จั๋วเจาเจี๋ยลอบแลบลิ้นปลิ้นตา เพราะอยู่ต่อหน้าคนของสกุลเจียง ไม่สะดวกที่จะพูดในรายละเอียด ทำได้เพียงพูดคร่าวๆ “โสมร้อยปีของบ้านท่านป้ารองหมดแล้ว จึงจะมาขอจากท่านยายสักหน่อย นางไหว้วานให้ข้ามาเอา”
“อืม” โหยวรั่วหังตอบอย่างเบื่อหน่าย เขาเป็คนที่ไม่ถนัดในเื่อะไรอีกนอกจากการเรียนหนังสือ ตนเองกระจ่างในข้อนี้ดี ดังนั้นเื่ทั้งภายนอกและภายในบ้านล้วนมอบหมายให้ปานซื่อเป็คนจัดการ อย่างเื่จะมาเอาโสมในตอนนี้เขาก็ไม่ได้สนใจ ถามเพียงคำเดียวแล้วทำท่าจะเดินออกไป ทันใดนั้นผู้าุโคนหนึ่งของบ้านสกุลเจียงไดพิจารณามองจั๋วเจาเจี๋ยอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามขึ้นว่า “แม่นางคนนี้คือ”
โหยวรั่วหังจึงต้องแนะนำ “นี่คือลูกสาวคนเล็กของลูกสาวคนโตของข้า สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จึงได้รับการเลี้ยงดูในบ้านของข้าั้แ่ยังเล็ก” แล้วสั่งให้จั๋วเจาเจี๋ยเข้ามาทักทายคนของสกุลเจียง
จั๋วเจาเจี๋ยรีบทำความเคารพและทักทาย
ครั้งนี้สกุลเจียงมากันทั้งหมดสี่คน เป็ชายสามหญิงหนึ่ง คนคนนี้ที่เป็ผู้นำท่าทางอายุจะน้อยกว่าโหยวรั่วหังนับสิบปี เขาคือเจียงฉู่เทียน มีศักดิ์เป็อาแท้ๆ ของเจียงซื่อ บิดามารดาของเจียงซื่อได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ครั้งนี้ได้เจียงฉู่เทียนมาขอความเป็ธรรมจากสกุลโหยว ที่โหยวรั่วหังมาต้อนรับด้วยตัวเองก็เพราะเขา อย่างไรก็ดีถึงแม้โหยวรั่วหังจะอายุมากและเกษียณจากฮั่นหลิน เื่ของเจียงซื่อก็นับเป็ความผิดของสกุลโหยว ที่อยู่ถัดออกไปทางด้านหลังของเจียงฉู่เทียนครึ่งก้าวคือฮูหยินรองหลิวซื่อ สตรีเพียงหนึ่งเดียวในคณะของสกุลเจียง อ่อนวัยกว่าเจียงฉู่เทียนอย่างเห็นได้ชัด มีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น ผิวขาว คิ้วเข้มั์ตาคม สวมเสื้อแพรต่วนสีเรียบ กระโปรงไหมบางสีเหลืองคล้ายต้นขิง เกล้าผมแสกข้างแบบโบราณ ใช้ปิ่นปักผมไม่มากนักแต่กลับส่งให้นางงดงามยิ่ง หนึ่งในนั้นเป็ปิ่นปักผมไข่มุก ที่หัวปิ่นมีไข่มุกแดนใต้สีทองอ่อนขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ บนข้อมือสวมสร้อยข้อมือไข่มุกแดนใต้สีเดียวกันประกายแวววาว บ่งบอกถึงฐานะของสกุลเจียงได้
ที่อยู่ถัดออกไปทางด้านหลังอีกสองก้าวก็คือเจียงฝูกวง พี่ชายสายตรงของเจียงซื่อ และเจียงฝูเฟิง ลูกชายคนเล็กของเจียงฉู่เทียน
เจียงฝูกวงมีอายุมากกว่าโหยวเซี่ยนเล็กน้อย ถึงแม้จะไม่เคยรับราชการ แต่ก็สอบได้ระดับซิ่วไฉ สวมเสื้อผ้าสีเรียบ จิตใจเข้มแข็งมีศีลธรรม ตอนนี้มีสีหน้าหนักใจ ท่าทางเศร้าหมอง ยากจะปกปิดความขุ่นเคืองใจเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าเป็กังวลใจเื่การตายของน้องสาวเป็อย่างมาก ตอบรับการเคารพทักทายจากจั๋วเจาเจี๋ยเพียงเสียงในจมูกเบาๆ ท่าทางราวกับไม่อยากสนใจเท่าไรนัก
เจียงฝูเฟิงเป็คุณชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี คิ้วเข้มั์ตาคม ขาวบริสุทธิ์ ท่าทางสุภาพ มีภูมิฐาน สวมเสื้อคลุมบางเบาสง่างาม แม้อายุของเขาจะแก่กว่าจั๋วเจาเจี๋ยเพียงไม่กี่ปี แต่มีลำดับาุโที่เหนือกว่า ด้วยเหตุนี้จั๋วเจาเจี๋ยจึงใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเช่นเดียวกับเวลาพบผู้ใหญ่ เข้าไปทำความเคารพ เจียงฝูเฟิงจึงพูดด้วยความเกรงใจ
“คุณหนูสกุลจั๋วนั่นเอง” เจียงฉู่เทียนหยุดเดิน พูดอย่างยิ้มแย้ม “อาซ้อปานอบรมสั่งสอนคนได้ดีเสมอ แม่นางน้อยก็มีท่าทางสง่างาม สุภาพเรียบร้อย มีไหวพริบเฉลียวฉลาดหาได้ยากยิ่ง เมื่อพบกับผู้ใหญ่ก็รู้จักกาลเทศะ!”
เมื่อได้รับคำชมเชยอย่างกะทันหันเช่นนี้ จั๋วเจาเจี๋ยก็อมยิ้มและมีท่าทีเขินอาย แน่นอนโหยวรั่วหังเอ่ยต่อทันทีว่า “น้องเจียงชมเกินไปแล้ว” ตามมารยาทเท่านั้น แล้วจึงพูดต่อว่า “ขอเชิญน้องเจียงไปคุยกันที่ห้องโถงดีกว่า”
เจียงฉู่เทียนเผยสีหน้าที่เป็มิตรออกมาก่อนเอ่ยว่า “ท่านพี่ ข้าเฝ้ารอให้วันนี้มาถึง ถึงแม้จะมีธุระสำคัญเื่อื่น แต่ก็รับการคารวะจากเด็กรุ่นหลังมือเปล่าไม่ได้” พูดแล้วก็คลำไปบนตัว วันนี้เขามาเพื่อ้าถามหาความเป็ธรรม จึงไม่มีของขวัญวันพบหน้าติดตัวมาด้วย แต่นางเป็หลานสาวสายตรงของิ่ผิงโหว เจียงฉู่เทียนจึงยอมถอดป้ายหยกโบราณชิ้นหนึ่งออกมาจากเอว “วันนี้ข้ามาด้วยความเร่งรีบ หยกชิ้นนี้ไม่ได้มีค่าอะไรมากนัก ถือว่าเป็ของกำนัลมอบให้แม่นางน้อย”
โหยวรั่วหังรีบเข้ามาขวางไว้ตามสัญชาตญาณ “บังเอิญผ่านมาพบกับผู้หลักผู้ใหญ่ ก็สมควรแล้วที่ต้องเข้ามาทำความเคารพ ป้ายหยกโบราณชิ้นนี้เป็ของรักติดตัวของน้องเจียง จะเอามาให้เด็กได้อย่างไร”
“แค่เป็ของขวัญสำหรับวันพบหน้าเท่านั้นเอง” เจียงฉู่เทียนกับโหยวรั่วหังเขาผลัดกันปฏิเสธอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยัดป้ายหยกนั้นใส่มือของจั๋วเจาเจี๋ย หลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ แม้จะไม่พูดอะไรมากนัก แต่ก็อมยิ้มพร้อมถอดสร้อยข้อมือออกมาให้จั๋วเจาเจี๋ยสวมไว้ เห็นเหตุการณ์เป็เช่นนี้ เจียงฝูกวงกับเจียงฝูเฟิงที่อยู่ด้านหลังก็สบตากันครู่หนึ่ง แล้วคลำไปบนเนื้อตัวเช่นกัน โหยวเจิ้นกับโหยวเซียวจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ทำให้จั๋วเจาเจี๋ยได้ถุงหอมสีทองบริสุทธิ์มาใบหนึ่งและจี้หยกขาวมาอีกชิ้นหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างทักทายกันด้วยความเกรงใจอีกครู่หนึ่ง จึงเดินเข้าไปเรือนตวนอี๋ย่วนพร้อมกัน
แต่พอเข้าไปแล้วกลับไม่พบปานซื่ออยู่ในห้อง โหยวรั่วหังกระแอมครั้งหนึ่งก่อนจะอธิบายว่า “เกิดเื่วุ่นวายอย่างเช่นเมื่อวานนี้ จิตใจของนางจึงเศร้าหมอง เมื่อคืนวานอาการไม่ค่อยสู้ดี เช้าวันนี้เลยลุกไม่ขึ้น”
เจียงฉู่เทียนเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ว่าอาซ้อปานรักหลานฝูเย่ว์มาโดยตลอด แต่ตอนนี้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น อย่างไรพวกเราก็ต้องเข้ามาสอบถาม...”
“น้องเจียงพูดถูก” โหยวรั่วหังพูดอย่างจริงใจ “เื่นี้ครอบครัวของข้ารู้สึกผิดต่อสะใภ้ใหญ่มาก”
ในขณะที่พวกเขาเริ่มพูดขึ้น หลิวซื่อก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “ข้าขอไปหาอาซ้อปานที่เรือนด้านหลังนะเ้าคะ”
จั๋วเจาเจี๋ยรีบเอ่ย “ถ้าฮูหยินผู้เฒ่าไม่รังเกียจ ข้าจะพาท่านเข้าไป”
ในห้อง ปานซื่อหน้านิ่วคิ้วขมวดนั่งพิงเสาเตียง มีผ้าคาดอยู่ที่หน้าผาก จิตใจอ่อนล้า ในมือมีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง คอยยกขึ้นซับหางตาอยู่เป็ระยะ
“อาซ้อปาน” พอหลิวซื่อผ่านเข้าประตูมา เห็นภาพตรงหน้าก็เรียกด้วยเสียงแ่เบา ปานซื่อคล้ายเพิ่งตื่น พยายามจะลุกขึ้นนั่ง หลิวซื่อรีบบอก “รีบนอนลง รีบนอนลง! อย่าลุกขึ้นมาให้เหนื่อยเลยเ้าค่ะ”
ปานซื่อถูกหลิวซื่อจับกดลงบนเตียง จึงจับมือของนางไว้ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วร้องไห้ “ข้าผิดต่อฝูเย่ว์!”
“เห้อ...” หลิวซื่อถอนหายใจอย่างเศร้าหมอง แตะที่หลังมือของนางเบาๆ เอ่ยว่า “อาซ้อปานอย่าพูดเช่นนี้เลย ท่านเป็คนที่ยึดถือกฎเกณฑ์มาตลอด พวกเราต่างก็อายุมากแล้ว...เื่ราวมากมาย ไม่จำเป็ต้องไปเก็บมาคิด...”
ฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ ปานซื่อปาดน้ำตาแล้วพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “อาเซี่ยนน่ะ ฮูหยินสกุลหลิวอย่างเ้าก็ใช่ว่าจะไม่รู้ เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แค่เลอะเลือนไป ถูกหญิงชั่วนั่นปิดหูปิดตา...”
“อาซ้อปานอย่าได้โศกเศร้าเสียใจไปเลย สุขภาพเป็สิ่งสำคัญนะเ้าคะ” หลิวซื่อไม่ตอบรับเื่โหยวเซี่ยน กลับมองไปยังจั๋วเจาเจี๋ยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักก่อนแย้มยิ้มเอ่ย “ท่านอบรมสั่งสอนหลานสาวได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้! ท่านต้องแข็งแรงเพื่อนางนะเ้าคะ”
ปานซื่อคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมองเห็นจั๋วเจาเจี๋ย จึงกลั้นเสียงสะอื้นไว้พลางตำหนิเสียงเบา “ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เ้ามาทำอะไรตรงนี้”
จั๋วเจาเจี๋ยตอบด้วยความประหม่า “ข้า...”
“ใครว่าล่ะ!” หลิวซื่อรีบเกลี้ยกล่อม “อาซ้อปานก็รู้ว่าครอบครัวของข้าน่ะมีคุณชายมากมาย แต่มีคุณหนูเพียงไม่กี่คน เท่าที่มีอยู่นั้นมีตรงไหนที่สู้คุณหนูจั๋วได้บ้างล่ะ ขอไม่ปิดบังอาซ้อปาน เมื่อครู่ที่บังเอิญพบกันระหว่างทาง มันทำให้ข้าตาสว่าง! นางอยู่ที่นี่ อาซ้อปานก็ดูสบายอกสบายใจขึ้น”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad