“วานรเทพจ้าวพลัง!”
สิ้นเสียงคำรามกึกก้องของเซี่ยฝูคุน
ท้องฟ้าเหนือจวนเ้าเมืองพลันปรากฏแสงวาบประหนึ่งอสนีบาตฟาดผ่าน
ทันใดนั้น เงาดำมหึมาสูงตระหง่านร่วมสามสี่เมตรก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า กรงเล็บกระแทกพื้นจนฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ!
“เฮ้ย?”
ไม่ว่าจะเป็กลุ่มของมู่ไป๋หรือพวกของเซี่ยกว่างอวิ๋น ต่างก็ตกตะลึงจนตาค้างไปตามๆ กัน
ยามปกติพวกเขาย่อมเคยเห็นสัตว์อสูรมาไม่น้อย แต่กลับไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรที่ดูดุดันทรงพลังอย่างวานรเทพจ้าวพลังตัวนี้มาก่อน
เบื้องหน้าของพวกเขาในตอนนี้ วานรเทพจ้าวพลังยื่นกรงเล็บกำยำทั้งสองข้างออกมาเล็กน้อย เพียงแค่นั้น่แขนของมันก็ยาวถึงสามเมตร
ดวงตาของมันส่องประกายเย็นเยียบวูบวาบไม่ขาดสาย มิหนำซ้ำบนหัวไหล่ทั้งสองข้างยังมีเกราะประดับไหล่ลวดลายประหลาดสีทองหม่นดูลึกลับและน่าเกรงขามอยู่ด้วย
“นี่มันตัวอะไรกัน?”
มู่ไป๋อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก
“สัตว์อสูรอย่างนั้นรึ?”
เวลานี้มู่ไป๋อยากจะถามออกไปนักว่า เ้าเคยเห็นสัตว์อสูรที่ร่วงลงมาจากฟ้าแบบนี้หรือไม่? และใช่แล้ว เขาเพิ่งจะได้เห็นมันกับตาตัวเองนี่แหละ
“กลิ่นอายบนร่างสัตว์อสูรตัวนี้... เกรงว่าจะเป็สัตว์อสูรระดับสี่ขั้นสูงสุด...”
หลิงเฟยที่เดิมทีกำลังต่อสู้กับเซี่ยกว่างอวิ๋น ก็รีบถอยร่นกลับมาข้างกายมู่ไป๋ในทันที
สัตว์อสูรระดับสี่ขั้นสูงสุด พละกำลังของมันเทียบเท่าได้กับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นสูงสุด!
ความแข็งแกร่งระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อกรด้วยได้เลย!
“หรือนี่จะเป็สัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของตระกูลเซี่ย?”
ยอดฝีมือทั้งสามจากเขาเมฆาขาวต่างพากันสับสนมึนงง
ทว่าผู้ที่มึนงงไม่แพ้กัน ก็คือกลุ่มของเซี่ยกว่างอวิ๋นเช่นกัน
“คุนเอ๋อร์... นี่มัน...”
เมื่อครู่เซี่ยกว่างอวิ๋นได้ยินบุตรชายะโเรียกวานรเทพจ้าวพลัง ก่อนที่สัตว์อสูรตนนี้จะปรากฏตัวลงมาจากท้องฟ้า
เมื่อเป็เช่นนี้ เขาย่อมเชื่อมโยงสัตว์อสูรตรงหน้าเข้ากับเซี่ยฝูคุนได้ในทันที
“นี่คือสัตว์อัญเชิญของข้าขอรับ”
เซี่ยฝูคุนจ้องมองวานรเทพจ้าวพลังเบื้องหน้าด้วยแววตาปลาบปลื้ม
ประการแรก การปรากฏตัวของวานรเทพจ้าวพลังทำให้เขารู้ว่า ระบบหลอมปีศาจไม่ใช่เื่หลอกลวง
ประการที่สอง รูปลักษณ์ของวานรเทพจ้าวพลังตัวนี้ ดูองอาจและเท่ะเิไปเลย!
“สัตว์อัญเชิญ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุน เซี่ยกว่างอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก
สัตว์อสูรทั่วไป จะถูกเรียกว่าสัตว์อสูร
มีเพียงสัตว์อสูรที่ถูกฝึกจนเชื่องโดยผู้อัญเชิญแล้วเท่านั้น ถึงจะถูกเรียกว่าสัตว์อัญเชิญ!
ไม่ว่าจะในอาณาจักรหย่าสือหลาน หรือแม้แต่ในทวีปจิ่วโยวแห่งนี้ อาชีพผู้ฝึกยุทธ์คืออาชีพที่พบเห็นได้ทั่วไปและแพร่หลายที่สุด
อย่างไรก็ตาม—
นั่นไม่ได้หมายความว่าบนทวีปจิ่วโยวจะมีเพียงผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น
นอกจากผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ยังมีอีกสองอาชีพ นั่นก็คือ นักหลอมโอสถและผู้อัญเชิญ
ซึ่งผู้อัญเชิญนั้นแตกต่างจากนักหลอมโอสถตรงที่พวกเขามีความลึกลับและมีฐานะที่สูงส่งยิ่งกว่า
แม้แต่ในอาณาจักรหย่าสือหลานทั้งหมด เกรงว่าจะมีผู้อัญเชิญไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ
หากเวลานี้เซี่ยฝูคุนบอกว่าวานรเทพจ้าวพลังตัวนี้คือสัตว์อัญเชิญของเขา นั่นมิได้หมายความว่าบุตรชายของตนคือผู้อัญเชิญหรอกรึ?!
ต้องรู้ก่อนว่าอาชีพผู้อัญเชิญนั้น ต่อให้เป็เพียงมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทาง ก็ไม่มีขุมกำลังฝ่ายใดกล้าหาเื่ด้วยเด็ดขาด แม้แต่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งอย่างเขาเมฆาขาวก็ยังไม่กล้าตอแยกับผู้อัญเชิญ เพราะเื้ัของผู้อัญเชิญแต่ละคนล้วนมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่น่าสะพรึงกลัวหนุนหลังอยู่ แม้ตอนนี้เซี่ยฝูคุนจะเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูของผู้อัญเชิญมาได้เพียงก้าวเดียว แต่หากข่าวนี้ถูกแพร่ออกไป จะมีขุมกำลังมากมายมหาศาลเพียงใดที่ต้องมาคอยเอาอกเอาใจเขา!
“บัดซบ เ้าเด็กนี่คงไม่ใช่ผู้อัญเชิญหรอกนะ?”
เมื่อเห็นท่าทีเชื่อฟังของวานรเทพจ้าวพลังต่อหน้าเซี่ยฝูคุน เปลือกตาของมู่ไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะกระตุก
ต่อให้เป็เขาเมฆาขาว ก็ยังไม่กล้าสังหารผู้อัญเชิญส่งเดช แน่นอนว่านั่นหมายถึงผู้อัญเชิญที่มีชื่อเสียงแล้ว
“คุณชายมู่ไป๋ จะเอาอย่างไรดี...”
ยอดฝีมือทั้งสามจากเขาเมฆาขาวต่างเริ่มหวาดกลัวเมื่อรู้ว่าเซี่ยฝูคุนอาจเป็ผู้อัญเชิญ หลิงเฟยถึงขั้นทำท่าปาดคอส่งสัญญาณให้มู่ไป๋
“จะเก็บเ้านี่ไว้ไม่ได้ หากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นไป จะกลายเป็หายนะต่อเขาเมฆาขาวของพวกเราอย่างแน่นอน!”
มู่ไป๋ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้าให้หลิงเฟย
ในจังหวะเดียวกันนั้น เซี่ยกว่างอวิ๋นััได้ว่ากลิ่นอายพลังของคนจากเขาเมฆาขาวทั้งสามเริ่มพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
“คุนเอ๋อร์ ระวัง!”
เขารีบะโเตือน พร้อมกับเตรียมที่จะเข้าไปขวางหน้าเซี่ยฝูคุน
ทว่า—
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
มือข้างหนึ่งแตะที่แขนของเขาเบาๆ
เซี่ยฝูคุนมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ท่านพ่อ ท่านทำเพื่อคุนเอ๋อร์มามากพอแล้ว ต่อจากนี้ ให้เป็หน้าที่ของข้าเถอะขอรับ”
หลังจากเซี่ยฝูคุนพูดจบ เขาเพียงขยับความคิด ดวงตาของวานรเทพจ้าวพลังพลันสาดประกายแสงเย็นวาบออกมาทันที
เมื่อเห็นยอดฝีมือจากเขาเมฆาขาวทั้งสามกำลังจะลงมือ วานรเทพจ้าวพลังก็ทุบกำปั้นลงบนพื้นดินอย่างแรงจนแผ่นดินแตกระแหงเป็ใยแมงมุม ก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งทะยานเข้าหาคนทั้งสามประดุจลูกศรออกจากแล่ง
“สัตว์อสูรตัวนี้ประหลาดนัก อย่าไปสู้กับมันเด็ดขาด! ขอเพียงเรากำจัดเ้าเด็กตระกูลเซี่ยนั่นได้ สัตว์อสูรตัวนี้ก็จะหยุดโจมตีพวกเราเอง!”
ต้องยอมรับว่าสมองของยอดฝีมือเขาเมฆาขาวนั้นปราดเปรื่องมาก พวกเขาวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ทว่า—
ก่อนที่พวกเขาจะได้ตอบโต้
วานรเทพจ้าวพลังก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขาแล้ว
หลิงเฟยเห็นวานรเทพจ้าวพลังโผล่มาตรงหน้าก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ขณะที่กำลังจะขยับหลบหนี หมัดของวานรเทพจ้าวพลังก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที
“ปัง!”
ช่องว่างระหว่างขอบเขตชั้นยอดขั้นสูงสุดกับขอบเขตชั้นยอดขั้นกลางนั้น เห็นได้ชัดเจน
หลิงเฟยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง ร่างของเขาถูกหมัดกระแทกจนกระเด็นออกไป
หน้าอกของเขายุบลงไปในทันที
ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งในขอบเขตชั้นยอดแห่งยุคผู้หนึ่ง...
กลับถูกสังหารในพริบตาเพียงการโจมตีเดียว!
“ศิษย์พี่หลิงเฟย!”
เมื่อเห็นหลิงเฟยถูกสังหารในพริบตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มู่ไป๋ก็อุทานออกมาด้วยความตระหนก แต่เมื่อเขาต้องสบกับสายตาเย็นเยียบของวานรเทพจ้าวพลัง ร่างทั้งร่างก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
ความน่ากลัวของวานรเทพจ้าวพลังตัวนี้มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ต่อให้เป็สัตว์อสูรระดับสี่ขั้นสูงสุดทั่วไป ก็ไม่น่าจะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางได้ง่ายดายถึงเพียงนี้!
“คุ้มกันข้า!”
มู่ไป๋แผดเสียงลั่น ก่อนจะรีบถอยหนีหมายจะเอาชีวิตรอด
“เหอะ”
เซี่ยฝูคุนจ้องมองมู่ไป๋ที่กำลังหนีตายด้วยแววตาเหยียดหยาม
หากฆ่ามู่ไป๋ พวกเขาต้องเผชิญกับการตามล่าจากเขาเมฆาขาว
แต่หากไม่ฆ่ามู่ไป๋ ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ พวกเขาก็ยังต้องถูกเขาเมฆาขาวตามล่าอยู่ดี
ในเมื่อเป็เช่นนี้ มิสู้จัดการให้จบสิ้นไปเสียตรงนี้เลยจะดีกว่า!
จิตสังหารเริ่มแผ่ซ่านในใจ
เพียงความนึกคิดของเซี่ยฝูคุนวูบผ่าน ร่างของวานรเทพจ้าวพลังก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ทลายหัวซาน!”
จู่ๆ ในหัวของเซี่ยฝูคุนก็มีชื่อทักษะหนึ่งผุดขึ้นมา
และในขณะที่ความคิดนั้นแล่นผ่าน วานรเทพจ้าวพลังก็เหยียดแขนกำยำทั้งสองออกไป ท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้า แขนของมันกลับดูราวกับขวานั์เล่มมหึมา!
จากนั้น—
มันก็ฟาดฟันลงไปยังตำแหน่งที่มู่ไป๋อยู่อย่างรุนแรง!
“บัดซบ!”
ยอดฝีมือจากเขาเมฆาขาวที่เหลืออีกสองคนเห็นดังนั้น ก็รีบพุ่งตัวเข้าไปขวางทางไว้
ทว่า—
อานุภาพของทลายหัวซาน มีหรือที่คนอย่างพวกเขาจะต้านทานไหว?
เพียงพริบตาเดียว ร่างของพวกเขาก็ถูกกระแทกจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
มู่ไป๋ััได้ถึงจิตสังหารที่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ
เขากรีดร้องด้วยใบหน้าซีดเผือด
“เซี่ยฝูคุน หากเ้ากล้าฆ่าข้า ตระกูลเซี่ยของเ้าทั้งตระกูลจะต้องตายตกไปตามกัน!”
“หึๆ”
เซี่ยฝูคุนหัวเราะเ็า
“หากข้าไม่ฆ่าเ้า ตระกูลเซี่ยของข้าจะรอดพ้นอย่างนั้นรึ?”
“ฆ่ามันซะ”
เมื่อได้รับคำสั่ง แขนของวานรเทพจ้าวพลังก็ฟาดสับลงมา
่แขนที่เหมือนขวานั์ฟาดลงบนศีรษะของมู่ไป๋อย่างรุนแรง...