ภายในห้องพักหรูหราใจกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผ้าม่านสีทองบางสะบัดพลิ้วล้อเล่นกับสายลมหนาวที่พัดผ่านลอดกระจกหน้าต่างเข้ามาภายใน กระจกบานใหญ่เปิดอ้าออกทุกบานเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์เกือบ 360 องศา ราวกับตั้งใจเชื้อเชิญให้ลมหนาวของฤดูใบไม้ผลิเข้ามาเยือน..
‘ทำไมถึงไม่เปิดเครื่องปรับอากาศล่ะคะ’ บทสนทนาแวบผ่านเข้ามาในห้วงความคิด.. ก่อนตามมาด้วยภาพใบหน้าเคร่งขรึมเหม่อลอยทว่าตอบเธอด้วยเสียงนุ่มทุ้มในทันที..
‘ฉันชอบสายลม. . และแสงจันทร์’
บุหลันรังสรรค์ ยิ้มให้ภาพเหตุการณ์ในห้วงความคิด ชื่อของเธอแปลว่า พระจันทร์สรรค์สร้าง.. หญิงสาวยังคงยิ้มไม่หุบพลางคิดไปว่าอะไรทำให้ผู้ชายตรงหน้าปากหวานได้ขนาดนี้..
“เรียกฉันว่า ‘ที่รัก’ สิคะพี่ธัน” เสียงหวานใสจนเกือบดัดจริตเอ่ยบอก ก่อนจะส่งเสียงครางเบา ๆ พอเป็วิสัย.. สายตาเธอยังจ้องมองไปด้านหน้า ดื่มด่ำกับภาพทิวทัศน์ ความศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่เบื้องล่าง หญิงสาวไม่ได้สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย..
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มคมกริบของผู้ถูกเรียกชื่อตวัดจ้องเรือนร่างอวบแน่นที่คร่อมอยู่บนตัวเขา ร่างใหญ่ผิวสีแทนเปลือยเปล่ามีอาการเกร็งเป็ระยะทุกครั้งที่เรือนร่างนวลแน่นขยับเข้าหาอย่างเป็จังหวะ ทว่าลึกลงไปในดวงตาคมนั้นกลับสะท้อนเพียงความว่างเปล่าราวกับว่าเขากำลังมองท่อนหินแกะสลัก หาใช่เรือนร่างของหญิงสาวที่เขากำลังมีสัมพันธ์สวาทอยู่ไม่
‘เธอที่รัก..’ คำนี้ตายจากเขาไปนานแล้ว.. แม้ว่าเค้าโครงใบหน้าหวานที่เขาจับจ้องแทบจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยทั้งที่เวลากลับเลยผ่านไปกว่าสิบปี จะมีก็แค่เรือนร่างที่สมสัดส่วน อวบแน่น เนื้อหนังที่เพิ่มขึ้นกลับทำให้เธอดูมีน้ำมีนวลไม่ใช่ผอมแห้งจนแทบจะปลิวไปกลับสายลมดั่งเช่นในอดีต
อันธกานต์ ใช้แขนแข็งแกร่งดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ทำให้หญิงสาวบนเรือนร่างนั้นต้องหยุดจังหวะเคลื่อนไหวของตัวเอง แผงอกหนาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ห่างจากอกนวลอิ่มเพียงข้อนิ้วมือ
แม้จะโดนขัดจังหวะ ทว่าหญิงสาวกลับยิ้มกริ่ม สายตาที่เคยมองวิวทิวทัศน์ตวัดกลับมามองคนตรงหน้า มือเรียวกรีดกรองรับใบหน้านั้นไว้ในอุ้งมือ ก่อนเธอจะใช้นิ้วโป้งัักับแผงหนวดจางๆ ที่เริ่มขึ้นหนาบนริมฝีปากของเขา ั์ตาหวานส่องประกายระยิบระยับบ่งบอกถึงความเย้ายวนหลงใหลที่มีให้กับใบหน้าอันหล่อเข้มนั้น
ริมฝีปากสีอ่อนค่อยเคลื่อนหมายจะประทับลงบนกรีบริมฝีปากหยักหนาของอีกฝ่ายที่อยู่ในอุ้งมือเธอ ชั่วเสี้ยววินาทีใบหน้าคมสันหันหลบอีกฝ่าย ก่อนจะถอดถอนร่างกายของเขาออกจากตัวเธอ
อันธกานต์ใช้สองแขนจับและเหวี่ยงร่างของบุหลันรังสรรค์ แผ่นหลังนวลกระตุกเล็กน้อยก่อนจะตอบสนองสอดคล้องกับเขาอย่างรวดเร็ว อันธกานต์วางมือทาบลงบนแผ่นหลังนั้น ไออุ่นจากฝ่ามือทำให้หญิงสาวสั่นกระตุกอีกครั้ง เธอเผลอกัดริมฝีปากอิ่มอย่างกลั้นลมหายใจ
บุหลันรังสรรค์วางสองมือทาบลงบนเตียงนอนขาวสะอาดที่ตอนนี้ยับยู่ยี่ราวกับถูกขย้ำอย่างตั้งใจ สะโพกผายแอ่นขึ้นอย่างช่ำชอง ก่อนใบหน้ากลมเกลี้ยงจะสะบัดมองอันธกานต์ที่อยู่ด้านหลัง
“ฉันไม่คิดเลยนะคะว่าพี่จะร้อนแรงได้ขนาดนี้.. ที่รัก”
หวืดด หวืดดด ~
สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาราวกับจะช่วยตอบรับประโยคนั้นแทนชายหนุ่ม สายลมแห่งความเข้าใจอันแสนหนาวเหน็บโอบล้อมร่างกายของทั้งคู่ไว้ ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของอันธกานต์เช่นเคย..
ทุกคำ “รัก” คำเรียก “ที่รัก” เสียดแทงเข้าไปลึกภายในจิตใจ.. ช่องว่างแห่งความโกรธเกลียดถูกตอกย้ำทุกๆ ครั้งที่เธอพูดคำนั้น.. เสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังก้องอยู่ภายใน แม้เขาจะทำได้เพียงกระตุกรอยยิ้มเย็นขึ้นตรงมุมริมฝีปาก และหากไม่สังเกตก็จะบอกไม่ได้เลยว่าแท้จริงเขารู้สึกเช่นไร..
สมเพช.. หรือเย้ยหยัน หรือทั้งสมเพชและเย้ยหยัน..
สำหรับเขาตอนนี้.. คำรักนั้น.. เป็ดั่งเพียงสายลมที่พัดผ่านมา.. และพัดผ่านไป.. ไม่มีค่าใดๆ ทั้งนั้น..
เวลาภายในห้องพักหรูใจกลางกรุงเบอร์ลินผ่านไปอย่างรวดเร็วจนนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า
เสียงเพลง Tell Me ของ Shayne Ward นักร้องชาวอังกฤษดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความ้าของเ้าของห้อง ร่างสูงในสภาพเปลือยเปล่ายังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนที่นอน ผ้าเช็ดตัวผืนบางพาดอยู่รอบเอวกว้างพอเพียงที่จะปกปิด ‘อะไรๆ ’ เท่านั้น อันธกานต์ใช้แขนขวาดันตัวเองขึ้นก่อนทิ้งน้ำหนักตัวลงบนศอกขวา ผ้าเช็ดตัวผืนเดิมขยับร่นลงมาตามแรงเผยให้เห็นร่องกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย
ร่างสูงกวาดสายตามองโทรศัพท์มือถือในมือ ตรวจสอบอีเมลที่เด้งเข้ากล่องข้อความแทบจะทุกชั่วโมง.. ตำแหน่งประธานกรรมการผู้จัดการของบริษัทเครือข่ายร้านอาหารไทยที่มีสาขากว่าร้อยแห่งทั่วโลก พ่วงด้วยธุรกิจด้านการโรงแรมที่กำลังจะขยายสาขามาทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เขาใช้เวลางานและเวลาส่วนตัวปะปนกันอย่างเคยชิน..
พอดีกันกับที่หญิงสาวคนเดิมเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ ชุดคลุมอาบน้ำสีแดงสดขลับสีผิวขาวนวลแน่นให้ดูเปล่งปลั่ง ผมดัดลอนสีน้ำตาลเข้มยังคงสภาพแทบจะไม่มีเคล้าความยุ่งเหยิงทั้งๆ ที่ได้ผ่าน ‘กิจกรรม’ อะไรต่อมิอะไรมาเป็เวลาหลายชั่วโมง
ั์ตาคมทอดมองร่างนั้นที่เดินตรงมาที่เขา ริมฝีปากอิ่มของบุหลันรังสรรค์คลี่ยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบัง ท่อนฮุกของเพลงที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มที่เฝ้ามองอยู่ยิ้มตอบกลับเธอเช่นกัน.. รอยยิ้มที่กระตุกขึ้นจากมุมปากแฝงไปด้วยความนัย.. แต่คนมองกลับไม่เข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนไว้
Hey I think it's time you be telling your boyfriend
Exactly what you and I've been doing
Tell him.. the end..
Don't know how much more more I can take
(แปล) เฮ้ ฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องบอกแฟนของเธอ
ว่าเราทำอะไรกันอยู่
บอกเขา.. ถึงจุดจบ
ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ในสถานการณ์นี้ไปได้นานอีกแค่ไหน
Hey now’s the time to be telling your boyfriend
About all of the time we'r spending
Tell him.. the end..
Baby hey hey hey hey
(แปล) เฮ้ ฉันคิดว่าตอนนี้แหละเป็เวลาที่ต้องบอกแฟนของเธอ
เื่่เวลาที่เราใช้ร่วมกัน
บอกเขา.. ว่ามันจบลง
ที่รัก..
“I think it’s time you be telling your boyfriend..” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยประโยคภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งล้อเลียนเนื้อเพลง แขนยาวยกขึ้นตรงหน้าเป็สัญญาณเชื้อเชิญให้หญิงสาวตอบรับอุ้งมือของเขา แววตาคมกริบยังคงแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมผสมความเย้ายวนหลอกล่ออย่างที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้
บุหลันรังสรรค์มองมือที่มอบให้ด้วยสายตาลังเล.. ความรู้สึกผิดทำให้ตัวเธอชาวูบวาบ ใบหน้าของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งปรากฏเด่นชัดในความนึกคิด ใบหน้ากลมเจื่อนลงเล็กน้อยทว่าเธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาจากดวงตาสีน้ำตามเข้มจัดที่ล่อลวงให้เธอเข้าไปติดกับความมืดแห่งรัตติกาลได้
“Marry me” (แต่งงานกับฉัน)
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเรียบง่าย ทว่าความหมายนั้นทำให้คนฟังถึงกับเบิกั์ตาโต บุหลันรังสรรค์ยังคงละสายตาจากเขาไม่ได้
ทันทีที่ได้สติ บุหลันรังสรรค์ยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่ปิดบัง
อันธกานต์เห็นดังนั้น จึงไม่รอรีที่จะกระตุ้นให้เธอตอบตกลงอย่างที่เขา้า
“Yes or no? ” (ตกลงไหม?)
บุหลันรังสรรค์ไม่ตอบ แต่เธอพยักหน้ารัวเร็วก่อนจะเบียดเรือนร่างอวบแน่นเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย อันธกานต์ตอบรับอ้อมกอดนั้น ทว่า..เพียงร่างกายเท่านั้นที่ตอบสนอง ใบหน้าคมคายพึงพอใจกับคำตอบของอีกฝ่าย แต่ดวงตากลับเคล้าของความดีใจอย่างแท้จริง..
ทุกอย่างเป็ไปอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้แล้ว..