ประเทศภูวธารา
“ฝ่าาอยู่ในห้องทรงพระอักษรหรือไม่”พระมเหสีนภานรีธนดิลกถามองครักษ์คนสนิทหน้าห้องทรงพระอักษร
“อยู่กระหม่อม”
“ฝ่าาพระมเหสีขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เชิญพระนางเข้ามา” เมื่อได้ยินเสียงกษัตริย์หนุ่มอนุญาตสามารถให้พระองค์เข้าเฝ้าได้พระมเหสีนภานรีเดินเข้าไปในห้องทรงพระอักษรด้วยท่าทางสง่างาม ในพระหัตถ์ถือถาดถ้วยซุปเพื่อนำมาบำรุงพระวรกายให้กับพระสวามี
“ทรงพักทานซุปไก่สักหน่อยนะเพคะ หม่อมฉันตุ๋นเองกับมือ”
“ก็ดีเหมือนกัน นั่งอ่านฎีกามาั้แ่เช้าแล้ว ตอนนี้พี่เริ่มหิวพอดี”เ้าพงษ์นภดลธนดิลกวางฎีกาในพระหัตถ์ลงแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะเพื่อเสวยซุปไก่
“ไม่ว่าพี่จะกินซุปไก่ของเ้ากี่ครั้ง รสชาติไม่เคยเปลี่ยน อร่อยเหมือนเดิม”พระมเหสียิ้มให้กับคำชมของพระสวามี
“นี้ เสด็จพี่รีบทรงงานไม่พักพระวรกายเลย เดี๋ยวจะมีทรงงานภายนอกเหรอเพคะ”
“ใช่ พี่กับพี่ชายของเ้าจะไปดูการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ภูวธาราของเราร่วมมือกับประเทศไทยน่าจะ่ต้นเดือนหน้า”
“หม่อมฉันตามเสด็จไปด้วยได้หรือไม่เพคะ” พระมเหสีนภานรีทรงอ้อนวอนขอพระสวามีพระองค์อยากตามเสด็จใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป ไม่ใช่เป็เพียงสตรีสูงศักดิ์อยู่ในพระราชวังกรงทองแห่งนี้
“เ้าอยู่ที่วังทำหน้าที่พระมเหสีของเมืองภูวธาราให้ดีอย่าลืมตำแหน่งที่เ้าได้ยืนอยู่นี่เป็สิ่งที่เ้ากับครอบครัวของเ้าเป็ผู้ขอเรา” กษัตริย์หนุ่มกล่าวเสียงห้วนแสดงความไม่พอใจออกมาทันทีที่พระมเหสีพยายามเรียกร้องจากพระองค์
“เราถือว่าเราให้เ้ามากที่สุดได้เท่านี้ อย่าขออะไรจากเราอีกเ้าออกไปได้แล้ว เราจะทำงานต่อ”
“เพคะ” พระมเหสีนภานรีเดินออกมาจากห้องทรงพระอักษรอย่างเศร้าสร้อยได้แต่คิดในใจเมื่อไหร่ พระองค์จะเป็ผู้หญิงที่อยู่ในใจของเ้าพงษ์นภดลสักที
หลังจากที่พระมเหสีนภานรีเดินออกจากห้องทรงพระอักษร เ้าพงษ์นภดลหวนนึกถึงอดีตครั้งก่อนที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ตอนนั้นพระองค์มีตำแหน่งเป็รัชทายาทถูกส่งไปเรียนกฎหมาย และการปกครองที่ยุโรปั้แ่จำความได้พร้อมกับนายพลวสุธาณรงค์เดชชัยพร ซึ่งมีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้อง โดยแม่ของนายพลวสุธา และพระมเหสีนภานรีมีศักดิ์เป็พระขนิษฐา(น้องของพ่อ) สมรสกับนายพลวสุณรงค์เดชชัยพรซึ่งเป็ตระกูลนายทหารเก่าแก่ที่มีฐานอำนาจทางการเมืองและการทหารที่สำคัญในเมืองภูวธาราเมื่อถึงการผลัดแผ่นดินพระราชบิดาต ขณะนั้นพระองค์ 30 ชันษาเสด็จนิวัตกลับมาที่ภูวธาราพร้อมกับนายพลวสุธาในวัย32 ปี ่นั้นแผ่นดินภูวธารามีความวุ่นวายเกิดขึ้นขั้วอำนาจบางฝ่ายไม่สนับสนุนพระองค์กลับไปสนับสนุนน้องชายต่างมารดา คือ เ้าเทพธนดลธนดิลกขึ้นครองราชย์แทน ซึ่งกองกำลังของตระกูลณรงค์เดชชัยพรได้มีส่วนผลักดันให้พระองค์สามารถมีชัยชนะรับสิทธิ์ขึ้นครองราชย์อย่างชอบธรรมได้ส่วนเ้าเทพธนดลธนดิลกขณะนี้ย้ายไปพำนักอยู่ที่ประเทศจีน
“ท่านอา มาพบหลานมีกิจอันใดให้หลานรับใช้” กษัตริย์หนุ่มวัย30 ชันษากล่าวทักทายญาติผู้ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของตนขณะนี้ ท่านหญิงธารานรินทร์ณรงค์เดชชัยพร
“หม่อมฉัน มีเื่ขอร้องฝ่าาเพคะ”
“ท่านอาบอกหลานได้เลย หลานยินดีทุกเื่ให้สมกับที่ทุกคนในณรงค์เดชชัยพรช่วยเหลือหลานในครั้งนี้”
“อาอยากให้นภานรี ดำรงตำแหน่งพระมเหสีในพระองค์เพคะ” กษัตริย์หนุ่มใในสิ่งที่ญาติผู้ใหญ่ขอร้องพระองค์ไม่คิดว่าท่านอาจะมาขอร้องพระองค์ด้วยเื่นี้
