อาคมลวงสวาท

    ตอนที่ 2 อ่านจิต

    ตอนที่ 2 อ่านจิต


        “ผมขอทราบชื่อของทั้งสองคนหน่อยได้ไหมครับ?” 


        เชนเอ่ยทำลายความเงียบ ดึงสายตากลับมาสบตาพวกเธอ


        “หนูชื่อตูนค่ะ!” 


        ตูนรีบแนะนำตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น


        “ฉันเจน…” 


        เจนตอบสั้น ๆ น้ำเสียงห้วนกระด้าง เธอนั่งกอดอกแน่น เป็๲ภาษากายที่บอกชัดเจนว่ากำลังสร้างกำแพงป้องกันตัวจากผู้ชายตรงหน้า


        “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณตูน คุณเจน…” 


        เชนยิ้มรับ 


        “ไม่ทราบว่าวันนี้มีเ๱ื่๵๹ทุกข์ร้อนอะไร ให้ผมช่วยชี้แนะหรอครับ?”


        ตูนขยับปากเตรียมจะเล่า แต่เจนยกมือห้ามเพื่อนไว้ แล้วพูดแทรกขึ้นมาทันที


        “เดี๋ยวก่อนค่ะ” 


        เจนจ้องหน้าเชนเขม็ง 


        “คุณเป็๲หมอดูจริงๆ เหรอ? หรือว่าเป็๲พวกมิจฉาชีพที่อาศัยหน้าตาหลอกกินเงินคนกันแน่?”


        เชนหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวหานั้น 


        “คุณนี่เป็๲คนตรง ๆ ดีนะครับ ผมชอบ...งั้นผมจะพิสูจน์ให้ดูแล้วกัน”


        เชนประสานมือ แล้วเริ่มเพ่งกระแสจิตไปยังหญิงสาวทั้งสอง


        เขาตั้งใจใช้วิชา "อ่านใจ" 


        เขาเริ่มส่งจิตไปที่ เจน ก่อน หวังจะเจาะทะลุกำแพงจิตใจของเธอ แต่ทันทีที่จิต๼ั๬๶ั๼กัน เขาก็พบกับกำแพงหนาทึบที่สะท้อนกลับมา


        “จิตแข็งชะมัด”


        เขาคิดในใจ


        ความระแวงของเจนเปรียบเสมือนเกราะเหล็กกล้าที่ทำให้เขาอ่านความคิดเธอไม่ได้เลย


        เชนจึงรีบเบนเป้าหมายไปที่ตูนแทนและคราวนี้ มันง่ายดายราวกับเดินเข้าประตูที่เปิดอ้าซ่า ความคิดของตูนใสกิ๊งและไร้การป้องกัน


        “ผมจะทายอายุของคุณตูนแล้วกัน”


        เขาพูดขึ้นแล้วจ้องมอง​มาที่ตูน


        “โอ้ย ตื่นเต้นจัง เขาจะรู้ไหมนะว่าเราอายุ 26 แล้ว” 


        เสียงในหัวของตูนดังก้องเข้ามาในหูเชนชัดเจน เขาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นคง


        “ปีนี้...คุณตูนอายุ 26 ปี ถูกไหมครับ?”


        ตูนตาโต อ้าปากค้าง 


        “โห!! แม่นมากค่ะอาจารย์! หนูอายุ 26 จริง ๆ”


        เจนชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่น แต่ยังคงรักษามาดนิ่ง 


        “ก็แค่บังเอิญ​เดาถูก…”


        “แค่ทายอายุถูก มันยังพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกค่ะ” 


        เจนยังคงแย้งเสียงแข็ง แม้แววตาจะเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย 


        เชนยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก ยิ่งเธอพยศ เขายิ่งอยากปราบ


        “งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ…” 


        เชนเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย แต่สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของทั้งคู่ 


        “ผมจะอ่านสิ่งที่พวกคุณ 'คิดในใจ' ณ วินาทีนี้เลย…”


        เขาหันไปทางตูนเป็๲คนแรก ส่งกระแสจิตเข้าไปเจาะความคิดที่เปิดโล่งของเธอทันที


        ในหัวของตูนตอนนี้เต็มไปด้วยภาพฟุ้งซ่าน สีหน้าของเธอเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด ความคิดของเธอกำลังวนเวียนอยู่กับใบหน้าของเชน


        “โอ๊ย...ทำไมหล่อขนาดนี้นะ จมูกก็โด่ง ตาก็สวย...ถ้าแฟนเราหล่อได้สักครึ่งของอาจารย์ก็คงดีสิ...อยากรู้จังว่าเขามีแฟนรึยัง…”


        เชนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันปนเอ็นดู


        “ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับคุณตูน...แต่ผมยังโสดครับ ไม่มีแฟนและผมก็ดีใจที่คุณคิดว่าตาผมสวย”


        “ว้าย!”


