บทที่ 10 ศิษย์น้องจอมแก่น
"ทักษะยุทธ์หรือ?"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้น จึงมองหน้าตี้เทียนที่อยู่ตรงหน้า "ท่านอาจารย์ เช่นนั้นขอท่านถ่ายทอดทักษะยุทธ์ให้ศิษย์ด้วยเถิด"
ตี้เทียนส่ายหน้าพลางยิ้มกล่าวว่า "ทักษะยุทธ์ไม่สามารถฝึกฝนได้ตามอำเภอใจ จำเป็ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับพร์และร่างกายของแต่ละคน ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรา มีหอดาราหลังหนึ่ง ภายในมีทักษะยุทธ์ทั้งหมดของสำนักเรา เ้าเพียงแค่เข้าไปข้างใน หอดาราก็จะเลือกทักษะยุทธ์ให้เ้าเอง"
"มหัศจรรย์เพียงนั้นเชียวหรือ?" เซียวอวิ๋นได้ยินแล้วรู้สึกประหลาดใจมาก จึงรีบกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้นท่านอาจารย์ได้โปรดพาศิษย์ไปด้วยเถิด!"
ตี้เทียนยิ้มพลางกล่าวว่า "ศิษย์รัก เ้าช่างใจร้อนเหลือเกิน เ้าควรใจเย็น ๆ ค่อยเป็ค่อยไป เ้าเพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนได้เพียงวันเดียว ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้ อีกอย่าง ลุงฝูของเ้ากำลังจะกลับมาแล้ว ยามนั้นศิษย์ของเขาก็จะไปเลือกทักษะยุทธ์ด้วย พวกเ้าสามารถไปด้วยกันได้"
"ขอรับ!" เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็สงบใจลง จากนั้นก็ทำความเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองต่อ สร้างความคุ้นเคยกับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพราะว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นในทันที ยังไม่ค่อยคุ้นชินนัก ถ้าหากปล่อยเขาไปในโลกของสามัญชน ตอนนี้อาจจะเหยียบพื้นแตกไปแล้วก็ได้ โชคดีที่พื้นของตำหนักเทียนมีอาคมปกป้องอยู่ จึงต้านทานพลังอันแข็งแกร่งของเขาไว้ได้
ไม่นานนัก ลุงฝูก็เหยียบเมฆกลับมา
และที่ด้านหลังของลุงฝู ยังมีเด็กสาวตามมาด้วย อายุราวสิบห้าสิบหกปี สวมชุดกระโปรงสีเขียว ถักเปียสองข้างดูน่ารัก หน้าตาก็งดงามสะสวย
"นายน้อย ขอแสดงความยินดีด้วยที่นายน้อยสร้างรากฐานอันสูงส่งได้สำเร็จ!" ลุงฝูเห็นเซียวอวิ๋นตื่นขึ้นแล้ว จึงยิ้มแสดงความยินดี
ส่วนเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังเขาก็มองเซียวอวิ๋นด้วยความสงสัย เมื่อวานตอนที่ตีระฆังฮุ่นตุ้นที่ลานกว้าง นางก็ได้รู้จักเซียวอวิ๋นแล้ว เพราะยามนั้นเซียวอวิ๋นเป็จุดสนใจของทุกคน โดดเด่นเหนือผู้ใด
"ลุงฝูไม่ต้องมากพิธีหรอก อ้อใช่ นี่คือศิษย์ของท่านใช่หรือไม่?" เซียวอวิ๋นมองเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังลุงฝูด้วยความสงสัยเช่นกัน
ลุงฝูยิ้มเล็กน้อย ดึงเด็กสาวด้านหลังมา ชี้ไปที่เซียวอวิ๋นแล้วกล่าวว่า "เสี่ยวหย่า รีบมาคารวะศิษย์พี่ของเ้าเร็ว"
หลินเสี่ยวหย่ากะพริบตาโตสองข้าง จ้องมองเซียวอวิ๋นด้วยความสงสัยพร้อมกับหัวเราะคิกคัก พลางกล่าวว่า "หลินเสี่ยวหย่าขอคารวะศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ข้าได้ยินว่าท่านสละตำแหน่งบุตรเทวะ นี่เป็ความจริงหรือ?"
ลุงฝูสีหน้าเปลี่ยนไปในบัดดล รีบตวาดว่า "หุบปาก! อย่าพูดจาเหลวไหล!"
