บทที่ ๒
โปรดอย่าออกเรือนกับนางผู้นั้น
๒ เดือนต่อมา
ออแกไนซ์บางส่วนเดินทางมาจัดเตรียมของอย่างเช่นดอกไม้ ธูปเทียนทอง พานขันหมาก ทุกอย่างที่ต้องใช้สำหรับพิธีแต่งงาน
เพียงแค่วันพรุ่งนี้ก็จะถึงวันงานแต่งของภูริชกับแก้วกาญจน์แล้ว
"เดี๋ยวหนูไปช่วยงานในครัวก่อนนะจ๊ะปู่"
ใบบัวที่วันนี้สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อนเอ่ยบอกกับผู้เป็ปู่
ั้แ่เื่ที่เจอเมื่อสองเดือนก่อน ที่เธอเห็นผู้หญิงในชุดผ้าคาดเกาะอกกับโจงกระเบนสีเก่ามอมแมมนั้นใบบัวก็รู้สึกหวาดกลัวไม่อยากจะอยู่คนเดียว แต่ปู่มิ่งก็มอบสร้อยพระให้กับเธอเส้นนึงแล้วบอกว่าบางทีหลานสาวอาจจะคิดมากไป
กาลเวลาผ่านมาสองเดือนใบบัวก็ไม่เคยเจอกับผู้หญิงคนนั้นอีก เธอจึงคิดว่าบางทีอาจจะเป็เพราะว่าตัวเองเพลียเหนื่อยจากงานในเรือนจึงทำให้เห็นภาพหลอนไปเอง
"อืม เดี๋ยวปู่ดูความเรียบร้อยตรงนี้ก่อน ไปช่วยพวกแม่ครัวในเรือนเถอะลูก"
แม่ครัวที่ถูกจ้างมาจากร้านอาหารชื่อดังกำลังเตรียมเมนูสำหรับรับแขกใน่เช้าวันพรุ่งนี้
ทางด้านของภูริช
เขาจับมือภรรยาสาวที่ตอนนี้หน้าซีดเซียว ตลอดสองเดือนที่กลับมาจากเรือนไทยหลังเก่า แก้วกาญจน์ว่าที่ภรรยาก็ไม่ร่าเริงอีกเลย
แถมยังมีอาการป่วยที่ตรวจไม่เจอสาเหตุ เธอมักหน้าซีด ปวดท้อง ปวดหัว ปวดเนื้อปวดตัว...แถมยังชอบฝันแปลกๆ ฝันเห็นผู้หญิงทรงผมดอกกระทุ่ม สวมเกาะอกกับโจงกระเบนสีเก่ามอมแมม แต่ก็ไม่อยากให้ภูริชเป็กังวลจึงไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง
"ไม่เป็ไรนะแก้ว ผมว่าคุณพักผ่อนหน่อยดีกว่าวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว"
เพราะต้องเข้าไปเช็คความเรียบร้อยของชุดแต่งงานที่มีทั้งหมดสามชุด ทั้งยังต้องไปที่เรือนไทยเพื่อดูสถานที่อีกในคืนนี้แต่ก็ดูเหมือนว่าภรรยาสาวจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว
"ขอบคุณนะคะภู ที่ดูแลแก้วดีมาตลอด..."
แก้วกาญจน์นั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนอนของภูริชโดยมีภูริชจับมือให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง เขารับรู้ถึงอาการป่วยของว่าที่ภรรยามาได้สักพักแล้วแต่ก็ยังยืนยันที่จะเป็คู่ชีวิตแต่งงานกับเธอ
"ผมรักคุณแก้วกาญจน์...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ "
ภูริชเชื่อว่าเขาและเธอจะสามารถผ่าน่เวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน สักวันอาการป่วยของแก้วกาญจน์จะต้องดีขึ้น
"รักคุณเหมือนกันนะคะ..."
แก้วกาญจน์หลับตาพริ้มโดยที่มือยังคงจับอยู่กับภูริชไม่ยอมปล่อย
เวลาผ่านไปสักพักภูริชก็พาแก้วกาญจน์เข้านอนเพราะพรุ่งนี้จะต้องตื่นั้แ่ตีสามเพื่อแต่งหน้าทำผม
เขาและเธอมาอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่ภูริชที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็บ้านสมัยใหม่หลังใหญ่โตภายในโครงการหรู
พ่อแม่ของแก้วกาญจน์เองก็มาอยู่ที่นี่ด้วยในคืนนี้เพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีเช้าที่จะจัดขึ้นที่เรือนไทยหลังใหญ่
ในตอนแรกแม่ของภูริชก็คัดค้านการจัดงานแต่งที่เรือนไทยแห่งนั้น อยากจะให้จัดที่โรงแรมสมัยใหม่ภายในจังหวัดมากกว่าไม่ก็จัดที่กรุงเทพไปเลย เพราะเป็สมบัติมรดกตกทอดของสามีที่เลิกกันไปแล้วเธอจึงไม่อยากเข้าไปยุ่งนัก
แต่ก็ไม่อาจขัดใจลูกชายเพียงคนเดียวได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมภูริชถึงอยากจะจัดงานแต่งที่บ้านเรือนไทยนั่นนักหนา
ตกค่ำ
ภูริชขับรถยนต์ยุโรปคันหรูมาจอดลงที่หน้าบ้านเรือนไทยที่ตอนนี้เป็สถานที่จัดงานแต่ง ภายในเรือนและบริเวณรอบๆประดับประดาไปด้วยดอกไม้และเริ่มมีเครื่องเสียงดนตรีมาลงแล้ว
"สวัสดีครับคุณภู มาตรวจตราความเรียบร้อยที่เรือนไทยเหรอครับ"
ปู่มิ่งในวัยหกสิบเมื่อเห็นรถของผู้เป็เ้านายมาก็รีบออกมาต้อนรับในทันที
"ครับลุงมิ่ง กลัวว่าพรุ่งนี้งานจะไม่เรียบร้อยวันนี้ก็เลยต้องมาดูสักหน่อย"
ที่จริงเมื่อ่เย็นแม่ของเขาก็เข้ามาช่วยดูแลให้แล้วแต่ภูริชอยากจะเข้ามาตรวจตราด้วยตัวเองอีกครั้ง
เป็งานแต่งที่จัดไม่ได้ใหญ่โตนัก มีเพียงเพื่อนในวงการกับครอบครัวและนักข่าวเข้ามาเพียงไม่กี่สำนัก
ไม่อยากจัดใหญ่มากมายเพราะว่าตอนนี้แก้วกาญจน์เองก็ป่วยอยู่ ตัวของเธอไม่ได้มีความประสงค์จะให้ใครรับรู้ว่าตอนนี้มีอาการป่วยย่ำแย่ แก้วกาญจน์แม้จะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังอยากรับงานในวงการบันเทิงอยู่
ภูริชเดินเข้ามาตรวจตราภายในโซนโรงครัวที่กำลังจะจัดเตรียมอาหารสำหรับแขกในเช้าวันพรุ่งนี้
ตุ้บบ!
"อ๊ะ ข ขอโทษค่ะ.."
หญิงสาวตัวเล็กถักเปียสองข้างพร้อมกับหน้าม้าซีทรูบางๆ ผมสีดำขลับแสดงให้เห็นถึงความเยาว์วัยที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งอะไรเลย เธอสวมชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีชมพูล้มลงไปกองที่พื้นเมื่อเธอรีบวิ่งถือถาดใส่แป้งทำขนมมาหวังจะมาที่โรงครัว แต่ก็ชนเข้ากับคนตัวใหญ่กว่าที่มีแผงอกกำยำ
"อ่า..."
เสื้อยืดสีดำของภูริชเปื้อนไปด้วยแป้งทำขนมที่หกกระจายฟุ้ง แต่ก็ไม่หนักเท่าคนตัวเล็กที่ตอนนี้มอมแมมแป้งเลอะผมเลอะหน้าเต็มไปหมด
"ค คุณภู หนะ หนูขอโทษนะคะที่เดินไม่ทันระวัง"
คนตัวเล็กที่ล้มพับอยู่กับพื้นรีบยันตัวลุกขึ้นใช้มือปัดแป้งที่เสื้อยืดสีดำของเ้านายหนุ่มในทันที แม้จะไม่ได้เจอหน้ากันนานแต่ก็รู้ดีว่านี่คือภูริชเพราะหน้าของเขาปรากฎอยู่ในละครทีวีที่เธอดูเกือบทุกวัน ทั้งยังไปออกรายการต่างๆอีก
ดาราหนุ่มงานเงินกำลังรุ่ง เขาอายุเพียงสามสิบปี อนาคตยังอีกไกล มีแต่สาวๆเสียดายที่เขาเลือกแต่งงานเร็วไปสักหน่อย แต่สำหรับภูริชแล้วก็คงไม่ได้เร็วอะไรเพราะคบกับแก้วกาญจน์มาถึงสิบปีแล้ว
"ไม่เป็ไร แต่คราวหน้าก็เดินดูทางด้วย"
เขาว่าเสียงดุเพราะดูแล้วเธอยังเด็กอยู่มาก แม้ใบหน้าจะคุ้นๆแต่ภูริชก็ยังไม่เอะใจอะไร เพียงแค่สงสัยว่าเธอเป็คนของร้านอาหารที่เขาจ้างมางั้นเหรอ
"เธอเป็เด็กจากร้านอาหารที่มาทำงานในโรงครัวเหรอ?"
