" เมื่อปัจจัยถือกำเนิดสรรพสิ่งเรื่มต้นขึ้น
เทพีาผู้ให้กำเนิดจึงจำต้องดับสลาย
ทว่าก่อนนางจะได้มลาย นางแบ่งความทรงจำตนกลายเป็ชีวิตแปดส่วนสองฝ่าย แพร่กระจายแยกย้ายกันรังสรรค์ "
" นับจาก่เวลานั้นจวบปัจจุบัน พวกมันล่มสลายกลายเป็เพียงตำนาน แต่ทั้งมวลทั้งหมดที่ถูกเล่าขาน พวกมันหารู้ไหมว่า "
" ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาพวกเรา เหล่าผู้ปกครอง พระเ้าที่แท้จริง "
ปบ
เสียงปิดหนังสือดังท่ามกลางความเงียบงันในคืนวันจันทร์เพ็ญ ชายหนุ่มใบหล่อเหลาคมคายในชุดขาว นั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งเท้าคาง มือหนึ่งถือหนังสือที่เพิ่งปิดจากการอ่าน และค่อยๆนำมันไปวางยังโต๊ะวางของทรงกลมด้านข้าง
ขณะเดียวกันเสียงเปิดประตูดังอย่างเบาบางพอได้ยิน ชายหนุ่มใบหน้ากึ่งหล่อกึ่งธรรมดามีสิวแลแผลเป็จากสิวเดินถือถาดยกของว่างเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสราวเด็ก และวางของยังโต๊ะทรงกลม ว่า " อัลเบียน ชมพู่เย็นๆหั่นให้เสร็จสับเรียบร้อย มาเสิร์ฟแล้ว "
" อืม ขอบคุณนะฟีนิกซ์ " น้ำเสียงหล่อเหลานุ่มนวลดุจเทวดาของชายนามอัลเบียนกล่าวตอบกลับ น้ำเสียงสดใสราวเด็กที่เปล่งออกมาจากชายหนุ่มที่มาเสิร์ฟ และมายืนด้านข้างนามฟีนิกซ์
อัลเบียนไม่รีบไม่รอช้าใช้ไม้จิ้ม จิ้มชมพู่ขึ้นมา หมุนไม้มองชมพู่หนึ่งครา ก่อนจะกล่าวบอกฟีนิกซ์ว่า " ชมพู่นี่ เกรงว่าผมคงไม่ได้กินแล้วล่ะ "
" ทำไมล่ะ ฉันว่าฉันเช็คให้ละเอียดแล้วนะ "
" อืมมมม งั้นดูตรงนี้สิ " อัลเบียนกล่าวพลางใช้นิ้วชี้ชี้ยังจุดหนึ่งของชมพู่
ฟีนิกซ์ยื่นหน้าโน้มตัวจ้องเผ่งมองจุดนั้นดู จ้องไม่ละสายตา จ้องจนแทบตาจะสะกิดกับชมพู่ แต่ก็ยังคงไม่พบเห็นสิ่งแปลกใด
อัลเบียนจึงหยิบยื่นส่งแว่นขยายเข้ากลางระหว่างตากับชมพู่ให้ พลางกล่าวบอกด้วยว่า " เอามั้ย "
ฟีนิกซ์ยิ้มพร้อมทั้งหัวเราะแห้งๆ ก่อนค่อยๆเงยหน้าพลางพูดไป " คือว่านะ อัลเบียน นายน่ะ... "
เมื่อตาคนทั้งสองประสานกัน ทันใดนั้นฟีนิกซ์ก็ร้องเสียงสูงเชิงใ " หื้อ " พร้อมพุ่งถอยหลังไปจนติดประตู
" หื้อ อะไรครับเนี่ย!! "
" อะ ฮะ ฮะ ฮ่า " อัลเบียนหัวเราะแบบนุ่มนวลสุขุม " เป็ไง ตลกใช่มั้ยล่ะ ผมก็คิดอยู่นะว่ามันตลกดีอะ "
เหตุที่ฟีนิกซ์ใมิใช่อะไร เพราะพอเขาเงยขึ้นมาก็พบกับอัลเบียนที่กำลังพยายามทำหน้าตาเหลือกเหมือนปลาดุกชนเขื่อน นั่งอยู่เงียบๆ หาใช่อัลเบียนคนเดิมคนสุขุมแต่อย่างใด
ติ๊ด ติด ติ๊ด ติด ติ๊ด ติด
" โอ๊ะ ดูเหมือนจะหมดเวลาเล่นของผมซะแล้วสิ " เสียงนาฬิกาข้อมือดังเสียงแหลมเล็กเป็จังหวะ ก่อนที่อัลเบียนจะกล่าวและยกข้อมือขึ้นเพื่อปิดดนตรีนาฬิกา
" งั้นฉันกินหมดนี่เลยนะ "
