เงาร่างนั้นมาหยุดในส่วนลึกของวิหารด้านหน้าของเงานั้นปรากฏประตูขึ้นบานใหญ่สองบานปิดทับกันสนิทอยู่ข้างบนบานประตูติดแผ่นป้ายหินเก่าแก่สลักไว้ว่า ‘ปักษาเพลิง’ เงาร่างนั้นค่อยๆปรากฏกายขึ้นท่ามกลางแสงเทียนสลัวเป็ชายหนุ่มผู้หนึ่งหน้าตาหล่อเหลาทว่าความหล่อเหลานั้นได้ปนอยู่กับความหม่นหมอง
แต่เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นแหงนมองไปที่ป้ายบนประตูความเศร้าหมองนั้นก็ลดน้อยลงเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มที่ค่อยๆเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ั์ตาที่หม่นหมองก็แปรเปลี่ยนเป็สุกสกาวมันจ้องงมองคำว่าปักษาเพลิงไม่รู้เพราะเหตุใดจึงทำให้รู้สึกว่าอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ที่แท้วิหารนี้ก็คือวิหารปักษาเพลิงที่หายสาบสูญไปเมื่อห้าหมื่นปีที่แล้ว!”เงาร่างนั้นสั่นไหวเหมือนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ใช่แล้ว! มันกำลังสั่นไหวด้วยความดีใจ
ทว่าชายหนุ่มยังคงมองไปอย่างไม่เชื่อสายตา“จริงรึเนี่ย ที่แท้สิ่งที่ข้าได้ยินในฝันก็คงจะเป็ที่นี่เองสินะ” ในที่สุดความฝันของมันก็ใกล้จะเป็จริงสักที
วิหารปักษาเพลิงเป็หนึ่งในสี่วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของทวีปทั้งสี่มีวิหารปักษาเพลิงอยู่ทวีปหนานโจว ในอดีตวิหารทั้งสี่เป็ดั่งเสมือนผู้ปกครองดินแดนคุมกฎเหล่าแว่นแคว้นทั้งหมดในจตุทวีปมีอำนาจเหลือล้นครอบคลุมทั้งโลก แต่เมื่อห้าหมื่นปีก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นทำให้จอมยุทธ์ของวิหารทั้งสี่มากมายล้มตายลง วิหารทั้งสี่หายสาบสูญไปจากสถานที่เดิมนับเป็โศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของจตุทวีปโดยแท้
“ที่แท้วิหารก็ถูกอาคมเคลื่อนย้ายมานี่เอง”ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อนไม่ว่าจอมยุทธ์ศิษย์รุ่นหลังจะหาวิหารเพื่อฟื้นฟูเท่าไหร่ก็หาไม่พบจึงได้ไปก่อตั้งสำนักใหม่ของตนขึ้นมามากมายแต่ที่มันไม่เข้าใจคือเหตุใดอักขระอาคมป้องกันของวิหารจึงมีที่เดียวตรงกับดักที่หยวนจงตายเท่านั้นระหว่างทางไม่ได้พบเจอเลยแม้แต่น้อยเป็ไปไม่ได้ที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็จุดศูนย์กลางของทวีปจะอ่อนแอถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปภายใน อักขระอาคมภายในห้องเริ่มทำงานแสงสีแดงจ้าะเิออกมาจากกึ่งกลางแท่นิญญา ปลดปล่อยอันน่าเกรงขามออกมาชายหนุ่มหน้าซีดเผือด มันพึ่งจะนึกถึงเื่กับดักอาคมไม่นานเท่าไหร่ก็มาเจอได้ง่ายดายเพียงนี้“นี่...ข้าต้องตายจริงหรือนี่!”มันเอ่ยออกมาด้วยสัญชาตญาณของความกลัว เหงื่อเย็นไหลหยดลงพื้นไม่หยุดเกิดเสียง ‘ติ๋ง’ เป็เวลานาน
แสงสีแดงนั้นเปล่งพลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มันลืมหายใจ“เพลิงอะไรกันน่ากลัวเช่นนี้?!” สีหน้าของมันแตกตื่นถึงที่สุดเพลิงสีแดงค่อยๆหลอมรวมกลายเป็รูปร่าง ปรากฏเป็นกั์ตัวหนึ่งตัวสูงใหญ่แผ่รัศมีบารมีดั่งเทพอัคคีออกมา
“ใช่แล้ว! ต้องใช่แน่!”ชายหนุ่มั์ตาลุกวาวหน้าตาของมันตอนนี้เปลี่ยนจากความกลัวเป็ความปิติอย่างท่วมท้นมันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ลืมไปหมดลืมแม้กระทั่งความร้อนและความโศกเศร้า“ผู้เยาว์ขอคารวะผู้าุโปักษาเพลิง” ชายหนุ่มยืนประสานมือโค้งกายคารวะ