“ท่านอาคงทราบว่าหลานคิดกับนภานรีแค่น้องสาวคงคิดเป็อย่างอื่นไม่ได้”
“อารู้ว่าตอนนี้พระองค์คิดกับนภานรีแค่น้องสาวแต่ในอนาคตพระองค์อาจจะรักและผูกพันกับนภานรีเพิ่มมากขึ้นก็ได้”
“อีกอย่างพระองค์สามารถแต่งตั้งพระมเหสีได้ 4 พระองค์อาแค่ขอให้นภานรีเป็ที่หนึ่งเท่านั้นหากวันใดพระองค์จะแต่งตั้งเพิ่มเติมอาจะไม่ก้าวก่ายเลย” เมื่อหวนนึกถึงอดีตเื่นี้ทีไรกษัตริย์หนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจสุดท้ายที่พระองค์ก็ต้องเลือกพระมเหสีจากการเมืองอยู่ดี
“พระมเหสีทำไมทรงพระกรรณแสงเพคะ” แม่นมคนสนิทโผล่เข้ากอดปลอบประโลมก่อนหน้านี้นางเห็นพระมเหสีของนางอย่างยิ้มแย้ม อารมณ์ดี ทำซุปไก่ไปถวายพระสวามีแต่พอกลับมาทำไมเป็แบบนี้
“นมคะ เสด็จพี่ไม่เคยคิดที่จะรักนรีเลย” เมื่ออยู่กับแม่นมที่เลี้ยงดูพระองค์มาั้แ่แบเบาะรักและเคารพเปรียบเสมือนมารดาอีกคนเมื่ออยู่กันเพียงสองคนพระองค์สลัดตำแหน่งพระมเหสีแห่งเมืองภูวธาราออกเป็เพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่มีความเสียใจเนื่องจากสามีไม่รัก
“ท่านนายพล” แม่นมเอยออกมาเมื่อเห็นหน้านายพลวสุธาเดินเข้ามาในห้องส่วนพระองค์ทันทีที่พระมเหสีได้ยินเสียงที่แม่นมเรียกพี่ชาย พระองค์หันมาสวมกอดพี่ชายโดยทันที
“ทำไม เสด็จพี่รักน้องไม่ได้”
“น้องรักของพี่ ฟังพี่นะ” นายพลวสุธาดึงตัวน้องสาวออกจากอ้อมกอดมือทั้งสองยังคงจับไหล่น้องสาวและเช็ดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม
“บางครั้งคนเราไม่อาจได้ทุกสิ่งที่ตัวเอง้าได้นะตอนนี้น้องได้เป็ถึงพระมเหสีเป็สตรีอันดับหนึ่งของแผ่นดินได้อยู่เคียงข้างพระองค์น้องควรถือว่านี้เป็สิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับน้องนะ”
“แต่ท่านพี่ น้องกลัวว่าวันหนึ่งพระองค์จะมีสตรีในดวงใจ” พระมเหสีนภานรีกล่าวอย่างกังวล
“พี่ว่าถึงวันนั้นเราค่อยว่ากัน”
ประเทศไทย
“เร็วสิคุณ เด็กๆด้วย เดี๋ยวก็ไม่ทันถวายเพลกันพอดี”คุณนายสายหยุดเร่งผู้เป็สามี ลูกชาย และหลานสาว
“ทันอยู่แล้วคุณสายหยุดใจเย็นๆ” วันนี้เป็วันอาทิตย์ครอบครัวรัตนาจึงอยู่กัยพร้อมหน้าพร้อมตาจึงพากันมาถวายเพลและพาทานตะวันมาพบกับหลวงพ่ออาจณรงค์ หลังจากที่ท่านฉันเพลเสร็จให้ศีลให้พรญาติโยมเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมาพูดคุยธุระที่กุฏิหลวงพ่อ
“หลวงพ่อคะ ทานได้รับคำสั่งให้ไปทำงานที่ประเทศภูวธาราค่ะ”ทานตะวันแจ้งหลวงพ่อโดยทันที
“ไปนานไม่โยมทาน”
“คงจะประมาณ 3เดือนค่ะหลวงพ่อ” หลวงพ่ออาจณรงค์ฟังคำของโยมผู้เป็บุตรสาวท่านหลับตาเห็นภาพนิมิตที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวและผู้ชายสองคน ท่านได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกกับชะตากรรมของมนุษย์เป็ของบุคคลไม่อาจเลี่ยงได้ ดีแค่ไหนแล้วที่มีโอกาสได้เลือก
“โยมทานฟังอาตมาให้ดีนะ เมื่อถึงวันที่ต้องเลือก ให้นำคำพูดของอาตมานำไปพิจารณาให้ดี”
“โยมจะได้เลือกหนทางของชีวิตจากการไปครั้งนี้หากโยมเลือกสิ่งที่โยมปรารถนา แม้่ต้นจะพบความสุข แต่บั้นปลายกลับมีชีวิตที่ขมขื่นอาจต้องทุกข์ทนตลอดชีวิตแต่ถ้าหากโยมเลือกสิ่งที่ถูกที่ควร แม้่ต้นจะพบความขมขื่น แต่บั้นปลายชีวิตของโยมจะมีแต่ความสุขสงบร่มเย็น และผาสุก ทั้งหมดก็อยู่ที่โยมเลือก”
“ค่ะ หลวงพ่อ”
“ท่านครับจะมีเหตุร้ายอะไรเกิดกับหนูทานหรือไม่ครับท่าน” ท่านนายอำเภอถามน้องชายผู้ถือร่มกาสาวพัสตร์
“ก็ขึ้นอยู่กับเ้าตัวเขาจะเลือกหนทางไหน”