อัลเบียนเดินผ่านคนบอกไปไม่ตอบ เพียงชูมือยกนิ้วเป็สัญลักษณ์บอกแทนคำตอบ "โอเค"
แฮร่ แฮร่ แฮร่
" ไป๋น้อยเอ๋ย ไป๋น้อย หยุดเถอะ ขัดขืนดิ้นรนไปก็มิมีประโยชน์อันใด สู้ยอมส่งไข่มุกัมาให้ข้า และอยู่นิ่งๆอย่างว่านอนสอนง่ายจะดีกว่า เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น... " เสียงพูดเสียงดังจากชายสวมผ้าคลุมหน้าสีดำชุดดำ พูดดังไล่หลังเด็กน้อยผู้หนึ่งที่พยายามวิ่งเอาเป็เอาตายในพงไพรยามค่ำคืน
ณ ป่าหิ่งห้อยสิบลี้เขตตระกูลเซี่ย เดิมทีป่านี้มีเพียงแสงหิ่งห้อยแลเสียงจั๊กจั่น ประกอบด้วยสำเนียงธรรมชาติรังสรรค์ แต่บัดนี้กลับมีชายสี่คนรุกล้ำ ทำให้แสงดาราเคลื่อนหรือหิ่งห้อย ซ้อนเร้นหาย
ชายสามคนแต่งชุดปกปิดกายเดินไล่เด็กหนุ่มน้อยที่พยายามวิ่งหนีสุดชีวิตเท่าที่เขาจะทำได้
เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ ทว่า....
" แล้วล่ะก็....เ้าจะเจ็บตัวเอานะ " ระดับวรยุทธคน ช่างต่างกัน ชายคนกลางคนเดิมกล่าวพร้อมพุ่งตัวเข้า
ฟุบ
!!
จับ
!!
ตุ้บ
อัก
เสียงฝ่ามือฟาดเข้ากลางอกซ้ายของเด็กน้อย
ดัง จนร่างทั้งกายสั่น สายธารโลหิตพุ่งออกผ่านทั้งตาและปาก ก่อนที่ตาเบิกโพรงจะค่อยๆหลับลงและทิ้งร่างร่วงหล่นหงายยังพื้นดิน
ปรบ ปรบ ปรบ ปรบ ปรบ
" ช่างเป็ฝ่ามือที่โเี้ดุจเดิมเสียจริงๆเลยนะศิษย์พี่ " ชายสวมผ้าคลุมศีรษะอีกคนกล่าวพร้อมเดินเข้ามา หยุดยืนอยู่ด้านเหนือหน้าของเด็กน้อย
" ศิษย์พี่รองท่านกล่าวเช่นนั้นก็ว่าไป แต่ว่านะศิษย์พี่ใหญ่ ลงมือขนาดนี้ ไม่รุนแรงไปรึ นั่นลูกบุญธรรมของผู้าุโใหญ่ตระกูลเซี่ยเลยนะ"
"หึ จะให้ทำยังไงได้ ก็เ้าเด็กนี่มันไม่หยุดเองหนิอุตส่าห์บอกมันแล้วแท้ๆว่า..... "
" ใช่ครับ ก็อุตส่าห์บอกแล้วแท้ๆว่าให้หยุด แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดเองนี่เนอะ จะให้ทำไงได้ล่ะ เมื่อไม่ยอมฟังคำกันก็ต้องทำแบบนี้แหละ "
!!! เงยหน้าขึ้นมองด้านหน้า
!!! หันหน้าชำตาเลืองมองหลัง
!!! หันข้างมองยังจุดที่มาของเสียง
เมื่อปฏิกิริยาข้างต้นเกิด คนทั้งสามจึงะโหลีกถอยจากจุดเดิม มาตั้งหลักรวมกัน เลยศีรษะเด็กน้อยประมาณ วาครึ่งเศษ
เบื้องหน้าบุรุษทั้งสาม ปรากฏชายนิรนามผู้หนึ่งลักษณะรูปร่างแม้ไม่เห็นหน้า แต่หากฟังจากสำเนียงเสียง ชัดเป็คนหนุ่มอายุประมาณ ยี่สิบห้าสามสิบ ไม่น่าเกิน
ยืนพิงกายใต้เงาทอดของต้นไม้ แม้ไม่เห็นชัดแจ้ง แต่แสงดาราเคลื่อนบางส่วนที่ยังมิเคลื่อนหาย แสดงให้เห็นเครื่องแต่งกายแลรูปร่าง ชายผู้นี้รูปร่างสูงโปร่งไม่ผอมไม่อ้วน มีกล้ามเนื้อ สวมชุดแต่งกายสีขาว หนึ่งมือถือหนังสือ สองตาจดอ่านไล่มองตัวหนังสือ
ชายหนุ่มหยุดไล่สายตา แลบังคับมันมองมายังชายทั้งสามที่มีปฏิกิริยา ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนประกบหนังสือและกล่าวว่า