“...ในที่สุดก็มีคนมาปลุกเราจากการหลับใหลเสียที เราเฝ้ารอเวลานี้มาหลายหมื่นปี”เสียงที่กล่าวออกมานั้นนุ่มนวลอย่างยิ่ง คล้ายเสียงของสตรีผู้สูงศักดิ์หากแต่ช่างไพเราะเสนาะหูมากเสียกว่า เสียงนั้นเกินกว่าคำบรรยายใดๆ
“เ้าเป็ผู้ใดกัน” ปักษาเพลิงเปลี่ยนรูปร่างของตนให้กลายเป็หญิงรูปงาม ผมยาวสละสลวยสวมอาภรณ์ภัณฑ์สีชาดก้าวย่างของนางคงเต็มเปี่ยมไปด้วยกิริยามารยาทที่งดงาม แต่ก็แผ่ล้นด้วยพลังอำนาจอันเหนือประมาณ
นางลดพลังรัศมีลง เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่ยืนคารวะตนอยู่นั้นเริ่มจะยืนไม่อยู่เหงื่อไหลชโลมทั่วตัวด้วยความร้อนจากเพลิงของนาง ถึงแม้ว่าพลังของนางจะลดลงกว่ากาลก่อนเหลือเพียงหนึ่งในสิบส่วนก็ตาม และนางก็ไม่ได้ปลดปล่อยพลังกดดันออกมาแต่อย่างใดทว่าชายหนุ่มก็ยังคงไม่อาจต้านทานรับไหวได้
ขณะนี้แรงกดดันที่หนิงเฟยหลงได้รับลดลงอย่างมากสีหน้าจึงดูดีขึ้น“ผู้เยาว์มีนามว่าหนิงเฟยหลง ได้เดินทางมาจากเมืองเซียงเพื่อมาหาวิธีการทะลวงเส้นลมปราณ” หนิงเฟยหลงตอบความจริงออกไป
“ที่แท้เ้าก็มาเพื่อจุดประสงค์นี้แต่ว่าเ้าเข้ามาในวิหารของข้าได้อย่างไร?” ปักษาเพลิงไม่คิดว่าจะมีปุถุชนที่ไร้พลังสามารถเข้ามาได้
เดิมทีนางคิดว่าคนที่จะเข้ามาปลุกนางจากการหลับใหล คือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพขึ้นไปเสียอีกที่จริงขอบเขตแดนพิภพที่คิดว่าจะย่างก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ก็ยากมากเสียแล้วที่นี่มีกับดักหลายชั้นโดยเฉพาะเพลิงปักษาที่นางได้ใช้ทำกับดักไว้ขั้นแรกก็สามารถเผาผลาญขอบเขตแดนพิภพได้แล้วยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงกับดักอาคมอื่นว่าจะมีความเหนือล้ำเช่นใด
“หากจะว่าไปแล้วที่ผู้เยาว์เข้ามาได้ ล้วนแต่เป็เหตุบังเอิญเท่านั้น”หนิงเฟยหลงได้เริ่มเล่าเหตุการณ์ั้แ่มาถึงวิหารจวบจนเข้ามาในห้องที่ปักษาเพลิงอยู่ให้นางฟัง
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ อาจเป็เพราะว่ากับดักอาคมที่เหลือชำรุดไม่ทำงาน เ้าถึงรอดมาได้จนถึงที่นี่ได้อย่างง่ายดายช่างเป็เด็กหนุ่มที่โชคดีอะไรเช่นนี้” ปักษาเพลิงมองมาที่ตัวของชายหนุ่มด้วยสายตาที่สงบนิ่งภายในตาของนางดูลุ่มลึกเกินจะหยั่งถึงชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงห้วงลึกที่ไม่มีสิ้นสุดภายในดวงตานั้น ในใจเกิดความหวาดหวั่นไม่น้อย
มันรู้สึกว่าถูกมองเข้ามาอย่างทะลุปรุโปร่งเพียงแค่ราชันย์ปักษาเพลิงมองมาเท่านั้นทำให้รู้สึกเย็บวาบเข้าไปถึงดวงจิตสีหน้าของมันเริ่มขาวซีด
“ข้าสำรวจเส้นลมปราณของเ้าแล้ว เส้นลมปราณของเ้าอุดตันอย่างหนักทำให้ตลอดเวลาหลายปีนี้เ้าไม่สามารถฝึกฝนพลังยุทธ์ได้แม้แต่การออกแรงกายปกติเ้าก็ยังทำไม่ได้มาก เ้าอ่อนแอขนาดนี้แต่กลับบุกป่าฝ่าดงเข้ามาได้ถึงที่นี่ได้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”ปักษาเพลิงมองหน้าชายหนุ่มด้วยความฉงนใจ
“ไม่ทราบว่าผู้าุโท่านมีวิธีช่วยข้าเปิดทะลวงเส้นลมปราณหรือไม่?”หนิงเฟยหลงไม่รีรอที่จะถาม
หญิงสาวก้าวเดินหันหลังไปด้วยท่วงท่าที่สง่างามดุจเทพธิดาบนสรวง์นางครุ่นคิดวิธีที่จะช่วยเหลือชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง “วิธีก็มีอยู่แต่ว่าวิธีการนี้มันอันตรายนัก!”
