“อวดรวย!” ณ ฟ้าหลุดปากออกไปทันที ซึ่งครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาดุให้เธอ คนเจ็บจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แ่ลง “ก็จริงนี่ ไม่มีใครสอนคุณหรือไง ว่าอย่ากินทิ้งขว้าง กว่าที่คนเขาจะผลิตมันออกมาให้คุณกินได้ เขาต้องเหนื่อยต้องเสียหยาดเหงื่อแรงงานไปขนาดไหน แล้วไหนจะยังคนที่เขาต้องอดมื้อกินมื้อที่มีอยู่เยอะแยะอีก ไม่สงสารพวกเขามั่งหรือไง”
“แล้วพวกเขาเกี่ยวอะไรด้วย อ้อ! หรือถ้าจะเกี่ยว คุณก็ยิ่งต้องควรกินให้เหลือ จะได้มีเหลือให้พวกเขาสิ แต่ไม่รู้อีกว่าพวกเขาที่คุณว่านั่น จะอยู่แถวนี้หรือเปล่า”
“ฉันหมายถึงให้คุณคิดให้ดีก่อนจะใช้เงินซื้อมาต่างหาก ถ้าคุณไม่บ้าซื้อมาเยอะแยะ เงินที่เหลือก็สามารถบริจาคให้กับคนที่เขาไม่มีกินได้ หรือใกล้ ๆ ตัวเลย คุณก็สามารถบริจาคให้กับโรงพยาบาลนี้ เอาไว้ให้เขาช่วยเหลือรักษาคนเจ็บป่วยที่ไม่มีเงินรักษาตัวเองได้ เงินหนึ่งร้อยบาท คุณค่ามันต่างกันนะ แล้วแต่ว่ามันอยู่ในมือของใคร คุณนี่ไม่รู้จักสงสารเพื่อนมนุษย์ซะบ้างเลย ถ้ารวยมากนัก ก็หัดบริจาคช่วยเหลือคนอื่นซะบ้าง ไม่ใช่เอามาซื้อของกินทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างนี้” ณ ฟ้าร่ายยาว ยิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น ยิ่งอินเข้าไปอีก จนกลายเป็ส่งสายตาไปตำหนิเขาอย่างจริงจัง
“ผมผิดอีก ถึงว่าหมู่นี้มีแต่คนทักว่าทำดีไม่ขึ้น เฮ้อ!” น้ำเสียงตัดพ้อไม่ได้จริงจัง เหมือนหยอกเย้าเสียมากกว่า และเขาก็ยอมลุกขึ้นมาหยิบผลไม้ ยึดพื้นที่บนเตียงด้านข้างคนละฝั่งโต๊ะกับหญิงสาวนั่งกินเป็เพื่อนเธอ ซึ่งคนป่วยก็ชวนคุยไปเรื่อย
การที่ได้พูดคุยกันมากขึ้น ทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน น้ำนิ่งรู้สึกว่า ณ ฟ้าเป็ผู้หญิงที่คุยสนุก มีความคิดดี มีจิตใจดี ถึงแม้ว่าการแสดงออกของเธอจะค่อนข้างแข็งกระด้างไปเสียหน่อย ส่วน ณ ฟ้าเอง ก็รู้สึกว่าน้ำนิ่งเป็คนที่คบหาได้คนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะปากจัดเกินชายไปบ้าง แต่ก็คิดว่านั่นเป็เพราะสัญชาตญาณของเก้งกวางในตัวเขา
“ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ฉันชื่อ...”
“ณ ฟ้า...ณ ฟ้า เผ่าพิริยะ” น้ำนิ่งแย่งคนเจ็บพูดขึ้นมาเสียก่อน
“คุณรู้จักชื่อฉันได้ไงคะ”
“คุณคงไม่คิดว่า จู่ ๆ ผมก็อุ้มคุณมาโรงพยาบาลโดยที่ไม่หาหยิบเอกสารอะไรติดตัวคุณมาบ้างเลยหรอกนะ อย่างน้อยผมก็ต้องบอกชื่อคุณกับทางโรงพยาบาลได้ จริงไหม?”
“ก็จริง แล้วคุณ...”
“ผมหยิบกระเป๋าเงินคุณติดมาด้วย เห็นมันวางอยู่บนโต๊ะ ตอนนี้อยู่ในลิ้นชักนี่” น้ำนิ่งเปิดลิ้นชักโต๊ะที่อยู่ข้างเตียง หยิบกระเป๋าเงินส่งให้เธอเพื่อตรวจสอบ “แต่ผมไม่ได้เปิดดูอย่างอื่น นอกจากบัตรประชาชนของคุณนะ เช็กดูสิ”
ณ ฟ้าหยิบกระเป๋าเงินมาพลิกไปพลิกมา ยังไม่เปิดดูด้านในด้วยซ้ำ แล้วก็วางทิ้งไว้ข้างตัวอย่างไม่คิดที่จะสนใจนัก เพราะในนั้นไม่ได้มีอะไรมากมาย บัตรไม่กี่ใบ แล้วก็เงินสดอีกไม่มาก เพราะเธอยังไม่ได้ไปกดเงิน ถ้าหากเขาจะเอาไป มันก็คงเพียงพอกับอาหารที่เขาซื้อมามื้อนี้เท่านั้น
“จะไม่เปิดดูซะหน่อยเหรอคุณ”
“ไม่อะ ว่าแต่คุณเถอะ รู้จักชื่อฉันแล้ว ไม่คิดจะบอกชื่อคุณบ้างเหรอ”
“น้ำนิ่ง คุณจะเรียก ‘น้ำ’ เฉย ๆ ก็ได้”
“งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการค่ะคุณน้ำ เรียกฉันว่า ‘ฟ้า’ ก็ได้” หญิงสาวยื่นมือให้เขาจับ นับเป็การแสดงมิตรภาพที่ดีต่อกันอย่างเป็ทางการครั้งแรกั้แ่ได้เจอกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”
“คุณมาเฝ้าฉันอยู่ที่นี่ แล้วแฟ... เอ้ย! อีกคนที่มากับคุณเขาไม่ว่าเอาเหรอคะ” ณ ฟ้ารีบแก้คำที่พูด ด้วยคิดว่ายังไม่เหมาะสมที่จะก้าวล่วงชีวิตเขาขนาดนั้น เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากให้ใครรู้ว่าเขาไม่ได้สังกัดอยู่ในสองเพศหลักก็เป็ได้
“ไม่หรอก เพื่อนผมมันเที่ยวคนเดียวจนชินแล้ว มันอาจจะดีใจซะอีก ที่ผมไม่ได้ไปอยู่กวนมัน” น้ำนิ่งตอบไปอย่างที่คิด ในขณะที่มือก็หยิบมะม่วงขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวไปด้วย “ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมถึงมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้ล่ะ คุณเป็ผู้หญิงนะ ไม่กลัวเหรอ?”
“ฉันคงมีเื่เยอะแยะมากมายมากกว่าความกลัว ที่อยากจะเอามาทิ้งในที่ไกล ๆ สักที่ แล้วเปลี่ยนเอาพลังกลับไปมั้งคะ” ณ ฟ้าสีหน้าสลดลง ดวงตาหม่นหมองและเริ่มรื้นน้ำขึ้นมา เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องขับรถมาถึงที่นี่คนเดียว
“ถ้าให้ผมเดา เมื่อวานคุณคงเอาเื่มากมายที่ว่านั่นไปทิ้งลงแม่น้ำโขงแล้ว”
“อืม...งั้นมั้ง” ช้อนในมือเขี่ยข้าวไปมา ใบหน้าก้มงุดไม่อยากเงยขึ้นมา ให้คนตรงหน้าเห็นความอ่อนแอของเธอ
“เห้ยคุณ...ทิ้งไปแล้วก็อย่าไปดึงขึ้นมาใส่ใจอีกสิ เงยหน้ายิ้ม แล้วเติมพลังอย่างที่คุณ้าดีกว่า” น้ำนิ่งพูดจบก็ยกมือตบต้นแขนเธออย่าง้าปลอบใจ แต่...
“โอ๊ย!!!” ณ ฟ้าถึงกับร้องโอดโอย ใบหน้าสวยเหยเก น้ำตาที่รื้นอยู่แทบเล็ดออกมาจริง ๆ
“เห้ย! ผมขอโทษ โดนแผลเหรอ ขอโทษ ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมลืมว่าคุณมีแผลตรงนี้ด้วย” น้ำนิ่งหน้าเสีย รีบกระเด้งตัวชะเง้อเข้าไปเปิดแขนเสื้อของหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง แต่ก็โล่งใจขึ้นมาหน่อยที่ผ้าที่ปิดแผลอยู่ไม่มีเืไหลซึมออกมาอีก เขาลืมไปสนิทว่าที่ต้นแขนเธอก็มีแผลถลอกอยู่ด้วยเช่นกัน
เขาค่อย ๆ เปิดแผลออกดู แล้วเป่าให้เบา ๆ ซึ่งความอ่อนโยนที่เขาแสดงออกมา ทำให้ ณ ฟ้ายิ้มออก
“ฉันค่อยยังชั่วแล้วค่ะ ไม่เป็ไรแล้ว”
ทั้งคู่คุยกันเหมือนคนคอเดียวกัน ไม่ว่าใครจะหยิบยกเื่ไหนมาพูด อีกฝ่ายก็จะร่วมเม้าท์ด้วยอย่างออกรสออกชาติ ทัศนคติ และความคิดที่เป็ไปในทางเดียวกัน ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน แม้กระทั่ง ณ ฟ้าจะบอกให้เขาออกไปใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างที่ตั้งใจมา แต่น้ำนิ่งก็ไม่คิดที่จะทิ้งเธอไว้ในโรงพยาบาลคนเดียวอยู่ดี และเขาก็ช่วยเธอทุกอย่าง เป็เพื่อนคุย หยิบรีโมทโทรทัศน์ ขยับโต๊ะอาหาร ปรับความสูงหัวเตียง เรียกว่าดูแลทุกอย่าง ราวกับเขาเป็ญาติที่รักและหวังดีกับเธอคนหนึ่ง จนทำให้ ณ ฟ้า นึกถึงป้าและเพื่อนรัก
“ตายแล้ว!! ฉันลืมโทรหาไอ้พายเลย” ณ ฟ้าอุทานออกมาเสียงดัง จนน้ำนิ่งจ้องมองหน้าเธออย่างงง ๆ ที่จู่ ๆ คนเจ็บก็ร้องโวยวาย
“อะไรคุณ จู่ ๆ ก็เสียงดัง ใหมด”
“ก็ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่ายังไม่ได้โทรกลับไปรายงานตัวเลย ป่านนี้เพื่อนฉันมันคงจ้องจะกินหัวฉันแล้วมั้ง โทรศัพท์ฉันล่ะคุณ คุณหยิบมาด้วยไหม?” ณ ฟ้า หน้าตาตื่นตระหนก สองมือลูบคลำไปตามตัวเสื้อ ที่คาดว่าจะมีกระเป๋าและอาจใส่โทรศัพท์มือถือของเธอไว้อย่างอัตโนมัติ
“หึหึ ใจเย็น ๆ คุณใจเย็น ๆ ผมหยิบมาด้วย อยู่นี่ไง” น้ำนิ่งส่งเสียงหัวเราะผ่านลำคอ นึกขำท่าทีร้อนรนของคนตรงหน้า แล้วเปิดลิ้นชักหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมาให้ “อ้ะ...ผมปิดเครื่องไว้นะ คือมันเสียงดังถี่เหลือเกิน กลัวรบกวนการนอนของคุณน่ะ แล้วอีกอย่าง ผมไม่กล้าตัดสินใจแทนคุณหรอก ไม่รู้ว่าใครที่คุณควรจะบอกหรือไม่บอกว่า...” น้ำนิ่งพยายามแก้ตัวที่ไปปิดโทรศัพท์ของเธอโดยพลการด้วยเหตุผลของเขา
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณนะคะ” ณ ฟ้าเอ่ยบอกเขาในขณะที่ถือโทรศัพท์แนบหู รอสัญญาณตอบรับจากอีกฝ่าย
(ฮัลโหล ไอ้ฟ้า แกโอเครึเปล่า แกอยู่ไหน แล้วทำไมเมื่อคืนแกไม่โทรหาฉัน รู้ไหมฉันกำลังโทรเช็กข่าวอุบัติเหตุอยู่เลยนะ ไอ้เพื่อนบ้า ไม่รู้รึไงว่าคนเขาเป็ห่วง แกรับปากฉั...) เสียงของคนที่ ณ ฟ้าโทรหาทะลุโทรศัพท์เครื่องบางออกมาด้านนอกเป็ชุด จนเธอต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู
“ไอ้พาย ใจเย็น ๆ เว้ย จากที่ไม่เป็อะไร ตอนนี้แก้วหูฉันจะแตกเพราะแกนี่แหละ” ณ ฟ้าส่งเสียงกลับไปบอกคนในสาย ก่อนที่จะเอาโทรศัพท์กลับเข้ามาแนบหูอีกครั้ง “ฉันขอโทษที่ทำให้แกเป็ห่วง แต่ว่ามันมีอุบัติเหตุนิดหน่อย เมื่อคืนฉันเลยโทรหาแกไม่ได้”
(อุบัติเหตุอะไร แล้วแกเป็อะไรรึเปล่า)
“ไม่มีอะไรมากหรอก เอาเป็ว่า ตอนนี้ฉันโอเค แกไม่ต้องเป็ห่วง”
(เออ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน)
“เชียงคาน”
(โห ที่นั่นฉันอยากไปอยู่นะ แต่ยังไม่เคยได้ไปซะทีเลย)
“แกก็บอกคุณวัสสิ ชวนเขามาฮันนีมูนที่นี่เลยไง”
(จะมีเวลาฮันนีมูนหรือเปล่าเหอะรายนั้น คิววิทยากรนี่เพียบเลย)
“ฉันเชื่อ เพื่อแก เขาเคลียร์คิวได้อยู่แล้ว”
(สาธุ...ขอให้ได้จริงตามนั้นละกัน) พระพายยกมือไหว้ท่วมหัว (แต่แกไม่เป็อะไรจริง ๆ นะ)
“อืม”
(งั้นก็ดีแล้ว ขอให้เที่ยวให้สนุกนะเพื่อน อะไรที่มันไม่ดีก็ทิ้งไว้ที่นั่น เก็บแต่ความสนุก ความประทับใจกลับมานะ อย่าลืมของขวัญของฉันด้วย)
“จ้า ไม่ลืมหรอก ฉันไม่ได้อยากให้แกตามหลอกหลอนทวงของขวัญไปตลอดชีวิตหรอกน่ะ”
(ก็ดี ดูแลตัวเองนะแก หาอะไรกินด้วย)
“อืม”
(แล้วคืนนี้ก็อย่าลืมโทรหาฉันด้วย) พระพายย้ำส่งท้าย ก่อนที่เธอจะวางสายไป
“เพื่อนคุณเหรอ” น้ำนิ่งถามออกไป แล้วก็รู้สึกว่าไม่ควร “ขอโทษนะ ผมไม่ได้แอบฟัง แต่ว่าเสียงมันดังออกมา”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไอ้พายเป็เพื่อนรักของฉันเอง นอกจากป้าที่เลี้ยงฉันมา ก็มีมันนี่แหละ ที่รักและเป็ห่วงฉันด้วยใจจริง” ณ ฟ้าพูดจบก็ทำท่าจะลงจากเตียง
น้ำนิ่งฟังแล้วก็พยักหน้าหงึก ๆ รับทราบ “แล้วนั่นคุณจะไปไหน”
“ฉันปวดฉี่ จะไปเข้าห้องน้ำ”
“มา...ผมช่วย” ชายหนุ่มลุกขึ้นจะเข้าไปช่วยประคองและถือเสาน้ำเกลือให้ แต่ว่าถูกอีกฝ่ายยกมือห้ามั้แ่เห็นเขาตั้งท่า
“ไม่เป็ไร ฉันโอเค กินข้าวมีแรงแล้ว ช่วยเหลือตัวเองได้”
ผู้ประสงค์ดีจึงได้แต่ทำหน้าที่ยืนให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ มองคนใช้เสาน้ำเกลือแทนไม้เท้า ค่อย ๆ เดินกะโผลกกะเผลกเข้าห้องน้ำไป เมื่อประตูห้องน้ำปิด คนที่ยืนลุ้นอยู่ก็ยิ้มออกอย่างไม่แน่ใจว่าตัวเองยิ้มอะไร จะเป็ท่วงท่าทุลักทุเลอยู่นิดหน่อยของคนเจ็บ หรือว่าจะเป็ความรู้สึกดีที่เริ่มก่อตัวโดยที่เ้าตัวก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือนอกจากเธอจะเป็ผู้หญิงที่มีความคิดดีแล้ว เธอยังเป็ผู้หญิงที่มีความเป็ธรรมชาติสูง เข้มแข็ง ไม่แสดงความอ่อนแอเพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือจากใคร ซึ่งมันทำให้น้ำนิ่งคิดถึง...พิชญดา
โทรศัพท์มือถือ ของเขาถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเปิดเข้าไปในอัลบั้มภาพ ที่เขาไม่เคยคิดที่จะลบมันออกไปจากเครื่องและความทรงจำของเขาเลย
...ผมคิดถึงคุณที่สุดเลย...
-------------------------------------เรื่องนี้มีเป็นอีบุ๊กแล้วนะคะ สำหรับผู้ที่สนใจจะซาบซึ้งกับความรักของทั้งคู่ ไปแบบไม่ต้องรอให้อารมณ์สะดุด สามารถจิ้มลิงค์ข้างล่างนี้ได้เลย มีจัดโปรฯ เปิดตัวลดราคาพิเศษจนถึง 21/12/62 นะคะ ^_^