ตอนที่ 4 ท่านพ่อผู้อาภัพ
“วันนี้เข้าป่าหรออาเต๋อ” ลุงใหญ่ถังซีซวนถามพร้อมสายตาหลุกหลิก
“ขอรับพี่ใหญ่”
“ซูเม่ยก็ไปด้วยเหรอ จะไม่เกะกะรึ” ป้าสะใภ้ใหญ่ฟางเจินมองเห็นเธอจึงทักถาม ทำให้ทุกคนที่ลานหน้าบ้านหันมอง
เวลานี้ถึงเธอจะอยากทำตัวล่องหนอย่างไรคงไม่ง่าย การเข้าป่าของท่านพ่อทุกครั้งจริงๆไม่ได้เอิกเกริกอะไร เพียงแต่ทุกคนไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว ความหวังเดียวคือการเข้าป่าของท่านพ่อในแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่เห็นและถามก็ไม่ใช่เพื่อความห่วงใยใดใด มันคือการกดดันคาดหวังว่าจะล่าสิ่งได้มาให้พวกเขากิน หรือนำไปขายก็เท่านั้น
“ขอรับ ข้าว่าจะพานางไปหาของป่าที่ป่าชั้นนอกขอรับ” ท่านพ่อคนดีของนางชี้แจงเพื่อไม่ให้ทุกคนเป็ห่วง โดยพยายามมองข้ามสายตาคาดหวังนั้น
“ไปแค่ป่าชั้นนอกแล้วจะได้กินเนื้อสัตว์หรือ” เ้าอ้วนถังหยงจินอายุเก้าขวบ เป็น้องชายของถังหง ลูกชายของลุงรองถังซีซ่านและป้าสะใภ้หรูอี้ ท้วงอย่างอดไม่อยู่
“เ้าตัวเห็นแก่กิน” เธอพึมพำ
“เ้าว่าอะไรน้องข้า” ถังหงถามอย่างเอาเื่
“แล้วเ้าได้ยินว่าอะไรละ”
“เ้าก็พูดอีกครั้งสิ”
“เื่อะไร ทำไมต้องทำตามคำพูดเ้า เ้าเป็ท่านแม่ข้ารึ” เธอยอกย้อน
“แม่เ้าเป็ใบ้จะพูดอะไรเ้าได้” ถังจินฮวาเข้าร่วมวงเยาะเย้ย
“มองอะไร” ถังจินฮวาทักท้วงเมื่อเห็นสายตาเธอ เพราะสุดท้ายเธอก็เงียบปากไป เนื่องจากท่านพ่อสะกิด เธอจึงทำได้แค่มองแบบ จำไว้!!
“ก็จริงนะอาเต๋อ ไปแค่ป่าชั้นนอกจะไม่เสียเวลาแย่เหรอ มิสู้เ้าไปแบกน้ำลงโอ่ง หรือเข้านาพลิกดินจะไม่ดีกว่าหรือ” ป้าสะใภ้รองหรูอี้พูดสะยืดยาว แต่มักแทรกไปด้วยจุดประสงค์ที่้า
“ถ้านังซูมี่ ตัวล้างผลาญมันเกะกะ ก็ไม่ต้องเอามันไปหรอก แทนที่จะทำประโยชน์อย่างอื่น สนใจแต่เที่ยวเล่น” ท่านย่าใหญ่พูดเข้าประเด็นทันที
เธอรีบมองท่านพ่อแบบอ้อนวอน
“ข้าขนน้ำลงโอ่งั้แ่ยามอิ๋น[1] และพลิกหน้าดินที่นาเรียบร้อยแล้วขอรับ ส่วนเื่เข้าป่าข้าจะพายามเข้าป่าชั้นนอกให้ลึกที่สุด อย่างน้อยก็คงมีไก่ป่ามาสักตัว สองตัว ส่วนมี่เอ๋อร์จะได้ช่วยข้าขนผักป่าเพิ่ม ” ท่านพ่อคนขยันแบ่งรับแบ่งสู้ ทั้งนำเสนอคุณประโยชน์ของเธออย่างเต็มที่
“กลัวแต่จะถ่วงแข่งถ่วงขา อยากไปก็ไปเถอะ” ท่านย่าใหญ่คิดตาม เห็นว่าเพิ่มคนขนของก็จะได้เพิ่มของ ของเพิ่ม เงินก็เพิ่ม
ยามซื่อ[2]
“นี่คือป่าฝั่งปากทางหมู่บ้าน แถวนี้จะค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ คนในหมู่บ้านมักมาหาของป่าที่ป่าชั้นนอกที่นี่ แต่หากเดินลึกเข้าไปอาจจะเจอสัตว์ป่าดุร้ายได้ ห้ามเข้าไป เ้าจำไว้นะ” เธอพยักหน้าทำตัวว่าง่ายอย่างกระตือรือร้น
“และมีป่าอีกฝั่งท้ายหมู่บ้าน ฝั่งนั้นแท้จริงยิ่งอุดมสมบูรณ์กว่านี้ เพียงแต่อันตรายอย่างยิ่ง ทั้งสัตว์ป่าดุร้าย และลึกเข้าไปมักมีแมลงพิษและผักพิษ”