“อันตราย?! อันตรายอย่างไร?!” ชายหนุ่มออกอาการตื่นเต้นทันทีที่รู้ว่ามีวิธีช่วยให้กลายเป็ผู้ฝึกพลังยุทธ์ได้ มันรอเวลานี้มานานรอมากว่าห้าปีใช้ชีวิตอย่างขยะของตระกูลมานานในที่สุดก็ใกล้ถึงเวลาของการกลับมาของอัจฉริยะของตระกูลอีกครั้งใจมันเต้นสั่นระรัวไม่หยุดรัวดั่งกลองศึก
“การที่จะสามารถทะลวงจุดเส้นลมปราณของเ้าได้นั้นจะต้องใช้พลังจากภายนอกทะลวงเข้าสู่ภายในนั่นหมายความว่าเ้าอาจตายได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของชายหนุ่มพลันมืดคล้ำลง
คนปกติแล้วจะใช้พลังจากภายในค่อยๆทะลวงเส้นลมปราณให้เปิดออกแต่มันกลับต้องทะลวงจากพลังภายนอกเข้าสู่ภายในตัวของมันนั้นไม่สามารถที่จะทำอย่างนั้นได้หากไม่มีคนอื่นช่วยแต่ก็เช่นกันการทำเช่นนี้อันตรายมาก หากเส้นลมปราณไม่สามารถรับพลังทะลวงในครั้งนี้ได้ก็จะถูกทำลายโดยสมบูรณ์สิ่งนี้จะนำไปสู่ความตาย
ปักษาเพลิงเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่ค่อนข้างวิตกกังวลหลังพึ่งดีใจได้ไม่นานก็ค่อยๆยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น “เ้าไม่ต้องกังวลไปนักหากเป็ผู้อื่นทำการทะลวงเ้าคงมีโอกาสที่จะอยู่รอดได้ไม่ถึงหนึ่งส่วนแต่ข้านั้นรับรองได้ว่าเ้าจะสามารถรอดได้จากการทะลวงถึงห้าส่วนเ้าจะยอมรับการช่วยเหลือจากเราหรือไม่?”
หนิงเฟยหลงไม่รอช้ารีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ผู้เยาว์ยอมรับ และขอขอบพระคุณผู้าุโเป็อย่างยิ่ง”สีหน้าของชายหนุ่มกลับมาเบิกบานอีกครั้งถึงแม้จะแค่ห้าส่วนที่จะรอดมันก็จะลองเสี่ยงดู เมื่อมีโอกาสไหนเลยจะไม่รับไว้!
“เ้าอย่าพึ่งขอบคุณข้าเร็วไปการช่วยเหลือครั้งนี้ข้าเองก็มีข้อแลกเปลี่ยนอยู่สองข้อหากเ้ารับได้ข้าก็จะช่วยเหลือเ้าทันที”
คิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดขึ้น“สิ่งใดหนอที่ถึงกับให้ผู้าุโปักษาเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ขอร้องข้าได้?” หนิงเฟยหลงคาดขบคิดอยู่ในใจ “ผู้เยาว์รับปากเชิญท่านว่ามาเถิด”
“อย่างงั้นก็ดี เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกกล่าว ระดับของเ้าอยู่ต่ำเกินไปมาเริ่มกันเถิด” ปักษาเพลิงกล่าวจบก็ให้หนิงเฟยหลงนั่งลงกับพื้นเริ่มการทะลวงจุด