องร้องไห้ พาลโกรธไปถึงสองสามีภรรยาสารเลวที่กล้าเอาความรู้สึกๆของเด็กๆมาล้อเล่น เพียงเพราะอยากได้เงิน เช่นนั้นทำไมไม่ขายเลือดขายเนื้อของตัวเองไปเลยล่ะ!




    “อย่าร้อง พี่ต้องการปลายฝน เด็กดี...อย่าร้องเลย” คนเป็นพี่ชายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชนิดที่ว่าไม่เคยมีใครได้ยินเสียงเช่นนี้ของเขามาก่อน ปลายฝนทิ้งมือถือไว้ที่ตักของเขาก่อนจะคว้าเอาคอของคนเป็นพี่มากอดแน่นพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย




    ​ออเดรย์ที่ได้ยิน แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบฉากรักหวานซึ้งที่ชวนอ้วกนี้ กระนั้นเขาก็ยังเข้าใจว่าทั้งสองนั้นพูดถึงอะไร คนเป็นพี่แท้ๆแค่นหัวเราะออกมาด้วยความเกลียดชัง




    ​ตัวเขานั้นใช่ว่าจะเป็นคนดี แต่ก็ไม่ใช่คนเลวที่จะมาทำอะไรแบบนี้ แค่คิดว่าต้องมีเด็กกี่คนที่โดนกระทำแบบนี้ บางคนอาจจะได้ร้องไห้ลำพัง หรือบางคนอาจจะไม่มีโอกาสเติบโตมาร้องไห้ด้วยซ้ำ เขาก็รู้สึกโกรธเกลียดคนทุเรศแบบนี้มากๆ




    ​เขากดไปที่ข่าวซึ่งเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างโด่งดังในตอนนี้เนื่องจากเกี่ยวพันถึงนักธุรกิจที่รวยที่สุดในประเทศและตระกูลของเขา จากข่าวตอนแรกที่โจมตีตัวเขาอย่างรุนแรงว่าเป็นพวกที่ไม่ฟังหูไว้หูแล้วก็เชื่อน้องชายบุญธรรมมากกว่าสายเลือดในตระกูล ลามไปด่าทอปลายฝนเสียๆหายๆอย่างไม่คิดถึงคนอ่านว่าเป็นพวกกาฝากที่เข้ามาบ่อนทำลายครอบครัวสุขสันต์ของอธิบรักขณกุล ทั้งๆที่ตัวเองนั้นที่จริงแล้วเป็นพวกโรคจิต




    ​คนพวกนี้ไม่ได้มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสงสารเด็กน้อย ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายมีความผิดปกติทางจิตใจจริงๆ แต่กลายเป็นว่าใช้คำพวกนี้มากล่าวเหยียดปลายฝนแทนด้วยความสะใจ




    ​แน่นอนว่าคนเหล่านี้ก็มีไม่น้อยเลยจริงๆในสังคมนี้ เพราะความอิจฉาริษยาที่เด็กหนุ่มเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ จู่ๆก็ก้าวขึ้นเป็นน้องชายของเศรษฐีหนุ่มที่อยากได้อะไรก็ได้ เงินทองมากมายมีให้ใช้ ด้วยความรู้สึกเช่นนั้นจึงทำให้เลือกที่จะกดปลายฝนเพื่อให้ตนเองสะใจ แม้จะรู้ว่าต่อให้ด่าปลายฝนไปอย่างไรก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นกับชีวิตของพวกเขาอยู่ดี




    ​ถึงจะมีหลายคนที่ในช่วงแรกๆนั้นออกตัวปกป้อง แต่พวกเขาเป็นชาวเน็ตธรรมดา จะไปสู้กับคนของอธิบรักขณกุลที่ไปจ้างมาเพื่อเล่นงานได้อย่างไร ไม่นานคอมเม้นท์แย่ๆก็เพิ่มสูงขึ้นมาก กลบความคิดให้กำลังใจไปหมด




    ​แน่นอนว่าเหมันต์คนนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เพราะเขาเชื่อว่าตัวเองจะไม่ทำให้น้องได้เห็นความคิดเห็นเหล่านั้นได้ จึงไม่เข้าไปยุ่งกับพวกมัน เขาเพียงรวบรวมหลักฐานเพื่อตบหน้าพวกมัน กระทั่งเอาผิดทุกคนที่ไล่โจมตีน้องชายของเขาด้วย ต่อให้ค่าทนายความจะสูงขึ้นมากขนาดไหนก็ตาม แต่ในเมื่อมีเงินแล้วก็ต้องเอามาใช้สิถึงจะถูก...




