บทที่ 12 ยกเลิกการเป็พันธมิตร
เหยียนิไห่รับรู้ถึงแรงกดดันที่ไม่เป็มิตรจากหลายฝ่าย เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความสนใจอย่างล้นหลามต่อแดนต้องห้ามเทียนหยวน จึงรีบเตรียมพร้อมป้องกันตัว และเดินเข้าไปใกล้เฉินชิงหยวน
หากมีผู้ใดกล้าลงมือกับเฉินชิงหยวน เหยียนิไห่จะปกป้องเฉินชิงหยวนในทันที
“หากท่านประมุขตู้สนใจขนาดนั้น ไยไม่เข้าไปดูด้วยตนเองเล่า” เฉินชิงหยวนยิ้มเล็กน้อย เหมือนไม่ได้ถูกท่าทีของตู้หรั่วเซิงข่มขู่ จึงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“หากมีโอกาส ข้าจะต้องไปสักครั้งแน่นอน”
ต่อหน้าผู้คนมากมาย ตู้หรั่วเซิงไม่อาจข่มขู่เฉินชิงหยวนได้ ที่สำคัญที่สุดคือบนเรือิญญาที่อยู่ไม่ไกล คนที่อยู่ในนั้นคือผู้าุโปกปักของสำนักเสวียนชิง
ผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตหลุดพ้น ตู้หรั่วเซิงไม่อยากทำให้ขุ่นเคืองโดยไม่จำเป็
“ศิษย์พี่เหยียน พวกเราไปกันเถอะ!”
เฉินชิงหยวนไม่สนใจผู้คนจากตำหนักบูรพาสุข แม้แต่ไป๋ซีเสวี่ยเขาก็ไม่ได้เหลียวแลแม้แต่น้อย
ดังที่เฉินชิงหยวนกล่าว เขากับไป๋ซีเสวี่ยไร้ซึ่งชะตาต่อกันแล้ว
บางที ไป๋ซีเสวี่ยอาจเคยใส่ใจเฉินชิงหยวนจริง ๆ ก็ได้! แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือเฉินชิงหยวนต้องเป็เทพบุตรผู้โด่งดังไปทั่วใต้หล้า
นับั้แ่เฉินชิงหยวนกลับมา ผู้คนต่างรู้ว่าเขากลายเป็คนไร้ความสามารถ ถูกทำลายรากฐานิญญาและการบำเพ็ญจนสิ้น ไป๋ซีเสวียจึงไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อเขา อย่างมากก็แค่รู้สึกผิดเล็กน้อย
บนเส้นทางแห่งการฝึกตน การที่จะพบเจอคนที่จริงใจต่อกันนั้น ยากเย็นยิ่งนัก!
แม้ว่าเฉินชิงหยวนจะเข้าใจการกระทำของไป๋ซีเสวี่ยได้ แต่ก็ให้อภัยไม่ได้ ต่อจากนี้ไปจะเหินห่างกัน ไม่ติดค้างอะไรกันอีก
“เ้าหนุ่มนี่ต้องซ่อนความลับอะไรไว้แน่ ๆ”
หากร้อยปีก่อน เฉินชิงหยวนรอดชีวิตออกมาได้ บรรดาผู้บำเพ็ญในโลกหล้านี้คงไม่สนใจอะไรมากนัก เพียงแค่คิดว่าดินแดนลับเทียนหยวนเป็สถานที่อันตรายมาก ไม่ควรย่างกรายเข้าไปเท่านั้น
แต่ตอนนี้ เฉินชิงหยวนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปนานนับร้อยปี จะไม่ให้พวกผู้ฝึกวิชาทั่วหล้าเกิดความสงสัยใคร่รู้ได้อย่างไรกัน?
“ท่านประมุข ระหว่างตำหนักบูรพาสุขกับสำนักหยก์ จริง ๆ แล้วไม่มีช่องทางต่อรองเหลืออยู่แล้วหรือ?” เหยาซู่ซู่ถาม
“หืม? เ้าอยากจะเป็คนกลางไกล่เกลี่ยหรือ?” ตู้หรั่วเซิงหันไปมองเหยาซู่ซู่ ด้วยน้ำเสียงเ็า
“ไม่เลยเ้าค่ะ ขอท่านประมุขโปรดอย่าได้ขุ่นเคืองเลย” เหยาซู่ซู่รีบคำนับคารวะยอมรับผิดที่จุ้นจ้าน
“หึ!” ตู้รั่วเซิงส่งเสียงฮึดฮัดเ็า ก่อนจะพาคนของตำหนักบูรพาสุขจากไป
หากสองสำนักร่วมมือเป็พันธมิตรกันได้ เหยาซู่ซู่ในฐานะอาจารย์ของไป๋ซีเสวี่ย ตำแหน่งของนางย่อมสูงขึ้นตามลำดับ เหยาซู่ซู่จึงอยากลองหาทางออกให้ตามคำวิงวอนของผู้าุโบางท่านจากสำนักหยก์
เื่ของถ้ำปีศาจนั้นร้ายแรงยิ่งนัก ตู้หรั่วเซิงไม่โง่พอที่จะรับภาระนี้แทนสำนักหยกสวรรรค์หรอก
ร่วมเป็พันธมิตร?
ร่วมบ้าบออะไรล่ะ!
แม้หลายคนอยากรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับเทียนหยวนจากปากของเฉินชิงหยวน แต่ไม่มีกลุ่มกำลังใดกล้าบีบบังคับ
ไม่ไกลนัก ตงเหวินจวินผมขาวปลอดยืนอยู่บนเรือรบของสำนักเสวียนชิง สองมือไพล่หลัง สายตาจับจ้องไปยังทิศทางของเฉินชิงหยวนตลอดเวลา หากใครกล้าคิดร้ายต่อเฉินชิงหยวน ก็ต้องคิดดูให้ดีว่าจะสู้ตงเหวินจวินได้หรือไม่
“เขาเป็แค่คนไร้ค่า เหตุใดจึงยังต้องปกป้องเช่นนี้?”
หลายคนไม่อาจเข้าใจได้ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
หากเป็สำนักอื่น เมื่อกลายเป็คนไร้ค่าแล้ว ก็หมายถึงความตาย ไม่มีใครใส่ใจ
บรรดาผู้บำเพ็ญในใต้หล้าไม่อาจเข้าใจว่า เฉินชิงหยวนมีความสำคัญเพียงใดในสายตาของผู้นำสำนักเสวียนชิง นี่คือสายใยแห่งครอบครัว มิใช่ความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ธรรมดา
ด้วยการข่มขู่ของตงเหวินจวิน เฉินชิงหยวนจึงกลับมายังเรือิญญาได้อย่างปลอดภัย คณะของพวกเขาออกจากสำนักหยก์อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างทางไม่พบเจอปัญหาใด ๆ
ไม่นาน เื่ที่ยกเลิกการแต่งงานก็แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินใหญ่ทางใต้และเหนือ รวมถึงเื่ราวของถ้ำปีศาจด้วย
“บัดซบ! ผลประโยชน์ทั้งหมดตกเป็ของสำนักหยก์ ตอนนี้ก่อเื่วุ่นวายใหญ่โต กลับจะให้พวกข้ารับผิดชอบ นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกัน”
“ไม่แปลกใจเลยที่สำนักหยก์อยากจะรีบเร่งสานสัมพันธ์กับตำหนักบูรพา์ นี่คือการหาคนมารองรับก่อนตายนี่เอง!”
“ข้าก็ว่าสำนักหยก์เป็ไปไม่ได้ที่จะผงาดขึ้นมาได้ในเวลาเพียงไม่กี่ร้อยปี ที่แท้ก็ได้โอกาสใหญ่จากถ้ำปีศาจ ตอนนี้ถ้ำปีศาจพัฒนาจนเกินเยียวยา สำนักหยก์อยากให้พวกเราแบกรับผลที่ตามมา ช่างไม่ใช่เื่เลยจริง ๆ!”