เขาจ้างร้านอาหารชื่อดังมาให้จัดสำรับคาวหวานทั้งเช้าและบ่าย และจองโรงแรมหรูในตัวจังหวัดเพื่อจัดงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้หลังจากเสร็จพิธี แต่ไม่คิดว่าที่ร้านอาหารชื่อดังจะเอาเด็กที่ดูท่าทางไม่รู้ประสีประสามาร่วมทำงานด้วย
"ม ไม่ใช่ค่ะ"
เด็กสาวอย่างใบบัวใจฝ่อเล็กน้อยเมื่อผู้เป็เ้านายที่ส่งเสียเธอเรียนมาแท้ๆแต่กลับจำหน้าตาเธอไม่ได้
"แล้วเธอเป็ใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
หรือว่าจะเป็คนของออแกไนซ์ คนตัวใหญ่กว่าได้แต่จ้องมองหญิงสาวอย่างจับผิด
"หนูชื่อใบบัวไงคะ หลานของปู่มิ่ง คุณจำหนูไม่ได้งั้นเหรอคะ?"
ได้ยินความจริงจากปากของคนตัวเล็กร่างสูงก็นิ่งอึ้งไป เขาจำเธอไม่ได้จริงๆ เด็กสาวสิบขวบในตอนนั้นตอนนี้โตเป็สาวสะพรั่งหน้าตาสะสวย ผิวนวลขาว ร่างบางในชุดใส่เล่นอยู่บ้านที่ดูมอมแมมแต่ก็เห็นได้เลยว่าเนื้อนวลอกอวบใหญ่ เอวเป็เอว สะโพกเป็สะโพก
"โทษที ไม่ได้เจอกันนานฉันเองก็ลืมไปเลย"
นั่นสินะ ภูริชเองก็เกือบลืมไปเลยว่าลุงมิ่งผู้ดูแลที่นี่มีหลานสาวกำพร้าพ่อแม่ที่นำมาดูแลั้แ่วัยหกขวบ
แถมเขายังเป็คนส่งเสียเธอจนจบมัธยมปลายด้วยซ้ำ ทำไมกลับจำหน้าของหญิงสาวไม่ได้เลยสักนิดนะ อาจจะเป็เพราะว่าไม่ได้ใส่ใจจะจำเนื่องจากไม่ใช่เื่สำคัญอะไร
เปรี้ยง! ซ่า ซู่ว~
ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ เพราะจู่จู่ฟ้าก็ผ่าลงมาแล้วฝนก็โปรยปรายลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
"ว๊าย! อะไรกันเนี่ย พยากรณ์อากาศบอกว่าพรุ่งนี้ฟ้าจะแจ่มใส อยู่ๆฝนก็ตกลงมา"
ทีมงานออแกไนซ์ที่จัดดอกไม้กับผ้าม่านอยู่โวยวายเสียงดัง ต่างช่วยกันกุลีกุจอเก็บของเข้าที่ร่มไปอยู่ใต้ถุนเรือนไม้
น้ำสีใสชะโลมกายหนุ่มสาวทั้งสองที่ยืนจ้องหน้ากันราวกับตกอยู่ในภวังค์
จากที่ร่างกายเลอะเปื้อนไปด้วยแป้ง
บัดนี้ถูกชะโลมกายด้วยน้ำฝนสีใส
พร้อมกับรอยยิ้มของหญิงสวมเกาะอกโจงกระเบนซีดเก่าที่ยืนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นหนุ่มสาวทั้งสองได้พบหน้ากันในรอบสิบปี
"ได้โปรด...คุณหลวง...โปรดอย่าออกเรือนกับนางผู้นั้นเลย ข้าเจ็บเกินจะทน..."
เสียงแว่วมาตามลม
ภูริชรู้สึกปวดหูวิ้งๆยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเองไว้ทั้งสองข้าง
"โอ๊ย...อ่า"
"เอ่อ ค คุณภูคะ! เป็อะไรไป..."
เห็นท่าไม่ดีรีบเอ่ยถามเ้านายด้วยความเป็ห่วง ใบบัวรีบเข้าไปประคองร่างแกร่งที่เหมือนจะล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นทั้งที่อยู่ท่ามกลางสายฝน
"อ่า เจ็บ..."
ภูริชสติเริ่มเลือนราง เขารู้สึกเจ็บอยู่ที่หูทั้งสองข้าง
"ง งั้นก็ไปพักในเรือนก่อนดีกว่านะคะ..."
ใบบัวประคองร่างของภูริชให้ลุกขึ้นยืนและพาไปยังเรือนสาวใช้ของเธอที่อาศัยอยู่ที่นี่มาั้แ่หกขวบ
โรงครัวอยู่ใกล้กับเรือนหลังนี้ ส่วนเรือนใหญ่อยู่ห่างออกไปต้องเดินไปไกล จะฝ่าฝนไปก็คงไม่ใช่เื่เพราะภูริชในตอนนี้อาการไม่ดีเลย
เห็นท่าทีดังนั้นผีสาวในชุดเกาะและโจงกระเบนสีมอมแมมคลี่ยิ้มอย่างพอใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเป็ไปอย่างที่เธออยากให้เป็...