หลังจากที่ทั้งคู่กับความเข้าใจกันได้บทเพลงแล้วก็เกิดขึ้นท่ามกลางชั้น 2 ของผับแห่งนั้น วินมอบทั้งความรักความคิดถึงให้กับปลาหวานจนกระทั่งถึงเช้า ทั้งคู่ยังคงนอนกอดกันอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ภายในห้อง ตื๊ดๆๆ..ตื๊ดๆๆ….เสียงระบบสั่นของมือถือทำงานมันทำให้วินรู้สึกไม่สบอารมณ์และอยากลุกขึ้นมาปาโทรศัพท์ทิ้งมาก แต่ทว่าปลาหวานกลับคว้ามันไว้ได้ก่อน
“ป่ะป๊าปล่อยก่อนมีคนโทรมาครับ”
“ใครจะโทรมาก็ช่างแม่งมันไป ไม่อยากตื่น.ป๊าอยากนอนกอดแก้มตุ่ยแบบนี้ไปนานๆเข้าใจป่ะ?”
“แต่คนที่โทรมาคือพี่ปลาทูนะครับ ท่าทางพี่เขาจะมีเรื่องเดือดร้อน หวานขอรับนะครับ”
“ปลาทูนี่ยังไงนะ โทรมาไม่ดูเวลาเลย”
“นะคร๊าบบบบ”
“แก้มตุ่ยก็กดรับสายเลย แต่ป๊าไม่ยอมปล่อยตัวแก้มตื่นไปหรอกนะ รับสายตรงนี้แหละ..เปิด speaker phone(ลำโพง) ด้วย”
“ก็ได้ครับ..ตุ๊ด..ครับพี่ทู?”
“(หวาน..ฮือฮือ..หวานอยู่ไหน พี่ไม่ไหวแล้ว!!พี่เกอร์เค้า…ฮือฮือ..หวานต้องช่วยพี่นะ ฮือฮือ)” ปลาหวานลุกพรวดด้วยความตกใจเช่นเดียวกับวินที่ถูกผลักออกไปเกือบจะตกเตียง เมื่อได้ยินว่าปลายสายกำลังร้องไห้ ปลาหวานรีบซักถามด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นครับพี่ทู?”
“(หวานอยู่ไหน มาหาพี่หน่อย พี่รออยู่ที่…..)” ปลาทูไม่ทันได้พูดจบและปลาหวานก็ไม่ทันได้ตอบ วินรีบลุกขึ้นมาเเย่งมือถือจากมือของปลาหวานไปคุยเอง
“มาที่ผับ The dark house ตอนนี้เลย”
“(พี่วิน.!!!..หรอครับ?)”
“ใช่พี่เอง ตอนนี้พี่อยู่กับแก้ม…พี่อยู่กับปลาหวาน…เดี๋ยวมาถึงแล้วค่อยคุยกัน แค่นี้นะ” วินกดวางสายพร้อมกับดึงตัวปลาหวานมากอดอีกครั้งและดูเหมือนว่าครั้งนี้จะกอดแน่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ปลาหวานดูงงๆที่วินนัดให้ปลาทูมาที่นี่เพราะนอกจากจะไม่เกี่ยวกับเค้าแล้ว..ตอนนี้ปลาทูยังงงอีกด้วยว่าทำไมวินถึงอยู่กับปลาหวานได้
“ทำไมป๊าถึงทำแบบนั้นล่ะครับ?”
“ป๊าทำอะไร?”
“ก็ป๊าบอกให้พี่ทูมาที่นี่…”
“ก็ใช่ไง เขาต้องการเจอตัวแก้มตุ่ยไม่ใช่หรอ แก้มตุ่ยอยู่ที่นี่กับป๊าให้มาหาที่นี่ก็ถูกแล้วนี่..สงสัยอะไร?”
“ถ้าพี่ทูมาพี่ทูก็ต้องรู้เรื่องของเราสิครับ!”
“ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังแต่แรก ทำไมอ่ะ..แก้มตุ่ยไม่อยากให้ปลาทูรู้หรอหรือว่าแก้มตุ่ยคิดอะไรกับปลาทูเกินพี่น้องหรือเปล่า ป๊าไม่ยอมนะ!!”
“บ้าหรอป๊า!..พี่ทูกับหวานเป็นแค่พี่น้องร่วมสายรหัสกันเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นอย่างอื่นครับ”
“งั้นก็ดีแล้ว ระหว่างที่รอปลาทูขอนอนกอดต่ออีกนิดนะ”
“ป๊านอนกอดหวานทั้งคืนยังไม่พออีกหรอครับ?”
“สำหรับแก้มตุ่ย ป๊านอนกอดได้ตลอดชีวิต แบบไม่ต้องตื่นมาเจอหน้าใครเลยก็ได้..จะลองไหมล่ะ?”
“อันนั้นก็เวอร์ไปครับ” วินใช้มือบีบที่จมูกของปลาหวานเชิงหยอกล้อก่อนจะจูบที่หน้าผากของเขาไป 1 ที ทั้งคู่มองตากันด้วยความหวานซึ้ง ในตอนนั้นเองอารมณ์ของป่ะป๊าวินก็คงผ่านขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับมีตัวขัดจังหวะ ก่อกๆๆ..เสียงประตูเคาะ 3 ครั้งพร้อมกับเปิดออก หวานรีบลุกพรวดขึ้นจากโซฟา..ส่วนวินก็เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งโอบไหล่ปลาหวานทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายครับ…ข้างล่างมีคนชื่อปลาทูมาขอพบคุณปลาหวานครับ”
“อืม..พาขึ้นมาเลย” วินนั่งนิ่งๆในขณะที่ลูกน้องขึ้นมาแจ้ง ทว่าเมื่อลูกน้องลงไปเขาก็เริ่มลวนลามปลาหวานด้วยการจูบที่หัวไหล่ไป 1 ที ก่อนที่ลูกน้องจะพาปลาทูขึ้นมา
“หวาน!! ฮือฮือ”
“พี่ทู!!” วินาทีนั้นปลาทูไม่ได้โฟกัสวินเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่หวานเห็นปลาทูร้องไห้ เขาก็รีบแกะมือวินออกเราวิ่งเข้ามาโอบกอดปลาทูด้วยความเป็นห่วง ทำเอาวินถึงกลับเลิ่กลั่กมีหึงหน่อยๆ ทว่าเขาก็ต้องเก็บอารมณ์นั้นไว้..รอชำระหนี้ทีเดียว
“พี่ทูนั่งตรงนี้ก่อนนะ มันเกิดอะไรขึ้น?” ปลาทูเช็ดน้ำตาหยุดร้องไห้สักพัก ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ได้รับรู้มาให้วินกับปลาหวานฟัง เมื่อทั้งคู่ได้ยินสิ่งที่ปลาทูเพิ่งเผชิญมาพวกเขาก็คิดไปทางเดียวกันว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ปลาทูรู้สึกดีขึ้น โดยวินได้ให้ข้อเสนอกับปลาทูว่า ให้ปลาทูย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่กับแม่ของเขาก่อนเพื่อพักความเจ็บปวดในใจ ส่วนปลาหวานแนะนำให้ปลาทูไปพักอยู่ที่คอนโดของเขาก่อน หาลู่ทางได้ค่อยเริ่มต้นอีกครั้ง ซึ่งปลาทูก็เลือกที่จะไปเชียงใหม่…วินจึงรีบจัดการเรื่องเดินทางและที่พักที่เชียงใหม่ให้ พร้อมกับบอกแม่ของเขาให้ช่วยดูแลปลาทูให้ด้วย ซึ่งนับฟ้าก็เต็มใจเมื่อวินได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง
“ในเมื่อตัดสินใจจะไปแล้ว พี่ไม่คิดเป็นห่วงคุณน้าสุนีย์บ้างหรอครับ?”
“..........”ตอนนั้นความเสียใจมันเข้าครอบงำ จนปลาทูลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป..เมื่อตั้งสติได้และรู้ว่าต้องย้อนกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้งเพื่อที่จะพาแม่ของเขาไปด้วย ปลาทูก็แทบจะทำใจลำบาก ไม่อยากเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีกเลย…แต่ด้วยความที่เขาทิ้งแม่ไปไม่ได้ เขาจึงต้องย้อนกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง