"ดาบชนะด้วยกำลังเน้นการจู่โจมที่ดุดันหนักแน่นและรุนแรง..."
ด้านหน้าปากถ้ำมีเด็กชายผมสีดำกำลังฟาดฟันดาบในมุมต่างๆปากก็ท่องประโยคที่อาจารย์มู่ได้ถ่ายทอดไว้ในวิชาดาบขั้นสูงได้ข้อดีของดาบที่มีขนาดใหญ่นั้นนอกจากฟาดฟันได้เป็กลุ่มยังสามารถใช้เป็เกราะกำบังกายได้อีกด้วย
ปัจจุบันลูคัสกำลังพยายามจะหลอม “เพลิงหวน” เพื่อปรับใช้กับดาบใหญ่ให้ได้
หลายวันมานี้เด็กชายฝึกฝนอย่างไม่เกียจคร้านทั้งบ่มเพาะพลังฝึกฝนดาบและทบทวนทักษะอื่นๆ
"สหายแกมีชื่อหรือเปล่า" หากใครพบว่าเขากำลังคุยดาบคงจะบอกว่าเขาเพี้ยนไปแล้ว
หลังจากได้ดาบมาลูคัสก็จับจุดได้ว่าดาบนี้ใช้ปราณเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองในทุกๆวันเขาจึงพยายามแบ่งปราณส่งเข้าไปยังตัวดาบอยู่เรื่อยๆยิ่งส่งเข้าไปมากเท่าไหร่เขาก็รู้สึกว่าดาบดูเปล่งประกายมีชีวิตชีวามากขึ้น จากสีดำหม่นในกาลก่อนปัจจุบันกลับกลายเป็ดำปกติแล้ว
"เฮ้อ หลอมกายหกชั้นฟ้านี่มันยากจริงๆ หลายสิบวันแล้วยังได้แค่สามชั้น"เด็กชายเข้าสู่รวมปราณขั้นที่เก้าั้แ่สิบสามวันแรกแต่ตอนนี้เวลาผ่านมาเป็เดือนเขากลับหลอมกายได้เพียงสามชั้นฟ้าเท่านั้น
"ทางดีๆมีไม่เดิน" หากบ่มเพาะแบบปกติปัจจุบันเขาคงทะลวงไปถึงอาณาจักรที่ 3 ขั้นสูงสุดไปเรียบร้อยเผลอๆ จะเลยไปถึงอาณาจักรที่ 4 แต่เมื่อเห็นความแข็งแกร่งรวมของตัวเอง ลูคัสก็รู้สึกพึงพอใจ 15 ดาวคือความแข็งแกร่งรวมขั้นต่ำของเขาในตอนนี้
"ไปเตรียมตัวดีกว่า"
ด้านในตัวสถานศึกษานั้นเริ่มประดับประดาด้วยธงสีต่างๆเพราะเหลืออีกแค่สองวันก็จะถึงกำหนดประลองสี่หมู่ตึก และตอนนี้มีกำหนดการต้องไปเข้าประชุมแผนการรบที่ปราสาทดำ
ลูคัสนึกย้อนกลับไปเพียงไม่กี่เดือนชีวิตตนนั้นกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือเมื่อคิดถึงอาเธอร์เด็กชายก็มีสีหน้าเศร้าหมองเงินทองในกระเป๋าในตอนนี้มีอยู่มากมายแต่ก็ไม่อาจซื้อวันวานกลับคืนมาได้
ขณะเด็กชายกำลังยืนคิดอะไรเพลินๆนั้น
"สวัสดีจ่ะลูคัส"
"ครับรุ่นพี่..." จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเซเวียร์ วูดส์
หลังเหตุการณ์การประลองครั้งนั้นรุ่นพี่แสนสวยคนนี้ก็เปลี่ยนจากแม่เสือกลายเป็ลูกแมววันวันเอาแต่วิ่งตามเขาไปทั่ว ไม่ว่าเขาจะไปกินข้าวหรือเข้าเรียนวิชาไหนเธอมักจะปรากฏตัวอยู่บริเวณนั้นโดยบังเอิญอยู่เสมอลูคัสใกล้จะเป็บ้าเต็มทนหากเขาต้องเลือกระวังเผชิญกับการถูกศัตรูไล่ฆ่าในป่ากับการเจอผู้หญิงไล่ตามเขายอมเลือกการโดนไล่ฆ่าเสียยังดีกว่า
