หลิวจ้านได้เดินตามแม่นางคนนั้นขึ้นมาที่ชั้นสองของร้าน หลิวจ้านได้มองไปรอบๆ ข้างบนชั้นที่สองเหมือนกับเป็ที่ผลิตชุด และสถานที่ออกแบบ เพราะว่าข้างบนเป็สถานที่เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง หลิวจ้านเดินตามแม่นางคนนั้นไปเรื่อยๆ จนถึงห้องๆหนึ่ง
“คุณหนูเ้าค่ะ พาเขาคนนั้นขึ้นมาแล้วเ้าค่ะ”
“เข้ามาได้”
หลิวจ้านพอได้ยินเสียงที่นุ่มละมุนปานน้ำผึ้งเดือนไหนก็ไม่รู้ เขาก็ถึงกับเคลิ้มขึ้นมาทันที เชิญคุณชาย หญิงรับใช้ไม่ได้เข้ามาด้วย หลิวจ้านเดินเข้ามาภายในห้อง จมูกได้กลิ่นหอมทันที น่าจะเป็กลิ่นเครื่องหอมของยุคนี้ สมกับเป็ห้องของผู้หญิงจริง จากนั้นหลิวจ้านได้มองไปที่แม่นางคนนั้นก็รู้สึกว่าสมองของโล่งไปหมด เพราะคนที่อยู่ด้านหน้าเขานั้นถึงแม้ว่านางจะใส่ผ้าคลุมหน้า ั้แ่จมูกลงมา แต่หลิวจ้านก็ััได้ว่า นางต้องสวยในระดับของเย่หลิงเอ๋อแน่นอน แต่นิสัยไม่อาจรู้ได้ หลิวจ้านเดินมาถึงหน้าโต๊ะ ตัวเขาได้นั่งลงในทันที ทำให้หญิงสาวที่ใส่ผ้าคลุมหน้าใอยู่บ้าง
“ต้องขออภัยคุณหนูท่านด้วย พอดีขาของข้ามันไม่ค่อยแข็งแรง ก็เลยต้องรีบนั่ง ถ้าไม่รีบนั่ง อาจจะทำให้ตัวข้าล้มลงและาเ็ได้”
หยิงสาวได้ยินแบบนั้นก็หลุดขำออกมา จนต้องรีบเก็บอาการ และพูดขึ้นว่า
“คุณชายท่านนี้ ได้ยินว่า้าที่จะตัดชุด”
“หลิวจ้านได้ส่งภาพวาดของชุดไปให้หญิงสาวดู”
เมื่อนางดูภาพวาดครั้งแรก นางรู้สึกใในทันที เพราะว่าในยุคนี้ ยังไม่เคยปรากฎชุดแบบนี้ขึ้นมาก่อน และที่สำคัญยังสวยงามมากอีกด้วย ั้แ่เกิดมานางไม่เคยเห็นชุดที่สวยขนาดนี้มาก่อน
“ใครเป็คนเอาภาพนี้มาให้ท่าน”
“เ้าอยากได้ยินคำตอบแบบไหนละ”
“นี้ท่านเป็คนวาดเอง”
“ข้ายังไม่บอก”
“นี้ท่าน”
“แม่นางเคยได้ยินข้อแลกเปลี่ยนหรือเปล่า หากว่าท่าน้าจะรู้เื่ที่ท่านไม่รู้ ท่านก็ต้องหาสิ่งมาแลกเปลี่ยน”
“เอาเป็ว่าข้าไม่อยากจะรู้แล้ว”
หลิวจ้านได้ยินแบบนั้นรู้สึกว่าผิดท่าแล้วเราเล่นตัวเกินไปหรือเปล่า แต่เดียวก่อน คนเรานั้นไม่ว่าในโลกไหน หากเกิดความสงสัยก็ต้องหาคำตอบให้เจอ ข้าไม่เชื่อว่าเ้าไม่อยากรู้
“เห้อ…น่าเสียดายจริงๆ”
“น่าเสียดายอะไรของเ้า”
“ตัวข้านั้นเคยเห็นภาพวาดของชุดที่สวยกว่านี้อีกเยอะเเยะมากมาย แต่ไม่เป็ไรข้าก็แค่ไปหาคนที่เขาอยากจะดูแทนก็แล้วกัน”
นี้เ้า..เมื่อแม่นางผู้นี้ได้ยินแบบนั้นก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที แต่ก็ต้องสงบสติเอาไว้
“แล้วเ้า้าอะไร”
หลิวจ้านได้ยินแบบนี้ก็เขาทางเขาพอดี
“เอาเป็ว่าเราสองคนมาแรกเปลี่ยนคำถามกันดีกว่า”
“ได้…ใครเป็คนวาดภาพพวกนี้”
“ข้าเอง เ้าแต่งงานหรือยัง”
เมื่อนางได้ยินคำถามก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบ
“ยัง เ้ายังมีภาพแบบนี้และอื่นๆอีกกี่ภาพ”
“มีอีกเยอะ เ้าชื่ออะไร อายุละ”
“ข้าชื่อ ชิวหว่านเอ๋อ อายุ 20 ปี ต้องทำยังไงข้าถึงจะได้เห็นภาพวาดที่เป็แบบนี้อีก”
“มันก็ไม่ใช่เื่ยาก ทำไมเ้าถึงยังไม่แต่งงาน”
“นั่นมันเื่ของข้า เ้ายังไม่ตอบคำถามของข้า”
“หากอยากได้ภาพเ้าก็แค่มาแต่งกับข้า ฮาๆๆๆ”
“ได้ข้าจะอยู่กับเ้าแต่จะไม่แต่งงาน”
พอหลิวจ้านได้ยินคำตอบของนางเข้าถึงกับงุ่นงง ใครจะคิดว่านางจะตกลงง่ายขนาดนี้แต่ไม่แต่งงานแบบนี้ก็เข้าทางเขาเลย
แต่ใครจะรู้ความคิดของชิวหว่านเอ๋อ สำหรับนางนั้น ทั้งชีวิตของนางอุทิศให้แค่การทำเสื้อผ้าและนางไม่มีครอบครัวหรือว่าญาติที่ไหน ชีวิตของนางน่าสงสารเป็อย่างมาก พอนางเกิดมาพ่อแม่ของนางก็ตายจากไป โชคดีที่นางได้อาจารย์มาช่วยเลี้ยงดูนางจนเติบใหญ่ นางยังได้เรียนรู้วรยุทธจากอาจารย์ของนาง ตอนนี้นางอยู่ที่ขั้นที่ 9 นางยังมีศิษพี่อีกหนึ่งคนและยังเป็รักแรกของนางสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางแต่สุดท้ายเขาก็ได้ตายจากไป ศิษพี่นางตายจาก อาจารย์ของนางก็ตายจากไปอีกคน สุดท้ายยังคงเหลือแค่นางคนเดียว นางเลยตัดสินใจมาเปิดร้านเสื้อผ้า ทำตามสิ่งที่นางอยากจะทำั้แ่ตอนเด็กๆ จะพูดว่านางงมงายในรูปภาพและการทำชุดก็ว่าได้
“นี้เ้าพูดจริงรึ”
“จริงแต่เ้าต้องวาดภาพให้ข้าเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนและห้ามเ้ามายุ่งกับร้านเสื้อผ้าของข้าส่วนทรัพย์สินของข้าก็ยังเป็ของข้าเพราะว่าข้าและเ้าไม่ได้แต่งงานกัน”
“ไม่มีปัญหา ว่าแต่ตอนนี้เ้าเป็คนของข้าแล้วใช่หรือไม่”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่ ตองรอให้เ้า วาดภาพแบบชุดให้ข้าได้ 10 ชุดซะก่อน”
หลิวจ้านก็คิดไว้แล้วว่า อะไรมันจะได้มาง่ายดายขนาดนั้น แต่ใครจะรู้ สำหรับคนที่มาจากปัจจุบันแบบเขาการวาดเสื้อผ้าออกมาให้ได้ 10 ชุด ช่างง่ายดายอย่างยิ่ง
“การจะให้ข้าวาดมันก็ไม่ยาก การที่คนเราอยากจะทำอะไรก็ต้องรู้สึกอารมณ์ดีก่อน ถึงจะวาดออกมาได้”
พอหว่อนเอ๋อได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกว่าชักจะไม่ค่อยดีแล้ว
“ทำยังไงเ้าถึงจะมีอารมณ์ และความสุขอะไรของเ้า เ้าถึงจะวาดให้ข้าได้”
“ก็แค่เวลาที่ข้าวาดรูป เ้าก็มานั่งบนตักของข้า ข้าก็จะสามารถวาดรูปให้เ้าได้”
หว่านเอ๋อเริ่มจะทนไม่ไหว ในมือก็หยิบเข็มขึ้นมา กำลังจะลงมือ แต่หลินฟ้านพูดขึ้นมาก่อน
“หากว่าเ้านั่งบนตักข้าเ้าก็สามารถเห็นข้าวาดรูปได้เเบบชัดเจน ตัวเ้าอาจจะเกิดความคิดใหม่ๆ ในการออกแบบชุดขึ้นมาก็ได้ ก็เหมือนอาจารย์สอนลูกศิษยังไงละ”
ชิวหว่านเอ๋อได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกว่ามันก็เป็ความจริง นางอาจจะมีความรู้ใหม่ๆก็ได้
“ได้ข้าจะทำแบบที่เ้าว่า”
หลิวจ้านได้ยินแบบนั้นก็รู้ว่าแผนของเขาสำเร็จแล้ว ผู้หญิงยุคนี้หลอกง่ายจริงๆ (เลวจริงๆ) หว่านเอ๋อก็ได้เตรียมหมึกและผู่กันให้กับหลิวจ้าน
หลิวจ้านเดินไปนั่งที่เบาะที่หว่านเอ๋อจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อหลิวจ้านนั่งเสร็จ หว่านเอ๋อก็เดินมานั่งลงที่ตักของหลิวจ้านทันที ทำให้ตัวหลิวจ้านที่ั้แ่เกิดมายังไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ต้องบอกว่าเป็ความรู้สึกที่ดีมาก ร่างกายของนางทั้งหอมและนุ่มนิ่ม
“ข้าขอเตือนเ้าเอาไว้ก่อนหากว่าเ้าแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควรเเตะระวังมือของเ้าจะขาดเอาได้”
หลิวจ้านได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไป เขาได้เอามือโอบรอบแขนของนางทั้งสองข้างและเอาหน้าอกของเขาแนบชิดกับหลังของนาง เอาคางของเขาไปค้างไว้บนหัวไหร่ของนาง แก้มของเขาเกือบจะชนกับแก้มของนางติดเพียงแค่ผ้าคุมหน้าของนางกั้นอยู่ ตัวนางก็สดุ้งเพียงเล็กน้อย เพราะหลิวจ้านก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้ เพราะยังไงอีกไม่นานนางก็จะเป็เมียเขาแน่นอน สิ่งที่หลิวจ้านไม่ค่อยชอบใจเท่าไร คือหว่านเอ๋อไม่ยอมถอดผ้าคลุมหน้าออก ในขณะที่หลิวจ้านเริ่มวาดรูปแบบของชุด หว่านเอ๋อก็ตั้งใจดูจริงจังมาก หลิวจ้านก็พยายามเอาแก้มของเขาไปแตะแก้มของนางที่มีผ้าขวางกันไว้ นางก็ไม่ได้ว่าอะไรและตั้งใจดูการวาดภาพของหลิวจ้าน