เมื่อทั้งสองหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะอาหารก็พบคุณหญิงเพ็ญพักตร์กับแพรวานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
อาหารมื้อนี้เป็ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าทะเลของโปรดของธีรพัฒน์ คราแรกแพรวาตั้งใจจะนั่งทานในครัวกับเหล่าแม่บ้านและคนรับใช้แต่เพราะคุณหญิงเพ็ญพักตร์สั่งให้เธอมาร่วมโต๊ะด้วยเพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกับลูกชายของนางไว้ ก่อนจะได้ทำงานร่วมกัน
คุณหญิงเพ็ญพักตร์ประมุขของบ้านนั่งประจำที่ตรงมุมโต๊ะด้านขวาเป็ธีรพัฒน์ ฝั่งซ้ายเป็ทินกร ถัดไปเป็แพรวาซึ่งระหว่างที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตากับอาหารของตัวเองอยู่นั้นธีรพัฒน์ก็เหลือบมองปฏิกิริยาของเลขาสาวไปด้วยเขาสังเกตเห็นว่าเธอเขี่ยผักคะน้าไว้ข้างๆ ชาม นั่นแสดงว่า ‘เธอไม่กินผักคะน้างั้นสิ’ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขาคนเดียวที่คอยมองหญิงสาวอยู่
“คุณแพรไม่ทานผักคะน้าหรือครับ” ทินกรสังเกตเห็นคนข้างๆเขี่ยผักคะน้าออกข้างชาม เขาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คือ... แพรไม่ชอบทานน่ะค่ะ รู้สึกว่ามันแข็ง แล้วก็ขมด้วย” แพรวาหันมาตอบพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้
“ฮึ! มิน่า ถึงไม่โตสักที” ธีรพัฒน์พูดพร้อมเน้นคำว่า‘ไม่โต’ และใช้สายตาจิกมองที่หน้าอกของหญิงสาวจนเธอหน้าแดงเห่อขึ้นมา
“งั้นคุณแพร แลกผักกะหล่ำกับผมไหมครับ... ถ้าไม่รังเกียจ” ทินกรแสดงน้ำใจกับหญิงสาว พร้อมคำลงท้ายที่เหมือนเป็การบังคับกลายๆที่ใครได้ยินก็ไม่กล้าปฏิเสธ แถมยังขยับชามของตัวเองมาใกล้กับชามของเธอเพื่อเป็การยืนยันคำพูดของตัวเองอีกด้วยหญิงสาวจึงจำเป็ต้องตอบรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ” มือบางขยับชามของตัวเองไปใกล้ๆ กับทินกรเพื่อตักผักคะน้ากับผักกะหล่ำแลกเปลี่ยนกันซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของบุคคลร่วมโต๊ะอีก 2 คนไปได้คนหนึ่งมองด้วยความชื่นชมเอ็นดู ส่วนอีกคนมองด้วยแววตาไม่พอใจซึ่งธีรพัฒน์เองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจกับภาพตรงหน้าด้วยและการกระทำของคนทั้งคู่ก็ทำให้ธีรพัฒน์เข้าใจความลับของทินกรที่ปกปิดเขาอยู่ ‘หรือว่า คนที่นายกรแอบชอบคือผู้หญิงคนนี้’ ธีรพัฒน์คิดในใจด้วยความหงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วทุกคนจึงมานั่งพักผ่อนพูดคุยพร้อมกับรับประทานของว่างและผลไม้ที่ห้องรับแขก
“ธีร์ พร้อมจะไปทำงานแทนแม่เมื่อไรดีแม่จะได้ให้หนูแพรเขาทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการกับผู้ถือหุ้น”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ่ยถามบุตรชายส่งผลให้คนที่นั่งก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารที่นำออกมาจากห้องทำงานเพื่อเอากลับไปทำต่อที่บริษัทต้องหยุดชะงักเพื่อรอฟังคำตอบ
“พรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ” ธีรพัฒน์ตอบมารดาอย่างอารมณ์ดีแต่สายตากลับจ้องมองเลขาคนสวยอยู่ตลอดเวลา
“หือ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ลูก พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนดีไหม”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกด้วยความเป็ห่วงกลัวบุตรชายจะเหนื่อยเกินไปอยากให้พักผ่อนสักระยะค่อยไปทำงาน ยังไงก็ไม่ต้องเดินทางไปไหนอีกแล้ว
“นั่นสิ แกจะไฟแรงไปไหนฮึ นายธีร์ พักสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ได้นี่หว่า”ทินกรเห็นด้วยอีกคน
“ไม่ละ ฉันไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก อีกอย่างฉันก็ไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆมันน่าเบื่อจะตาย” คนขยันทำงานเน้นเสียงหนักแน่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งบ่งบอกว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ
“งั้นก็ตามใจธีร์เถอะ แม่ไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หนูแพรทำเอกสารเชิญประชุมทันหรือเปล่าจ๊ะ” ประมุขของบ้านควบด้วยตำแหน่งประธานเอ่ยถามเลขาสาว
“แพรทำหนังสือวันนี้ทันค่ะคุณท่านแต่คิดว่าทางคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นคงเตรียมตัวมาประชุมพรุ่งนี้ไม่ทันแน่ค่ะ”
“งั้นเธอก็เลื่อนประชุมไปเป็สัปดาห์หน้าก็ได้นี่ ส่วนฉันพรุ่งนี้จะเข้าไปศึกษางานคร่าวๆ ดูก่อน” คนที่พูดกลับเป็เ้านายคนใหม่ของหญิงสาวถึงแม้จะยังไม่ได้เป็เ้านายกับลูกน้องเต็มตัวแต่เขาก็ใช้สิทธิ์สั่งงานเธออย่างเต็มที่
“ค่ะ” แพรวารับปากแล้วก้มหน้าจดคำสั่งของเ้านายคนใหม่ลงสมุดบันทึก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แพรขอตัวกลับไปทำงานต่อที่บริษัทนะคะ” หญิงสาวขอตัว เพื่อรีบกลับไปทำงานตามที่เ้านายคนใหม่สั่งเพราะดูแล้วเขาเป็คนใจร้อนและเอาแต่ใจน่าดู หากทำอะไรชักช้าไม่ทันใจมีหวังโดนดุแน่ๆ แพรวาแอบบ่นในใจ
“งั้นเดี๋ยวให้ตากรไปส่งดีกว่านะ เอกสารเยอะด้วยเธอจะได้ไม่ต้องลำบากตอนขึ้นแท็กซี่” คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกกับเลขาของนางแต่ก็เป็การทอดสะพานให้หลานชายด้วยนั่นเองนางหันไปมองทินกรที่พยักหน้าแล้วอมยิ้มเหมือนเป็การรู้กันสองคนซึ่งกิริยาดังกล่าว หารอดพ้นสายตาคมๆ ของใครบางคนได้
เมื่อแขกทั้งสองออกไปจากบ้านแล้วเหลือเพียงแม่ลูกนั่งคุยกันตามลำพัง
“คุณแม่ยิ้มอะไรครับ เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตั้งนาน” ธีรพัฒน์อดไม่ได้จึงเอ่ยถามมารดาออกไปเพราะเขานั่งมองแม่ตัวเองยิ้มอยู่นานแล้ว
“ธีร์ว่า สองคนนั้นเขาเหมาะสมกันดีไหม” คนเป็แม่ขอความเห็นจากบุตรชาย
“ใครครับ... เหมาะสมกัน” คนถูกถามแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจทั้งๆ ที่เขาเข้าใจในคำถามนั้นดีเพราะเขาเห็นทุกการกระทำของทั้งแม่ตัวเองและเพื่อนรักซึ่งนั่นทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“ก็หนูแพรกับตากรนั่นไง ธีร์ว่าพวกเขาเหมาะสมจะเป็คู่รักกันหรือเปล่า”คราวนี้คุณหญิงเพ็ญพักตร์อธิบายชัดเจนซึ่งทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
“ผมว่า นายกรก็หน้าตาดี การงานก็มั่นคง ฐานะก็ใช่ย่อย จะหาผู้หญิงดีๆจริงใจสักคนคงยาก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ก็หวังแค่ชื่อเสียง เงินทองของเราทั้งนั้นแหละครับคุณแม่”ธีรพัฒน์ตอบมารดาเสียงเรียบเหมือนเป็เื่ปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็ประจำสำหรับเขา
“แล้วลูกรู้ได้ยังไงว่าหนูแพรจะเป็ผู้หญิงแบบนั้น” คนเป็แม่เอ่ยอย่างขัดใจ
“ผู้หญิงดีๆ คงไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไหนต่อไหนกับผู้ชายสองต่อสองหรอกครับถ้าไม่หวังจะให้ผู้ชายคนนั้นเลี้ยงดูน่ะ” เขาให้คำตอบมารดาพร้อมกับเบ้ปากเมื่อนึกถึงเลขาสาวแสนสวยของมารดาก่อนจะต่อว่าเธอในใจ ‘ฮึ!ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ’
“เราก็พูดเกินไป หนูแพรเขาทำงานกับแม่มานาน ไม่มีนิสัยแบบนั้นแน่ๆ วันๆก็ทำแต่งาน ไปไหนมาไหนก็ไปกับแม่ตลอด เราน่ะคิดมากไปใหญ่แล้ว” คนเป็แม่ตำหนิบุตรชายอย่างไม่จริงจังนัก
“ผมก็ไม่ได้ใส่ร้าย ปรักปรำอะไรเลขาของคุณแม่นี่ครับผมก็แค่ออกความเห็นในทัศนคติของผมก็เท่านั้น” ธีรพัฒน์อธิบายมารดาเสียงเรียบแกมหมั่นไส้เล็กๆที่ดูเหมือนแม่ของเขาจะเข้าข้างผู้หญิงหิวเงินคนนั้น
“ดูเหมือนธีร์ไม่ค่อยชอบหนูแพรเลยนะ แล้วอย่างนี้จะทำงานร่วมกันได้หรือ?อยากเปลี่ยนเลขาไหม แม่จะได้ย้ายให้หนูแพรไปเป็เลขาของตากรส่วนธีร์เดี๋ยวค่อยหาคนใหม่ หรือธีร์มีคนของธีร์ตามมาจากที่โน่นด้วยล่ะแม่ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ งานจะได้ราบรื่นด้วย” คุณหญิงเพ็ญพักตร์หาทางออกให้บุตรชายเพราะดูแล้วหากปล่อยให้ไปทำงานด้วยกัน มีหวังเกิดปัญหาตามมาแน่ๆยิ่งไม่ชอบหน้ากันแบบนี้และนั่นก็ทำให้หัวใจของธีรพัฒน์กระตุกวูบอีกครั้งแต่ก็ยังรักษาความนิ่งได้ดี
“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกครับ อย่างนี้ก็ดีแล้ว ผมเพิ่งรับตำแหน่งใหม่ถ้ามาเจอเลขาใหม่อีก เดี๋ยวจะพากันยุ่งไปใหญ่ แล้วอีกอย่างผมก็ไม่มีใครตามมาด้วย”ธีรพัฒน์ย้ำประโยคท้ายหนักแน่น พลางคิดในใจถึงเลขาของเขาที่โน่นเมธินี ไม่ใช่เลขาของเขาโดยสายงานสักหน่อย และก็ไม่ใช่พนักงานของบริษัทด้วยเธอขอเข้ามาช่วยงานเขาเอง และก็มาทุกวัน อยู่กับเขาตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืนจนเขาไม่ต้องมีเลขาส่วนตัว
“งั้นแม่ก็ตามใจธีร์นะ หนูแพรเป็คนขยัน ทำงานเก่งแม่เองก็อยากให้เขาทำงานกับเราแบบนี้แหละ ั้แ่มีหนูแพร แม่ก็เบาใจไปเยอะไม่ต้องอ่านเอกสารมากมาย หนูแพรเขาก็รอบคอบดีอ่านสรุปมาให้แม่ทุกอย่างจนแม่แทบไม่ต้องอ่านเองเลย” คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ่ยชมเลขาให้บุตรชายฟังอย่างอารมณ์ดี
“ฮึ! รวมถึงหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายเก่งด้วยหรือเปล่า” คนหมั่นไส้ไม่วายเหน็บแนม
“เอ๊ะ! ตาธีร์นี่ยังไง แม่ไม่คุยด้วยแล้ว จะขึ้นไปพักผ่อนหน่อยเชิญนั่งจมอยู่กับทัศนคติของตัวเองไปเถอะ สักวันอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกัน”ว่าจบ คุณหญิงเพ็ญพักตร์ก็สะบัดหน้าเดินขึ้นชั้นบนไปปล่อยให้คนที่จมอยู่กับความคิดของตัวเองนั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ
‘ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ หวังรวยทางลัด เห็นผู้ชายรวยๆเป็ไม่ได้ ต้องะโเข้าใส่ หาหนทางสุขสบายโดยไม่ต้องลงทุนอะไรนอกจากใช้ร่างกายเป็ใบเบิกทาง แพรวา...เธอก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นทั่วไปนั่นแหละ’
ภายในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลดังเ้าของธุรกิจนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งสมาชิกในบ้านกำลังนั่งสนทนากันอย่างพร้อมเพรียงอยู่ในมุมพักผ่อนของบ้าน
“คุณพ่อขา... เมนี่ยังไม่ไปทำงานกับคุณพ่อไม่ได้หรือคะ”
เมธินีหรือ เมนี่ กำลังออดอ้อนผู้เป็บิดา หลังจากที่บิดาของเธอสั่งให้เธอไปช่วยงานที่บริษัทของตัวเองเพราะเธออยากไปทำงานกับคนที่เธอรักมากกว่า
“ทำไมล่ะลูก พ่อก็เห็นลูกเรียนจบแล้ว ประสบการณ์ทำงานที่โน่นก็มีตั้งหลายปีน่าจะพร้อมมาทำงานให้พ่อได้แล้วนะ”
คนเป็พ่อยังคงไม่เข้าใจในการปฏิเสธของลูกใช่ว่าเขาจะไม่รู้เมื่อไร ว่าลูกสาวตัวเองไปทำงานอยู่กับใครที่โน่นตั้งหลายปีเพียงแต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าฝ่ายชายจะจริงจังกับลูกสาวตัวเองแค่ไหนเพราะไม่เห็นทางโน้นจะออกมาพูดอะไรเลยมีแต่ลูกสาวตัวเองฝ่ายเดียวที่ออกมาป่าวประกาศ
“นั่นสิ ยัยเมย์ กิจการของบ้านเราก็มีออกใหญ่โต งานก็ล้นมือลูกจะไปช่วยทางโน้นเขาทำไม เขาก็ไม่ได้มาขอให้เราไปช่วยสักหน่อย” คุณนายสุนีย์ผู้เป็แม่กล่าวเสริมอีกทีด้วยความไม่พอใจในตัวบุตรสาวที่ดูเหมือนจะไปเสนอให้ฝ่ายชายฟรีๆ
“เมนี่ ค่ะคุณแม่ ไม่ใช่เมย์” เมธินีสะบัดหน้าด้วยความไม่ชอบใจแล้วหันไปออดอ้อนผู้เป็บิดาต่อ
“นะคะ คุณพ่อ ให้เมนี่ไปทำงานกับธีร์ก่อนนะคะ นะคะ” น้ำเสียงออดอ้อนของเธอทำให้ผู้เป็พ่อใจอ่อนยอมให้กับเธอจนได้
“ถ้าลูก้าอย่างนั้น พ่อก็ตามใจ แต่ต้องไม่นานนะเพราะพ่อรอให้ลูกมาช่วยงานของพ่ออยู่”
คนเป็พ่อใจอ่อนเพราะทนเสียงออดอ้อนของลูกสาวสุดที่รักไม่ไหวแม้จะถูกมองด้วยสายตาพิฆาตจากภรรยาก็ตาม
“จุ๊บ คุณพ่อน่ารักที่สุดเลยค่ะ งั้นเมนี่ไปก่อนนะคะ นัดกับเพื่อนไว้ค่ะ”
เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจแล้วจึงรีบออกไปจากตรงนี้ทันทีเพราะรู้ดีว่าคนเป็แม่ต้องขัดใจและรั้งเธอไว้อีกแน่ๆ
“คุณพี่ นะ คุณพี่ ทำไมปล่อยยัยเมย์ไปแบบนี้ ทางโน้นเขาจะดูถูกเราได้นะคะว่าลูกสาวเราไปเสนอตัวให้ลูกชายเขาแบบนี้น่ะค่ะ” คุณนายสุนีย์ออกอาการฮึดฮัดขัดใจที่คนเป็สามีตามใจลูกไม่เข้าท่า พาลจะให้เสียหน้ากันทั้งตระกูล
“เอาน่า คุณนี ลูกก็ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายเมื่อไรกันเดี๋ยวแกเบื่อแกก็กลับมาเองนั่นแหละ อีกอย่างผมก็ยังไม่แก่ขนาดทำงานไม่ไหวนี่นาปล่อยลูกไปสักพักเถอะนะ” เมฆานักธุรกิจรุ่นใหญ่บอกภรรยาอย่างใจเย็น แล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อไป
ทางด้านคนที่หอบงานกองโตกลับมาทำต่อที่ออฟฟิศั้แ่มาถึงเธอก็นั่งทำงานด้วยความตั้งใจอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องท่านประธาน จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานหญิงสาวรู้สึกว่าทำไมวันนี้เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินหรือเพราะเธอมัวแต่ทำงานก็ไม่รู้
“เฮ้อ... เลิกงานแล้วหรือนี่” ใบหน้าสวยก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเองซึ่งบ่งบอกว่าเป็เวลา 17.00 น. พอดิบพอดี
จากนั้นก็เก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าและจัดเอกสารให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อพร้อมเริ่มงานใหม่ในวันรุ่งขึ้นก่อนจะเดินออกจากโต๊ะทำงานของตัวเอง และไม่ลืมที่จะเข้าไปสำรวจความเรียบร้อยในห้องของเ้านายก่อนเสมอเธอทำแบบนี้เป็ประจำจนเคยชิน ไม่ว่าเ้านายของเธอจะมาทำงานหรือไม่ก็ตามเธอก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่นี้ เหตุผลหนึ่งคือหน้าที่ของเลขาที่ดีแต่อีกเหตุผลหนึ่งมันคือหน้าที่ของหัวใจที่สั่งให้เธอเข้ามาเพื่อบอกลาเขาก่อนกลับบ้านทุกวัน
หญิงสาวยืนมองรูปของชายหนุ่มที่อยู่ในห้องเ้านายของเธออย่างหลงใหลเหมือนอยากจะซึมซับเอารายละเอียดของเขาให้อยู่ในความทรงจำของเธอให้ลึกที่สุดเพราะความเป็จริงเธอไม่อาจมองเขาแบบนี้ได้ ผู้ชายที่เพียบพร้อมทุกอย่างทั้งรูปร่างหน้าตา ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง คนอย่างเขาคงมีผู้หญิงที่เพียบพร้อมคู่ควรกับเขามากมายและเธอก็รู้ดีว่าผู้หญิงอย่างเธอคงไม่มีวันได้อยู่ในสายตาของเขาอย่างแน่นอน
“แพรกลับบ้านก่อนนะคะคุณธีร์ แล้วพรุ่งนี้พบกันค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกคนในรูปเหมือนกับว่าเขามีตัวตนนั่งอยู่ที่เก้าอี้นั่นจริงๆ หลังจากตรวจตรา ดับไฟดูความเรียบร้อยภายในห้องเสร็จ หญิงสาวก็ออกมาจากห้องเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
“อ้าว คุณแพร ยังไม่กลับหรือครับ” ทินกรถามหญิงสาวเหมือนไม่ตั้งใจแต่จริงๆ เขามายืนรอเธอตรงมุมห้องนานแล้วแต่เธอไม่เห็นเขาเอง
“ค่ะคุณกร แพรกำลังจะกลับพอดีค่ะ คุณกรมีอะไรหรือเปล่าคะ”
แพรวาถามอย่างสงสัยเพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานแล้วด้วย ผู้ที่มีตำแหน่งอยู่ในฝ่ายบริหารอย่างเขาก็ไม่จำเป็ต้องอยู่จนถึงเวลาเลิกงานนี่นา
“อ่อครับ ผมก็กำลังจะกลับ พอดีเดินผ่านทางนี้เลยแวะมาดูว่าคุณแพรไปหรือยังว่าจะชวนออกไปพร้อมกันเลยน่ะครับ” ชายหนุ่มบอกเจตนาของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
“งั้นเชิญค่ะ แพรพร้อมแล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมกับกระชับกระเป๋าสะพายและผายมือให้ฝ่ายชายเดินนำไปก่อนเธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเดินเคียงข้างเขาเพราะรู้ดีว่ามันไม่เหมาะสมนักแม้จะเป็เวลาเลิกงานแล้วก็ตาม
“ครับ” ทินกรรับคำแล้วเดินตรงไปยังลิฟต์โดยไม่ลืมที่จะหันมาคุยกับหญิงสาวที่เดินห่างเขาในระยะกว่าสองก้าวเดินแพรวามักทำแบบนี้เสมอเวลาเดินกับเขาเธอไม่เคยเดินหรือยืนใกล้ชิดกับเขาเลยยกเว้นแค่ตอนอยู่ในรถเท่านั้นที่ไม่สามารถห่างขนาดนั้นได้ การกระทำของเธอไม่ได้แสดงออกถึงความรังเกียจข้อนี้เขารู้ดีแต่เพราะกลัวคำครหาต่างๆ นาๆ ที่จะพาให้เสื่อมเสียทั้งเขาและเธอรวมถึงท่านประธานที่เธอนับถือเป็อย่างมากด้วย
“คุณแพร ให้ผมไปส่งที่คอนโดนะครับ”
คนเดินนำหันไปบอกหญิงสาวและหวังว่าจะไม่ได้รับการปฏิเสธเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวัง
“ไม่เป็ไรค่ะคุณกร คอนโดแพรอยู่แค่นี้เองค่ะปกติแพรก็เดินไปเดินกลับอยู่แล้ว ได้ออกกำลังกายด้วยค่ะ”
หญิงสาวปฏิเสธอย่างมีมารยาทและเธอก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆ คอนโดที่เธอพักอยู่ใกล้ๆ แค่สามป้ายรถเมล์เธอจึงเดินทางสะดวก ไม่ต้องติดเเหง็กอยู่บนรถเป็เวลานานๆเธอคิดถูกแล้วที่เลือกซื้อคอนโดใกล้ที่ทำงานมากกว่าซื้อรถขับ
“ก็เพราะอยู่ใกล้ไงครับยังไงผมก็ต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว ให้ผมไปส่งเถอะครับ... นะครับ” ไม่ใช่แค่เขาหรอกนะที่ผ่าน เรียกได้ว่าทุกคนที่ออกจากบริษัทก็ต้องผ่านทางนี้ทั้งนั้นแหละ แต่ยังไงซะ วันนี้เขาก็จะไปส่งเธอให้ได้
“เอ่อ... งั้นก็ได้ค่ะ”
แพรวารับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะดูท่าวันนี้เขาเอาจริง เธอเองก็ปฏิเสธเขามาหลายครั้งแล้วด้วยหากยังดื้อดึงปฏิเสธอีก ก็คงเป็การเสียมารยาท
ทินกรพาหญิงสาวไปขึ้นรถของตัวเองแล้วพาขับออกไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นรถสปอร์ตคันหรูของใครบางคนที่จอดอยู่ข้างทางตรงหน้าบริษัท
ธีรพัฒน์กำลังจะเลี้ยวรถเข้าอาคารที่ตั้งของบริษัทเขาตั้งใจมาดูสถานที่ก่อนจะมาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้
พอเห็นรถของเพื่อนออกไปพร้อมกับเลขาคนสวยของแม่เขาจู่ๆ ก็เกิดอาการหงุดหงิดไม่พอใจอย่างไม่ทราบสาเหตุขึ้นมาก่อนจะหันพวงมาลัยรถออกเพื่อติดตามรถของเพื่อนไป ‘ฮึ! นี่ถึงกับเทียวรับเทียวส่งกันขนาดนี้แล้วเหรอ’เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ไม่นานรถคันที่เขาตามก็เข้าไปในคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ธีรพัฒน์แค่ชะลอรถเพื่อมองให้ชัดๆว่าคนที่อยู่ในรถคันนั้นใช่เพื่อนของเขากับเลขาคนดีของแม่เขาจริงๆพอมั่นใจว่าไม่ผิดแน่ ก็รีบบึ่งรถออกไปให้พ้นจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีก ‘นี่นะหรือคนดีของคุณแม่ทีต่อหน้าแม่เขา ทำเป็เรียบร้อยใสซื่อไร้เดียงสา พอลับหลังก็พาผู้ชายขึ้นคอนโดเธอก็เป็เหมือนที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด แพรวา... ผู้หญิงหิวเงิน ไอ้กรก็อีกคนต่อหน้าเขาทำเป็มีลับลมคมใน ที่แท้ก็แอบไปเจาะไข่แดงกันเรียบร้อยแล้วยังจะมีหน้ามาปิดบังเขาอีก’ คิดแล้วมันน่าโมโหนักจะเพราะอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
ธีรพัฒน์ขับรถออกไปบนถนนเรื่อยๆเพื่อสงบสติอารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านอยู่ตอนนี้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็อะไร่นี้รู้สึกเขาจะหงุดหงิดบ่อยขึ้นั้แ่เจอหน้ายัยผู้หญิงหิวเงินคนดีของคุณแม่คนนี้ดูเหมือนยัยนั่นจะทำอะไรก็ขัดหูขัดตาเขาไปซะหมด หรือเพราะเขาเกลียดผู้หญิงแบบนี้ ‘ใช่! เขาเกลียดผู้หญิงแบบนี้ ใช่แล้วเขาเกลียดเธอ’ เมื่อหาคำตอบให้กับตัวเองได้ก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถและมองไปที่ถนนเบื้องหน้าต่อไป
“ขอบคุณค่ะคุณกร”
แพรวากล่าวขณะก้าวเท้าลงจากรถคันใหญ่ของทินกรเมื่อเขาเข้ามาจอดที่หน้าประตูทางเข้าคอนโดของเธอแล้ว
“ไม่เป็ไรครับ ผมยินดี พรุ่งนี้เจอกันครับ” จะดีกว่านี้ถ้าเขาได้มาส่งเธอทุกวันชายหนุ่มในรถคิดในใจอย่างหมายมั่น
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำส่งยิ้มให้ด้วยความเป็มิตรก่อนจะเดินเข้าคอนโดไป
เมื่อกลับมาถึงห้องพักของตัวเองแล้วหญิงสาวก็เตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาจัดการกับอาหารมื้อเย็นของเธอที่เตรียมไว้ในตู้เย็นระหว่างที่กำลังหันซ้ายหันขวาจัดการกับเื่ของตัวเองอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วก็ดังขึ้น
‘สวัสดีจ้ะ มล’ เสียงหวานทักทายเพื่อนสนิทที่โทรมาคุยกับเธอบ่อยๆพิชามล เป็เพื่อนสนิทของเธอั้แ่สมัยเรียนด้วยกันจนกระทั่งเรียนจบแม้จะอยู่คนละคณะกันแต่เธอกับพิชามลก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกันเสมอมา
[สวัสดีจ้ะ แพร] ปลายสายตอบกลับเสียงใส
[แพรกินข้าวหรือยัง มลกับพี่วิทอยากกินอาหารญี่ปุ่นเลยโทรมาชวนแพรไปกินด้วยกันน่ะ]พิชามลถามเพื่อนสาว แล้วหันไปมองพี่ชายสุดที่รักที่ยืนฟังอยู่ข้างๆออกอาการลุ้นจนตัวโก่ง อยากให้อีกฝ่ายตอบตกลง
‘ก็ได้จ้ะมล แพรยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ บายจ้ะ’
แพรวากดวางสายจากเพื่อนรัก แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็วถึงแม้เธอจะเลือกชุดที่สบายๆ เรียบๆแต่งก็ยังทำให้เธอดูสวยหวานและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างไม่ตั้งใจ
ณห้างสรรพสินค้าหรูหราชื่อดังใจกลางเมืองแพรวายืนรอเพื่อนรักด้วยใจจดจ่ออยู่ตรงบริเวณทางเข้า
สาวสวยที่มีใบหน้าหวานละไมยิ่งดูสวยโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นด้วยชุดเดรสสั้นแขนกุด ลวดลายดอกไม้สีชมพูหวานตัดกับสีผิวขาวสะอาดน่าทะนุถนอม ผมที่ถูกรวบไว้อย่างหลวมๆเปิดต้นคองามระหงน่าหลงใหล
“แพร ทางนี้จ้ะ” เสียงใสะโเรียกเมื่อแพรวาหันไปจึงเห็นเพื่อนสาวที่เดินมาพร้อมกับพี่ชาย
“มล เป็ไงบ้าง คิดถึงจังเลย” แพรวาเดินเข้าไปหาเพื่อนพร้อมเอ่ยทักทายด้วยความดีใจั้แ่ต่างคนต่างทำงานก็ไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันบ่อยนัก
“มลก็คิดถึงแพรเหมือนกันจ้ะ” สองสาวสวมกอดกันด้วยความดีใจ
“สวัสดีค่ะ พี่วิท” แพรวายกมือไหว้พี่ชายของเพื่อนเธอมักเจอกับเขาบ่อยๆ เพราะเพื่อนสาวชอบพาพี่ชายไปไหนต่อไหนด้วยเสมอแต่ก็ยังสงสัยว่า เฉพาะที่เพื่อนมาหาเธอหรือเปล่าที่พี่ชายจะตามมาด้วย
หมอวิทยาชายหนุ่มที่มีดีกรีเป็คุณหมอใหญ่มากความสามารถของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแถมยังมีใบหน้าหล่อเหลาขาวตี๋ ผิวพรรณขาวเนียนสะอาด สวมแว่นตาดูภูมิฐานไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่มองกันเหลียวหลังทีเดียว
“สวัสดีครับน้องแพร ไม่เจอกันตั้งนานสบายดีนะครับ” หมอหนุ่มส่งยิ้มอย่างเป็มิตรไปให้หญิงสาวที่เขาแอบปลื้มและหมายปองมานาน
เขาแอบชอบเธอั้แ่เธอยังเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกับน้องสาวแล้วแต่เพราะไม่รู้อีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเขา เขาจึงไม่กล้าบอกความในใจออกไปสักทีก็มีแต่น้องสาวตัวแสบนี่แหละที่คอยเป็สื่อและเป็สะพานให้เสมอๆ
“ค่ะพี่วิท แพรสบายดี” แพรวาตอบพร้อมส่งยิ้มหวานละไมไปให้อย่างเป็มิตรเช่นเดียวกัน
“นี่! จะทักทายยิ้มหวานใส่กันอีกนานไหมคะ มลหิวจะแย่แล้วนะเนี่ยจะไปกันได้หรือยัง”
แม่สื่อสาวแสนน่ารักอดหมั่นไส้พี่ชายตัวเองไม่ได้พอเจอหน้าคนที่ชอบปุ๊บก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่สนใจน้องนุ่งที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เลยนะอย่างนี้ต้องแกล้งให้เลี้ยงข้าวจนกระเป๋าฉีกซะเลยดีไหม
“ไปจ้ะมล แพรก็หิวแล้วเหมือนกัน” แพรวารีบออกปากเอาใจเพื่อนสาว
“งั้นแพรกับพี่วิทเข้าไปในร้านกันก่อนนะ มลขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง” สาวหมวยตาคมไม่ลืมทำหน้าที่ของตัวเองที่จะเปิดโอกาสให้เพื่อนรักได้อยู่กับพี่ชายของเธอตามลำพัง
“อ้าว งั้นให้แพรปะ...” แพรวากำลังจะเอ่ยขอไปเป็เพื่อนแต่ก็ถูกตัดบทซะก่อน
“ไม่เป็ไร แพรเข้าไปสั่งอาหารกับพี่วิทเถอะ จะได้กินเร็วๆ ด้วย” เมื่อพูดจบแม่สื่อสาวหมวยก็รีบเดินออกไปทันที
“งั้นเชิญครับน้องแพร”
หมอวิทยาส่งยิ้มให้น้องสาวเป็การขอบใจที่ช่วยให้เขาได้อยู่กับคนที่แอบชอบแม้จะเพียง่เวลาสั้นๆ ก็ตาม
เมื่อเข้ามานั่งในร้านแล้วพนักงานต้อนรับนำเมนูอาหารมายื่นให้กับลูกค้าทั้งสองคนที่ใครต่างก็คิดว่าเป็คู่รักกัน ฝ่ายชายก็ตี๋หล่อดูสง่ามีภูมิฐานส่วนฝ่ายหญิงก็เรียบร้อยสวยหวาน ดูช่างเหมาะสมกันจริงๆ
********************
แต่ใครจะรู้ว่าบริเวณหน้าร้านนั้นยังมีคู่สร้างคู่สมหนุ่มหล่อสาวสวยอีกคู่กำลังเดินผ่านมาทางนี้ฝ่ายหญิงดูสวยเปรี้ยวด้วยชุดเกาะอกรัดรูปส่วนชายหนุ่มแม้จะสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสบายตากับกางเกงสแล็คเนื้อดีราคาแพงก็ทำให้เขาดูดีหล่อเหลาสะดุดตาละลายใจสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อย
“ธีร์คะ เมนี่อยากกินอาหารญี่ปุ่น เรากินอาหารญี่ปุ่นร้านนี้กันนะคะ”เมธินีส่งเสียงออดอ้อนชายคนรักพยายามบดเบียดทรวงอกนุ่มนิ่มใหญ่โตให้แนบชิดลำแขนแกร่งตลอดเวลา
“อืม... ไปสิ” ธีรพัฒน์บอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ
เขาเองก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกันและไม่ได้ตั้งใจจะมาเจอเพื่อนสาวที่นี่ด้วยเพียงแต่เขากำลังเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้พอดีพบกับเมนี่ที่มาช้อปปิ้งกับเพื่อนๆ ของเธอเข้าเธอก็เลยแยกตัวกับเพื่อนแล้วมาเกาะติดเขาแทนเขาเองแม้จะอยู่ในอารมณ์ที่อยากอยู่คนเดียวมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธเธอได้เพราะอย่างน้อยเธอก็คือเพื่อนของเขาคนหนึ่งที่คบกันมานาน อีกอย่างการมีเธออยู่ข้างๆอาจจะทำให้เขาลืมเื่บางเื่ที่กำลังทำให้เขาหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ก็ได้
ระหว่างที่กำลังเดินตรงไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่สาวสวยข้างกายบอกสายตาคมก็พลันเหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งเปิดเมนูเพื่อสั่งอาหารอยู่ในร้านนั้นอย่างสนิทสนมเหมือนคู่รักฝ่ายหญิงนั้นเขาจำได้ดี เพราะเป็คนที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมาตลอดทั้งวันผู้หญิงคนนั้นกำลังส่งยิ้มหวานหัวร่อต่อกระซิกกับชายหนุ่มหน้าตาดีขาวตี๋ดูภูมิฐานตรงหน้าเธอช่างหน้าไม่อายจริงๆ แพรวา ‘ฮึ!ตอนเย็นกลับบ้านกับอีกคน พอตกตอนค่ำมาอี๋อ๋อกับผู้ชายอีกคนฉันอยากจะรู้นักคนอย่างเธอมีอะไรดีให้ผู้ชายพวกนั้นหลงใหลนักหนา’ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหัวเสีย
“ธีร์ หยุดเดินทำไมคะ” เมธินีเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่จู่ๆ ชายหนุ่มข้างกายก็หยุดเดินเสียดื้อๆ อย่างนั้น
“ผมว่าเราไปกินที่ร้านอื่นกันดีกว่าครับ ในนี้ผมรู้สึกว่ามันร้อนๆพาลให้หงุดหงิดยังไงบอกไม่ถูก” คนขี้หงุดหงิดเริ่มไม่สบอารมณ์
“งั้นเราไปทานข้างนอกก็ได้ค่ะแต่คืนนี้ธีร์ต้องพาเมนี่ไปฟังเพลงด้วยนะคะ”
สาวเปรี้ยวต่อรองอย่างได้ใจเพราะไม่เคยสักครั้งที่ผู้ชายคนนี้จะขัดใจเธอแล้วอย่างนี้จะไม่ให้เธอหลงรักได้อย่างไร
เมธินีมั่นใจว่าธีรพัฒน์ต้องมีใจให้เธอไม่น้อยกว่าที่เธอมีให้เขาแน่ๆไม่งั้นคงไม่คบกันยาวนานขนาดนี้หรอก ธีรพัฒน์เป็คนขี้เบื่อ คบใครไม่นานโดยเฉพาะผู้หญิง ดินเนอร์กันครั้งสองครั้งพอฝ่ายหญิงเริ่มเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขาเขาก็จะสลัดทิ้งให้พ้นตัวทันที แต่ไม่ใช่กับเธอ ดังนั้นเธอจึงมั่นใจได้ว่าสำหรับธีรพัฒน์แล้วเธอคือตัวจริงของเขาอย่างแน่นอน
..........................................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
