บทที่ 1 กลับมาจากแดนต้องห้าม
“เฉินชิงหยวน ข้าให้เ้าเลือกสองทาง หนึ่งมาเป็คู่หมั้นของข้าเสีย สอง…” หญิงสาวในชุดสีแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า ในแดนต้องห้ามเทียนหยวน
หญิงสาวในชุดสีแดงสูงราว ๆ ร้อยเจ็ดสิบ ชายกระโปรงยาวลากพื้น ปักด้วยดอกไม้งดงามสองสามดอกที่ชายกระโปรง เท้าของนางเปลือยเปล่า เผยให้เห็นข้อเท้าขาวราวหยกอันไร้ที่ติ นางสวมผ้าคลุมหน้าสีเข้ม ดวงตางามประกายดั่งดวงดาว คิ้วดั่งงามสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ผมยาวดั่งน้ำตก ทุกอิริยาบถล้วนงดงามเย้ายวน
“ข้าเลือกสอง”
ไม่ทันที่หญิงสาวในชุดสีแดงจะพูดจบ ชายหนุ่มในชุดสีเขียวก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หญิงงามคือยาพิษ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตมากี่ปีแล้วเช่นนี้ เฉินชิงหยวนถูกหญิงสาวในชุดสีแดงทรมานมาราวร้อยปี รู้ดีว่านางน่ากลัวเพียงใด เขาจึงไม่หลงใหลในรูปโฉมของนาง
นอกจากเหตุผลนี้แล้ว เฉินชิงหยวนเคยมีสัญญาหมั้นกับหญิงสาวคนอื่นแล้ว จึงไม่อาจผิดคำพูดได้
“เ้าเด็กนี่ อย่ามาเสียใจภายหลังเชียวนะ!” หญิงสาวในชุดสีแดงจ้องเฉินชิงหยวนอย่างดุดัน พลางส่งเสียงฮึดฮัด
“ข้าไม่มีวันเสียใจ” เฉินชิงหยวนมีความตั้งใจมั่น
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำข้อตกลงกับข้าเก้าข้อสิ! หลังจากนั้นข้าจะปล่อยเ้าเป็อิสระ ตัดขาดพันธะระหว่างเราเสีย!” หญิงสาวในชุดสีแดงหยิบกำไลหยกออกมา ส่งมันข้ามอากาศตรงไปยังมือขอเฉินชิงหยวน
อีกฝั่งนั้นเองเฉินชิงหยวนหยิบกำไลหยก แล้วก้าวเดินบนเส้นทางกลับบ้าน เขาถูกขังอยู่ในเทียนหยวนนานนับร้อยปี ในที่สุดก็สามารถจากสถานที่อาถรรพ์นี้ไปได้เสียที ในใจรู้สึกตื่นเต้นยิ่ง
...
เป่ยหวง ดินแดนฝูหลิวซิงอวี้ สำนักเต๋าเสวียนชิง
“ท่านอาจารย์ โคมิญญาของท่านผู้าุโเฉินส่องแสงแล้วขอรับ!” วันนี้ศิษย์สืบทอดที่เข้าเวรในโถงิญญาได้พบกับเื่ใหญ่เช่นนี้เข้า จึงรีบวิ่งมาที่ตำหนักของเหล่าผู้าุโอย่างร้อนรน
“พูดจาเหลวไหล ท่านผู้าุโเฉินของเ้าตายไปนานกว่าร้อยปีแล้ว!” ภายในห้อง ผู้าุโคนหนึ่งกำลังชงชาพลางตวาดออกมาเสียงดัง
“จริง ๆ นะขอรับ ถ้าไม่เชื่อท่านไปดูให้เห็นกับตาเองเถิด” นี่เป็เื่ใหญ่ ศิษย์สืบทอดตรวจสอบหลายครั้งแล้วถึงกล้ามารายงาน เมื่อได้ยินดังนั้นผู้าุโท่านนั้นก็สำลักน้ำชาที่ดื่มเข้าปากก่อนจะเบิกตากว้างอย่างเอาเื่
“จริงหรือนี่?” เสียงเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเข้ามาถึงโถงิญญา ทางมุมห้องมีตะเกียงิญญาดวงหนึ่งส่องแสงริบหรี่ขึ้นมาจริง ๆ ร่างของผู้าุโสั่นเทาเล็กน้อย ตื่นเต้นยิ่งนัก ทว่ายังมีความกังวลอยู่บ้าง เขากลัวว่าความเป็ไปได้นี้จะสลายไป และจะต้องประสบกับความทุกข์ทรมานแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง “โคมิญญาส่องแสงอีกครา ท่านผู้าุโจะยังมีชีวิตอยู่จริงหรือ?”