ผู้นำของแต่ละสำนักเมื่อรู้เื่นี้ ต่างก็ด่าทอเสียยกใหญ่ อยากจะทำลายสำนักหยก์ให้ราบเป็หน้ากลอง
เพียงแต่ สำนักหยก์หลังจากพัฒนามาหลายปี มีผู้แข็งแกร่งมากมาย ไม่ง่ายที่จะจัดการ ผู้บำเพ็ญของแต่ละสำนักก็ได้แต่พ่นน้ำลายด่าทอลับหลังเท่านั้น
…
สำนักเสวียนชิง
กลุ่มคนกำลังหารือเื่ปัญหาของถ้ำปีศาจ ถึงแม้เฉินชิงหยวนจะไร้ซึ่งรากฐานิญญา หรือการบ่มเพาะบำเพ็ญใด ๆ แล้ว แต่ก็ยังสามารถเสนอความเห็นได้ เขานั่งจิบชาอยู่ข้าง ๆ
หลังจากโต้เถียงกันอยู่พักใหญ่ สำนักเสวียนชิงมีคนเสนอให้ร่วมมือกับผู้แข็งแกร่งจากแต่ละสำนักจัดการถ้ำปีศาจ แล้วค่อยเอาเื่สำนักหยก์ทีหลัง ยังมีอีกครึ่งหนึ่งที่คิดว่าเื่นี้เกิดจากสำนักหยก์ ไม่จำเป็ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“ศิษย์น้องเล็ก เ้ามีความเห็นอย่างไร?”
หลินฉางเซิงยกมือขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ทุกคนสงบลง แล้วหันไปมองเฉินชิงหยวนที่ดูสบายใจ
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกท่าน พวกท่านไม่จำเป็ต้องโต้เถียงกัน” เฉินชิงหยวนพูดในสิ่งที่คิดในใจออกมา
“คนที่ควรร้อนใจคือสำนักหยก์ ไม่ใช่สำนักเสวียนชิง เหตุใดพวกท่านไม่ลองพูดว่าให้เราอพยพไปที่ไกล ๆ แล้วหากถ้ำปีศาจจะะเิจริง ๆ ก็ปล่อยให้มันทำลายสำนักหยก์ไปก่อน แล้วค่อยให้พวกเราร่วมมือกับเหล่าสำนักอื่น ๆ จัดการทีหลังก็ยังทัน”
“ข้าเห็นด้วยกับความเห็นของศิษย์น้องเล็ก ถ้าจะให้พวกข้าลงมือจริง ๆ ก็ต้องรอให้สำนักหยก์ถูกทำลายไปก่อนแล้วกัน"
ศิษย์พี่ชายและศิษย์พี่สาวหลายคนแสดงความเห็นด้วยรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของสำนักหยก์อย่างมาก
“หากเป็เช่นนี้ อาจจะพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการจัดการกับถ้ำปีศาจ เมื่อมันเกินการควบคุมไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีผู้บริสุทธิ์ต้องตายอนาถไปมากเท่าไร”
เหล่าผู้าุโบางคนขมวดคิ้ว แสดงความกังวลใจ
“ข้าว่า ให้สังเกตการณ์ไปก่อนดีกว่า” เฉินชิงหยวนพูด เพราะเขาเข้าใจความกังวลของทุกคน สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเื่พวกนี้แล้ว” หลินฉางเซิงขัดจังหวะการโต้เถียงของทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขัดแย้งกัน “ดูก่อนว่าสำนักหยก์จะทำอย่างไร แล้วค่อยมาปรึกษากันอีกที”
การประชุมจบลง หลินฉางเซิงให้ตงเหวินจวินและเฉินชิงหยวนอยู่ต่อ ส่วนคนอื่น ๆ ออกไป
“ตงเหวินจวิน เ้าออกจากสำนักไปโดยพลการ รู้ตัวหรือไม่ว่าผิด?”
