หวัดดีครับ ผมกาย เองครับ จำกันได้มั้ย? ถ้าใครจำไม่ได้ขอให้กลับไปอ่าน ‘ผมกลายเป็คน เอาเพื่อนเอาฝูง...ภาค 1’ นะครับ เอาละมาต่อกันเลยดีกว่า หลังจากวันนั้น ผม กับ ตาล ก็อยู่ในสถานะ คบหากัน แต่ยังไม่ถึงขั้นเรียกว่าแฟนหรอก...นั้นเพราะ ตาลยังไม่เลิกกับแฟนเก่าของเขานั้นเอง...
“ผมขอเป็แฟน ตาลได้มั้ย? ...” ผมเอ่ยเชิงขอและถามขึ้น หลังจากที่ตาลทำแผลในปากและที่แก้มที่ช้ำให้กับผม ซึ่งนั้นก็ทำให้เธอใเหมือนเป็การใรอบ 2 หลังจากเจอผมเอ่ยสารภาพรัก หน้าประตูนั้นไป....
“มะ ไม่ได้หรอก...ตาลมีแฟนอยู่นะ กาย..” เธอตอบ...
“แต่ผมได้ยินว่า เขากำลังเลิกกับตาลไม่ใช่เหรอ? ..” ผมเอ่ยตอบเชิงถามกลับ ซึ่งนั้นทำให้ตาลชะงักและเอ่ยเชิงถามผม
“ได้ยินมาจากใคร? หรือ เมื่อคืน ตาลพูดอะไรแปลกๆ ออกไป...” ตาล สาวผมดำยาวที่เอ่ยถามผมด้วยท่าทีกังวล ราวกับกลัวว่าเมื่อคืนตอนที่เมาจะพูดอะไรแปลกๆ ออกไป ก็เธอเมาขนาดเห็นผม เป็แฟนหนุ่มของเธอเลยนี่นะ...แน่นอนว่าผมตอบไปอย่างโกหกผสมกับความจริงนิดๆ ...
“ไม่ได้พูด...แต่ได้ยินเค้าพูดกันในงานเลี้ยงเมื่อวาน...” ผมตอบโดยที่นั้นก็ไม่ใช่เื่โกหกซะทีเดียว...ซึ่งตาลก็มีทีท่าเหมือนไม่สงสัยไร ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามผม อีกครั้ง...
“เมื่อคืน ตาลไม่ได้พูดอะไรแปลกๆ ใช่มั้ย นอกจากจะเห็นกายเป็แฟน และเย็xกับกายนะ..” เธอถามย้ำอย่างเห็นได้ชัดว่ากังวลมาก ซึ่งผมเองก็อยากจะตอบไปตรงๆ ว่าเอหลุดปากมาเยอะ แต่เพราะเห็นท่าทีกังวลแบบนั้นของเธอ เกิดตอบไปตามตรงละก็ อาจจะมีเื่ได้...ทั้งๆ ที่ผมก็มีเื่สงสัยอยู่มากเหมือนกัน...
“ไม่มี นอกจาก จะร่ำร้องบอกให้ผมเย็xแรงๆ แล้วก็ไม่มีนี่..” ผมตอบอย่างยิ้มๆ และนั้นก็ทำให้ตาลหน้าแดงก่ำและเอ่ยค้อนพร้อมทุบผมด้วยความเขินอาย....
“บ้า...” ตาลเอ่ย และทุบผมด้วยสีหน้าแดงก่ำอย่างน่ารักมากๆ ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยว่า แฟนของเขาทำกับคนน่ารักๆ แบบเธอนั้นได้ยังไง...แน่นอนว่าผมนั้นทั้งหัวเราะและอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ถูกเธอทุบ...
“งั้น กาย ไม่คิด จะถามอะไรบ้างเหรอ? กายก็น่าจะเห็นบางอย่างแล้วนี่...” เธอที่เอ่ยถามต่อด้วยใบหน้าที่ยังระเรือแดงไม่หาย ซึ่งคำถามของเธอ ก็เห็นได้ชัดว่า กังวลกับเื่เมื่อคืนมากๆ ...