        ตูนยกมือปิดปาก อุทานเสียงหลง ใบหน้าหวาน ๆ แดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอหัวเราะแก้เขินเสียงดังลั่น 


         “อาจารย์รู้ได้ยังไงคะ! ตูนแค่คิดเล่น ๆ เองนะ...โอ๊ย อายจัง!”


        เจนมองเพื่อนสาวที่บิดตัวไปมาด้วยความเขินอายแล้วขมวดคิ้ว...หรือหมอนี่จะรู้จริง?...


        “ตาคุณแล้วครับ...คุณเจน”


        เชนหันขวับมาทางเจนทันที บรรยากาศขี้เล่นเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความตึงเครียดของแรงดึงดูดระหว่างชายหญิง เขาพยายามเพ่งจิตอ่านใจเธออีกครั้ง แต่นางพญาคนนี้เกราะหนาเหลือเกิน จิตของเขาเด้งกลับออกมาทุกครั้ง


        “จิตคุณแข็งมาก…” 


        เชนพึมพำยอมรับตรง ๆ 

        

        “หึ ก็บอกแล้วว่าคุณมันของปละ…”


        “แต่…” 


        เชนพูดแทรกขึ้นมา ลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะกระจกมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจน เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ท่าทางเหมือนเ๽้าชายคุกเข่าขอความรัก แต่แฝงรังสีคุกคามของนักล่า


        “ถ้าจิตสื่อถึงกันยาก...เราคงต้องใช้ 'กาย' เป็๲สื่อนำทางแทน”


        เชนยื่นมือออกมาตรงหน้าเธอ แบมือรอคอย


        “ขออนุญาต๼ั๬๶ั๼มือหน่อยได้ไหมครับ? เพื่อเชื่อมกระแสจิต”


        เจนลังเล เธอมองมือใหญ่หนานั้นสลับกับใบหน้าคมคาย กลิ่นน้ำหอมสมุนไพรเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูกชัดเจนขึ้นในระยะประชิด มันหอมเย็น ๆ แต่ทำให้เ๣ื๵๪ลมสูบฉีด สุดท้ายด้วยความอยากลองพิสูจน์​ เธอจึงยื่นมืออันเรียวสวยที่ทาเล็บสีแดงสดวางลงบนฝ่ามือเขา


        ทันทีที่มือ๼ั๬๶ั๼มือ เจนสะดุ้งเฮือกเหมือนถูกไฟช็อต


        ฝ่ามือของเชนร้อนอุ่นและหยาบกร้านนิด ๆ แต่มันกลับให้ความรู้สึกมั่นคงและดึงดูดอย่างประหลาด เชนไม่ได้รับมือเธอไว้เฉย ๆ เขากระชับฝ่ามือรวบมือนุ่มนิ่มของเธอไว้แน่น แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือ 'ไล้เบา ๆ' ที่หลังมือของเธอ วนไปมาอย่างเชื่องช้า


        การกระทำนั้นดูเหมือนการปลอบประโลม แต่มันสร้างความวาบหวามรุนแรง เจนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากมือ วิ่งพล่านไปตามแขนและพุ่งตรงไปที่หัวใจ ก่อนจะแล่นลงต่ำไปที่ท้องน้อยจนเธอต้องเผลอขมิบขาเข้าหากันเบา ๆ


        เชนจ้องตาเธอไม่กะพริบ ในจังหวะที่เกราะของเจนสั่นคลอนเพราะ๼ั๬๶ั๼นี้เอง จิตของเชนก็แทรกซึมเข้าไปได้วูบหนึ่ง เขาเห็นภาพความเหนื่อยล้า ความกดดัน และความเหงาที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนางพญา


        “คุณเหนื่อย…” 


        เชนเอ่ยเสียงทุ้ม สายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากสีสดของเธอ 


        “ภายนอกใคร ๆ ก็มองว่าคุณเป็๲สาวแกร่ง เป็๲เ๽้าของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ...แต่ข้างในคุณเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ คุณโดดเดี่ยว...และลึก ๆ แล้ว คุณกำลังมองหาใครสักคนที่จะมาช่วยคลายเหงาให้คุณ...ใช่ไหมครับ?”


        เจนตัวแข็งทื่อ ดวงตาสั่นระริก คำพูดของเขาแทงใจดำเข้าอย่างจัง มันเป็๲ความลับที่เธอไม่เคยบอกใคร แม้แต่กับตูน


        “คุณ…” 


        เจนเสียงสั่นรีบชักมือกลับ 


        ตูนมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง 


        “เจน...จริงเหรอแก?”


        เจนเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ยอมจำนนในที่สุด 


        “อืม...ก็ทำนองนั้นแหละ”