    ​อีกไม่กี่วันต่อมา ผู้คนมากมายจะได้เห็นข่าว ชาวเน็ตที่ขอกราบเท้าของปลายฝนและต้นหนาว บอกว่าตัวเองทำมันลงไปโดยรู้ไม่เท่าถึงสถานการณ์ เพื่อให้ทางนั้นถอนฟ้องโดยรับคำขอโทษไป เพราะค่าทำขวัญของน้องชายผู้ยิ่งใหญ่ของประธานบริษัทTIMEsTULA นั้นมันมากมายเหลือเกิน พ่อแม่ของเด็กๆหลายคนต้องเสียเงินทองรวมไปถึงน้ำตามากมายเพราะตอนนั้นคนที่ถูกด่าไปถึงบ้านนั้นคือพวกเขาเอง




    ​สำหรับข่าวเรื่องนี้นั้นน่าสนใจตรงที่ผู้คนสามารถโยงไปถึงบ้านใหญ่ของอธิบรักขณกุลได้ เนื่องจากพวกเขาให้การเท็จ ทั้งยังมีคนเดาได้ว่าพวกเขาไปจ้างสองคนนั้นให้ออกมาพูด โดยที่ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหนกับเด็กๆ




    ​มีคนนำคลิปที่คนบ้านใหญ่ร้องไห้ไปก็ปลอบพ่อแม่บุญธรรมของปลายฝนไปด้วยมาลงซ้ำแม้ว่าข่าวนั้นจะถูกขอให้ลบแล้วก็ตาม จากตอนแรกที่พวกเขาด่าต้นหนาวเพราะโง่เง่าเชื่อน้องชายมากกว่าสายเลือด ตอนนี้พวกเขากลับมาชื่นชมที่ต้นหนาวนั้นสมกับเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจจริงๆ มองคนออกตั้งแต่ยังเด็ก รวมถึงชื่นชมพ่อแม่ของต้นหนาวอีกด้วยที่พาเด็กน้อยทั้งสองจากมาจากบ้านที่เลวร้ายนั้น




    ​ออเดรย์ที่อ่านข่าวไปก็คิ้วกระตุกไปพลาง ทำไมเขาถึงคิดว่าข่าวนี้เป็นแค่หลุมพรางของเจ้าพี่ชายบุญธรรมคิดไม่ซื่อคนนี้กันนะ ดูเหมือนว่าตัวเขาเองยังได้ข่าวมามากกว่านี้ไม่ใช่หรอ แล้วทำไมเจ้านี่จึงไม่เล่นงานตระกูลให้ล่มจมไปทีเดียวล่ะ




    “คุณชายใหญ่ครับ ตอนนี้มีคนจากบ้านใหญ่มา...” ขณะที่ออเดรย์กำลังนั่งคิดอยู่นั้น คนของเหมันต์ อธิบรักขณกุลก็เข้ามารายงาน เด็กน้อยตัวเล็กที่นั่งอยู่ตกใจไม่น้อยเลย กระนั้นต้นหนาวก็แค่ตบหลังเบาๆเพื่อปลอบโยนเท่านั้น ออเดรย์ยังได้ทันเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของต้นหนาวอีกด้วย เขาจึงไม่เข้าไปยุ่งและมองอย่างสนใจ




    “ปล่อยให้พวกมันเข้ามา” เจ้าของบ้านเอ่ยเสียงเรียบ




    “พี่...” เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พึมพำขึ้นด้วยความตกใจ ดูเหมือนว่าเขาจะตกใจกลัวไม่หายกับเรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะเพราะความทรงจำเลวร้ายในตอนนั้นทำให้เขายังไม่อยากเจอพวกบ้านใหญ่ก็เป็นได้ ทว่าต้นหนาวกลับไม่ได้ปล่อยให้น้องชายจากไป




    “ไม่เป็นไร พี่อยู่ที่นี่ด้วย เรามาก้าวข้ามเรื่องนี้ไปด้วยกันเถอะ” ต้นหนาวกระซิบบอกน้องชาย เขาคว้ามือเล็กๆของน้องมากุมเอาไว้แน่น




    ​ใช่ ตอนนี้มีทั้งเขาและปลายฝนจริงๆที่ต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ เด็กน้อยของเขาหวาดกลัวจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ส่วนเขาก็ไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้เช่นกันเมื่อรู้ว่าน้องเป็นเหยื่อ เขารู้ว่าความรู้สึกแบบนี้ของพวกเขาทั้งสองคนนั้นไม่ใช่เรื่องดี หากในอนาคตมีคนเอาจุดอ่อนเช่นนี้มาเล่นงานพวกเขา ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เขากลายเป็นตัวตนระดับโลกที่มีหลายคนให้ความสนใจ ยิ่งออเดรย์มาที่นี่ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ตัวตนของเขามีความสำคัญเพิ่มขึ้นไปอีก




    ​ไม่สิ! ตัวตนของน้องชายต่างหากที่กลายเป็นที่สนใจมากขึ้น จากแรกเริ่มเดิมทีที่เขาคิดว่าจะซ่อนอีกฝ่ายเอาไว้ในเงาของเขา กลายเป็นว่ามีคนมากระตุ้นให้เงานั้นเปล่งประกายแสงจ้าเสียแล้วในตอนนี้




    ​ไม่ว่าจะศัตรูของเขาหรือออเดรย์ พวกมันกำลังจับจ้องมาที่น้องชายของเขา...ต้นหนาวไม่อาจจะปล่อยให้น้องอยู่ในอันตรายได้ เขาได้ปรึกษาจิตแพทย์แล้ว ทางนั้นบอกว่าถ้าสามารถเอาชนะความกลัวนี้ได้ก็จะสามารถลดอาการลง แต่ก็มีความเสี่ยงคือถ้าอีกฝ่ายยังไม่สามารถรับการเผชิญหน้าได้ มันก็อาจจะทำให้เด็กน้อยของเขาหวาดกลัวมากขึ้นก็เป็นได้




    ​ต้นหนาวไม่เชื่อว่าน้องชายของเขาจะอ่อนแอแบบนั้น อีกอย่างในตอนนี้ก็ไม่เหมือนกับตอนนั้น....ตอนนี้เขาได้อยู่ตรงนี้ ข้างๆน้องชายของตนเอง ไม่ได้อยู่ไกลจนไม่รับรู้อะไรอีก!




    “พี่ แต่ผมกลัว” เด็กน้อยเงยหน้ามองคนเป็นพี่เหมือนกับร้องขอให้ปล่อยเขาไป ต้นหนาวมีประกายความลังเล ถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากทำให้น้องชายของเขาต้องลำบากใจ ทว่าเขาก็อยากทำเพื่ออนาคตของอีกฝ่ายเหมือนกัน จะให้น้องอ่อนแอแบบนี้ไปตลอดหรอ? แค่เห็นเล็บสีแดงๆก็เกิดอาการวิตกจริตหรอ?




    ​คนเป็นพี่ที่กระทั่งชีวิตที่แล้วก็ยังบังคับน้องจนต้องทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพียงเพราะต้องการปกป้องน้องชายด้วยวิธีของเขานั้นย่อมไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนกับเรื่องแบบนี้ ตราบใดที่มันดีกับปลายฝน ต่อให้โดนเกลียดเขาก็ยังทำมัน




    “ปลายฝนกลัวอะไรล่ะ หืม? กลัวโดนพี่กิน...หรือว่ากลัวคนพวกนั้น” ต้นหนาวเปลี่ยนท่าที เขาไม่ได้สร้างให้บรรยากาศมันจริงจัง แต่ใช้วิธีดึงความสนใจของเด็กน้อยให้เป็นเรื่องอื่น คนก้มหน้ากระซิบที่หูของน้องชาย ท่าทางใกล้ชิดเช่นนั้นทำให้ปลายฝนตัวแข็งทื่อ ได้รับลมอุ่นร้อนที่หูทำเด็กน้อยใจเต้นรัว




    ​ให้ตายเถอะ!! ในเวลานี้ก็ยังแกล้งเขาได้งั้นหรอ?




    ​ปลายฝนได้แต่หัวเสีย ที่จริงเขาอยากเล่นบทเศร้าไปก่อนนะ แต่คนเป็นพี่ทำแบบนี้เสียแล้ว เขาก็เศร้าต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน




    “พะ พี่ พี่จะกินผมไม่ได้นะ!” ปลายฝนที่ตกใจผลักหน้าของคนที่อยู่ด้านหลังตนเองออกอย่างไม่ถนัดถนี่ ดังนั้นแรงเท่ามดน้อยจึงไม่อาจจะทำอะไรอีกฝ่ายได้เลย




    “หืม? อย่าดื้อสิ เราไม่กลัวคนพวกนั้นแล้วหรอ ถ้ากลัว...ก็อ้อนพี่สิ ยอมให้พี่กิน แล้วพี่จะปกป้องเราเอง ดีไหม” คนตัวเล็กไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะได้ยินอะไรแบบนี้จากพี่ชาย ดวงตาเรียวเบิกกว้างเหมือนกวางน้อยที่เจอนักล่าเหยื่อ เห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ต้นหนาวพออกพอใจเหลือเกิน




    “พะ พี่ยังกินไม่ได้ เรายังไม่ได้แต่งงานกันเลย!”




    “งั้น แต่งวันไหนดีล่ะ หืม?” ต้นหนาวถามเสียงต่ำ




    “จะแต่งวันไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ พี่กับพ่อไม่ยอมให้ดาร์ลิ้งแต่งให้ผู้ชายที่อ้างว่าเป็นพี่บุญธรรมแต่จริงๆแล้วคิดกับเราไม่ซื่อตั้งแต่แรกหรอกนะ” ออเดรย์ที่แอบฟังมานานพูดแทรกขึ้นมาทันที




    ​ต้นหนาวมองออเดรย์ด้วยสายตาเหนื่อยใจ เหมือนกับว่าเจ้านี่แทรกเข้ามาไม่รู้สถานการณ์อย่างไรอย่างนั้น ส่วนปลายฝนนั้นกลับผิดคาด เขาพ่นลมออกจากจมูกอย่างไม่พอใจ




    “ทำไมคุณไม่กลับไปอีก ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้นครับ ผมจะอยู่กับพี่ จะแต่งงานอยู่กับพี่ที่นี่” ปลายฝนพูดอย่างจริงจัง




    “ห๊ะ นี่เรา....เราก็จะแต่งกับมันจริงๆหรอ ดาร์ลิ้งไม่เข้าใจหรอ ดาร์ลิ้งเด็กเกินไป ยังไม่ทันได้เจอคนอื่นเลยนะ อาจจะมีใครอื่นที่เข้ากับดาร์ลิ้ง ดีกับดาร์ลิ้งมากกว่า” ออเดรย์ตาเหลือก เขาสงสารน้องชายที่ไม่ได้ออกไปเผชิญความจริงของโลกที่สวยงาม เขาเชื่อว่าน้องจะได้เจอตัวเลือกที่มากกว่านี้อีกแน่นอน




    ​ขนาดตัวเขาเองที่มาเจอบรรยากาศแปลกๆของประธาน TIMEsTULA เขายังรู้สึกว่าได้หลุดเข้ามาในโลกโบราณที่ประตูหน้าต่างทั้งหมดถูกปิดไว้ นี่ใช่บรรยากาศที่น่าอยู่ที่ไหนล่ะ




    “คุณนั่นแหละที่ไม่เข้าใจ ผมรักพี่ต้นหนาวแล้วก็จะอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิต ทำไมคุณชอบมาห้ามด้วย”




    “พี่ไม่ได้ห้าม พี่แค่อยากให้ดาร์ลิ้งคิดดูใหม่ก่อน ดาร์ลิ้งยังไม่เคยเจอโลกที่สดใสเลย ข้างนอกน่ะมันสนุกมากนะ ยิ่งถ้าโตขึ้น ดาร์ลิ้งก็จะเจอกับสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย แต่ถ้าดาร์ลิ้งอยู่ที่นี่ ดาร์ลิ้งก็จะถูกกักขังอยู่ในบ้านโง่ๆนี่ตลอดนะ ถามตัวเองได้เลยว่าทุกวันนี้อยู่เหมือนกับคนติดคุกหรือเปล่า” ออเดรย์พูดความจริงออกมาทั้งหมด




