ตอนที่ 3 คนถอนพิษอาจยังมีชีวิตอยู่
อ้านจิ่วกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่ซ่อนตัวอย่างคล่องแคล่ว กางเกงแนบลู่กับหัวเข่าที่เปียกชื้น ทว่าเ้าตัวกลับไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย เหมือนเสาไม้ที่ไม่ขยับเขยื้อน
จิ้งเยี่ยเรียกหลินถงเข้ามา อีกฝ่ายเห็นพื้นที่เละเทะก็ใวิ่งมาหาอย่างลนลาน “นายท่าน ท่านไม่าเ็กระมัง”
“ข้าไม่เป็ไร เ้าทำความสะอาดตรงนี้สักหน่อย ข้าเหนื่อยแล้ว อยากนอนสักพัก ก่อนอาหารค่ำไม่ต้องมารบกวน” จิ้งเยี่ยพูดแล้วกลับไปนอนบนเตียงพร้อมปล่อยม่านลง จากนั้นก็ไร้ซึ่งเสียงใด
หลินถงตอบรับแล้วเรียกข้ารับใช้สองคนมาช่วยกันทำความสะอาดในห้องอย่างเบามือเบาเท้า จากนั้นพาคนถอยออกไปเงียบๆ ปิดประตูห้องเรียบร้อย ไม่กล้ารบกวนเ้านายอีก
จิ้งเยี่ยเมื่อไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกห้องก็ยื่นมือไปคลำหัวเตียงครู่หนึ่ง เตียงพลันพลิกกลับด้าน เขาไถลร่างลงตามทาง จากนั้นเตียงก็พลิกกลับมาดังเดิม
ท่านอ๋องซึ่งเดิมทีควรนอนอยู่บนเตียงหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่นอกห้องและในห้องเงียบเชียบเช่นปกติเหมือนวันธรรมดาทั่วไป
ครั้นสะบัดแขน แสงสว่างแถบหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในความมืด จิ้งเยี่ยก้าวลงบันไดไปตามทางอันคดเคี้ยวซึ่งเดินผ่านได้เพียงคนเดียวด้วยฝีเท้าเบากริบและว่องไว ราวกับตรงนี้ไม่มีใครอยู่เช่นนั้น
ทุกแห่งหนที่เดินผ่านจะมีแสงอ่อนจางตามติดไปตลอด เขาย่างฝีเท้ามาตลอดทาง จนกระทั่งเบื้องหน้าปรากฏกำแพงเกลี้ยงเกลา คล้ายมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง จึงหยุดฝีเท้าลง
จิ้งเยี่ยกดฝ่ามือบนกำแพงแล้วค่อยๆ ออกแรง กลางฝ่ามือพลันเปล่งลำแสงสีแดงสายหนึ่งออกมา จากนั้นพื้นที่ประมาณสามฉื่อ[1] ที่ยืนอยู่ก็ค่อยๆ ยุบยวบ กระทั่งทั้งตัวคนจมลงไปใต้พื้นทั้งหมด ด้านข้างกำแพงก็มีแผ่นอิฐสี่เหลี่ยมที่เหมือนกับพื้นแผ่นหนึ่งยื่นออกมาเติมพื้นซึ่งยวบลงไปเมื่อครู่จนเต็ม ราวกับไม่เคยมีใครปรากฏตัวมาก่อน
สถานที่ซึ่งจิ้งเยี่ยลงไปนั้นแทบจะเหมือนห้องนอนเขาไม่ผิดเพี้ยน เ้าตัวเดินไปเบื้องหน้าโต๊ะ รินชาใส่ถ้วยแล้วยกดื่มช้าๆ “ออกมาเถอะ”
ทันใดนั้นเงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏ ก่อนคุกเข่าลงข้างเดียว “ผู้น้อยคารวะท่านอ๋อง”
จิ้งเยี่ยส่งเสียงอืมโดยไม่มองคนบนพื้นแม้เสี้ยวขณะเดียว ยังคงดื่มชาอย่างสบายอารมณ์ “ตรวจสอบได้ความอย่างไรบ้าง”
“ผู้น้อยได้รับการยืนยันแล้ว สตรีลึกลับผู้นั้นที่อยู่ในโรงเตี๊ยมเดียวกับท่านอ๋องวันดังกล่าวคือชายารัชทายาทในตอนนี้ขอรับ”
แววตาจิ้งเยี่ยขรึมลง ขณะหมุนถ้วยหยกขาวในมือเล่น “เป็อีลั่วเสวี่ย บุตรสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนนั้นหรือ”
“ใช่ขอรับ”
“พวกเขาได้รับพระราชทานสมรสจากเสด็จพ่อเมื่อครึ่งปีก่อนกระมัง” ซู่ชิงอ๋องหรี่ตาลง มุมปากอมยิ้ม พลางหมุนถ้วยหยกขาวในมือ นึกย้อนไปถึงคืนวันนั้นในโรงเตี๊ยมที่มองเห็นสตรีผู้หนึ่งคลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งสีขาว เขามองไม่เห็นหน้าตานาง ต่อให้เห็นก็คงจำไม่ได้ว่าเป็อีลั่วเสวี่ย ถึงอย่างไรก็ไม่ได้พบกันมาหลายปีแล้ว ภาพนางในความทรงจำยังเป็เด็กหญิงตัวน้อยที่เห็นคนแปลกหน้าแล้วขลาดกลัวและขี้อายคนนั้น
“ใช่ขอรับ”
“ยืนยันได้หรือไม่ว่านางเกี่ยวข้องกับการวางยาพิษข้าในวันนั้น”
“ผู้น้อยไม่สามารถยืนยันได้ แต่หลังจากฝ่าาพระราชทานสมรส ชายารัชทายาทเคยพยายามฆ่าตัวตาย ทว่าได้อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายช่วยไว้ ผู้น้อยตรวจสอบแล้ว เหตุที่นางฆ่าตัวตายเป็เพราะท่านอ๋อง บอกว่าในใจนางมีเพียงพระองค์ ไม่มีทางแต่งงานกับบุรุษอื่นเด็ดขาดขอรับ”
“ฮ่า! ฮ่าๆๆ...” จิ้งเยี่ยได้ยินแล้วนึกสนใจ หัวเราะอย่างเบิกบาน จิบชาอึกหนึ่งแล้วถาม “รัชทายาทน่าจะรู้เื่นี้กระมัง” ภรรยาของตนเคยฆ่าตัวตายเพื่อบุรุษอื่น เช่นนี้แล้วรัชทายาทผู้สง่างามจะทนไหวหรือ
“ดูจากภายนอกแล้วองค์รัชทายาทไม่รู้เื่นี้ แต่ผู้น้อยสืบมาได้ว่าเขากับพระชายาไม่ลงรอยกัน บางทีอาจเกี่ยวกับเื่ที่นางเคยฆ่าตัวตายขอรับ”
“บางทีเื่วางยาพิษอาจไม่เกี่ยวข้องกับอีลั่วเสวี่ยจริงๆ แต่มีคนคิดจะยุแหย่ให้ข้ากับรัชทายาทแตกคอกัน จากนั้นเป็ชาวประมงที่ได้ประโยชน์[2] เขาคิดจะให้ข้ากับอีลั่วเสวี่ยมีค่ำคืนวสันต์[3] ร่วมกัน ส่วนรัชทายาทที่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อนาง แน่นอนว่าย่อมโกรธเคืองข้า เพียงแต่คนผู้นั้นคิดไม่ถึงว่าหลังข้าถูกพิษก็ไม่ได้เลือกอีลั่วเสวี่ย” รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้งเยี่ยค่อยๆ เลือนหาย เขาหรี่ตา หว่างคิ้วพลันขมวดแน่น พริบตาเดียวสายตาก็เปลี่ยนเป็คมกริบดุจใบมีด วันนั้นตนถูกคนวางแผนทำร้ายจนถูกพิษ บัญชีนี้ต้องให้ผู้บงการเื้ัชดใช้อย่างเ็ปแน่นอน
“ผู้น้อยตรวจพบว่าพิษที่ใช้วางยาท่านอ๋อง ความจริงคือยาปลุกกำหนัดที่ทำขึ้นเป็พิเศษชนิดหนึ่ง หากถูกพิษแล้วไม่ใช้คนถอน เส้นเืจะแตกจนถึงแก่ชีวิตแน่นอน แต่หากใช้คนถอนพิษ เกรงว่าคนผู้นั้น...” ผู้ที่คุกเข่าคิดทบทวนครู่หนึ่งแล้วพูด “คนถอนพิษอาจไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้...”
“เ้าจะบอกว่าหลังช่วยชีวิตข้า คนถอนพิษแทนผู้นั้นตอนนี้ตายไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงตามหาเขาไม่พบงั้นหรือ” ในสมองของเขาปรากฏเงาร่างใครบางคนที่ตนระบายอารมณ์อย่างเต็มที่ขึ้นมารางๆ ด้วยความบ้าคลั่งและรุนแรงโดยไม่นึกสงสาร คิดเพียงอยากจัดการโดยเร็ว เวลานั้นราวกับเขาสูญเสียสติสัมปชัญญะทั้งหมด ไม่อาจควบคุมตนเองได้โดยสิ้นเชิง แววตาจิ้งเยี่ยลึกล้ำ ออกแรงบีบถ้วยหยกขาวในมือจนแตกเป็เสี่ยงๆ น้ำชาไหลซึมเข้าไปในผ้าที่เพิ่งพันแผลไว้
พูดแบบนี้ก็สมเหตุสมผล เป้าหมายของคนวางยาพิษคือยุแยงให้ตนกับรัชทายาทแตกคอกัน หากทำให้ตนกับอีลั่วเสวี่ยมีสัมพันธ์ทางกาย แม้รัชทายาทจะรักนางอย่างลึกซึ้ง แต่อาจเป็เพราะรักจึงช่วยให้หญิงสาวสมหวังกับตน หลังจากนั้นค่อยตัดใจโดยสิ้นเชิง ทว่าหากเขากับอีลั่วเสวี่ยมีสัมพันธ์ทางกายแล้วนางมาตายเพราะช่วยตน ถึงเวลานั้นย่อมถูกรัชทายาทตั้งตัวเป็ศัตรูแน่
“ท่านอ๋องโปรดดูแลร่างกายด้วยขอรับ” คนที่คุกเข่าก้มหน้าลงต่ำ
“เ้าตามสืบเื่นี้ต่อไป ดูว่าปกติมีใครไม่พอใจข้ากับรัชทายาททั้งในที่ลับและที่แจ้งบ้าง หรือว่าหลังข้ากับรัชทายาทเกิดเื่ พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์ ตรวจสอบมาทั้งหมด ไปเถอะ!” จิ้งเยี่ยสูดหายใจลึกขณะพูดเสียงเรียบ
“ขอรับ” คนผู้นั้นรับคำแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนตอนมา
เชิงอรรถ
^ ฉื่อ เป็นหน่วยวัดความยาวของจีน โดย 1 ฉื่อ ยาวประมาณ 33.33 เซนติเมตร^ มาจากสำนวน นกปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน ชาวประมงได้ประโยชน์ อุปมาถึง สองฝ่ายทะเลาะกันจนเจ็บตัวทั้งคู่ กลับกลายเป็นมือที่สามได้ผลประโยชน์ไป^ ค่ำคืนวสันต์ หมายถึง ช่วงเวลาในคืนเข้าหอของบ่าวสาว