Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 11

    ลำแสงสีทองพุ่งตรงลงมาจากฟ้าสู่แท่นวงแหวนเวทย์แห่งหนึ่ง พร้อมการปรากฏตัวของกามเทพสาวในชุดสีขาว เข็มกลัดที่หน้าอกรูปปีกคู่ทองคำอันโดดเด่น ขับให้เธอยิ่งงามสง่าขึ้นหลายเท่า เธอเดินจ้ำอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินที่ไร้ซึ่งผู้คน ด้านข้างทางเดินเป็นอาคารสูงต่ำคละกันไปตลอดทาง ไม่นานเธอก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอาคารสี่เหลี่ยม 2 ชั้นขนาดเล็กหลังหนึ่ง เทพสาวนิ่งคิดอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจลึกเข้าปอดเรียกความเชื่อมั่น แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร เธอเลื่อนเปิดประตูกระจกเข้ามาก็พบกับอุปกรณ์มากมายวางเกะกะไปทั่วทั้งบนพื้น บนโต๊ะ และบนชั้นวางของ ที่นี่รกอย่างกับห้องเก็บของที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานานหลายปี แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันแต่ที่นี่ก็ไม่ได้เปิดไฟจึงทำให้ไม่อาจมองเห็นอะไรได้ชัดเจนเท่าไร“คายะ!!!” เสียงตะโกนเรียกเทพธิดาเสียงดังลั่นกะทันหัน“กรี๊ด!!!” และตามมาด้วยเสียงร้องตกใจของเธอเช่นกัน“ฮ่าๆๆ เธอยังขวัญอ่อนเหมือนเดิมเลยนะคายะ” ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากลมกรอบขาวหัวเราะเยาะหญิงสาวตรงหน้าเขา หลังจากที่แกล้งเธอให้ตกใจ“ด็อกเตอร์โคจิม่า ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้นะ! ทั้งที่ก็แก่มากแล้วแท้ๆยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ได้” เทพสาวส่งสายตาจิกกัดใส่เจ้าของบ้าน“แหมๆๆ เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเองทำเป็นซีเรียสไปได้แม่หนู เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก เอ้า! มีอะไรก็ว่ามา”โคจิม่าไม่สนคำต่อว่าของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย“ฉันอยากได้รายชื่อเทพที่มี Invisible Skill ค่ะ” คายะตอบอย่างจริงจัง โคจิม่าที่เห็นท่าทางเป็นงานเป็นการของเทพสาวแล้วตัวเองก็กลับมาสุขุมเช่นกัน เขาหยุดคิดไปเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่หญิงสาวกล่าวถึง ก่อนที่จะกล่าวถามถึงข้อมูลเพิ่มเติม“เธอช่วยอธิบายเรื่องราวมากขึ้นหน่อยได้ไหม? เผื่อว่าฉันจะได้ให้อย่างอื่นเพิ่มเติมไปด้วย” เทพวัยกลางคนรู้ว่าเทพสาวตรงหน้าจริงจังเรื่องงานแค่ไหน เขาจึงต้องจริงจังกับเรื่องนี้เช่นกัน“ก็อย่างที่พวกเราทราบกันดี ว่ามนุษย์นั้นไม่อาจมองเห็นพวกเราในขณะปฏิบัติงานในโลกอยู่แล้ว เทพที่รับเควสไปทำจึงแทบไม่มีใครเลือกสกิลนี้ไปใช้งาน แต่เมื่อตะกี้ที่ลานหน้าเควสฮอลล์มีเทพคนหนึ่งเข้ามาชวนฉันไปทานข้าว แต่ว่าเขากลับถูกผู้คนรอบข้างทำให้อับอาย สุดท้ายจึงใช้สกิลล่องหนแล้วหนีไป” คายะสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน“โอ้! เธอนี่เสน่ห์แรงไม่เปลี่ยนเลยนะ ที่จริงถ้าหาแฟนสักคนเรื่องก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก” โคจิม่าให้คำแนะนำ“พอเลยค่ะด็อกเตอร์ ฉันขอข้อมูลเลยแล้วกัน เดี๋ยวที่เหลือฉันกับทีมจะทำการวิเคราะห์เอง” เทพสาวเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้วกับคำพูดกวนๆของชายตรงหน้า“เดี๋ยวก่อนซี่อย่าเพิ่งใจร้อนไป ฉันขอคิดแป๊บนะ อืม...