    ​สีหน้าของต้นหนาวมืดครึ้มลงไปอย่างมาก ตัวเขาเองนั้นรู้ดีมากกว่าใครๆ เขากำหนดที่อยู่ของน้องชายชัดเจนมาก และไม่อยากให้น้องออกไปจากเขาเลย ถ้านิยามว่ามันเหมือนคุกก็ไม่เกินจริง แต่ที่ผ่านๆมา น้องก็อยู่ได้อย่างมีความสุขไม่ใช่หรอ?




    “คุก...” ปลายฝนพึมพำออกมา ยิ่งทำให้ต้นหนาวใจสั่น




    “ปลายฝน อย่าไปฟังที่เจ้านั่นพูดเลย ถ้าน้องอยากไปที่ไหน พี่ก็พร้อมที่จะพาเราไปทุกที เรารู้ใช่ไหม?” ต้นหนาวรีบพูดออกมา กลัวว่าเด็กน้อยของเขาจะคิดอยากเจอโลกกว้างที่เจ้าออเดรย์มันเสนอออกมาจริงๆ




    “เหอะ! ถ้าอยากไปที่ไหน พี่ก็จะพาไปทุกทีงั้นหรอ? แกหมายว่าความจะตามติดดาร์ลิ้งไปทุกที่ ควบคุมพฤติกรรมของคนคุกอยู่หรือไง? ถ้าดาร์ลิ้งอยากจะไปเที่ยวคนเดียวขึ้นมาล่ะ....แกจะปล่อยให้ไปไหม” ออเดรย์แค่นหัวเราะออกมา เขาจี้ไปยังจุกที่ต้นหนาวไม่ได้พูดถึง




    ​บรรยากาศในห้องกลับมาอึมครึมอีกครั้งแล้วในตอนนี้ ยังไม่ได้รอให้คนบ้านใหญ่เข้ามาด้วยซ้ำ




    “ไม่เอา ผมไม่อยากไปไหนคนเดียว พี่ครับ...ผมไม่อยากไปไหนคนเดียว พี่พาผมไปด้วยนะครับ” ปลายฝนคิดเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็พูดออกมาทำลายความเงียบ




    ​ถึงแม้ว่าเขาจะชอบที่เมื่อก่อนได้ไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ก็รู้เหมือนกันว่ามันมีความลำบากอยู่ด้วย ถ้าเขาไปกับพี่ชาย เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวพี่ก็ทำให้เอง แค่คิดก็สบายกว่าเป็นไหนๆ แล้วทำไมเขาต้องแบกกระเป๋าเดินทาง พะวักพะวงกับของว่าจะหายหรือเปล่าด้วยล่ะ? สู้ให้พี่หอบคนไปดูแล ส่วนพวกเขาก็ไปวิ่งเล่นไม่ดีกว่าหรอ?




    “อืม พี่ไม่ให้ปลายฝนไปคนเดียวหรอก” ต้นหนาวเหมือนกับผู้ชนะ เขายิ้มออกมาอย่างสดใส เป็นรอยยิ้มที่มีไว้เพื่อเย้ยหยันออเดรย์โดยเฉพาะ คนที่เป็นพี่ชายแท้ๆได้แค่เบะปากส่งกลับไปด้วยความริษยา ทั้งยังผิดหวังที่น้องน้อยไม่เป็นไปตามแผนของเขาเลย




    “ใครจะไปไหนกันหรอจ๊ะ” เสียงแหลมที่น่ารังเกียจดังขึ้นมา เสียงนี้ทำให้คนสามคนที่กำลังเล่นสนุกได้แต่เงียบเสียงลงไป พวกเขาเห็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เข้ามาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม กระทั่งเล็บก็ยังเปลี่ยนเป็นสีเทาต่างจากสีแดงในตอนแรกด้วย




    “ป้าใหญ่...” เสียงของเด็กน้อยดังขึ้น น้ำเสียงของเขาดูแผ่วเบาเสียเหลือเกิน




    ..................................



    คล้ายกับเรื่องพี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111