“บางอย่างนี่หมายถึงอะไรเหรอ? ..” ผมถามกลับอย่างแกล้งจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เหมือนพอจะรู้ว่า สิ่งที่เธอเอ่ยนั้น คงหมายถึงรอยสัก และ ตรงติ่งเสียวของเธอที่มีการใส่เม็ดอะไรไว้...
“ปะ เปล่าไม่มีอะไรหรอก..” ตาลเอ่ยตอบอย่างหันไปทางอื่นอย่างไม่กล้ามองหน้าผม...ก่อนที่ผมจะตัดสินใจถามบางเื่ “ช่วยบอกผมได้มั้ย ว่าแฟนที่ตาลคบอยู่นี่เป็คนยังไง...” ผมถามทั้งๆ ที่เื่นี้เป็เื่ที่ผมอยากรู้น้อยที่สุด แต่อย่างว่า ถ้าถามเื่ที่ผมโคตรอยากรู้ละก็...และมันอาจจะทำให้หล่อนไม่พูดคุยกับผมอีกเลยก็ได้..แต่ด้วยความที่ผมอยากจะรู้เื่ของเธอมากขึ้นกว่าเดิม หวยจึงมาออก ให้กับคำถามนี้นั้นเอง...และมันก็ทำให้ ตาลหันกลับมามองหน้าของผมอีกครั้ง
“แฟนของตาลเหรอ? ...เขาเป็คนที่นิสัยไม่ดีมากๆ ทั้งขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แถมชอบบังคับให้ตาลทำตามอย่างที่เค้า้า ทั้งๆ ที่ตาลไม่้าเลยสักนิด...” ตาลเอ่ยตอบอย่างตรงๆ เป็ชุดๆ มันทำให้ผมแปลกใจมากๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบ ตรงๆ แบบไม่มีการแทงกั๊กแบบนี้...
“ที่ว่า ชอบใช้กำลังนี่..อย่าบอกนะว่า....” ผมถามอย่างอยากได้คำอธิบายเพิ่มเติม ถึงความหมายนี้ ซึ่งตาลก็ยินดีเอ่ยขยายความให้ผมฟังแต่โดยดี.....
“อื้ออออ อย่างที่กายคิดแหละ เค้าทำร้ายตาล เป็บางครั้ง ไม่สิ.. แทบทุกครั้งต่างหาก ทุกครั้งที่ตาลขัดใจเค้า..” คำกล่าวตอบของตาลก็ทำให้ผมถึงกับอึ้ง และทุกอย่างนิ่งไปครู่หนึ่ง..
“เท่าที่ฟังก็ไม่มีอะไรดีเลยนี่ แล้วทำไม...” ผมที่เริ่มถามด้วยความสงสัย ออกมาอย่างตรงๆ โดยลืมไปเลยว่า ตาลนั้นจะรู้สึกยังไง แต่เธอกลับไม่มีท่าทีใดๆ แถมยังเอ่ยสวน อย่างเติมเต็มคำถามของผมอีกต่างหาก....
“แล้วทำไมถึงยังอยู่กับเค้านะเหรอ? ...” เธอเอ่ยเสริมเติมสิ่งที่ผมอยากถาม โดยสมบูรณ์ ก่อนที่เธอจะเว้น่ไปเล็กน้อยและเอ่ยกล่าวต่อ
“มันเป็คำถามที่ตอบยากนะ แม้แต่ตาลเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน..ทั้งๆ ที่เค้าไม่มีอะไรดีซะอย่าง ั้แ่เริ่ม จนถึงตอนนี้” คำกล่าวตอบของตาลที่ทำให้ผมถามต่อด้วยความสงสัย
“ั้แ่เริ่มเหรอ? ...”