เธอคิดว่าเขาใช้สกิลล่องหนซึ่งเป็นหนึ่งใน อินวิสิเบิล สกิล (Invisible Skill) ระดับเริ่มต้นสินะ และมันก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยไหม?” โคจิมะจดจ้องฝ่ายตรงข้ามแล้วกล่าวถามอย่างสุขุม“ใช่ค่ะ เราจะหาตัวผู้ต้องสงสัยได้จากรายชื่อนั่น” เทพสาวสรุปประเด็นในสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ“อืม...เข้าใจแล้ว รอแป๊บหนึ่งนะ ว่าแต่ฝ่ายทะเบียนสกิลทำไมไม่ให้ข้อมูลกับเธอล่ะ?” ด็อกเตอร์หยิบบัตรประจำตัวออกมาพร้อมกดปุ่มคำสั่งไปด้วย และกล่าวถามคนตรงหน้าไปด้วย“พวกนั้นต้องทำเรื่องตามขั้นตอนวุ่นวายอะไรก็ไม่รู้ ฉันมาหาคุณที่เป็นฝ่ายผลิตน่าจะเร็วกว่า เพราะยังไงพวกนั้นก็ส่งข้อมูลรายชื่อกลับมาที่คุณอยู่แล้วนี่คะ” เทพสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และรอยยิ้ม“แหม...ทีงี้ล่ะพูดดีเชียว” ชายสวมแว่นบ่นออกมาแล้วเบะปากด้วยความรำคาญ กลับมาที่กามเทพฝึกหัดกรณ์ เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่เขาได้ชมฉากหนังสดในระยะใกล้แบบ Super Full 4D ประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจของกามเทพหนุ่มทำให้เขาลืมเควสของตัวเองไปเลย ส่วนตอนนี้ตรงหน้าของเขาทั้งเอ็ดดี้ และเจนต่างก็กำลังแต่งตัวให้เรียบร้อยกันอยู่ กรที่ตอนนี้ว่างอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องดูสองคนนี้แต่งตัวอีกเพื่ออะไร จึงตัดสินใจออกไปจากห้องฝ่ายพัสดุแห่งนี้ เขาไม่ได้เดินออกไปทางประตูตามปกติ เพราะว่ามันยังล็อกอยู่หากเขาเปิดมันล่ะก็จะต้องเกิดเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีในฝ่ายพัสดุขึ้นมาแน่นอน เขาจึงเลือกหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมา“ต้องขอบคุณรุ่นพี่จินซานสินะที่เลือก 3 สกิลนี้ให้เรา” บนบัตรปรากฏหน้าจอที่ขึ้นหัวข้อว่า สกิล (Skill)Skill1.ล่องหน ประเภท Invisible Skill สามารถอำพรางตัวไม่ให้ผู้อื่นเห็นได้ แม้แต่เทพด้วยกันเวลาแสดงผล 5 นาที คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง2.ไร้ตัวตน ประเภท Invisible Skill ร่างกายจะหายไปไม่อาจสัมผัสได้ ดุจดั่งไร้ตัวตนเวลาแสดงผล 3 นาที คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง3.