“ท่านอาจารย์ จะทำอย่างไรดีขอรับ?” ศิษย์สืบทอดถาม
“หรือต้องสืบสวน!” เขาเอ่ยแนะนำออกมา ผู้าุโท่านนั้นมีประกายแห่งความหวังวาบขึ้นในดวงตา เขากุมมือแน่น สีหน้าเคร่งขรึม
ผู้าุโท่านนี้มีนามว่าตงเหวินจวิน เป็าุโปกปักของสำนักเต๋าเสวียนชิง มีตำแหน่งสูงส่งและฐานะโดดเด่น
ห่างจากสำนักเต๋าเสวียนชิงราวสิบกว่าหมื่นลี้ มีแดนต้องห้ามโบราณแห่งหนึ่งเรียกว่าแดนต้องห้ามเทียนหยวน
ร้อยปีก่อน แดนต้องห้ามเทียนหยวนเกิดปรากฏการณ์ประหลาด มีผู้อ้างว่าเห็นสมบัติแห่ง์และโลกตกลงในแดนต้องห้าม ด้วยเหตุนี้ สำนักต่าง ๆ ในเป่ยหวงจึงก้าวเข้าสู่แดนต้องห้ามเทียนหยวน
สำนักเต๋าเสวียนชิงส่งผู้าุโลำดับสูงสุดทรงพลังกว่าสิบคนไป รวมถึงศิษย์สืบทอดหลายสิบคน ในนั้นมีผู้าุโใหม่นามว่าเฉินชิงหยวน เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ของสำนักเต๋าเสวียนชิง ผู้าุโต่างมอบความหวังให้เขาเป็อย่างมาก
เมื่อเข้าสู่แดนต้องห้ามเทียนหยวน ยอดฝีมือจากหลายสำนักไม่กลับออกมาและดับสูญไปในแดนต้องห้ามนั้น ในที่สุดสำนักเต๋าเสวียนชิงโชคร้ายยิ่งกว่าสำนักอื่น ทัพพ่ายอย่างยับเยิน
ร้อยปีให้หลัง ตะเกียงิญญาของเฉินชิงหยวนสว่างขึ้น ทำให้ทุกคนในสำนักเสวียนชิงคึกคัก
“ในที่สุดก็ออกมาได้สักที” ด้านนอกแดนต้องห้ามเทียนหยวน เฉินชิงหยวนยืนอยู่ริมทะเลสาบ เขาถอนหายใจยาว เสื้อผ้าเ้าตัวมีฝุ่นโคลนเล็กน้อย บนตัวไม่มีปราณิญญาหลงเหลืออยู่เลย
คนผู้นี้ก็คือเฉินชิงหยวนที่ผู้คนคิดว่าตายไปนานกว่าร้อยปีแล้ว เขาเคยเป็อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบ ศิษย์คนสุดท้ายที่ผู้าุโลำดับสูงสุดของสำนักเต๋าเสวียนชิงรับไว้ก่อนจะสิ้นชีพ แม้เฉินชิงหยวนจะอายุไม่มาก แต่ลำดับการฝึกและพลังกลับสูงมาก พวกคนอายุมาก ๆ ในสำนักเต๋าเสวียนชิง ต่างเรียกเขาว่าศิษย์น้องเล็ก ส่วนศิษย์สืบทอดและศิษย์สายในต้องเรียกเขาว่าท่านผู้าุโเฉิน
“ชาตินี้ทั้งชาติ! จ้างให้ข้าก็ไม่เข้าไปอีกแล้ว!” เฉินชิงหยวนหันหลังกลับไป มองป่าทึบที่มืดสนิท ภายในนั้นมีหุบเหวโบราณลึกลับซ่อนเร้นอยู่ เมื่อเฉินชิงหยวนพูดประโยคนี้จบ เสียงหญิงงามที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาที่ข้างหู
“เ้าหนุ่ม อย่าลืมข้อตกลงระหว่างพวกเรา” ได้ยินดังนั้น เฉินชิงหยวนก็สั่นสะท้านด้วยความหนาว รีบปิดปากเงียบ ประสบการณ์ร้อยปีในหุบเหวนั่น ทำให้เฉินชิงหยวนไม่อยากหวนคิดถึง สิ่งที่เฉินชิงหยวนยังคงสงสัยจนถึงตอนนี้ คือตนเองหนีตายมาได้อย่างไร?
