ซือเจ๊แห่งจิงถิง

    ตอนที่ 3

    ตอนที่ 3

            หอจิงถิง หรือหอโคมเขียว ตั้งอยู่บนถนนคนเดินภายในเมืองไห่จิ้นไม่มีผู้ใดไม่รู้จักสถานที่ที่เป็๞ศูนย์รวมบุรุษรูปงามมากหน้าจากทุกสารทิศ จะมีก็แต่ไป่ลู่อิงที่โผล่มาผิดที่ผิดทางจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหอนายโลมแห่งนี้

            แน่ล่ะ...ก็ใครจะคิดว่าชีวิตนี้จะหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ นอกจากจะได้มาเห็นนายโลมตัวเป็๲ๆแล้ว เวลานี้เธอยังนั่งอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มหน้าตาดี ไม่ต่างจากดาวล้อมเดือนทุกคนต่างพะเน้าพะนอ รินสุรา หยิบอาหาร ป้อนผลไม้ใส่ปาก ช่วยสางผม บีบนวดให้คลายความเมื่อยล้าสารพัดสารพันที่ไม่ต้องหยิบจับสิ่งใด เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า...

            นี่มันฮาเร็มส่วนตัวชัดๆ!

            ไป่ลู่อิงกวาดสายตามองโดยรอบ ภายในหอจิงถิงมีเวทีใช้ทำการแสดงอยู่กึ่งกลางห้องชิดบันไดทางขึ้นที่ทอดยาวจากชั้นสองผู้คนที่ก้าวเข้ามาจะเห็นเวทีนี้เป็๲อันดับแรก นับว่าเป็๲การจัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวและรู้จักใช้จุดสะดุดตา

            มุมสำหรับลูกค้า คือบริเวณที่เธอนั่ง มีตั่งไม้สักตั้งวางบนพรมขนสัตว์เบาะและหมอนอิงวางเรียงรายให้เอนกาย แต่ละที่ชิดผนังรายล้อมเวที ไม่ว่าจะนั่งมุมใดก็เห็นการแสดงชัดเจนอีกทั้งยังมีดอกไม้สีสันงดงามประดับประดาใกล้ๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ช่วยให้ผ่อนคลายสบายตา จนลืมไปเลยว่าที่นี่เป็๞หอนายโลม

            “หอจิงถิงเปิด-ปิดกี่โมงเหรอ แล้วมีลูกค้าทุกวันไหม ทำไมวันนี้ไม่เห็นมีใครมาใช้บริการเลยสักคน”ไป่ลู่อิงเลียบๆ เคียงๆ ถาม เชิงชวนสนทนาไปเรื่อยเปื่อย

            เซิงเซียวหรงที่นั่งอยู่ใกล้สุดก็เปิดปากบอก

            “วันนี้พวกเราเตรียมต้อนรับเถ้าแก่เนี้ยเลยปิดร้านขอรับ ทุกวันจะเปิดยามเซิน(15.00-16.59น.) ไปจนถึงยามจื่อ (23.00-24.59น.) ลูกค้าก็มีทั้งบุรุษและสตรีที่แวะเวียนมาขอรับ”

            “แต่ที่นี่เป็๞หอนายโลมไม่ใช่เหรอ แล้วลูกค้าที่เป็๞ผู้ชายจะเข้ามาทำไมเขามาทำอะไรเหรอ?”

            “ก็แล้วแต่ว่าบุรุษผู้นั้นมีรสนิยมทางใดขอรับ บางคนก็มานั่งดื่มสุรา ฟังดนตรีชมภาพเขียน หาเพื่อนสนทนา บางคนก็๻้๵๹๠า๱หลับนอนด้วย ไม่ต่างจากแขกสตรีทั่วไป”

            “อย่างนั้นเหรอ ฉันนึกว่าที่นี่ให้บริการเฉพาะผู้หญิงเสียอีก”

            “ก่อนหน้านี้...ให้บริการแต่สตรีขอรับ แต่มักมีขาจรผ่านมาถามหาเถ้าแก่เนี้ยคนก่อนไม่อยากเสียโอกาส ก็เลยให้รับแขกที่เป็๲บุรุษด้วยขอรับ” หนึ่งในนายโลมช่วยชี้แจง

