หลินเสี่ยมองไปที่เฉินเฟยที่กำลังมองไปที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า เธอไม่เคยเห็นสายตาแบบนั้นมาก่อน สายตาที่เยือกเย็นของเขานั้นเย็นะเืราวกับจะสามารถแช่ดวงตะวันที่ร้อนแรงได้ เธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง
“ฉันไม่สนว่าพวกแกจะพูดคุยกับใคร แต่แกกล้ามาทำร้ายลูกแมวน้อยที่ฉันคิดจะช่วย พวกแกมันไอพวกขยะที่จำเป็ต้องถูกจัดการ”
เฉินเฟยค่อยๆเดินตรงไปยังกลุ่มของเด็กวัยรุ่น เขาเพียงแค่มองไปที่หลินเสี่ยเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่จะหันไปมองเหล่าลูกแมวที่นอนจมกองเือยู่
“หนึ่ง สอง สาม… เจ็ดตัว อีกสามตัวอยู่ไหน”
เฉินเฟยหันไปถามเด็กวัยรุ่นที่ดูน่าจะเป็หัวโจก วัยรุ่นนั้นเห็นได้ชัดว่าเหงื่อตกและหวาดกลัวต่อแววตาที่เฉินเฟยมองมาที่เขา แต่ถึงแม้เขาจะหวาดกลัว เขาก็ไม่สามารถแสดงออกมาให้เหล่าลูกน้องของเขาเห็นได้
“อีกสามตัว ฮ่าๆ ตายไปแล้วยังไงละ ฉันเผามันไปแล้ว แล้วแกจะทำไม”
“ตายไปแล้ว… ไอพวกหน้าโง่เอ้ย”
ดวงตาของเฉินเฟยเปลี่ยนไป ดวงตาสีดำค่อยๆปรากฏแสงสีแดงออกมา
“พวกแกมันโง่ และชั่วช้า หึม”
ในขณะที่เฉินเฟยหึมออกมา บรรยากาศรอบๆก็ดูเหมือนจะสั่นะเื เขาไม่รอช้าเดินตรงไปยังวัยรุ่นหัวโจกก่อนที่จะตบเข้าที่หน้าอย่างจัง
Pang! เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว วัยรุ่นหัวโจกถึงกับฟันหลุดออกจากปาก สลบคามือของเขา
“ยังไม่จบ ฉันบอกแล้วว่าพวกแกจะไม่ได้กลับไปอย่างน้อยต้องมีกระดูกหักซักซี่สองซี่”
เฉินเฟยหลังจากตบวัยรุ่นหัวโจนจนสลบต่อหน้าต่อตาทุกคนแล้ว เขาก็ทำการจิกไปที่ผมของวัยรุ่นหัวโจก วัยรุ่นหัวโจกที่สลบนั้นร่างยังไม่ทันได้แตะถึงพื้นเลยด้วยซ้ำ
“ขอเป็แขนและก็ขาอย่างละข้างก็แล้วกัน”
เฉินเฟยจากนั้นก็เหยียบอย่างแรงไปที่ขาของวัยรุ่นหัวโจก
Pak! เสียงกระดูกหัก
“อ๊ากกกกก”
วัยรุ่นหัวโจ๊กที่สลบอยู่นั้นถูกความเ็ปปลุกให้ตื่นขึ้น เขาร้องโอดโอยออกมาก่อนที่จะสลบไปอีกครั้ง
Pak! เสียงกระดูกหักอีกครั้ง คราวนี้เฉินเฟยหักแขนของวัยรุ่นหัวโจกด้วยมือเปล่าที่ผ่านการเปิดจุดแล้ว หากเป็แรงปกติเขาคงไม่สามารถหักแขนคนด้วยมือเปล่าได้
เฉินเฟยเปิดๆปิดๆจุดชีพจรอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ร่างกายแบกรับภาระหนักจนเกินไป
เหล่าวัยรุ่นที่เห็นหัวโจกกลุ่มของตัวเองถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย และเต็มไปด้วยความเ็ปแล้วนั้น พวกเขาเป็พวกที่ไม่มีความดีในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อเห็นคนที่โหดกว่าและเก่งกว่าตัวเอง พวกเขาก็ไม่คิดจะช่วยพวกพ้องที่โดนจัดการ สิ่งที่พวกเขาทำคือ หนี
“พวกแกอย่าคิดว่าจะหนีจากฉันได้พ้น ฉันเป็คนรักษาคำพูดอยู่แล้ว”
เฉินเฟยด้วยรอยยิ้มที่โเี้อำมหิต ไล่จัดการเหล่าวัยรุ่นที่วิ่งหนีตาย เสียงร้อยโอดโอยโหยหวนดังขึ้นเป็ระยะ จนกระทั่งทุกอย่ากลับมาเงียบงันอีกครั้ง
เฉินเฟยจัดการหักแขนหักขาเหล่าเด็กวัยรุ่นกว่าสิบคนด้วยตัวคนเดียว และด้วยเวลาที่ไม่ถึงสิบนาที
