ด้วยความหัวไวและ้าจะสลัดบรรยากาศอันน่าอึดอัดทิ้งไปโดยเร็วที่สุดเด็กหนุ่มจึงรีบชิงจังหวะเปลี่ยนเื่คุย
“เอ่อ...แล้ว...แล้วเื่กล้ามท้องกล้ามแขนอะไรพวกนี้ล่ะครับพี่” เขาเปลี่ยนเื่อย่างจงใจพยายามทำน้ำเสียงให้ดูตื่นเต้นกระตือรือร้นที่สุด
“มันต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน? คือ...ผมก็อยากจะมีหุ่นเท่ๆ แบบพี่บ้างแต่ผมไม่รู้เื่อะไรพวกนี้เลยจริงๆ”
เ้าของร่างกำยำหัวเราะในลำคอเบาๆเขามองลอดผ่านเปลือกตาที่หรี่ลงอย่างรู้ทันในท่าทีนั้น
“ก็ไม่ยากหรอก...แค่มีวินัยกับความอดทน”เขาตอบสั้นๆ เหมือนยังไม่อยากจะลงรายละเอียดมากนัก
“เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
หลังจากที่อั๋นบรรจงถอนผมหงอกให้จนอีกฝ่ายพอใจแล้วเขาก็รีบขอตัวขึ้นไปชั้นบนแทบจะในทันทีหัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นจากข้อเสนอเมื่อครู่
เขาวิ่งขึ้นบันไดไปเปิดเครื่องเกมรอเพื่อนซี้ ชิงซ้อมมือก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับมา
ค่ำคืนนั้น...าบนหน้าจอก็อุบัติขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้อั๋นเล่นด้วยสมาธิที่แตกต่างออกไปเขามีพลังงานบางอย่างที่อัดอั้นอยู่และ้าจะปลดปล่อยมันออกมาผ่านตัวละครในเกม
ทว่าพอเวลาล่วงเลยไปจนเกือบสี่ทุ่มเ้าของห้องกลับเป็ฝ่ายยอมแพ้เสียดื้อๆ
“เฮ้ย อั๋น...กูไม่ไหวว่ะ” เดียวางจอยเกมลงบนเตียงก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ สีหน้าเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“กูรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย ปวดหัวตุบๆสงสัยจะโดนยุงที่นาเล่นงานเอาแน่ๆ กูขอกินยาแล้วนอนก่อนนะมึง!” ว่าแล้วเ้าตัวก็ลุกไปค้นหายาพาราในลิ้นชักมากินก่อนจะล้มตัวลงนอนคลุมโปงเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้อั๋นนั่งเล่นเกมต่อคนเดียวความเงียบที่เข้ามาแทนที่ทำให้ความสนุกค่อยๆ จางหายไป และความคิดฟุ้งซ่านก็เริ่มกลับเข้ามาแทนที่
ไม่นานนักเขาก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาอีกจนได้ จึงจำใจต้องลุกจากหน้าจอเดินลงมาชั้นล่างอย่างแ่เบา ดวงตาพร่าเบลอจากการจ้องหน้าจอเป็เวลานานๆ
เมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว...
ครั้งนี้เขาไม่ได้เหลือบมองโดยอัตโนมัติแต่ฝีเท้าของเขาชะลอลงเอง สายตาค่อยๆ กวาดมองไปยังโซฟาตัวนั้นอย่างลังเลและก็พบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่นอนเหยียดยาวอยู่บนนั้นจริงๆ
แต่คราวนี้ร่างนั้นไม่ได้หลับใหล...ในมือหนานั้นมีรีโมททีวีกำลังกดเปลี่ยนช่องไปมาอย่างเรื่อยเปื่อยเสียงคลิกเบาๆ ของปุ่มกดดังเป็จังหวะในความเงียบ ร่างกายท่อนบนยังคงเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดิมพันกายท่อนล่างไว้เหมือนเมื่อคืน
เด่นอาจจะสังเกตเห็นเงาของเขาที่พาดผ่านลงมาจาก้าหรืออาจจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ลังเล เขาจึงลดรีโมทในมือลงแล้วค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟาหันมามองร่างโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย
“อ้าว...ยังไม่นอนอีกเหรอ งั้นดีเลยมานั่งเป็เพื่อนกูหน่อย”เมื่อเห็นว่าเป็ใคร คนพี่ก็กวักมือเรียกเบาๆ ให้เดินเข้าไปหาท่าทางนั้นไม่ได้ดูแปลกใจเลยสักนิด
“มี...มีอะไรเหรอครับพี่?” อั๋นถามเสียงเบา เขาก้าวลงมายืนบนพื้นชั้นล่างเต็มตัวพลางทำท่าเอามือกุมท้องน้อยของตัวเองไว้ ความทรงจำจากคืนก่อนมันแวบเข้ามาในหัวทำให้ช่องท้องของเขารู้สึกปั่นป่วนขึ้นมา
“ไอ้เดียวหลับแล้วเหรอ?” ร่างสูงถามขึ้นก่อน ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้ามาอย่างรอคำตอบ
“ใช่ครับพี่” อั๋นพยักหน้ารับ
“มันบ่นว่าไม่สบายก็เลยกินยาแล้วหลับไปแล้วครับ”
“เออๆ ดีเลย” คนฟังพยักหน้ารับรู้ช้าๆก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาตบลงบนเก้าอี้ไม้ข้างๆ โซฟาเป็เชิงเชื้อเชิญที่ชัดเจนและน่าหวั่นใจในเวลาเดียวกัน
“ถ้าอย่างนั้นมึงก็มานั่งนี่สิมานั่งกินเหล้าเป็เพื่อนกูหน่อย แม่งเอ๊ย...บ้านนอกโคตรจะเงียบเลย ไม่มีเชี้ยอะไรให้ทำ”
คนพูดบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้าขาวสี่สิบดีกรีที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วเขาเปิดฝาเกลียวแล้วรินของเหลวใสแจ๋วลงในแก้วเป๊กขนาดเล็กจนเกือบจะเต็มก่อนจะยื่นส่งให้คนที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่
“อ่ะ...ลองดู”
อั๋นมองดูแก้วเหล้าใบเล็กในมือนั้นสลับกับใบหน้าเรียบนิ่งของอีกฝ่ายแล้วถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย
กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ที่ลอยขึ้นมาแตะจมูกมันแรงจนแสบเขาเคยเห็นพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านดื่มเหล้าชนิดนี้ตามงานบุญ เห็นแต่ละคนหน้าแดงก่ำทำหน้าเหยเกราวกับเพิ่งจะกลืนเปลวไฟลงไป
‘จะไหวไหมวะกู...’ อั๋นคิดกังวลในใจ กลัวจะแสดงจุดอ่อนให้คนอื่นเห็นหากว่าเมาขึ้นมา
เขากำลังจะเอ่ยปฏิเสธแต่เมื่อสบเข้ากับสายตาที่มองมานิ่งๆ ของคนพี่ สายตาที่ไม่ได้ท้าทายเปิดเผยแต่กลับแฝงแววคอยดูเชิงอยู่ลึกๆ มันคือบททดสอบความเป็ลูกผู้ชายที่ไร้คำพูด เขาจึงตัดสินใจหลับตาปี๋ ยกแก้วนั้นขึ้นกระดกพรวดเดียวเข้าปาก!
“อึก! อึก! อึก!”
“อ่าาาาา…แค่กๆ!”
ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูั้แ่ปลายลิ้นลามลงไปในลำคอ และแผดเผาลงไปจนถึงกลางอกเหมือนมีใครจุดไฟขึ้นในนั้นเล่นเอาคนที่เพิ่งเคยลองเป็ครั้งแรกต้องสะบัดหน้าไปมาอย่างแรงจนน้ำตาเล็ด
เขางอตัวลงไอโขลกๆรู้สึกถึงรสขมติดปลายลิ้นและความบาดคอที่รุนแรงอย่างไม่เคยเจอมาก่อน
“ไรวะ...แค่นี้ทำเป็เด็กไปได้”เ้าของร่างกำยำบ่นพึมพำ มองท่าทางนั้นแล้วก็ส่ายหัวเบาๆที่มุมปากมีรอยยิ้มขบขันจางๆ ก่อนจะหยิบแก้วใบเดิมนั้นมารินให้ตัวเองบ้างแล้วยกซดรวดเดียวหมดแก้วอย่างง่ายดาย
มีเพียงแค่สีหน้าที่แดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อยและลำคอที่กระเพื่อมไหวตอนกลืนเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขาก็รู้สึกถึงความแรงของมันเช่นกัน
