ภายในห้องโถงลับของ สำนักน้ำแข็ง–ไม้ มีเพียงเสียงลมหนาวพัดแ่ลอดช่องกำแพงหยกโบราณเข้ามา เสียงนั้นปะปนกับกลิ่นสมุนไพรเก่าแก่ที่อบอวลอยู่ราวกับหมอกจาง ๆ กลิ่นหอมไม่เหมือนสมุนไพรทั่วไป แต่แฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่ง “กาลเวลา” ที่กัดกร่อนจนแม้แต่ผู้ฝึกพลังขั้นสูงยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก
กลางห้อง มีแท่นหินหยกสีเขียวเข้ม สลักเป็ลวดลายเถาวัลย์น้ำแข็งและกิ่งไม้บิดพันกัน บนแท่นนั้นวางแผ่นศิลาโบราณ ซึ่งคนทั้งสำนักเรียกขานกันว่า “จารึกโอสถแห่งา” ว่ากันว่าเป็สมบัติล้ำค่าที่ตกทอดมาจากยุคก่อนการล่มสลายของ์เก่า
เหอหลงอวี่ ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเข้มของเขาส่องสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงลาวาเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่โดยรอบ สายตาของเขามีทั้งความเคารพและความตื่นเต้นในคราเดียวกัน ั้แ่ก้าวเข้าสู่ห้องนี้ เขารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางสิ่ง… กำลังจับจ้องเขาอยู่
หลินเซียวอวี่ ยืนเคียงข้างเงียบ ๆ ใบหน้างดงามเรียบสงบเหมือนผืนน้ำในฤดูหนาว แต่ลึกในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวัง เธอเงยหน้ามองแผ่นศิลาที่ดูเงียบงัน แต่กลับมี “พลังอำนาจ” บางอย่างแผ่กระจายออกมา
“แผ่นจารึกนี่… ดูเหมือนกำลังตอบสนองต่อเ้าจริง ๆ เหอหลงอวี่”
เสียงหลินเซียวอวี่แ่เบา แต่สะท้อนในใจเขาอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นเอง — แผ่นจารึกสั่นะเืเบา ๆ ราวกับหัวใจเต้นเป็จังหวะ!
แสงสีเขียวอมฟ้าค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแตกเล็ก ๆ บนผิวศิลา ก่อนรวมตัวกลายเป็ลำแสงคล้ายหมอกหมุนวนกลางอากาศ มันขยายตัวอย่างช้า ๆ แล้วแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงโปร่งใสที่โบกสะบัดราวกับกำลังมีชีวิต
เสียงโบราณที่ไม่อาจหาที่มาได้ ก้องสะท้อนขึ้นในจิตใจของเหอหลงอวี่เพียงผู้เดียว
“ผู้สืบทอดโอสถ… เ้ายังกล้าจะยืนอยู่ตรงนี้หรือ?”
“เ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรับ ‘ไฟแห่งปัญญา’ ของเราไปหรือไม่?”
เหอหลงอวี่กัดฟันแน่น ร่างกายเขารู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกูเาทับไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนและความเย็นแทรกซึมเข้ามาในเส้นปราณ ราวกับทั้งสองธาตุกำลังโต้เถียงกันอยู่ในร่างกายเขา
เขาหลับตา สูดลมหายใจลึก แล้วตอบในใจด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ต่อให้เปลวไฟนี้จะแผดเผาิญญาของข้า… ข้าก็จะไม่ถอย!”
เปลวเพลิงโปร่งใสพลันพุ่งเข้าหาเขา ซึมเข้าสู่จิติญญาในทันที!
ร่างกายเหอหลงอวี่สั่นสะท้านเหมือนกำลังถูกฉีกออกเป็เสี่ยง ๆ ภาพในดวงจิตเริ่มเปลี่ยนแปลง — เขาถูกดึงเข้าสู่ “โลกแห่งเปลวไฟและสมุนไพร” ที่ไม่เคยมีใครเคยเห็น
ตรงนั้นเป็ที่ราบกว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิงลาวา ลอยคลอเคลียเหนือทะเลสมุนไพรที่ส่องแสงระยิบระยับ ใบสมุนไพรโบราณแต่ละใบเปล่งประกายราวกับแก้วผลึก แต่กลับส่งกลิ่นหอมแรงกล้าที่ชวนให้จิตใจสงบ
ในโลกนั้น เสียงโบราณดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
“จงปรุงโอสถ! หากเ้าสามารถควบคุมไฟนี้และกลั่นสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าให้สำเร็จ จึงจะถือว่าผ่านการยอมรับ”
เบื้องหน้าเหอหลงอวี่ ปรากฏหม้อกลั่นโอสถลอยอยู่กลางอากาศ — มันไม่ใช่หม้อยาธรรมดา แต่เป็ หม้อยาลายั สีทองที่สลักด้วยอักขระโบราณ ทุกครั้งที่เปลวไฟกระทบหม้อ เสียงคำรามของัก็ดังก้องราวกับกำลังทดสอบใจผู้ใช้งาน
เหอหลงอวี่หายใจแรง รู้ว่าการทดสอบนี้ไม่ใช่เพียงการปรุงโอสถ แต่เป็การชี้ชะตาเส้นทางในอนาคตของเขา
“ถ้าข้าล้มเหลว… คงไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี แต่ถ้าข้าสำเร็จ… เส้นทางแห่งโอสถจะเปิดกว้างไม่รู้จบ!”
เขายกมือขึ้น เปลวเพลิงโปร่งใสค่อย ๆ ลุกโชนที่ฝ่ามือ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงเปลวไฟราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับมัน
หลินเซียวอวี่เห็นร่างของเหอหลงอวี่นิ่งงันอยู่เบื้องหน้า แสงสีเขียวอมฟ้าโอบล้อมร่างเขาไว้แ่า ใบหน้าของเขาขาวซีด หยดเหงื่อผุดเต็มหน้าผากราวกับกำลังต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็น
เธอกำมือแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“เ้า… อย่าได้เป็อะไรไปนะ เหอหลงอวี่”
ศิษย์คนอื่น ๆ ในห้องต่างเริ่มซุบซิบ
“นั่นอะไรน่ะ? จารึกโอสถตอบสนองต่อเด็กคนนั้นจริงหรือ!”
“เป็ไปไม่ได้! เขามาจากสำนักอื่นแท้ ๆ ทำไมถึงได้รับการยอมรับ?”
“บางที… เขาอาจจะเป็ภัยต่อเราในอนาคตก็ได้!”
แววตาริษยาและหวาดกลัวเริ่มก่อตัวในหมู่ศิษย์คนอื่น ๆ — และนี่เองคือการเริ่มต้นของคลื่นพายุลูกใหม่ ที่จะโหมกระหน่ำใส่เหอหลงอวี่ในไม่ช้า…