‘หรือเป็เพราะข้าหน้าตางดงามหรือ?’ ถึงแม้ความเป็ไปได้นี้จะน้อย แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีทาง
“หาที่ร่ม ๆ พักสักหน่อยดีกว่า” เฉินชิงหยวนี้เีเดิน จึงนอนลงใต้ต้นไม้ใหญ่ หลับไปอย่างสบายใจ ตามที่เฉินชิงหยวนคาดการณ์ไว้ สำนักเสวียนชิงต้องรู้ร่องรอยของตนเองอย่างรวดเร็วแน่นอน อีกไม่นานคงส่งคนมาตามหา
ไม่นาน เฉินชิงหยวนก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
แท้จริงแล้ว ในที่รกร้างห่างไกลเช่นนี้ แม้เฉินชิงหยวนจะไร้ซึ่งการบำเพ็ญ แต่เขาก็ยังกล้าทำเช่นนี้ จึงแน่ชัดแล้วว่าแม้พลังการบำเพ็ญของเฉินชิงหยวนจะสูญสิ้นไป แต่ตัวเขาต้องมีไพ่ตายซ่อนเร้นอยู่แน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าหยิ่งผยองเช่นนี้
หนึ่งชั่วยามต่อมา ตงเหวินจวินนำกลุ่มคนมาถึงที่นี่ เมื่อตงเหวินจวินมองไปยังเฉินชิงหยวนที่นอนอยู่ใต้ร่มไม้ ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมด ริมฝีปากสั่นระริก อยากะโออกมาสุดเสียง แต่ตงเหวินจวินกลัวว่านี่จะเป็ภาพลวงตา จึงยืนนิ่งอยู่กับที่ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาใสใส
“ผู้าุโเล็ก เ้าหรือ?” เขาเอ่ยถาม พวกลูกศิษย์รีบเข้าไปข้างหน้าร้องเรียกเฉินชิงหยวนออกมา เฉินชิงหยวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังผู้คนรอบข้าง ในชั่วขณะถัดมาเฉินชิงหยวนก็ได้สบตากับตงเหวินจวินผู้มีผมขาวโพลนไปแล้ว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี เอ่ยเสียงแ่เบาว่า “ศิษย์พี่ตงหรือ?”
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู ตงเหวินจวินราวกับหลุดพ้นจากภวังค์ กระโจนมายืนตรงหน้าเฉินชิงหยวนและยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง เขากุมแขนทั้งสองข้างของเฉินชิงหยวนไว้แน่น “น้องรัก นี่เ้าจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“ใช่ นี่ข้าเอง” เฉินชิงหยวนหัวเราะ “ท่านพี่เบามือหน่อยเถิด ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว!” เขาบ่นออกมาด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นตงเหวินจวินก็คลายมือออกเหลือบมองสำรวจชายหนุ่มสองสามครั้ง
“ศิษย์น้องเล็ก การบำเพ็ญของเ้า?” เมื่อครู่ ตงเหวินจวินมิได้ใส่ใจในจุดนี้ แต่บัดนี้เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดกลับพบว่าภายในร่างกายของเฉินชิงหยวน ไม่มีปราณิญญาแม้เพียงน้อยนิด ทั้งยังไร้ซึ่งการบำเพ็ญใด ๆ
“หายไปหมดแล้ว แต่ไม่เป็ไรหรอก” อารมณ์ของเฉินชิงหยวนมิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม โดยปกติแล้ว หากผู้บำเพ็ญกลายเป็คนไร้ค่า ย่อมทุกข์ทรมานยิ่งกว่าความตาย ทว่าเฉินชิงหยวนกลับดูเหมือนไม่ใส่ใจ ราวกับว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร การใช้ชีวิตในแดนต้องห้ามนานนับร้อยปีมิใช่ไร้ซึ่งสิ่งที่ได้มา
“หา? นี่มัน…” ตงเหวินจวินตกตะลึงยิ่งนัก ความเ็ปในใจก่อเกิดขึ้น
“อย่าพูดถึงเื่พวกนี้เลย พวกเรากลับไปกันก่อนเถอะ!” เฉินชิงหยวนโบกมือ ตัดบทสนทนาครั้งนี้
“อื้ม…” ตงเหวินจวินพยักหน้าหนักแน่น ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับพูดคุยจริง ๆ ดังนั้น ตงเหวินจวินจึงหยิบเอาเครื่องรางวิเศษออกมาปกป้องร่างกายของเฉินชิงหยวน แล้วมุ่งหน้าไปยังสำนักเสวียนชิง
สำนักเสวียนชิง สามารถตามหาเฉินชิงหยวนได้อย่างราบรื่น ก็เพราะการนำทางของโคมิญญา