" อืม มีอะไรผิดแปลกรึป่าวครับ "
ฟิ้ว
ปบ
!!! หันชำเลืองมอง
ตู้มมมมมม
เสียงพื้นดินแมมไม้หินแตกกระจาย ชายผู้ถูกขานนามศิษย์พี่ใหญ่ พุ่งเข้าโจมตีชายนิรนาม ด้วยความรวดเร็วสูงสุดจนเกิดเสียงลมตามมาหลังพุ่งไป แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สั่นแตกตื่นใจ ก่อนหมัดนั้นจะถึงตัว ปิดหนังสือจนเกิดเสียง เดินย่างก้าวเข้าด้านหน้า เมื่อหมัดอันรุนแรงพุ่งเข้ามา เดิมควรกระทบร่างและชายหนุ่มควรกระเด็นไป !!มันกลับผ่านร่าง ดั่งิัโปร่งใสข้างในกลวงโบ้
ทำให้ชายผู้ถูกขานเรียกศิษย์พี่ใหญ่ถึงกับตาเบิกโพร่งตกตลึงยิ่ง
" โอ๊ะโอ ทำอย่างนี้มันไม่ดีเลยนะครับเนี่ย โจมตีคนที่ไม่รู้จักได้ยังไงกันครับ " คนกล่าวพร้อมเดินหาเด็กน้อย ที่หงายแน่นิ่งนอนรอความตาย
" งั้นเรามาทำความรู้จักกันก่อนดีมั้ยครับ ผมชื่ออัล ไม่บอกดีกว่า "
" แก "
" แก "
คนสองกล่าวพร้อมเพียง นำมือจับกระบี่เตรียมพร้อมพุ่งเข้าโจมตี
" อย่า " คำะโดังสนั่นระงับการกระทำชายทั้งสอง
คนทั้งคู่จึงชะงัก ด้วยความหนักและแน่นของน้ำเสียง
" เพราะเหตุใดศิษย์ "
ฟุบ เคลื่อนกายกลับมาที่เดิมด้วยความเร็ว
" ไม่มีเหตุใดอะไรทั้งนั้นแหละ งานของพวกเราจบแล้ว " กล่าวพลางยกชูสร้อยคอที่ตนถือหลังเคลื่อนกายกลับมา กล่าวเสร็จก็ชำเลืองตา มองมายังชายหนุ่มที่กำลังนั่งตัวตรงคุกเข่าหนึ่งข้าง วางมือทาบปล่อยพลังรักษาอกซ้ายของเด็กน้อยข้างาเ็อย่างต่อเนื่อง
' ไม่ใช้ ยาสมานิญญา และ ไม่ใช้ การต่อเส้นพลังิญญา ไม่มีลักษณะของการปรับและการโคจรลมหายก่อนเริ่มรักษา งั้นออร่าสีเขียวที่มันกำลังใช้อยู่ตอนนี้คงจะเป็..'
ออร่าสีเขียวเปล่งประกายครอบคลุมมือ แพร่กระจายสู่ร่างกายเด็กน้อยผ่านาแ
' อาคม เวทมนต์ '
" จะดีหรอครับ "
"" หือ.? ""
" ไยต้องครุ่นคิดแลถาม ?"
" ใครกัน ที่บังอาจรุกล้ำเขตแดนต้องห้ามตระกูลเซี่ยเรา "
ทั้งสามคนละสายตาจากชายนิรนาม เงยขึ้นนิดมองหาทิศสุ้มเสียงบังเกิด
ศิษย์พี่ใหญ่ก้มลงหน่อย สองสายตาเบิกโพรง ' !! มันหายไป ตอนไหนกัน '
" ศิษย์พี่ใหญ่ เสียงนั่นมันหนึ่งในแซ่เซี่ยอารักษ์ป่า เซี่ยถงหลาง นี่นา "
คนฟังรู้สึกตงิดใจกับปฏิกิริยาศิษย์น้องทั้งสอง แต่ก็ไม่มีเวลาพูดสิ่งใดมากนอกจาก " ไปกันเถอะ "
หน้าทางเข้าป่าแสงหิ่งห้อยทางหลัก ชายในชุดขาวอุ้มเด็กน้อยอายุประมาณหกขวบไว้ในมือทั้งสองข้าง ก่อนที่จะว่างเขาลง และคุกเข่าข้างก้มโน้มหน้าตัวลง กระซิบข้างหูเด็กน้อย " แล้วเราจะได้เจอกันใหม่ เยี่ยหลง "
ชายชุดขาวหันหลังเดินจาก พร้อมสายหมอกขาวกำบังร่างให้เขาเคลื่อนไหวแลอันตรธานหาย
' เมื่อถึงวันนั้นเธอจักเลือกแบบไหนกันนะ เยี่ยหลง '