“อื้อออ ตาลคบกับเค้าไม่ได้เพราะคบเพราะชอบเค้าหรอก แต่เพราะดันมีเหตุสุดวิสัย คล้ายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับกาย เมื่อคืนนั้นแหละ แต่เลวร้ายกว่ามาก...” ตาลตอบ อย่างอ้อมๆ ถึงจะไม่เอ่ยตรงๆ ออกมา ถ้าให้เดาจากคำว่า ‘เลวร้ายกว่ามาก’ ตาลน่าจะถูกหมอนั้นมอมยาและข่มขืนแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะมีรูปถ่ายแบล็คเมล์ไว้แน่ๆ ...
“งั้นเพราะเหตุนี้ ตาล ถึงได้โกรธ และตบหน้าผมไม่ยั้งสินะ..” ผมเอ่ยเชิงถามอย่างเริ่มจะเข้าใจ ซึ่งนั้นก็ทำให้ตาลมองหน้าและพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับตอบสั้น...
“อื้ออออออ..ก็ประมาณนั้นแหละ....”
“ไม่เป็ไร...ผมเข้าใจ และอีกอย่าง เื่เมื่อคืน ไม่ว่าจะยังไง ผมก็เป็ฝ่ายผิด ผิดมากด้วยแหละ..” ผมเอ่ยตอบกลับทันที เพื่อไม่ทำให้ ตาล เครียดมากไปนะ ซึ่งมันก็ได้ผล เธอมีท่าทีดีขึ้นจนยิ้มแย้ม เอ่ยพูดเล่นกับผมได้...
“อื้อออ...รู้ตัวแบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าตาลท้อง กายต้องรับผิดชอบด้วยเข้าใจมั้ย? ..” เธอเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริงด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ซึ่งผมก็เอ่ยตอบเธออย่างไม่ลังเล...
“อือออ ได้สิ..จะให้รับผิดชอบตอนนี้เลยก็ได้นะ..” คำกล่าวตอบของผมก็ทำให้สีหน้าเธอระเรือแดงก่ำและเธอก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เก็บข้าวของ (พวกยาที่ซื้อมา) ด้วยท่าทีหมายจะกลับแล้ว....
“จะกลับแล้วเหรอ? ..” ผมที่ร้องถาม ซึ่งตาลก็มองผมและตอบสั้นๆ
“อืออออ...” เธอเอ่ยและหันหลังตรงไปที่ประตู ซึ่งผมก็มองและตัดสินใจเอ่ยกับเธอ
“ตาล....ผมอยากให้ตาลจำไว้นะ ไม่ใช่ว่าตาลจะไม่มีใคร ตาลยังมีผู้ชายคนนี้อยู่นะ...” คำกล่าวชวนลิเกของผมก็ทำให้เธอหันกลับมามองและเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม...
“อื้ออ .รู้แล้ว....แล้วเราจะโทรมาหานะ..” ตาลตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะเดินออกไป หลังจากนั้น เธอก็ติดต่อมาหาผมจริงๆ ซึ่งผมและเธอก็มีการติดต่อกันและกัน มีการไปเที่ยวด้วยกัน หรือให้พูดโดยสรุปคือ เริ่มมีการสานความสัมพันธ์...ถึงแม้ความสัมพันธ์ของผมและเธอจะไม่เรียกว่า เป็แฟนกัน อย่างเต็มปากก็ตาม (น่าจะเรียกได้ว่า กำลังคบหากันอยู่…)
และผมก็เชื่อว่าทันทีที่แฟนเธอบอกเลิก ผมก็คงได้เป็แฟนเธออย่างเต็มตัวอย่างแน่นอน และระหว่างที่ผมอิ่มเอิบกับความรู้สึกดีๆ นี้ ผมก็ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า หลังจากนั้นอีก 2 เดือนต่อมา ผมก็สร้างวีรกรรมเอาเพื่อนอีกครั้ง....