ในที่สุดเฉินชิงหยวนก็ได้กลับมายังสำนักเสวียนชิงแล้ว ูเาตั้งตระหง่านที่ปกคลุมด้วยหมอก เขามองดูทิวทัศน์อันงดงามนี้ ใบหน้าของเฉินชิงหยวนเผยรอยยิ้มกว้าง
“ในที่สุดก็ได้กลับบ้านเสียที” เฉินชิงหยวนเติบโตมาที่สำนักเสวียนชิงั้แ่เด็ก แต่น่าเสียดายที่เขาเพิ่งจะได้รับการรับรองเป็ศิษย์ของอาจารย์ผู้าุโ จู่ ๆ อาจารย์ของเขาก็ได้สิ้นชีวิตลง ดังนั้นเฉินชิงหยวนจึงบำเพ็ญภายใต้การสอนของพี่น้องร่วมสำนัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา
โถงประชุม เต็มไปด้วยผู้คนล้วนแต่เป็ผู้าุโของสำนักเสวียนชิง การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญมาก แม้แต่ศิษย์สืบทอดก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม
เฉินชิงหยวนถูกนำตัวมายังห้องประชุมใหญ่ มองใบหน้าคุ้นเคยทีละคนก่อนจะก้มศีรษะคำนับ “คารวะศิษย์พี่หญิง และศิษย์พี่ชายทุกท่าน” ประมุขของสำนักเสวียนชิงมีนามว่าหลินฉางเซิง เป็ศิษย์พี่ใหญ่ของเฉินชิงหยวน
“ศิษย์น้องเล็ก เ้ารอดชีวิตมาได้อย่างไรกัน?” หลินฉางเซิงซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุด พอรู้สถานการณ์คร่าว ๆ แล้ว
“อืม… เื่มันยาว ข้าไม่สะดวกจะเล่า” เฉินชิงหยวนยืนอยู่ตรงกลางในโถงใหญ่ของสำนัก ถูกสายตาจ้องมองจากหลายสิบคู่ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
“พวกเรามีเวลามากพอ ค่อย ๆ เล่ามาเถิด!” หลินฉางเซิงมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเห็นดังนั้น เฉินชิงหยวนจึงจำต้องเล่าอย่างเชื่องช้าว่า
“วันนั้น พวกข้าได้เข้าไปในเทียนหยวน…” หลังจากนั้น เฉินชิงหยวนก็เล่าเื่ราวที่เตรียมไว้แต่เดิมออกมา
สรุปได้ว่า พวกเขาได้เข้าไปในเทียนหยวน เจอกับแดนต้องห้ามและภยันตรายที่ไม่รู้จักมากมาย จนเหลือรอดชีวิตมาได้เพียงเฉินชิงหยวนผู้เดียว เพราะเฉินชิงหยวนได้ใช้วิชาลับ จึงสามารถแกล้งตายหนีรอดออกมาได้ กินเวลานับร้อยปีกว่าจะเดินทางออกมาได้
แม้จะหนีรอดมาได้ แต่เพราะวิชาลับส่งผลย้อนกลับ การบำเพ็ญทั้งหมดจึงถูกทำลายจนสิ้น รากฐานิญญาก็แตกสลาย ทุกคนที่ฟังอยู่ จมอยู่ในความคิดลึกซึ้ง พวกเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ภายในเทียนหยวน จึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เฉินชิงหยวนพูดเป็ความจริงหรือไม่
“เหลือเ้าเพียงผู้เดียว ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก” หลินฉางเซิงถอนหายใจ แต่เดิมทีทุกคนยังคงมีความหวังเล็ก ๆ ว่าคนอื่น ๆ อาจจะเหมือนเฉินชิงหยวน ที่แกล้งตายแล้วหนีรอดมาได้
“ต่อไปนี้ ห้ามเข้าแดนต้องห้ามเทียนหยวนเด็ดขาด” เฉินชิงหยวนนึกถึงภาพเพื่อนร่วมสำนักที่ตายอย่างทุกข์ทรมาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก กฎภายในแดนต้องห้ามนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แตะต้องเมื่อใดก็ตายเมื่อนั้น ที่เฉินชิงหยวนสามารถหนีรอดมาได้ ไม่แน่ว่าอาจเป็เพราะโชคช่วย หรือไม่ก็เป็เพราะชะตาชีวิต
“ศิษย์น้องเล็ก เพื่อความปลอดภัย พวกข้าจำเป็ต้องตรวจสอบสภาพร่างกายของเ้า” หลินฉางเซิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ข้าเข้าใจ ตรวจได้เลย!” สำนักเสวียนชิงกังวลว่าเฉินชิงหยวนจะถูกยึดร่างโดยผู้อื่น หากไม่ระมัดระวังในเื่การจัดการนี้ อาจส่งผลเสียต่อสำนักและโดยทั่วไปแล้วการยึดร่างสามารถเพียงร่างกายเท่านั้น ไม่สามารถความทรงจำได้ แน่นอนว่ามีความเป็ไปได้น้อยมากที่ผู้ยึดร่างบางคนจะมีความทรงจำของเ้าของร่างเดิม