หลินเสี่ยวหย่าใจนปากสั่น ดวงตากลมโตมีน้ำตาเอ่อคลอ ดูน่าสงสารยิ่ง ประหนึ่งกำลังเสียใจ
เซียวอวิ๋นยิ้มน้อย ๆ พลางโบกมือ "ลุงฝูไม่ต้องทำเช่นนั้น เป็ข้าเองที่สละตำแหน่งบุตรเทวะ จะโกรธที่ผู้อื่นกล่าวถึงได้อย่างไร อีกอย่าง สักวันข้าจะกลับไปชิงตำแหน่งนั้นคืนมาด้วยตนเอง"
ลุงฝูได้ยินดังนั้นก็นึกถึงพร์อันน่าตกตะลึงที่เซียวอวิ๋นแสดงออกเมื่อคืน จึงพยักหน้ายิ้ม ๆ "กล่าวถูกแล้ว ด้วยพร์ล้ำเลิศของนายน้อย ไม่ช้าก็เร็วต้องได้ครองตำแหน่งบุตรเทวะอีกครั้งแน่นอน"
กล่าวจบ ลุงฝูก็พาหลินเสี่ยวหย่าไปพบตี้เทียน
ตี้เทียนมองดูหลินเสี่ยวหย่าตรงหน้า ยิ้มน้อย ๆ แล้วถามว่า "พร์ไม่เลว เมื่อวานคงทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังสามครั้งใช่หรือไม่?"
"เ้าค่ะ!" หลินเสี่ยวหย่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ตี้เทียนหันไปมองลุงฝูทันที ยิ้มพลางกล่าว "ด้วยพร์เช่นนี้ รวมกับน้ำยาสร้างรากฐานที่ข้าเตรียมไว้หลายปี คงไม่มีปัญหาในการบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุด"
"นับว่าเด็กคนนี้โชคดี!" ลุงฝูยิ้มตอบ
หลินเสี่ยวหย่ากะพริบตาโต ดูงุนงงอยู่บ้าง
หรือว่า… การที่ข้าบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดได้ ไม่ใช่เพราะพร์ของข้าเอง แต่เป็เพราะโชคช่วยงั้นหรือ?
ลุงฝูดูเหมือนจะเห็นความสงสัยในใจของหลินเสี่ยวหย่า จึงชี้ไปที่เตาหลอมใบใหญ่ตรงหน้าพลางยิ้มบอก "นี่คือน้ำยาสร้างรากฐานที่นายท่านเตรียมไว้ให้นายน้อยหลายปีแล้ว ผสมวัตถุดิบล้ำค่ามากมาย ไม่ด้อยไปกว่าน้ำยาสร้างรากฐานที่บุตรเทวะคนก่อน ๆ เคยใช้เลย น่าเสียดายที่นายน้อยก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแล้ว ไม่จำเป็ต้องใช้น้ำยาสร้างรากฐานพวกนี้ เ้าจึงได้รับโชคครั้งใหญ่นี้แทน"
หลินเสี่ยวหย่าได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเซียวอวิ๋นข้าง ๆ ด้วยสีหน้าตกตะลึง ดวงตากลมโตเบิกโพลง กล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า "ศิษย์พี่บรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแล้วหรือ? ท่านมิได้เพิ่งเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นพร้อมข้าเมื่อวานหรอกหรือ? เพียงแค่คืนเดียว ท่านฝึกฝนได้เร็วเพียงนี้ได้เยี่ยงไร?"
ลุงฝูได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างภาคภูมิใจ "ศิษย์พี่ของเ้ามีพร์ล้ำเลิศ เมื่อวานเพิ่งฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น ก็รู้แจ้งเก้าขั้นภายในวันเดียว ทำให้ปราณฟ้าดินช่วยสร้างรากฐานอันยิ่งใหญ่ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดทันที นี่แข็งแกร่งกว่าการใช้น้ำยาสร้างรากฐานเพื่อบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดมากนัก"
"รู้แจ้งเก้าขั้นภายในวันเดียว..."
หลินเสี่ยวหย่ามองเซียวอวิ๋น อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจลึก นางมาจากตระกูลใหญ่ รู้ว่าการฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นยากลำบากเพียงใด ไม่คิดว่าเซียวอวิ๋นจะสามารถรู้แจ้งเก้าขั้นได้ภายในวันเดียว พร์เช่นนี้จะเรียกว่าล้ำเลิศก็ยังน้อยไป!