“เฮ้อมีเสน่ห์มากเกินไปก็ไม่ดี” ลูคัสคิดในใจ
นี่เป็สิ่งที่เด็กชายคิดเอาเองความจริงเซเวียร์ วูดส์ไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเขาเลยเธอเพียงอยากรู้เคล็ดลับว่าต้องทำอย่างไรถึงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
"รุ่นพี่าสี่หมู่ตึกได้รับความนิยมมากเลยเหรอครับ"เขาพยายามหาหัวข้อสนทนาเพื่อลดความอึดอัดลง
"มากเลยล่ะสำหรับแดนเหนือาสี่หมู่ตึกเป็อะไรที่ทุกคนรอคอยั้แ่ชาวบ้านธรรมดา เหล่าโรงฝึก แม้คนของราชวงศ์ก็ยังมาดู"
ั้แ่เป็ศิษย์ของสถานศึกษาลูคัสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเื่ของโลกภายนอกมาบ้างทวีปที่เขาอยู่มีชื่อเรียกว่า
"ทวีปวู้ดแลนด์" มีจักรวรรดิอยู่สี่ทิศปกครองด้วยสี่าาทั้งสี่จักรวรรดิล้วนขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิที่อยู่เมืองหลวงส่วนกลาง
ตามกฎหมายสากลการจะจัดตั้งโรงฝึกต้องมีผู้ดูแลเป็อาณาจักรพลังที่2 เป็อย่างต่ำ สถานศึกษามีแห่งเดียวในจักรวรรดิต้องมีผู้ดูแลเป็อาณาจักรพลังที่ 4 มากกว่าสามคน ตระกูลของาาจะถูกเรียกว่าตระกูลราชวงศ์ซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเคียงกับสถานศึกษา
ส่วนสำนักนั้นไม่ขึ้นตรงกับราชวงศ์ออกทำนองน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองทำให้ไม่ค่อยมีข้อมูลเชิงลึกให้ศึกษาสักเท่าไหร่
"แล้วจุดประสงค์ในการจัดาสี่หมู่ตึกขึ้นมาล่ะครับ"เด็กชายยังคงถามต่อไป
"แน่นอนว่าเพื่อเป็แรงกระตุ้นให้นักเรียนขยันฝึกฝนแต่เหตุผลอีกประการก็คือแสดงความแข็งแกร่งให้กับคนทั่วไปได้รับรู้"เซเวียร์ วูดส์กล่าวด้วยความภูมิใจ
เมื่อทั้งสองมาถึงปราสาทดำก็พบว่ามีเด็กปีหนึ่งมากันหนาตาเซเวียร์จึงขอตัวแยกออกไปเพื่อเตรียมการประชุมภายในสถานศึกษา
“ลูคัสเรน” กลายเป็ชื่อที่หลายคนรู้จักไปแล้วทำให้การมาถึงของเขาเป็ที่จับตามอง
ั้แ่ได้ยินเื่าสี่หมู่ตึกตนก็ไม่เคยสนใจเลยว่ากติกามันเป็อย่างไร
"าสี่หมู่ตึกคือการชิงธงจากฝ่ายตรงข้ามในวันรบจริงทางสถานศึกษาจะจำลองสถานที่ขึ้นมาพวกเราต้องรักษาธงของหมู่ตึกไว้ห้ามให้ใครมาแย่งไปภายในห้าวันหมู่ตึกไหนมีคะแนนสูงสุดจะได้รับชัยชนะไป..."