“เช่นนั้นจะไม่มีสัตว์ป่าหลุดเข้ามาในหมู่บ้านหวังของเราหรือเ้าคะ”
“ไม่มีหรอก เพราะท้ายหมู่บ้านมีแม่น้ำขวางระหว่างป่ากับหมู่บ้านไว้ แท้จริงแล้วเมื่อก่อนพ่อเคยอาศัยอยู่บ้านท้ายหมู่บ้าน” ท่านพ่อพูดด้วยนำเสียงชวนรำลึกถึงชีวิตที่แสนสุขวัยเด็ก
เมื่อก่อนเขาก็เคยเป็เด็กที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีท่านพ่อถังฮันผู้เก่งกาจ ท่านแม่เมิ่งหลี่ซินที่อ่อนหวาน ท่านพ่อนั้นชำนาญการเดินป่าอย่างยิ่ง ขนาดป่าท้ายหมู่บ้านท่านพ่อก็เคยพาเขาเข้าไปบ่อยครั้ง แม้จะไม่ได้เข้าไปลึกมากนัก แต่พอที่จะไปโอ้อวดผู้คนได้
เพราะาเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้นได้พรากท่านพ่อของเขาไป ท่านแม่ตรอมใจ ท่านกังวลั้แ่ท่านพ่อถูกเกณฑ์ไปเป็ทหารอยู่แล้ว พอได้รับข่าวท่านพ่อจากไป จากนั้นท่านแม่ที่อ่อนแอก็ล้มป่วยตรอมใจจนจากไป
ใน่ที่ท่านพ่อต้องไปเป็ทหารแทนท่านลุงใหญ่ แต่แท้จริงแล้วจะบอกว่าไปแทนก็ไม่ได้ ตอนนั้นทางการประกาศว่า ชายในครอบครัวต้องส่งคนมาเป็ทหารอย่างน้อยหนึ่งคน ถึงแม้พวกเราจะอยู่บ้านท้ายหมู่บ้าน แต่ในทะเบียนราษฎร์เรายังอยู่ในโฉนดเดียวกัน ท่านลุงใหญ่อ้างว่าต้องเป็หัวหน้าครอบครัวต่อไป ท่านปู่ก็ชรามากแล้ว ท่านพ่อจึงต้องไป
ใน่ที่ท่านพ่อไปเป็ทหารครอบครัวเราค่อนข้างมีเกียรติ ทั้งทางการยังมอบที่ดินให้ถึงร้อยหมู่ จะทำสิ่งมีคนเกรงใจ ท่านป้าสะใภ้ในตอนนั้นก็ไม่กล้าหาเื่อันใด ทำได้เพียงริษยาอยู่ในใจ
ตอนนั้นเขายังเด็กจึงไม่รู้อะไรมากนัก ทราบแค่ว่าเพราะความสามารถของท่านพ่อทำให้ท่านได้อยู่ในหน่วยติดตามและแกะรอย ไม่ได้เป็พลทหารที่ต้องปะทะศัตรูโดยตรง เหตุใดจึงได้เสียชีวิตในาได้
หลังจากท่านพ่อเสียชีวิต ที่ดินร้อยหมู่จึงเหลือเพียงสามสิบหมู่ตามกฎของทางการที่ให้กับแม่ม้ายสามีเสียชีวิตในา และหลังท่านแม่เสียชีวิตไปอีกคน ที่ดินนั้นควรต้องตกเป็ของเขา แต่เพราะตอนนั้นจนถึงตอนนี้เขาต้องไปอยู่ในความดูแลของครอบครัวท่านลุงใหญ่ที่เป็ญาติเพียงคนเดียว ที่ดินและเงินชดเชยค่าทำศพจากทางการห้าสิบตำลึงเงินจึงอยู่กับครอบครัวลุงใหญ่ หรือก็คือท่านป้าสะใภ้ใหญ่นั่นเอง
เมื่อเขาถึงวัยผู้ใหญ่ ครอบครัวลุงใหญ่ควรต้องส่งโฉนดและทรัพย์สินนั้นคืนเขาได้แล้ว แต่เพียงเขาเอ่ยปากถึงที่ดินท้ายหมู่บ้านนั้น ท่านป้าใหญ่ก็อ้างบุญคุณที่เลี้ยงดูจนแต่งภรรยา และมีลูกสาวสองคน เขาที่ยึดหลักกตัญญูอย่างยิ่งทำให้พูดสิ่งใดไม่ได้
ั้แ่ตอนเด็กเขาพยายามทำทุกอย่างเพราะกลัวถูกทอดทิ้งอีก ความรู้สึกนั้นเขาไม่อยากรับรู้อีกแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ไม่ว่าจะอดทนแค่ไหน ยินยอมทำดีเท่าใด เหมือนจะยิ่งเลวร้ายขึ้น ทั้งภรรยาและลูกของเขาผอมแห้ง ทรุดโทรม เขาเป็ทั้งสามี และพ่อที่แย่จริงๆ
[1]ยามอิ๋น (寅:yín) คือ 03.00 – 04.59 น.
[2]ยามซื่อ (巳:sì) คือ 09.00 – 10.59 น.