"ลุงฝูกล่าวเกินไปแล้ว" เซียวอวิ๋นกล่าวอย่างถ่อมตัวอยู่ข้าง ๆ
ลุงฝูตบหัวหลินเสี่ยวหย่าแล้วตวาดว่า "พอได้แล้ว อย่าเสียเวลาอีก รีบเข้าไปในเตาหลอมเดี๋ยวนี้ ฝึกวิชาที่ข้าสอนเ้า นายน้อยยังรอเ้าไปเลือกทักษะยุทธ์ที่หอดาราด้วยกันอยู่ อย่าให้เขารอนาน"
"เ้าค่ะ!" หลินเสี่ยวหย่าพยักหน้ารับคำ จากนั้นลุงฝูก็โบกมือ ร่างหลินเสี่ยวหย่าพลันขึ้นไปเหนือเตาหลอม แล้วค่อย ๆ ลงไปข้างใน
เซียวอวิ๋นก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากเขาสร้างรากฐานด้วยปราณฟ้าดิน จึงข้ามขั้นตอนการใช้น้ำยาสร้างรากฐานไป ทำให้รู้สึกสนใจอยู่บ้าง
เห็นหลินเสี่ยวหย่าเพิ่งเข้าไปในเตาหลอมก็ร้องลั่นทันที "กรี๊ดดด! ร้อนจัง ท่านอาจารย์ ข้ากำลังจะถูกต้มจนสุกแล้ว ท่านรับข้าเป็ศิษย์ คงมิใช่เพื่อจะกินข้าหรอกนะ..."
สีหน้าลุงฝูบึ้งตึง รีบตวาดว่า "แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว จะฝึกฝนวิถีอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว รีบโคจรพลังภายในซะ พยายามดูดซับน้ำยาพวกนี้ น้ำยาเหล่านี้ล้วนเป็ของล้ำค่า หากเสียไปแม้แต่นิดเดียว แม้จะขายตระกูลของพวกเ้าทั้งหมดก็ยังไม่พอชดใช้"
"แต่มันร้อนจริง ๆ นะ..." หลินเสี่ยวหย่ายังคงร้องโอดครวญ
เซียวอวิ๋นที่ยืนดูอยู่รู้สึกหวาดหวั่น โชคดีที่เขามีการรู้แจ้งช่วย ไม่เช่นนั้นยามนี้ผู้ที่ต้องทรมานเช่นนี้ก็คงเป็เขาเอง
หลินเสี่ยวหย่าถูกหล่อหลอมอยู่สามชั่วยาม กระทั่งเที่ยงวัน ลุงฝูจึงช้อนนางออกมา
ลุงฝูโบกมือ ทำให้อาภรณ์ของหลินเสี่ยวหย่าแห้ง นางร้องครวญครางมาทั้งเช้า ทว่ายามนี้กลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น นางกำลังมองสำรวจร่างกายตัวเองอย่างสนใจ ดวงตากลมโตเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น "ข้ารู้สึกว่าพละกำลังเต็มเปี่ยมนัก ยามนี้ข้าคงจะบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแล้ว น่าจะมีพละกำลังถึงห้าหมื่นจิน"
ลุงฝูอดไม่ได้ที่จะตำหนิว่า "มีอะไรให้ภูมิใจ? ศิษย์พี่ของเ้าไม่ต้องใช้น้ำยาสร้างรากฐานพวกนี้ ยามนี้ก็มีพละกำลังถึงหนึ่งแสนจินแล้ว เ้ายังห่างไกลนัก!"
"ศิษย์พี่เป็คนวิปริต ข้าจะเทียบเขาได้อย่างไร" หลินเสี่ยวหย่าบ่นพึมพำ
เซียวอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ หน้าบึ้งทันที
"เอาล่ะอาฝู เ้าพาพวกเขาไปเลือกทักษะยุทธ์ที่หอดาราเถิด" ตี้เทียนกล่าวยิ้ม ๆ
ลุงฝูพยักหน้า จากนั้นก็เรียกเมฆมา พาเซียวอวิ๋นกับหลินเสี่ยวหย่าทะยานออกจากยอดเขาตี้