ตอนที่ 6 ตีคน
“พี่หญิงช่างมีอารมณ์หลากหลายจริงๆ! เมื่อวานยังนั่งคุกเข่าที่ประตูจวนซือหนานอ๋องตลอดบ่ายอยู่เลย วันนี้ทำหน้าห่อเหี่ยวกลับมาแล้ว หากมิใช่เพราะเช้าวันนี้พี่หญิงซูหลานเป็ห่วงความปลอดภัยของเ้า ขอให้ข้ามาดู ข้าคงไม่รู้จริงๆ ว่า พี่สาวที่แสนโง่เขลาผู้นี้ของข้า จะกล้าทำเื่น่าใถึงขั้นนี้ได้!” คำพูดของเหนียนอิ๋งชุนเหน็บแนมเสียดสี ทุกถ้อยคำทิ่มแทงไปยังหัวใจของเชียนเชียนที่อยู่นอกประตู ทำให้ดวงหน้าเล็กเต็มไปด้วยความเ็ป
จวิ้นหรูนึกถึงแววตาที่เหนียนอิ๋งชุนจ้องเขม็งมาทางตนเมื่อครู่ กลัวมากว่าอีกครู่เหนียนอิ๋งชุนจะย้อนกลับมาหาตน จึงรีบพูดเหน็บเห็นด้วยว่า “พี่หญิงเป็บ้าไปแล้วหรือ ไม่รู้จักเจียมตนเสียบ้าง ก็แค่ลูกนางแพศยาคนหนึ่ง ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเ้าคู่ควรกับซือหนานอ๋องอย่างนั้นหรือ ยังดีที่พระชายาซือหนานอ๋องพระทัยกว้าง มิเพียงไม่ถือสาเอาความเ้า ยังส่งคนมาแต่เช้าด้วยห่วงความปลอดภัยของเ้าอีก”
เหนียนอิ๋งสี่ที่กำลังเอนกายอยู่บนเตียงเข้าใจแล้วว่า ที่แท้พวกนางได้ยินข่าวคราวทั้งหมดนี้จากซูหลาน แต่ซูหลานให้พวกนางมาดูความปลอดภัยของนางงั้นหรือ น่าจะมาดูว่านางถูกฟ้าผ่าตายหรือยังมากกว่ากระมัง
ทันทีที่เห็นจวิ้นหรูซึ่งเป็พวกเดียวกันกับเหนียนอิ๋งชุน แววตาเหนียนอิ๋งสี่พลันเปลี่ยนเป็เฉียบคม ทุกคนต่างบอกว่านางบ้าและโง่เขลามิใช่หรือ เช่นนั้นนางจะแสดงความบ้าให้พวกนางได้เห็นกันชัดๆ!
ภายใต้การจับจ้องของทุกคนนางลุกขึ้นไปปิดประตูช้าๆ ก่อน จากนั้นท่ามกลางสายตาประหลาดใจของจวิ้นหรูและเหนียนอิ๋งชุน นางก็หันมาตบหน้าจวิ้นหรูฉาดหนึ่งทันที
ฝ่ามือนี้ตบดังมาก แม้แต่ชุ่ยเอ๋อร์และเชียนเชียนที่อยู่นอกประตูก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน!
จวิ้นหรูที่ถูกตบกุมหน้ามองเหนียนอิ๋งสี่ด้วยความใ เหนียนอิ๋งชุนเองก็มีสีหน้าไม่อยากเชื่อด้วยเช่นกัน ในใจของพวกนาง เหนียนอิ๋งสี่ผู้นี้ถึงจะทำตัวน่าเบื่อและโง่เขลาเบาปัญญา แต่ก็ไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรงสุดโต่งอะไร
ฉวยโอกาสตอนที่พวกนางทั้งสองกำลังตกตะลึง เหนียนอิ๋งสี่ยืดกายขึ้นและโยนจวิ้นหรูลงบนพื้น เริ่มรัวหมัดใส่ใบหน้าและลำตัวของจวิ้นหรูพร้อมๆ กัน ตอนนี้นางไม่อาจใช้วรยุทธ์ของการเป็นักฆ่ามาจัดการกับอีกฝ่ายได้ เพียงแค่รัวหมัดใส่อย่างลวกๆ เท่านั้น แต่นางจะไม่ปล่อยให้จวิ้นหรูสบายเกินไป แม้จะใช้วรยุทธ์ไม่ได้ และสำหรับคนนอกอาจดูเหมือนเป็การทุบตีอย่างขอไปที แต่ความจริงนางเล็งไปที่บริเวณเ็ปของจวิ้นหรู ทุกหมัดที่รัวใส่เป็จุดอ่อนแทบทั้งหมด ต่อให้ไม่มีาแภายนอก แต่อยากลุกจากเตียงในเวลาอันสั้นก็ยังต้องออกแรงเสียแล้ว
เหนียนอิ๋งชุนได้สติกลับมาจากความใ รีบก้าวมาด้านหน้าหมายจะดึงเหนียนอิ๋งสี่ออกไป แม้เวลาปกตินางไม่ค่อยชอบจวิ้นหรูที่ประจบเอาใจเหมือนสุนัขรับใช้ต่อหน้าตน แต่ก็ไม่อาจให้เหนียนอิ๋งสี่ทำร้ายนางแบบนี้ได้ โบราณว่าไว้ตีสุนัขก็ต้องดูเ้าของ เหนียนอิ๋งสี่ตบตีเช่นนี้ เป็การประกาศศึกกับนางอย่างชัดเจนมิใช่หรือ
ทว่าเหนียนอิ๋งสี่ในยามนี้ไหนเลยจะให้เหนียนอิ๋งชุนมาดึงออกไปได้ อีกฝ่ายเห็นว่าดึงหลายทีก็ยังแยกออกมาไม่ได้ จึงเปิดประตูเรียกเชียนเชียนและชุ่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ตรงประตูให้เข้ามาช่วย
เหนียนอิ๋งสี่ในเวลานี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไอเย็นผุดขึ้นตามร่างกาย อย่าว่าแต่ชุ่ยเอ๋อร์ที่ตกตะลึงจนตาเบิกกว้างเลย แม้แต่เชียนเชียนเองก็ใมากจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
“ยังมัวตะลึงอะไรอีก! รีบเข้ามาแยกพวกนางออกจากกันสิ!” เหนียนอิ๋งชุนะโใส่อย่างเร่งรีบ
“เ้าค่ะ”
“เ้าค่ะ”
เหนียนอิ๋งสี่ตัดสินใจจัดการจวิ้นหรูโดยไม่ยั้งไมตรี มิใช่ว่านางและจวิ้นหรูมีความแค้นฝังลึกต่อกัน เพียงอยากเล่นละครให้เหนียนอิ๋งชุนดูว่า นางเหนียนอิ๋งสี่ก็เป็ลูกหนังที่เด้งกลับเป็เหมือนกัน และแรงสะท้อนกลับนี้จะไม่ให้พวกนางคนไหนทนรับไหว!
นางไม่กังวลว่าเหนียนอิ๋งชุนจะไม่เข้าใจความหมาย เพราะต่อให้อีกฝ่ายไม่เข้าใจ แต่หากเื่นี้ลามไปถึงอันจือเหมยทางนั้น อันจือเหมยก็จะเข้าใจเอง
นี่เป็หลักการที่เรียกว่าเชือดไก่ให้ลิงดู[1]
“หยุดตีได้แล้ว คุณหนูเลิกตีได้แล้วเ้าค่ะ!”
“ใครก็ได้! ใครก็ได้มาเร็วเข้า! เหนียนอิ๋งสี่ถูกผีเข้าแล้ว! ใครก็ได้รีบมาเร็ว!”
แม้ว่าเรือนที่เหนียนอิ๋งสี่อาศัยอยู่จะห่างไกลมาก แต่เพราะเสียงดังเอะอะเกินไป จึงดึงดูดกลุ่มสาวใช้และหนุ่มรับใช้เข้ามาในเวลาอันสั้น
หนุ่มรับใช้และสาวใช้เหล่านี้ไม่เคยเห็นคุณหนูรองมีพฤติกรรมราวกับอยากจะกินคนเช่นนี้มาก่อน แม้ทุกคนมักรังแกนางประจำ แต่เห็นเหนียนอิ๋งสี่ที่สภาพเช่นนี้แล้ว ก็นิ่งอึ้งไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาดึงแยก
เชิงอรรถ
^ อุปมาถึงการขู่ให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่างเพื่อที่จะไม่มีใครกล้าขัดขืนหรือขัดคำสั่ง