หลินเสี่ยที่เห็นเฉินเฟยจัดการเหล่าวัยรุ่นด้วยวิธีการที่โหดร้ายนั้น ก็ช่วยไม่ได้ที่จะหน้าซีด เธอไม่เคยเห็นใครแขนหัก ขาหักผิดรูปแบบนี้มาก่อน เฉินเฟยในตอนนี้ดูน่ากลัวกว่าเหล่าเสือสิงห์เสียอีก ภายในสายตาของหลินเสี่ย
“ไม่เป็ไรใช่ไหม”
เฉินเฟยเดินมาหยุดต่อหน้าหลินเสี่ยและถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่าย ราวกับที่เขาจัดการกับเหล่าเด็กวัยรุ่นด้วยวิธีการที่โหดร้ายนั้นเป็เื่ธรรมดา
หลินเสี่ยที่ได้ยินเฉินเฟยถามได้แต่พยักหน้า เธอพูดไม่ออก เธอมองไปที่เฉินเฟยด้วยความหวาดกลัว
เฉินเฟยคุ้นชินกับแววตาคู่นั้นดี เขาไม่สนใจอะไร
“ไปได้แล้ว”
เฉินเฟยหันหลังและตรงไปยังลูกแมวที่ล่อแล่อยู่
“นะ นะ นั่นคิดที่จะทำอะไรลูกแมว”
เฉินเฟยหยุดฝีเท้าลงก่อนที่จะหันกลับไปมองหลินเสี่ย หลินเสี่ยถึงจะดูหวาดกลัวเขาอยู่ก็ตาม แต่ก็ยังเป็ห่วงเหล่าลูกแมว เฉินเฟยได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น
“นี่คุณผู้หญิง ขอเตือนไว้อย่าง ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ต่อไปละก็ ได้ตายแน่”
ได้ยินถึงคำว่าตายหลินเสี่ยที่หวาดกลัวมากๆอยู่แล้ว ก็ถึงกับเขาอ่อน ทรุดลงไปกับพื้น
เฉินเฟยได้แต่หัวเราะและส่ายหัว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังเหล่าลูกแมว หลินเสี่ยพยายามที่จะพูดอะไรอีก แต่ทว่าเฉินเฟยขัดขึ้นก่อน
“นี่รถคันนั้นของเธอรึเปล่า”
เฉินเฟยชี้ไปที่รถ SUV ที่จอดอยู่ใกล้ๆ หลินเสี่ยมองไปที่เฉินเฟยด้วยความระแวงดูเหมือนเธอคิดว่าเขา้าจะขโมยรถของเธอรึเปล่า เฉินเฟยเห็นแบบนั้นได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ
“นี่ถ้าฉัน้าจะขโมยรถ ฉันไม่จำเป็ต้องใช้กุญแจหรอกนะรู้ไหม แมวน้อยพวกนี้เสียเืมาก ฉันทำได้แค่ห้ามเืชั่วคราวเท่านั้น ลูกแมวพวกนี้้า การรักษาโดยด่วน ไม่อย่างนั้นพวกมันได้ตายหมดแน่”
เฉินเฟย ค่อยๆกดจุดลูกแมวทีละตัว เพื่อบรรเทาความเ็ปและเืที่ไหลไม่หยุดของพวกมัน
หลินเสี่ยที่เห็นว่าเฉินเฟยช่วยลูกแมวจริงๆ เธอก็พยายามกัดฟันและลุกขึ้นจากตรงที่เธอนั่งอยู่ เธอเดินตรงไปยังลูกแมว และหากล่องบางอย่างมาช่วยเฉินเฟยขนลูกแมว
เฉินเฟยมองไปที่หลินเสี่ย้าคำตอบ หลินเสี่ยรู้สึกไม่สบายใจ แต่เธอก็ต้องพูดไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าใจกัน
“นั่น… รถของฉันเอง ฉันจะพาลูกแมวไปหาหมอเอง”
หลินเสี่ยพูดแบบนั้นหมายความว่าเธอ้าจะพาลูกแมวไปหาหมอเอง เฉินเฟยไม่จำเป็ต้องตามไป เธอไม่สะดวกใจที่จะให้คนแปลกหน้าขึ้นรถไปด้วย แต่ทว่า
“ฉันจะไปด้วย มีปัญหาหรือยังไง”
เฉินเฟยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคืองๆ เขาต้องทำภารกิจด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้นจะถือว่าภารกิจล้มเหลว
“อ่ะ… ไม่ คือ… แบบว่า”
“จะอ้ำอึ้งอะไร ไปกันได้แล้ว”
เฉินเฟยไม่รอให้หลินเสี่ยพูดอะไรก่อน เขาหยิบลูกแมวใส่กล่องด้วยความรวดเร็วและระมัดระวัง ก่อนที่จะเดินไปยังข้างๆรถ SUV รอให้หลินเสี่ยมาเปิดรถให้
หลินเสี่ยได้แต่มองเฉินเฟย ไม่รู้จะทำยังไงดี เห็นหลินเสี่ยไม่ยอมขยับสักทีเฉินเฟยได้แต่เร่งหลินเสี่ย หลินเสี่ยไม่มีทางอื่น จำใจต้องเปิดรถของตัวเองให้เฉินเฟยขึ้นไป ก่อนที่จะขับตรงไปยังโรงพยาบาลสัตว์ในทันที