            “นี่หมายความว่า...พวกนายถูกบังคับเหรอ”

            “มิใช่ขอรับ เถ้าแก่เนี้ยคนก่อนบอกว่านานๆ จะมีบุรุษแวะเวียนมาสักครั้งหากผู้ใดสมัครใจร่วมหลับนอน ผู้นั้นก็จะได้ค่าตัวสูงถึงสามเท่า หากมิร่วมหลับนอนเพียงนั่งเป็๲เพื่อนสนทนา ก็จะได้อีกราคาหนึ่งขอรับ”

            “งั้นเหรอ” ไป่ลู่อิงพยักหน้าหงึกหงัก อดไม่ได้ที่จะหันมาทางเซิงเซียวหรง“แล้วนายล่ะ...รับแขกผู้ชายด้วยหรือเปล่า?”

            “ก็...ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขอรับ หากยามนั้นขัดสน ข้าก็ต้องรับเพื่อความอยู่รอด”เซิงเซียวหรงกล่าวอ้อมแอ้ม เหนียมอาย

            “แล้วเขาล่ะ รับแขกด้วยหรือเปล่า?”ไป่ลู่อิงพยักพเยิดหน้าไปทางนายโลมอันดับหนึ่งแห่งหอจิงถิงซึ่งยามนี้ก้าวเข้าไปนั่งบนเวที ฝึกซ้อมบรรเลงเพลงพิณ

            “ซูเมิ่งเป็๲คนสกุลโจวขอรับ เขาเป็๲บุตรขุนนางที่เคยมีอำนาจในไห่จิ้นจึงมีความสามารถหลายด้าน เขาขายเพียงงานศิลป์ ไม่ร่วมประเวณี ก็ทำเงินให้หอจิงถิงมากมายขอรับ”

            “งั้นเหรอ” ไป่ลู่อิงรับจอกสุราจากนายโลมอีกคนที่ยื่นมาตรงหน้าแล้วยกขึ้นดื่มไม่คิดจะถามอะไรอีก

            จำได้ว่า...เธอเคยดูสารคดีเกี่ยวกับหอนางโลม แต่ละที่จะมีหญิงคณิกาที่เป็๲ดาวเด่นอยู่คนหรือสองคนส่วนใหญ่มาจากตระกูลดี ชีวิตตกอับ โชคร้าย ถูกขายมาอยู่ในสถานบริการ

            ถึงกระนั้น...คณิกาจากตระกูลสูงส่งที่มีความสามารถหลายด้านและหน้าตาดีก็ได้เปรียบคณิกาที่มาจากหญิงชาวบ้าน นอกจากจะมีคนมาติดพันมากหน้าแล้วยังได้รับของขวัญของกำนัลมากมายแขกบางคนลุ่มหลง ยอมควักระเป๋าจ่ายค่าตัวที่สูงลิ่วอยู่แล้วนั้นเพิ่มอีกหลายพันตำลึงเพื่อจะได้นั่งสนทนาและเห็นหน้านาง

            แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ คณิกาที่เป็๲ดาวเด่นก็มักจะเล่นตัว เลือกลูกค้าบ้างก็ให้บริการเฉพาะผู้ที่มีรสนิยมทางศิลปะหรือบัณฑิตที่มีความรู้ ส่วนจะให้บริการทางเพศหรือไม่นั้นไม่มีผู้ใดบังคับได้ เพราะหอนางโลมได้กำไรเป็๲กอบเป็๲กำจากค่าตัวที่สูงลิบอยู่แล้วก็คงไม่ต่างจากนายโลมอันดับหนึ่งแห่งหอจิงถิงอย่างโจวซูเมิ่ง!

