บทที่ 4 พบกันครั้งแรก
เฉวี่ยต้วนหยิบผ้าขาวขึ้นมาซับเืที่เปื้อนมืออย่างลวก ๆ โลน ๆ แล้วรินชาร้อนลงจอกเพื่อดื่มสงบใจ พลางเอ่ยถามถึงความคืบหน้า ต่อภารกิจที่ตนมอบหมายให้องครักษ์คนสนิทอย่างตงฉือไปจัดการ
“แล้วเด็กนั่นเป็อย่างไรบ้าง?” เสียงโทนทุ้มเกริ่นนำขึ้นมาก่อน
“คุณหนูปลอดภัยดีขอรับ ตอนนี้พวกนางเล็ก ๆ กำลังชำระร่างกายให้คุณหนู ผิดก็แต่สภาพความเป็อยู่ของคุณหนูนั้น…” น้ำเสียงสุดนอบน้อมของตงฉือสะดุดหนึ่งจังหวะ เมื่อต้องพูดถึงความทุกข์ยากของคุณหนูถงหลี ที่ในตอนนี้มีสถานะเป็ทายาทเพียงคนเดียวของไคกั๋วกงผู้ทรงอำนาจ แห่งตระกูลหลิว
“อย่างไร!!!” ใบหน้าที่แต่เดิมก็ไม่ได้ถนัดยินดีกับสิ่งใด บัดนี้เน้นเส้นเสียงเสียจนตงฉือเริ่มยำเกรง
“หลังจากแม่นางกู้สิ้นชีพ คุณหนูก็อยู่ใต้ชายคาหลังเก่าซอมซ่อ ร่วมกับสตรีนิสัยโสโครกน่ารังเกียจคนหนึ่ง นางแทนตนเองว่าท่านป้า แต่ใช้งานคุณหนูของพวกเราอย่างถนัดถนี่ ที่สืบมาได้ คือคุณหนูผู้น่าสงสารถูกบังคับให้ไปรับจ้างล้างจาน ที่หอสุราประจำตำบล แลกเงินเพียงวันละ 2 ตำลึงขอรับ”
ห้าวตงฉือรายงานตามจริงมิได้มีขาดตกบกพร่อง ทั้งที่รู้ดีว่า…เื่เล่าพวกนี้อาจทำให้ผู้เป็นายเดือดดาลขึ้นมาง่าย ๆ แต่มองอีกมุมหนึ่งตงฉือก็คิดว่า เื่อันยากลำบากของคุณหนู นายท่านหลิวควรรับรู้ไว้ เผื่อว่าสิ่งนี้มันจะสามารถเรียกร้องความเห็นใจจากนายท่านผู้เ็าได้บ้าง
“เหลวไหล!! คนพวกนั้นมันกล้าดีอย่างไรมาใช้งานบุตรสาวของข้า!” จอกชาในมือถูกทุ่มทิ้งอย่างหัวเสีย แม้แต่ตงฉือที่นั่งอยู่ไม่ไกล ยังคาดไม่ถึงว่าหลิวกั๋วกงผู้เ็าและไม่สะทกสะท้านกับผู้ใดง่าย ๆ จะออกไม้ออกมือทันควัน
ต่อให้หลิวเฉวี่ยต้วนกับถงหลีจะอยู่ในความสัมพันธ์พ่อลูก ที่ไม่เคยสนิทสนมกันมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเฉวี่ยต้วนเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ ว่าอดีตภรรยารักอย่างกู้เลี่ยงจินให้กำเนิดทายาทตัวน้อย เพราะเหตุผลประการนี้เฉวี่ยต้วนที่ทราบข่าว จึงสั่งให้บริวารใต้บัญชาระดมแรงออกค้นหา บุตรสาวเพียงคนเดียวจนแทบพลิกผืนแผ่นดิน