จากที่ฟังลูคัสก็เข้าใจว่าการชิงธงจากหมู่ตึกอื่นเป็วิธีหลักที่เพิ่มคะแนนได้ดีที่สุดแต่เพราะมีเวลาถึงห้าวันระหว่างที่าดำเนินอยู่ทางสถานศึกษาจะสุ่มภารกิจออกมาเรื่อยๆหากขยันทำภารกิจอาจจะได้คะแนนสูงกว่าการไปแย่งชิงธงเสียด้วยซ้ำ
าครั้งนี้จะมีเพียงปีหนึ่งและปีสองที่เข้าร่วมจำนวนจึงมีราวสี่ร้อยคนดังนั้นเหล่ารุ่นพี่จึงจัดตำแหน่งไปตามความถนัดของแต่ละบุคคลแต่เป็เพราะสมาชิกบางคนติดกิจธุระไม่สามารถมาเข้าร่วมประลองได้แต่ละหมู่ตึกจึงต้องยอมรับสภาพไป
ลูคัสถูกจัดอยู่ในหน่วยทะลวงฟันเป็แนวหน้าประกอบไปด้วยสมาชิกหน่วยเจ็ดสิบคนแนวหลังมีสองร้อยคน หน่วยประจำธงสามสิบคน ส่วนอีกราวเจ็ดสิบคนที่เหลือจะรอสนับสนุน
เวลาที่เหลือทุกคนจึงเริ่มทำการซักซ้อมเสียเป็ส่วนใหญ่สองวันที่ผ่านมาตัวเขาเริ่มทำความรู้จักกับสมาชิกในหน่วยครบจนหมดในหน่วยนี้จะมีจอมเวทประจำอยู่สามคนลูคัสพบว่านักเรียนส่วนใหญ่นิยมบ่มเพาะสายนักรบมากกว่าสายวรยุทธเมื่อลองคิดแล้วก็มีเหตุผลเพราะนักรบนั้นบ่มเพาะได้ง่ายกว่าเพราะมีเพียงหกขั้นเท่านั้น
"เมื่อาเริ่มให้รอดูสถานการณ์จริงก่อน" เซเวียร์ วูดส์ย้ำกับทุกคนเธอรับตำแหน่งเป็ผู้บัญชาการในครั้งนี้
"ในวันรบให้ระวังแคทเธอรีนบราวน์หัวหน้าหมู่ตึกเหมันต์ไว้ด้วยเพราะเธอแข็งแกร่งมากหากพบเจอให้ใช้จำนวนเข้าสู้และรักษาชีวิตเอาไว้ให้ดี"
จุดที่น่าสนใจของานี้คือสามารถฆ่ากันได้จริงเพราะสนามรบจะอยู่ในเวทจำลองสถานที่มีกฎว่าเมื่อตายลงจะถือว่าคนผู้นั้นออกจากากฎอีกข้อคือสามารถจับเชลยได้แต่ห้ามมีการทรมานเกิดขึ้นหากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนักสุดท้ายหากพบว่านักเรียนคนไหนมีสภาพจิตใจย่ำแย่จะถูกดึงตัวออกจากาได้ตลอดเวลาตามดุลยพินิจของสถานศึกษา
ทุกการกระทำส่วนใหญ่จะตกอยู่ในสายตาของเหล่าผู้เข้าชมและสถานศึกษา
ดังนั้นขั้วอำนาจต่างๆล้วนจับตามองาสี่หมู่ตึกในครั้งนี้เพื่อจดจำอัจฉริยะของสถานศึกษาเอาไว้เพื่อผูกมิตรในอนาคตในวันนี้สมาชิกของโรงฝึกมัวร์ก็มาดูาสี่หมู่ตึกนี้เช่นกันพวกเขามาเชียร์ลูคัส
"ท่านพี่รู้มั้ยว่าเ้าเหมียวอยู่หมู่ตึกใด"เด็กสาวร่าเริงในชุดกระโปรงสีม่วงถาม
"เขาอยู่หมู่ตึกวสันต์" หลงชิงตอบกลับไป
วันจริงมีเหล่าผู้ชมเนืองแน่นทั่วอัฒจันทร์เหล่าแฟนคลับของแต่ละหมู่ตึกต่างโบกสะบัดธงที่ตนชื่นชอบกันอย่างคึกคักาสี่หมู่ตึกครั้งนี้พวกเขาทั้งหมดจะได้ชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากจอภาพเคลื่อนไหว
่เช้าเป็การประกาศกฎของาก่อนจะส่งนักเรียนทุกคนประจำสู่ปราสาท
ปราสาทน้ำเงิน ธงสีน้ำเงินผืนใหญ่ประดับรูปเกล็ดหิมะขอบทองเป็ของหมู่ตึกเหมันต์
ปราสาทแดง ธงสีแดงผืนใหญ่ประดับเป็รูปพระอาทิตย์สีเหลืองเป็ของหมู่ตึกคิมหันต์
ปราสาทดำ ธงสีดำผืนใหญ่ประดับเป็รูปใบเมเปิ้ลสีเงินเป็ของหมู่ตึกวสันต์
ปราสาทเขียว ธงสีเขียวอ่อนผืนใหญ่ประดับเป็รูปหยดน้ำสีฟ้าเป็ของหมู่ตึกวัสสานะ
ปราสาททั้งสี่ถูกวางอยู่สี่ทิศห่างกันราวห้าสิบไมล์เพื่อทำให้ามีความน่าสนใจยิ่งขึ้นจึงมีการจับฉลาก
ทำให้แต่ละหมู่ตึกจะได้รับภูมิประเทศที่แตกต่างกัน
.