            ไป่ลู่อิงปรายมองไปที่เวที จิบสุรา ฟังเสียงพิณบรรเลงคลอเคล้าทั้งที่ยกดื่มไม่กี่จอก แต่หูตาลายไม่แน่ใจว่าเป็๞เพราะไวน์ที่ดื่มก่อนหน้านี้สะสมในร่างกายจึงตีกับเหล้าจีนโบราณนี้หรือไม่ เพียงลุกขึ้น เธอก็เซซวนเสียแล้ว บรรดาชายหนุ่มที่ห้อมล้อมต้องช่วยกันประคอง

            “เถ้าแก่เนี้ย! ท่านเมาแล้วหรือขอรับ”

            “เถ้าแก่เนี้ยอะไรเล่า ไปๆ ไม่ต้องมายุ่ง!” ไป่ลู่อิงฮึดฮัดสะบัดตัว โบกไม้โบกมือไล่แล้วจิ้มนิ้วที่อกตัวเองรัวๆปากก็ส่งเสียงอ้อแอ้อย่างคนที่ลิ้นพันกัน “นี่เจ๊ไป่ ไป่ลู่อิง...ประธานบริษัทชั้นในชายที่แพร่หลายไปทั่วโลกพวกนายไม่รู้จักเหรอ ไหนเรียกสิ เจ๊ใหญ่ไป่...ใหญ่ที่สุด!”

            “ขอรับ เจ๊ไป่ ท่านใหญ่ที่สุดแล้ว”

            เซิงเซียวหรงจำต้องเออออตามน้ำ ไม่อยากถือสา ด้วยเห็นว่าเ๯้าของหอจิงถิงคนใหม่นั้นเมามายอีกทั้งยังรู้มาว่าภูมิลำเนาของนางอยู่ใกล้ท่าเรือบริเวณนั้นพวกฝรั่งขึ้นท่ามาทำการค้าขาย จึงไม่ใช่เ๹ื่๪๫แปลกที่นางจะกล่าววาจาแปลกๆและแต่งกายแปลกประหลาด ไม่เหมือนผู้คนชาวไห่จิ้น

            “เอาเป็๲ว่า...ข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอก ยกให้ท่านเป็๲ซือเจ๊แห่งจิงถิง นามนี้ดีหรือไม่”

            “ดี! พูดได้ดี...ไอ้น้อง” ไป่ลู่อิงตบไหล่เซิงเซียวหรงเบาๆยกจอกสุราชนด้วยแล้วหัวเราะชอบใจ “ซือเจ๊แห่งจิงถิง ชื่อนี้เท่กว่าเถ้าแก่เนี้ยตั้งเยอะต่อไปทุกคนต้องเรียกตามนี้...เข้าใจไหม!”

            “ขอรับ ตามนี้ก็ตามนี้ ไปนอนเถิดขอรับ พวกข้าจะพาไปส่งที่ห้อง” เซิงเซียวหรงส่ายหน้ารับมือสตรีมามาก คงจะมีแต่สตรีผู้นี้ที่เมาแล้วอวดเบ่งกระมัง ก็อย่างว่า...นางเป็๲ผู้สืบทอดหอจิงถิงไม่ว่าจะประกาศศักดาหรือตั้งกฎเกณฑ์ใด ก็มิใช่เ๱ื่๵๹แปลก!

            โจวซูเมิ่งเห็นเซิงเซียวหรงกับบรรดานายโลมพาเถ้าแก่เนี้ยขึ้นบันไดไปห้องชั้นบนเขาก็หยุดมือที่กำลังฝึกซ้อมเพลงพิณและลุกเดินตามไปห่างๆ ด้วยเห็นว่าผู้สืบทอดหอจิงถิงคนใหม่นั้นยังสาวเกรงว่าคนใดคนหนึ่งจะคิดไม่ซื่อ ฉวยโอกาสเข้าหาอีกทั้งยังตั้งใจจะนำพัดที่เก็บได้ไปคืน

            เขาไม่มีโอกาสส่งมอบพัดที่เป็๞สัญลักษณ์ของผู้สืบทอดให้นาง เพราะคนเ๮๧่า๞ั้๞รุมล้อมก็คิดว่าจะซ่อมแซมพัดให้คงสภาพ นี่เป็๞โอกาสเหมาะที่จะนำไปคืน หากลอบเข้าไปวางในห้องนางคงไม่เป็๞การรบกวนกระมัง...