อั๋นเห็นท่าทางนั้นแล้วก็นับถืออยู่ในใจ...คนตรงหน้าเขาแข็งแกร่งไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงเื่แบบนี้ด้วยจริงๆ
“ว่าแต่...พี่กลับมาอยู่บ้านนานแล้วเหรอครับทำไมผมเพิ่งเห็น” ร่างโปร่งลดตัวลงนั่งข้างๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆจนลืมเื่เข้าห้องน้ำไปเสียสนิท
“ก็เออดิ กูก็เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันนี่แหละ”เด่นตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากจานเม็ดแตงโม เขาหยิบมันขึ้นมาขบแทะอย่างเชื่องช้าเสียงเปลือกแตกดัง ‘เป๊าะ’ เบาๆ ในความเงียบ
“กำลังหางานทำน่ะแต่ก็ไม่รู้จะหาได้รึเปล่า...โง่ๆ อย่างกูด้วย กว่าจะเรียนจบมาได้ก็แทบจะลากเืแล้วนี่ต้องมานั่งกระเสือกกระสนหางานอีก แม่งโคตรน่าเบื่อเลยว่ะชีวิต”
เขาถอนหายใจยาวไหล่ที่กว้างและเต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นดูตกลงเล็กน้อยน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้เกรี้ยวกราดแต่เจือความเหนื่อยหน่ายและท้อแท้สิ้นหวังอย่างปิดไม่มิด
บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดด้วยเื่อื่นพลันถูกแทนที่ด้วยความหนักอึ้งของความเป็จริง
อั๋นรู้สึกได้ถึงความขมขื่นนั้นเขานั่งตัวลีบลงเล็กน้อย คำพูดให้กำลังใจที่คิดไว้ดูจืดชืดไปถนัดตา
“เอาน่าพี่...เดี๋ยวก็คงได้งานดีๆ แหละน่า” เด็กหนุ่มพูดออกไปเบาๆก่อนจะรีบเปลี่ยนเื่เพื่อดึงบรรยากาศให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
“เอ้อ! พี่เด่น!แล้วเื่ที่พี่บอกว่าจะช่วยเทรนให้ผมล่ะ พี่พูดจริงรึเปล่า?” เขารีบพูดต่อ เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับมาเป็ประกายด้วยความหวังอีกครั้ง
“ถ้าผมหุ่นดีก่อนจะเข้ามหา’ลัยได้นะพี่มันก็คงจะดีไม่น้อย อย่างน้อยๆ ตอนไปทำงานพาร์ทไทม์เป็ ‘เด็กดริ๊งก์’ ผมจะได้ทิปหนักๆ กับเขาบ้างซะที”
“ทิปอะไรของมึงวะ?”
เด่นเลิกคิ้ว หันมามองหน้ารุ่นน้องเต็มๆเป็ครั้งแรกดูเหมือนจะหลุดออกจากภวังค์ของตัวเองได้เพราะเื่ไร้สาระของเด็กตรงหน้า
“กูไม่เห็นเก็ทเลยสักนิด”
อั๋นหัวเราะแหะๆ ใบหน้าเริ่มมีเืฝาด
“แหม...พี่จะไปเข้าใจอะไรล่ะหายหัวไปจากบ้านนอกตั้งหลายปี ไม่ได้อัปเดตข่าวสารเลยสิท่า”เขาเริ่มเล่าอย่างออกรส ใช้มือไม้ประกอบท่าทาง
“ก็ในตัวจังหวัดเราไงพี่ มันมีร้านเหล้าเพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้เองถึงจะไม่ใหญ่มากแต่คนก็แน่นร้านทุกวัน แล้วเขาก็รับสมัครเด็กดริ๊งก์ด้วย”
“เหรอวะ”เด่นหยุดมือที่กำลังจะหยิบเม็ดแตงโมขึ้นมาใหม่ สายตาแสดงความสนใจขึ้นมาอย่างชัดเจน
“ใช่เลยพี่!ผมกับไอ้เดียวเคยไปทำเป็เด็กเสิร์ฟมาแล้ว่ปิดเทอมก่อนน่ะ” คนเล่าทำตาโตท่าทางตื่นเต้น
“พี่เชื่อไหม ขนาดผมเป็แค่เด็กเสิร์ฟนะยังได้ทิปมาตั้งหลายพันแน่ะ ถ้าผมหุ่นดีๆ ล่ำๆแล้วได้ไปสมัครเป็เด็กดริ๊งก์กับเขานะ...ผมว่าคงรวยเละแน่ๆ!”
ร่างบนเก้าอี้ไม้พูดพลางทำตาโตฝันหวานก่อนจะยกแก้วเหล้าขาวที่มีอยู่ใบเดียวขึ้นกระดกอีกอึก ครั้งนี้แม้จะยังทำหน้าเหยเกแต่ก็ดูจะคล่องคอขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
“ดูท่าจะงานดี เงินดีน่าดู”เด่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างขบขัน
“แล้วทำไมมึงไม่สมัครซะล่ะไอ้เด็กดริ้งก์อะไรนั่น”
“โธ่พี่!” อั๋นเริ่มโอดครวญ
“คนสมัครเยอะขนาดนั้น อีกอย่าง… ถึงหน้าตาผมจะผ่านแต่ก็สู้เด็กในเมืองไม่ได้อยู่ดี”เขาพูดพลางทำหน้าเสียดายสุดขีด
ร่างสูงบนโซฟาหัวเราะเยาะออกมาเบาๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเปลือกเม็ดแตงโมที่ตนแทะทิ้งไว้ในจานขึ้นมาแล้วเขวี้ยงใส่หัวคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เบาๆ อย่างหมั่นไส้
“หุ่นอย่างมึงนี่นะ...ที่เขาจะเลือก”เขาพูดกลั้วหัวเราะ
“ผอมแห้งยังกะไม้เสียบผีขนาดนี้ เป็กูกูก็ไม่เลือกหรอกเสียชื่อร้านหมด”
“เอ่อ…ก็จริงอย่างที่พี่ว่า”อั๋นลูบหัวตัวเองป้อยๆ ยอมรับแต่โดยดี
“แต่ตอนนั้นน่ะเจ๊เ้าของร้านแกก็เคยบอกผมอยู่นะพี่ว่า หน้าตาผมอะพอได้แต่หุ่นนี่สิ...ไม่ผ่านอย่างแรง” เขาทำเสียงอ่อยลงอย่างน่าสงสาร
“แต่เจ๊แกก็บอกว่าผมยังเด็กอยู่ ถ้าโตกว่านี้ รอให้เข้ามหา’ลัยแล้วหุ่นคงจะดีขึ้น...นี่ถ้าได้พี่มาช่วยเทรนให้นะผมว่าผมได้เป็เด็กดริ๊งก์สมใจอยากแน่ๆ!”
เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“พี่อย่าลืมเทรนให้ผมนะ นะครับพี่ นะ!จะให้ผมทำอะไรเป็การแลกเปลี่ยน ผมก็ยอมหมดทุกอย่างเลยจริงๆ” พูดจบเขาก็ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด เอามือไปวางแปะลงบนท่อนขาแกร่งของอีกฝ่าย
ััแรกคือความอุ่นและแน่นตึงของมัดกล้ามเนื้อภายใต้ผิวเนื้อเรียบเนียนเขาลองบีบๆ เขย่าๆ เบาๆ อย่างออดอ้อนจนผ้าเช็ดตัวผืนบางที่เ้าของร่างใช้นั่งทับอยู่มันพะเยิบพะยาบขึ้นลงตามแรงเขย่า
เด่นเหลือบตามองมือที่กำลังซุกซนบนต้นขาของเขาแววตาฉายประกายบางอย่างที่อ่านยาก ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ กับความทะเล้นนั้น
“เออๆ กูรู้แล้วน่า ไม่ต้องมาทำอ้อน” มือแกร่งของคนพี่ปัดมือซนๆนั้นออกเบาๆ แต่ไม่ได้รุนแรงนักก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้น
“ไหน...มึงลองถอดเสื้อออกให้กูดูหน่อยดิ๊กูจะได้ประเมินถูกว่าสภาพมึงตอนนี้น่ะ มันเป็ยังไงกันแน่ต้องเริ่มปั้นจากตรงไหนก่อน”
ร่างสูงสะบัดหน้าเล็กน้อยเป็เชิงสั่งให้อีกฝ่ายทำตาม
“จริงนะพี่!”คนฟังตาโตเป็ประกายด้วยความดีใจสุดขีดเขาลืมความประหม่าและความหวาดหวั่นก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น
โดยไม่รอช้า ร่างโปร่งรีบลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่พรึ่บเดียวออกอย่างรวดเร็วเหลือแต่เพียงร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่ากับกางเกงฟุตบอลขาสั้นสีดำ
ผิวขาวๆ เนียนละเอียดของเด็กหนุ่มที่นานๆจะได้โดนแดดสักที สว่างวาบขึ้นในแสงไฟสลัวของห้องนั่งเล่นรูปร่างของเขาสมส่วนแบบเด็กหนุ่มทั่วไป แต่ยังขาดมัดกล้ามเนื้อที่เด่นชัด
เขายืนตัวตรงอย่างไม่ขัดเขิน...รอคอยคำตัดสินจากรุ่นพี่ที่นั่งมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา