บทที่ 15 ฟ้าประทานลาภลอย
แท้จริงแล้ว ฟ่านจิ่นเฉิงอยากจะพาฟ่านซีซีกลับบ้านด้วย เพราะการทำอาหารจะมีความสุขมากขึ้น แต่เด็กน้อยไม่ยอมไป สุดท้ายเขาจึงต้องกลับบ้านเพียงลำพัง
ฟ่านซีซีไม่ยอมไปแน่นอน พอเธอมองเห็นเถียนซือซือออกมาจากสำนักงานขาย เธอก็รีบชี้ให้คุณแม่ทั้งสองดูทันที พลางบอกให้พวกท่าน ‘ร่วมใจกันต่อต้าน’ และจดจำใบหน้าของยัยตัวร้ายคนนั้นไว้
หลิ่วซิ่งฟางพยักหน้า “แววตาของเด็กคนนั้นดูเศร้าหมอง ไม่มีความสดใสเอาเสียเลย”
เมื่อเทียบกับฟ่านซีซีแล้ว เถียนซือซือไม่เพียงแต่ไม่น่ารัก แต่กลับทำให้ผู้คนไม่ชอบอย่างบอกไม่ถูก
แม้กระทั่งรู้สึกเกลียดชัง เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียด ราวกับว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฟ่านซีซีพูดก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่
ส่วนเฉินเยว่อิงก็รู้สึกแปลก ๆ กับเถียนซือซือเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่เป็คนเดียวกัน แต่ทำไมตอนที่เธอเห็นเถียนซือซือเดินจากไปไกล ๆ หัวใจของเธอกลับรู้สึกโกรธอย่างบอกไม่ถูก
เป็ไปได้ไหมว่าเป็เพราะคำพูดของลูกสาวที่ส่งผลต่อเธอ?
ในขณะที่คุณแม่ทั้งสองกำลังสงสัย ฟ่านซีซีเห็นว่าเถียนซือซือเดินไปไกลแล้ว เธอก็รีบวิ่งไปที่สำนักงานขาย
บังเอิญว่าวันนี้ หลินเยี่ยน ซึ่งเป็คนที่เธอสนิทที่สุดเป็คนเข้าเวรพอดี
เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย “พี่เยี่ยนเยี่ยนคะ ร้านเราเพิ่งได้สตรอว์เบอร์รีเกรดพรีเมียมมาใหม่หลายกล่องเลยค่ะ มีพันธุ์หนึ่งชื่อสโนว์ไวท์ หนูเก็บไว้ให้พี่กล่องหนึ่ง คนกันเองลดให้ครึ่งราคาเลยค่ะ เลิกงานแล้วแวะมารับนะคะ”
ดวงตาของหลินเยี่ยนเป็ประกาย “เยี่ยมเลย! เลิกงานแล้วฉันจะแวะไปเอา ซีซี ฉันมีเื่จะคุยกับเธอพอดี”
ฟ่านซีซีชะงักไป “เื่อะไรเหรอคะ?”
เื่ที่เธอจะพูด เธอยังไม่ได้พูดเลยนี่นา! หรือว่าพี่เยี่ยนเยี่ยนจะรู้ว่าเธออยากจะถามอะไร?
หรือว่าเถียนซือซือมาพูดอะไรบางอย่างที่นี่?
หลินเยี่ยนไม่รู้เลยว่าฟ่านซีซีกำลังเหม่อ เธอพูดต่อ “คืออย่างนี้นะ ตอนนี้ร้านของเธอกลายเป็จุดเด่นของย่านนี้ไปแล้ว เ้านายของฉันเลยอยากให้เธอขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตั้งใจจะให้เป็ร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเขตหมี่ซี ห้องแถวห้องแรกที่ว่างอยู่ เราสามารถขายให้เธอได้ในราคาพิเศษ ส่วนห้องที่อยู่ติดกัน เธอก็สามารถซื้อได้ในราคาเดียวกับที่เธอซื้อห้องแรก เห็นด้วยไหม?”
ฟ่านซีซีรู้สึกเหมือนโดนเค้กก้อนโตหล่นทับ เธอคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะตอบกลับ
“เ้านายของพี่ใจดีเกินไปหรือเปล่าคะ แบบนี้เขาก็จะได้กำไรน้อยลงสิ ตอนนี้ราคาบ้านที่นี่น่าจะขึ้นสูงแล้วใช่ไหมคะ ฉันเพิ่งเห็นเพื่อนคนหนึ่งเข้ามาดูบ้าน”
หลินเยี่ยนยิ้ม “อ๋อ ที่แท้เด็กสาวที่เพิ่งเข้ามาเมื่อกี้ก็เป็เพื่อนของเธอหรอกเหรอ เธอกำลังจะมาซื้อบ้านที่นี่ บอกว่าพรุ่งนี้ตอนเที่ยงจะพาที่บ้านมาดู ส่วนเ้านายของฉันลดราคาให้เธอก็เพราะมีเหตุผล อย่างแรกคือ เมื่อชีวิตสะดวกสบายขึ้น บ้านที่นี่ก็จะขายดีขึ้น อีกอย่างคือสินค้าของเธอมีคุณภาพรับประกัน เ้านายเคยเจอพ่อแม่ของเธอ เขาบอกว่าครอบครัวของเธอเป็คนดี”
“และเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ โครงการที่เ้านายของฉันกำลังก่อสร้างอยู่ใกล้ ๆ นี้ยังมีอีกหลายโครงการ โครงการที่ใกล้ที่สุดคือ ‘ฝูจิ่งหยวน’ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คาดว่าอีกสองเดือนก็น่าจะเปิดตัวแล้ว ตอนนั้นคงจะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ร่วมกับ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’...”
ฟ่านซีซีรู้สึกว่านี่เป็โอกาสที่ดีมาก จึงตอบตกลงทันที “ได้เลยค่ะ งั้นพวกเราจะซื้อทั้งหมด แต่ว่าเงินอาจจะไม่พร้อมจ่ายทันที แบบนี้มีปัญหาไหมคะ?”
“ได้ ๆ เ้านายของเราบอกว่าถ้าเงินยังไม่พร้อม ก็ผ่อนผันได้ แต่เขามีคำขอร้องอย่างหนึ่งคือ ร้านของเธอช่วยจัดเตรียมดอกไม้และต้นไม้ให้เขาได้ไหม ต้องเป็ดอกไม้และต้นไม้ที่มีคุณภาพดี เ้านาย้าปรับปรุงสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน เพื่อแข่งขันเป็หมู่บ้านที่สวยงามที่สุด จะมีการประเมินตอนสิ้นปี ค่าใช้จ่ายในการซื้อดอกไม้และต้นไม้สามารถหักออกจากค่าบ้านของเธอได้”
“ได้เลยค่ะ งั้นพี่ช่วยถามเ้านายของพี่หน่อยว่า้าดอกไม้และต้นไม้แบบไหน พวกเราจะจัดหาให้ ถ้าต้องจัดสวนอะไรแบบนั้น ฉันก็สามารถช่วยได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”
“ดีเลย งั้นฉันจะถามเ้านายแล้วบอกเธอพรุ่งนี้นะ”
ฟ่านซีซีพยักหน้า จู่ ๆ เธอก็พูดขึ้นอีกประโยค “พี่เยี่ยนเยี่ยน เพื่อนที่จะมาซื้อบ้านที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้น่ะ ถ้าเธอมาพรุ่งนี้ พี่ช่วยบอกว่าราคาขึ้นเป็ห้าพันหยวนต่อตารางเมตรได้ไหมคะ”
หลินเยี่ยนใ “ทำไมล่ะ?”
เธอคิดว่าฟ่านซีซีจะช่วยเพื่อนต่อรองราคา แต่กลับเป็การขอขึ้นราคา
ฟ่านซีซีดึงเธอไปด้านข้าง แล้วพูดอย่างลับ ๆ “เด็กคนนั้นรังเกียจคนจนแต่ชอบคนรวย แม่ของเธอเป็ชู้กับเ้าหน้าที่ระดับสูง...ถ้าอยู่ในหมู่บ้านของเรา อาจส่งผลเสียได้ แล้ววันนี้ฉันได้ยินเธอกระซิบกับคนอื่นว่า เธอมีข้อมูลภายในว่าในอนาคตเขตหมี่ซีจะมีการสร้างสนามบิน ราคาบ้านจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ครอบครัวของเธอจะซื้อบ้านหลายสิบหลังเพื่อรอการเพิ่มมูลค่า”
“พี่เยี่ยนเยี่ยน แทนที่จะรอให้คนพวกนี้ปั่นราคาบ้าน พี่ขึ้นราคาพรุ่งนี้เลยดีกว่า หรือไม่ก็อย่าขายให้เธอ ถ้าให้ที่ดีที่สุดคือ พี่เยี่ยนเยี่ยน พี่ไปชวนญาติและเพื่อนของพี่มาซื้อสิคะ ฉันคิดว่าแทนที่จะให้ประโยชน์กับคนพวกนี้ ให้ประโยชน์กับคนของเราเองดีกว่า...”
ฟ่านซีซีพยายามโน้มน้าวอย่างเต็มที่ด้วยสีหน้าจริงใจ
หลินเยี่ยนมองเธออย่างเหม่อลอยครู่ใหญ่จึงเอ่ยถาม “ซีซี สิ่งที่เธอพูด...เป็เื่จริงเหรอ? เขตหมี่ซีกำลังจะสร้างสนามบินงั้นเหรอ?”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ฉันว่าไม่ผิดหรอก ฉันรู้จักนิสัยเพื่อนของฉันดี ถ้าไม่ใช่เื่จริง คนที่ขี้เหนียวขนาดนั้น คงไม่มาซื้อบ้านแถวนี้หรอกค่ะ”
ทันใดนั้น พี่สาวคนหนึ่งที่แอบฟังพวกเธอคุยกันอยู่ก็เดินเข้ามา “หนูน้อย พวกเรายังไม่เคยได้ยินข่าวนี้เลยนะ สิ่งที่เธอพูด คงไม่ใช่เื่จริงหรอกมั้ง”
ฟ่านซีซีพยักหน้าอีกครั้ง “เื่จริงสิคะ ไม่รู้สึกเหรอว่าราคาบ้านของพวกพี่ ๆ ขึ้นทุกวัน ถ้าบ้านแถวนี้ขายไม่ดีจริง ๆ เ้านายของพวกพี่จะมาพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่นี่ทำไม แล้วยังให้ที่บ้านฉันสร้างร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเขตหมี่ซีอีก”
“บางเื่ คนวงในคงไม่บอกพวกพี่หรอก จริงสิ พวกพี่น่าจะมีส่วนลดพนักงานนี่ ซื้อเลยสิคะ ไม่มีเงินก็ยืมญาติพี่น้องก่อน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่เอง ขายต่อก็ยังได้กำไร”
“ฉันไม่มีเงิน ไม่งั้นคงจะซื้อสักสิบยี่สิบหลัง แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องทำงานหนัก เป็เ้าของบ้านเช่าสบาย ๆ ไปเลย”
หลินเยี่ยนถูกเธอหยอกล้อจนหัวเราะออกมา “เ้าเด็กคนนี้ ฉันจะจำเื่ที่เธอพูดไว้ ถ้าในอนาคตได้กำไรจริง ๆ ไม่ขาดส่วนแบ่งเธอแน่นอน”
“ฮ่า ๆๆ ฉันรอพี่เยี่ยนเยี่ยนเลี้ยงข้าวอยู่นะ งั้นฉันกลับไปบอกเื่ซื้อร้านค้ากับพ่อแม่ก่อน ไปแล้วนะคะ!”
“ไปเถอะ!” หลินเยี่ยนพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม
หลังจากฟ่านซีซีจากไป หลินเยี่ยนก็ปรึกษากับเพื่อนร่วมงานสองคน และรีบเขียนใบสมัครซื้อบ้านทันที
ก่อนหน้านี้ พวกเธอไม่ใช่ไม่รู้ว่าราคาบ้านในเขตหมี่ซีกำลังขึ้น และพนักงานก็จะได้ส่วนลดพิเศษในการซื้อบ้าน เพียงแต่พวกเธอต้องไตร่ตรองหลายอย่าง พวกเธอมีบ้านอยู่แล้ว ครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดที่จะซื้อบ้านไว้เฉย ๆ จึงไม่กล้าตัดสินใจซื้อ
แต่คำพูดของฟ่านซีซี กลับยิ่งทำให้พวกเธอมุ่งมั่นที่จะซื้อบ้าน
เมื่อเ้าของโครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ รู้ว่าพนักงานของเขากำลังจะซื้อบ้านก็รู้สึกแปลกใจ จึงเรียกหลินเยี่ยนเข้าไปพบที่ห้องทำงาน
ด้วยความซื่อตรงของหลินเยี่ยน เธอจึงเผลอหลุดปากเล่าเื่ของฟ่านซีซี ออกไป