ปีก ประเภท Physical Skill สร้างปีกเทพหนึ่งคู่ที่กลางหลัง ควบคุมมันเพื่อให้ผู้ใช้งานบินได้ดั่งนกเวลาแสดงผล 10 นาที คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง กรเลือกไปที่สกิล ‘ไร้ตัวตน’ และมันก็ทำงานในทันที ร่างกายของกามเทพหนุ่มหายไปอย่างรวดเร็ว เขาลองยกมือของตัวขึ้นมาดูแต่ก็ไม่เห็นอะไรแม้สักนิด เพียงแต่เขายังคงรู้สึกได้ถึงตัวเองอยู่ และการก้าวเดินเคลื่อนที่ยังเป็นไปตามปกติ หลังจากทดลองเล็กน้อยกรก็เดินตรงเข้าสู่กำแพงทันที ภาพตรงหน้ากลายเป็นความมืดมิด และต่อด้วยกลายเป็นห้องออฟฟิศอีกห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยพนักงานนับสิบคน หมายความว่าตอนนี้เขาได้เดินทะลุกำแพงมาแล้ว ตัวเลขเวลานับถอยหลังปรากฏตรงหางตาซ้ายของเขาอยู่ตลอดเวลา เป็นการเตือนว่าระยะเวลาการใช้สกิลจะหมดลงเมื่อไร ตอนนี้กรรู้สึกตื่นเต้นกับสกิลนี้มาก เรียกได้ว่านี่คือพลังพิเศษที่เทพควรจะมี และเขาก็ได้ใช้งานมันเป็นครั้งแรก และเมื่อเปิดใช้งานมันแล้วหากไม่ใช้ให้เต็มที่คงจะน่าเสียดายแย่ กรจึงทดลองวิ่งทะลุห้องต่างๆไปเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งพุ่งทะลุลงไปชั้นล่างไม่หยุด เหมือนกับเด็กได้ของเล่นใหม่อย่างไรอย่างนั้น“มันสุดๆไปเลย!”         เวลาสามนาทีของมันก็เพียงแค่ชั่วครู่ ร่างของกามเทพหนุ่มปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ชั้นหนึ่งหน้าลิฟต์ของอาคารแห่งนี้ ที่ซึ่งเขาได้มาปรากฏตัวในตอนแรก แม้ว่าจะเสียดายไม่น้อยกับเวลาการใช้งานอันน้อยนิดกับเวลาคูลดาวน์ถึงหนึ่งวันกว่าจะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง แต่เขาไม่มีเวลาจะให้กังวลแล้ว“วิภาดาประชุมเสร็จแล้วเหรอ” กรที่เห็นประธานสาวยืนคุยกับเหล่าพนักงานอย่างยิ้มแย้ม และกำลังเดินแยกออกมาทางที่ตนยืนอยู่ นั่นแสดงว่าเธอกำลังจะกลับขึ้นไปที่ออฟฟิศชั้น 88 อย่างแน่นอน กามเทพหนุ่มร้อนรนทันที เพราะไม่รู้ว่าเอ็ดดี้กับเจนจะแต่งตัวเสร็จรึยัง แต่เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเดินเข้าไปกดปุ่มรอลิฟต์ กรก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันทีเช่นกัน เขารีบวิ่งไปยืนด้านหน้าหญิงสาวก่อนที่ลิฟต์จะมาถึง และเมื่อประตูเปิดออกกรก็รีบเข้าไปก่อนหญิงสาวจะก้าวเดิน จากนั้นเขาก็รีบกดปุ่มปิดประตูเป็นอย่างแรก“อ้ะ! เดี๋ยวสิเปิดก่อน” วิภาดาที่เกือบจะโดนประตูหนีบรีบถอยออกมาแล้วเอื้อมมือไปกดปุ่มรอลิฟต์อีกครั้ง เพื่อให้ประตูเปิดออก ส่วนกรเมื่อซื้อเวลามาได้เล็กน้อยเขาก็รีบกดหมายเลขชั้นทุกปุ่มที่มีบนแผง แม้ว่าจะมีเพียงบางหมายเลขเท่านั้นที่ไฟสัญญาณติด แต่นั่นก็เพียงพอจะถ่วงเวลาได้แล้ว เมื่อนักธุรกิจสาวเดินเข้ามาในลิฟต์ และเตรียมจะกดปุ่มเธอก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นว่าบนแผงปุ่มนั้นมีหมายเลขนับสิบที่เรืองแสงขึ้นมา“นี่คงมีใครมาเล่นพิเรนกดลิฟต์เล่นสินะเนี่ย เฮ้อ! ไม่รู้จักโตเลยจริงๆ” วิภาดาบ่นออกมาพร้อมส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่าย เพราะระหว่างที่ลิฟต์ขึ้นไปกว่าจะถึงชั้น 88 ก็ต้องรอลิฟต์หยุดในชั้นก่อนหน้าให้ครบตามที่หมายเลขสว่างขึ้นมาเสียก่อน นั่นเท่ากับว่าเธอต้องเสียเวลาอยู่ในลิฟต์เพิ่มไปอีกหลายนาทีเลยทีเดียว“เฮ้ยๆ ให้มันน้อยๆหน่อย เราก็อายุห่างกันไม่กี่ปีหรอก” กรที่ได้ยินคำบ่นของหญิงสาวก็ท้วงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์