ตอนที่ไฟดับ พฤกษ์ได้ยินเสียงสวนก่อนเสียงคน
ไม่ใช่เสียงใบไม้ในห้องกักกัน เพราะห้องนั้นไม่มีต้นไม้ ไม่มีดิน ไม่มีแสงลอดกิ่ง มีเพียงโต๊ะเหล็ก สมุดเก่า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเืของอคิราห์ที่ยังอุ่นอยู่ใต้มือเขา
ธามสบถในความมืด "ระบบสำรองควรติดในสามวินาที"
เมษาหายใจสั่นอยู่ใกล้ประตู พฤกษ์ได้ยินเสียงเก้าอี้ครูดพื้น เสียงกระดาษบนโต๊ะเปิดเอง และเสียงเครื่องวัดชีพจรของอคิราห์ที่ดังเร็วเกินไป
ไม่ใช่สวนวรพฤกษ์ที่เขาเห็นในปัจจุบัน แต่เป็สวนที่เด็กคนหนึ่งเคยเห็น กว้างกว่า สูงกว่า และมืดกว่า ต้นไม้ใหญ่โน้มกิ่งลงต่ำเหมือนหลังคา รากโผล่เหนือดินเป็เส้น ๆ ใต้เท้าเปียกจากฝนที่เพิ่งหยุดตก กลิ่นดอกไม้หวานจนเหมือนมีน้ำเชื่อมค้างอยู่ในลำคอ
"ถ้าจำชื่อไม่ได้" พ่อพูดเบามาก "ลูกยังไม่ต้องรับ"
เด็กชายมองเขา "รับอะไรครับ"
"ทางกลับบ้าน"
"นี่บ้านเราไม่ใช่เหรอ"
เสียงผู้หญิงจากหลังวงรากพูดขึ้น "อย่าให้เด็กถามมาก"
ปกรณ์บีบมือเด็กชายแน่นขึ้น "ไม่ว่าลูกจะได้ยินอะไร อย่าพูดตาม ถ้าใครเรียกชื่อที่ลูกไม่คุ้น อย่าหัน"
"แล้วถ้าพ่อเรียก"
"ถ้าพ่อเรียกชื่อที่ลูกไม่คุ้น ก็อย่าหันเหมือนกัน"
ปกรณ์ะโ "ปิดหูเขา!"
ไฟสำรองติด พฤกษ์สะดุ้งตื่น อคิราห์อยู่ข้างโซฟา
"คุณไม่นอน" พฤกษ์พูด
"คุณก็เพิ่งตื่นจากอะไรที่ไม่ใช่นอนธรรมดา"
พฤกษ์มองต้นไม้ "คุณเห็นไหม"
"มันเขียนคำว่า..."
"ผู้สืบทอด" อคิราห์ตอบ "ั้แ่ก่อนคุณตื่น"
"ธามอยู่ไหน"
"ห้องทำงานปกรณ์ เขาบอกว่ากาแฟบ้านคุณแย่มาก แต่แฟ้มบ้านคุณน่าสนใจกว่า"
"ฝันเห็นอะไร"
"ผมตอนเด็ก" พฤกษ์ตอบ "พ่อผูกด้ายขาวที่ข้อมือ แล้วบอกว่า ถ้าจำชื่อไม่ได้ ลูกยังไม่ต้องรับ"
"คุณจำประโยคนั้นได้ไหม" พฤกษ์ถาม
"จำไม่ได้" อคิราห์ตอบ "แต่ผมเคยได้ยินปกรณ์พูดคล้าย ๆ กันหลังจากนั้น"
"หลังจากคืนพิธี?"
"เขาพูดถึงผมกับคุณ?"
อคิราห์ยังไม่ตอบ เพราะธามเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี ในมือมีแฟ้มเก่าสีเทาและแท็บเล็ต ใต้ตาเขาคล้ำเหมือนไม่ได้นอนั้แ่เรือนกระจก
"ดี ตื่นครบแล้ว" ธามพูด "จะได้ประหยัดรอบเล่า"
เมษาเดินตามออกมา เธอถือแก้วน้ำอุ่นสองแก้ว รอยตราบนมือจางลงอีกนิด แต่เธอยังระวังไม่แตะต้นไม้ในบ้าน
"กาแฟบ้านคุณพฤกษ์ขมมากค่ะ" เธอบอก "แต่คุณธามกินไปสองแก้วแล้ว"
"ผมกินเพื่อสอบปากคำมัน" ธามตอบ "มันสารภาพว่าแย่"
ธามวางแฟ้มลงบนโต๊ะกลาง "อรนุชส่งสแกนแฟ้มเด็กหายที่ถูกหมึกปิดมาให้บางส่วนเมื่อคืน ก่อนระบบหอจดหมายเหตุจะรวนตามศูนย์วิจัย เธอกล้ากว่าที่ควร และฉลาดพอจะถ่ายหลายมุม"
พฤกษ์นั่งลงตรงข้ามเขา "บรรทัด พฤ..."
"ไม่ใช่ชื่อเด็กในช่องชื่อ-นามสกุล" ธามเปิดภาพบนแท็บเล็ตให้ดู "มันอยู่ในช่องที่ถูกเขียนมือเพิ่มด้านข้าง"
ภาพสแกนยังไม่สมบูรณ์ หมึกดำแตกเป็รอยรากปิดหลายบรรทัด แต่ข้างช่องชื่อมีหัวข้อที่อ่านได้ครึ่งหนึ่ง
"ชื่อที่ใช้ในพิธี" เมษาพูดเบา ๆ
"ใช่" ธามเลื่อนภาพ "และมีคำร้องปิดข้อมูลแนบในแฟ้มเดียวกัน ผู้ยื่นคำร้องคือปกรณ์ วรากุล ใช้อำนาจผู้ปกครองและเหตุผลด้านความปลอดภัยของผู้เยาว์"
"พ่อรู้ว่าชื่อนี้อันตราย" พฤกษ์พูด
"หรือพ่อคุณสร้างเอกสารนี้เอง" ธามพูด "สองทางยังเปิดอยู่"
"เพื่อปิดคุณจากคนอื่น หรือปิดคนอื่นจากคุณ"
เขาหยิบสมุดปกรณ์จากกล่องหลักฐานที่วางบนโต๊ะ สมุดเล่มนี้ไม่ควรอยู่บ้านถ้าคิดตามกฎหลักฐานปกติ แต่หลังจากไฟดับทั้งชั้นและระบบศูนย์วิจัยเริ่มพิมพ์ข้อมูลเอง ธามก็เลือกย้ายของที่ตอบสนองกับพฤกษ์ออกมาก่อนที่คนอื่นจะเรียกมันว่าอุบัติเหตุทางไฟฟ้า
"ถ้าจะเขียน ก็เขียน" เขาพูดกับสมุด
อคิราห์มองเขา "พฤกษ์"
"ผมไม่ได้ตอบชื่อ ผมถามสมุด"
"ของพ่อคุณตอบแทนสวนได้มากกว่าที่คุณคิด"
"แล้วผมควรทำอะไร นั่งรอให้ชื่อผมค่อย ๆ โผล่บนแฟ้มทีละครึ่งคำ?"