หลินฉางเซิงดูอ่อนกว่าตงเหวินจวินมาก แต่จริง ๆ แล้วอายุมากกว่า อำนาจบ่มเพาะก็แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
“ข้ารู้ว่าผิด” ตงเหวินจวินก้มหน้ายอมรับผิด ไม่ได้โต้แย้ง
“ข้ารู้ว่าเ้ากังวลเื่ความปลอดภัยของศิษย์น้องเล็ก แต่เ้าในฐานะผู้าุโปกปัก มีหน้าที่สำคัญ ไม่อาจออกจากสำนักไปได้ง่าย ๆ หากข้าต้องออกจากสำนักไปชั่วคราวด้วยบางเื่ แล้วเ้าก็ไม่อยู่ด้วย หากมีคนบุกรุกเข้ามาในสำนัก ผลที่ตามมาคงจะคาดไม่ถึง”
หลินฉางเซิงกับตงเหวินจวินเป็ศิษย์ร่วมสำนัก ทั้งสองเรียกอาจารย์ของเฉินชิงหยวนว่า ท่านอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ผู้าุโก็มีบุญคุณต่อพวกเขาทั้งสองมาก
“ข้าน้อยยินดีรับโทษ” ตงเหวินจวินคิดถึงผลที่จะตามมาก่อนจะออกไป
“ลงโทษเ้าให้ยืนหันหน้าเข้าผนังสามเดือน และห้ามดื่มสุราครึ่งปี” หลินฉางเซิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“หา?” ตงเหวินจวินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้ายอมยืนหันหน้าเข้าผนัง แต่ขอยกเว้นการงดเหล้าได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” หลินฉางเซิงตวาดเสียงดัง
“ก็ได้ ก็ได้!”
ตงเหวินจวินไม่เ้าชู้ แต่ชอบดื่มสุรา การห้ามเขาดื่มสุราครึ่งปีนั้นทรมานเขามากแต่ก็จำต้องยอมรับโทษ
“ศิษย์น้องเล็ก! เ้ากลับมาแล้วยังไม่ได้ไปจุดธูปบูชาท่านอาจารย์ผู้าุโเลย วันนี้ไปสักหน่อยเถอะ”
หลังจัดการเื่นี้เสร็จ หลินฉางเซิงก็วางท่าทีเคร่งขรึมลง สีหน้าอ่อนโยนลงหลายส่วน
“ขอรับ”
จริง ๆ แล้ว เฉินชิงหยวน ไม่เคยพบอาจารย์าุโของตนเลย เพราะหลังจากอาจารย์รับเฉินชิงหยวนเป็ศิษย์ไม่นาน ท่านก็สิ้นลมหายใจ
การตายของอาจารย์าุโดูเหมือนจะมีเงื่อนงำ แต่เนื่องจากหลินฉางเซิงเป็ผู้จัดการศพอาจารย์ด้วยตนเอง อีกทั้งมีเหล่าผู้าุโจำนวนมากเป็สักขีพยาน จึงต้องยอมรับความจริงนี้
ตอนนั้น เฉินชิงหยวนยังเป็ทารกแรกเกิด ไม่รู้เื่ใด ๆ ภายนอกเลย
แต่เนื่องจากอาจารย์าุโเคยมีบุญคุณต่อเฉินชิงหยวน ทำให้เขาได้รับประโยชน์ ผู้นำระดับสูงกว่าครึ่งหนึ่งของสำนักเสวียนชิง ต่างได้รับโอกาสจากท่านอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินฉางเซิงและตงเหวินจวินที่หลายครั้งถูกท่านอาจารย์ช่วยออกมาจากความเป็ตาย
ด้วยความสัมพันธ์นี้ เฉินชิงหยวนจึงไม่เคยถูกรังแก อีกทั้งยังรู้ความลับมากมายของบรรดาศิษย์พี่ด้วย
ครั้งก่อนตอนที่ตรวจสอบว่าถูกยึดร่างหรือไม่ เฉินชิงหยวนขายบรรดาศิษย์พี่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาปิดบังความลับไม่ได้
เฉินชิงหยวนและคนอื่น ๆ มาถึงสุสานที่หลังเขา ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดโบกโบย บอกเล่าถึงความหดหู่และเศร้าสร้อย