แต่เดิมก็จินตนาการไว้บ้าง ว่าบุตรสาวนามว่าถงหลี อาจจะตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะแน่นอนว่าทุกหย่อมหญ้าในแว่นแคว้น ไม่มีสถานที่ใดจะสุขสบายได้เท่าจวนสกุลหลิวอีกแล้ว แต่พอได้ฟังสิ่งที่ตงฉือรายงาน เฉวี่ยต้วนจึงรับรู้ว่าตนเองนั้น คาดเดาไว้สูงกว่าความเป็จริงมากโข
เพราะแบบนี้เฉวี่ยต้วนถึงเดือดดาลได้ง่าย ๆ ไม่สามารถฟังหูไว้หูได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าอย่างไรถงหลีก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของตน ระดับนี้จะปล่อยให้พวกมือไม้สกปรก มารังแกทายาทเพียงหนึ่งเดียวของจวนกั๋วกงตามใจชอบได้อย่างไร
เอาเป็ว่าเฉวี่ยต้วนจะไม่ปล่อยผ่าน เื่ใดที่เกี่ยวข้องกับถงหลี จะถูกรื้อฟื้นทั้งหมด ผู้ใดเคยทำไม่ดีกับถงหลี พวกมันจำเป็ต้องได้รับผลกรรมคืนสนอง ทวยเทพไม่เสกสั่งก็ช่างหัวมันปะไร ตัวข้าหลิวเฉวี่ยต้วนอำนาจล้นหลาม เหตุใดต้องรอพึ่งพาทวยเทพด้วยเล่า!
“ว่าแต่! นางหน้าตาเป็อย่างไร เหมือนข้า หรือเหมือนมารดาของนาง” น้ำเสียงโทนทุ้มเปลี่ยนเป็แหบพร่าเมื่อกล่าวถึงรูปโฉมของถงหลี
“เอ่อ…” ด้านตงฉือไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เพราะใบหน้าอ้วนกลมของคุณหนูขมุกขมัวยิ่งนัก คราบเปื้อนเปรอะเต็มใบหน้า ผิวกายก็ถูกปกปิดด้วยคราบเหงื่อไคลไร้ราศี
“เอ่อ ๆ อะไรของเ้า!” ยังไม่ทันไรหลิวเฉวี่ยต้วนก็ลุกพรวดขึ้นจากฐานที่นั่ง แล้วสะบัดปลายแขนเสื้อแทบพาดหน้าของตงฉืออย่างประหลาดพิลึก คนที่ยังนั่งอยู่กับที่อย่างห้าวตงฉือ...ได้แต่ถลึงตาให้กับผีสางในอากาศ พลางใคร่ครวญเพียงลำพังว่า เหตุใด่นี้หลิวกั๋วกงถึงได้อารมณ์แปรปรวนนัก ประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย พลอยให้ข้าทาสบริวารอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมด
‘คงมิใช่ว่าพากลับมาผิดคนหรอกนะ’
เฉวี่ยต้วนเดินไปไกลแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดพร่ำพูดคล้ายคนหัวเสีย แล้วสาวเท้ายาว ๆ ออกนอกห้องลับ มุ่งตรงไปที่โถงใหญ่เพื่อรอพบหน้าบุตรสาว หากว่าเ้าตงฉือพากลับมาผิดตัว จะได้ส่งกลับภูมิลำเนาในทันที
อันสกุลหลิวไม่ใช่โรงทานการกุศล ที่จะรับเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้ไว้ดูต่างหน้า อย่างไรก็ยังมั่นคงต่อเจตจำนงเดิม ว่าคนที่จะชุบเลี้ยงภายใต้ตระกูลหลิว จะต้องเป็ทายาทสายตรงของหลิวเฉวี่ยต้วนกับกู้เลี่ยงจินเท่านั้น
.
.
“คุณหนูขอรับ! ตราบใดที่ยังมิทราบกฎจวน จะวิ่งไปทั่วเช่นนี้มิได้”
มือสังหารหนุ่มที่ต้องผันตัวมาเป็องครักษ์เงาของถงหลี ไม่เคยได้อยู่อย่างสงบ และไม่เคยได้อยู่เป็เงามืดตามที่ลับตาคน อย่างที่ควรจะเป็ ยามนี้เสิ่นเจียอี้กุมฝักกระบี่แน่น วิ่งตามคุณหนูถงหลีอย่างฉุกละหุก เรียกว่าแทบมิได้หยุดพัก
“กฎจวน 1800 ข้อ ท่านเก็บไว้ใช้เองเถอะ ตอนนี้ถงหลีจะไปพบท่านพ่อให้ได้” เสียงเล็กเจื้อยแจ้วดังโต้ตอบบุรุษผิวขาวร่างสูงโปร่ง ที่กำลังวิ่งไล่ตามมาติด ๆ ความครึกครื้นที่เพิ่งเกิดขึ้นในจวนสกุลหลิวในรอบหลายปีนี้ ต่างปรากฏในอาณาสายตาของบ่าวไพร่ ตลอดจนสมาชิกทุกชีวิตในจวนสกุลหลิว
ความสดใสและไร้เดียงสาของถงหลีสร้างรอยยิ้มให้ผู้พบเห็นได้ง่าย ๆ
ฮึก!! (เสียงเนินหัวกระทบกับของแข็งบางชนิด)
เพราะมัวแต่เหลียวหลังจึงไม่ทันได้ระมัดระวัง และไม่ทันได้เพ่งพินิจดูสิ่งกีดขวางให้ดี โชคดีที่พอแหงนหน้าขึ้นมอง สิ่งกีดขวางที่แข็งทื่อชิ้นนั้น มิใช่ของมีคม หรือข้าวของมีค่าของจวนหลิว แต่มันเป็เพียงแค่ท่อนขาใหญ่ ๆ ของใครคนหนึ่ง
“ท่านก็เป็พวกเดียวกันกับพี่ชายตงฉือสินะ”
ถงหลีเอ่ยปากด้วยความไร้เดียงสา ก่อนจะโค้งคำนับจนหน้าผากเกือบทาบหัวเข่า ทว่าดันติดพุงน้อย ๆ เสียก่อน
วินาทีที่ได้ฟังเสียงเล็ก ๆ ของเด็กหญิง และได้จ้องมองใบหน้าอ้วนกลมของถงหลีอย่างละเอียด เฉวี่ยต้วนก็ไม่กล้าสงสัยในตัวนางอีก ใบหน้ากลมกลึง ลานแก้มแดงปลั่ง เืฝาดสูบฉีดไหลเวียนดี สัดส่วนครึ่งหน้า หน้าผาก-คิ้ว-ตา เหมือนกู้เลี่ยงจินยิ่งนัก ส่วนจมูก ปาก คาง ปฏิเสธไม่ได้ว่า...เหมือนผู้เป็บิดาราวลอกคราบกันออกมา
ผิวพรรณเปล่งปลั่งขาวละเอียด บ่งบอกได้ถึงชาติตระกูล ยิ่งได้แต่งกายในชุดสีชมพูอ่อนปนส้มนวล ยิ่งเสริมส่งให้เด็กน้อยผู้นี้ ดูเหมาะสมแก่การเป็คุณหนูใหญ่จวนหลิว ซึ่งมีบิดาบังเกิดเกล้าเป็ถึงขุนนางใหญ่แห่งต้าน้วน ยศไคกั๋วกง ที่ใครได้ยินกิตติศัพท์ก็ต้องหดหัวเข้ากระดองแทบไม่ทัน
“ตงฉือเป็องครักษ์คนสนิทของข้า จะพูดให้ถูก ข้าเป็พวกเดียวกันกับเ้าต่างหาก” เฉวี่ยต้วนพูดกำกวมเป็ปริศนา ก่อนจะยื่นปลายนิ้วไปแสกผมหน้าม้าบาง ๆ ของถงหลี แล้วพบปานแดงรูปดอกจื่อเถิงประดับอยู่ นี่ก็ชี้ชัดแล้วว่าเด็กคนนี้มีลักษณะตรงตามที่ใจความในจดหมายบรรจงบอก
ส่วนผู้ที่ส่งจดหมายถึงหลิวเฉวี่ยนต้วนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็อดีตสาวใช้คนสนิทของกู้เลี่ยงจิน ครั้งที่นางเป็ฮูหยินจวนหลิว เลี่ยงจินสนิทกับสาวใช้นามว่าชวงเถามากที่สุด หลังเลี่ยงจินตัดสินใจหย่าขาดกับสามีอย่างเฉวี่ยต้วน ชวงเถาก็ติดตามไปรับใช้นาง โดยให้สัญญาว่ายากลำบากไม่แยกจาก
กระทั่งระหกระเหออกจากเมืองใหญ่ได้สำเร็จ เลี่ยงจินก็วางยานอนหลับแก่ชวงเถาแล้วทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง พร้อมกับเงินหนึ่งถุง ใจความด้านในเต็มไปด้วยคำอวยพร แล้วยังทิ้งท้ายไว้ว่า...้าให้ชวงเถาใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี จงมีชีวิตตามที่้า อย่าได้ห่วงนาง
ประโยคสุดท้ายของกระดาษแผ่นบาง ทำให้ชวงเถาต้องสะอึกอึ้ง แล้วโขลกหัวคำนับฟ้าดินสามครั้ง แม้นางไม่ได้มีความสามารถหยั่งรู้ได้ว่านายหญิงกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงได้ตัดสินใจหนีไปตัวคนเดียว
ในเมื่อชวงเถาเองฐานะต่ำต้อย จนปัญญาจะออกตามหาผู้เป็นาย จึงตัดสินใจปักหลักอยู่ที่เมืองซานอู่ เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งนายหญิงจะหวนกลับมา
กระทั่งวันเวลาผ่านไปนานนับปีก็ไร้ซึ่งวี่แวว ทว่าปีนั้นเลี่ยงจินกลับปรากฏตัวที่เมืองซานอู่เพียงเพราะคิดถึงสหายเก่าอย่างชวงเถา นางเพียงมากินบะหมี่สักชามเพื่อระลึกความหลัง คาดไม่ถึงว่าจะได้พบชวงเถาโดยบังเอิญ ซึ่งก็เป็ธรรมดาที่พวกนางจะเล่าเื่ของตัวเองสู่กันฟัง ตลอดจนไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างละเอียด
และเลี่ยงจินจึงมีโอกาสบอกความลับขั้นสุดยอดกับชวงเถา ว่านางมีบุตรสาวที่ต้องเลี้ยงดู นามว่าถงหลี เป็ชื่อที่เฉวี่ยต้วนเคยพูดเปรย ๆ ว่าหากวันใดวันหนึ่ง มีบุตรชายกับนาง เขาจะตั้งชื่อว่า หลิวถานฉง หากมีบุตรสาวจะตั้งชื่อว่า หลิวถงหลี
ว่าไว้เพียงเท่านี้...ก็ถึงเวลาที่เลี่ยงจินต้องเดินทางกลับตำบลหนานเฉิง เพราะหากออกจากเมืองซานอู่ช้ากว่านี้ พวกเรือรับส่งข้ามฝั่งคงไม่รอนางแน่ ๆ หากจะค้างแรมที่นี่ก็ยิ่งไม่เหมาะสม ในใจคนเป็แม่ห่วงใยบุตรสาว ที่นั่งตากหมอกตากลมรอที่บ้านยิ่งนัก
ดังนั้นคำกล่าวลาของเลี่ยงจิน จึงกลายเป็คำเชิญชวน ให้ชวงเถาไปร่วมเล่นโคมไฟที่ตำบลหนานเฉิง ในเทศกาลไหว้เทพเ้า ซึ่งเป็ธรรมเนียมที่ขึ้นชื่อของท้องถิ่น ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
แต่เมื่อชวงเถากับสามีและลูกชายอีกสองคนเดินทางไกลไปถึงถิ่น กลับได้ร่วมข่าวร้ายมากกว่าได้ร่วมฉลองยินดี มันเป็ข่าวร้ายที่ทำให้ชวงเถาลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต…
กู้เลี่ยงจินตกหน้าผาตายขณะปีนขึ้นไปเก็บสมุนไพรหายากบางจำพวก เพราะอยากนำเงินมาซื้อเนื้อหมูติดมัน ทำอาหารแสนอร่อยให้ถงหลี ในวันเกิดครบรอบสามขวบของลูกสาวตัวน้อย…