ธามเอนตัวเข้าไปอ่าน "แปลว่าคุณยังไม่ล็อกเต็ม"
"แปลว่าการจำทำให้ผมใกล้ล็อกเต็ม" พฤกษ์พูด
"เขาไม่ได้พาผมหนี" พฤกษ์พูด "เขาเลื่อนเวลา"
อคิราห์มองสมุดปกรณ์นานมาก
"ปกรณ์เคยพูดถึงคุณ" เขาพูดในที่สุด
"เขาพูดว่า ลูกผมจำทางของต้นไม้ได้ดีกว่าคน แต่ผมหวังว่าเขาจะลืมสวนนี้"
"เขาพูดด้วยความภูมิใจหรือความกลัว" พฤกษ์ถาม
"ทั้งสองอย่าง"
พฤกษ์ไม่รู้ว่าคำถามนั้นหลุดออกมาเพราะอะไร บางทีเพราะหลักฐานบนโต๊ะมากเกินไป บางทีเพราะเขาเหนื่อยกับการเป็ชื่อในแฟ้ม เป็ผู้สืบทอดในสมุด เป็กุญแจที่ศัตรูอยากใช้
"คุณสนใจผมเพราะพ่อผมเล่าเื่ผมให้ฟัง หรือเพราะผมตอนนี้"
"ตอนแรกเพราะเขาเล่าเื่คุณ" เขาตอบ
อคิราห์พูดต่อ "ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว"
"อย่าฟังต่อ"
รอยแผลบนข้อมืออคิราห์สว่างขึ้นใต้ผ้าพันแผล แสงสีดำอมเขียวลอดผ่านผ้าขาวเป็วงแหวนจาง ๆ
พฤกษ์มองมือที่จับเขาอยู่ "แผลคุณ"
"อย่ามองแผล มองผม"
เขากำมืออคิราห์แน่นขึ้น "เงียบ"
พฤกษ์ปล่อยมืออคิราห์ทันที "ผมไม่ได้ตั้งใจ"
ธามวางแก้วกาแฟลงช้า ๆ สีหน้าจริงจังกว่าทุกครั้ง "นี่ไม่ใช่แค่ฟังพืชแล้ว"
พฤกษ์มองใบไม้ที่ดำลง "ผมสั่งมัน"
"ใช่" ธามพูด "และมันเชื่อ"
"บางส่วน" เมษาเดินไปดูเฟิร์นอย่างระวัง "ไม่ใช่ตายหมด แต่มันเหมือนถูกดึงแรงเกินไปค่ะ"
อคิราห์ดึงผ้าพันแผลตัวเองลงดู แสงบนรอยแหวนจางไปแล้ว แต่เืซึมออกมาเป็จุดเล็ก ๆ
อคิราห์ยกมือห้าม "ไม่เป็ไร"
"เมื่อกี้คุณจับผม แล้วแผลสว่าง"
"คุณรู้แล้วทำทำไม"
"เพราะคุณกำลังจะตอบ"
ธามเปิดแท็บเล็ตอีกครั้ง "เมษา มีผลเกสรจากตู้ขวาหรือยัง"
เมษาดึงตัวเองกลับจากใบเฟิร์น "มีค่ะ เมื่อเช้าทีมแล็บส่งภาพมา เกสรที่เหลือจากดอกไม้ตู้ขวาเรียงเป็วงนอกกับวงกลาง แต่ไม่มีวงใน"
คราบเกสรสีขาวม่วงบนถาดโลหะเรียงเป็ลายวงกลมสองชั้น วงนอกคล้ายตราฝากราก วงกลางขาดเป็่ ๆ ส่วนตำแหน่งที่ควรเป็วงในว่างเปล่า
"พิธียังไม่ครบ" พฤกษ์พูด
"หรือยังขาดร่าง ทางออก หรือชื่อ" ธามต่อ
"ขาดการตอบรับ" อคิราห์พูด
"ถ้าวงในคือสิ่งที่ถูกฝากหรือทางกลับของมัน" อคิราห์พูด "ผู้รับฝากต้องยืนยันขอบเขตก่อนวงในถึงจะปิด"
"คุณเดาอีกแล้ว?" ธามถาม
"จำได้บางส่วน"
พฤกษ์มองเขา "ทำไมถึงจำตอนนี้"
"เพราะคุณสั่งบ้านให้เงียบ" อคิราห์ตอบ "และตอนคุณสั่ง ผมได้ยินเสียงอีกด้านหนึ่งหยุดฟังคุณ"
"ผมต้องไปสวน" เขาพูด
อคิราห์ตอบทันที "ไม่ได้"
"ผมไม่ได้ถาม"
"คุณเพิ่งสั่งต้นไม้ในบ้านจนเหี่ยว"
"เพราะมันเรียกชื่อผมในบ้าน ถ้าจุดรากหลักรู้มากกว่านี้ ผมต้องถามมัน"
"หรือมันรอให้คุณไปถาม"
ธามถอนหายใจ "ผมเกลียดที่ต้องพูดแบบนี้ แต่พฤกษ์มีเหตุผล เราเพิ่งรู้ว่าชื่อพิธีอยู่ในแฟ้มเด็กหาย ปกรณ์ปิดข้อมูลไว้ และจุดรากหลักอาจเป็ที่เดียวที่จำได้ว่าผู้รับฝากรุ่นก่อนทำอะไรจริง ๆ"
"เขายังไม่พร้อม" อคิราห์พูด
"ไม่มีใครพร้อมกับสวนนี้สักคน" ธามสวนกลับ "แต่ศุภกรยังลอยนวล บัญชีธีรัตน์ยังเคลื่อนไหว และดอกไม้สามดอกพิสูจน์แล้วว่ามันออกนอกสวนได้ ถ้าเราไม่ไปหาคำตอบ มันจะมาหาเรา"
เมษาพยักหน้าเบา ๆ "หนูไปด้วยค่ะ"
"ไม่" พฤกษ์กับธามพูดพร้อมกัน
เมษาขมวดคิ้ว "หนูเป็คนเดียวที่มีข้อมูลเกสรล่าสุด และหนูได้ยินเสียงใบไม้หลังถูกทำเครื่องหมาย ถ้ามันเปลี่ยนจากเรียกหนูเป็เรียกคนที่รอด หนูอาจบอกได้ว่ามันเปลี่ยนเมื่อไร"
"อยู่หลังผมตลอด" เขาพูด
พฤกษ์หันไป "คุณควรพัก"
"คุณก็ไม่ควรไปสวน"
"นี่ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครดื้อกว่า"
"งั้นอย่าทำเหมือนคุณชนะอยู่คนเดียว"
พฤกษ์มองเขา อยากบอกว่าแผลคุณยังเืซึม อยากบอกว่าถ้าสวน้าภาชนะ คุณคือคนที่ไม่ควรเข้าใกล้มันที่สุด
เขาจึงพูดเพียง "ถ้าแผลเปิด คุณถอย"
"ถ้าคุณเริ่มตอบชื่อ คุณถอยเหมือนกัน"
"พูดให้เหมือนตั้งใจ"
พฤกษ์สบตาเขา "ตกลง"
ธามเดินนำด้วยปืนและกล้องบันทึก เมษาอยู่กลาง อคิราห์เดินข้างพฤกษ์ แม้พฤกษ์พยายามก้าวช้าลงให้เขาไม่ต้องเร่ง อีกฝ่ายก็ทำเหมือนไม่รู้
ธามหันมองรอบตัว "ทุกคนได้ยิน?"
"ไม่ได้เป็คำค่ะ" เมษาตอบ "แต่รู้ว่ามันหมายถึงคุณพฤกษ์"
อคิราห์หน้าเผือดลง "อย่าตอบ"
กลางสวน จุดรากหลักยังอยู่ที่เดิม ต้นดอกไม้พันปีสูงขึ้นกว่าเมื่อครั้งแรกที่เขาเห็น กลีบสีขาวม่วงปิดสนิทในตอนกลางวัน แต่เส้นรากใต้ดินนูนขึ้นรอบโคนต้นเป็วงหลายชั้น
"ผู้รับฝากรุ่นก่อนคือปกรณ์ วรากุลหรือเปล่า"
"เขาทำอะไรกับผม"
ธามพูดเบา ๆ "ถามเื่เด็กในแฟ้ม"
พฤกษ์ลืมตา "ชื่อที่ขึ้นต้น พฤ... ในแฟ้มเด็กหาย คือผมหรือเปล่า"
"สามความหมาย" ธามพูด "เยี่ยม สวนตอบแบบคนทำเอกสารแย่"
เมษาก้มดู "ชื่อที่ใช้แทนใครคะ"
อคิราห์ถอยครึ่งก้าว
พฤกษ์ลุกขึ้นทันที แต่รากไม่ได้แตะเขา มันเพียงวางอยู่บนดินเหมือนนิ้วที่ชี้แล้วค้าง
"อย่าใช้เขา" พฤกษ์พูด
สวนเงียบ
"อย่าใช้เขา" เขาพูดซ้ำ คราวนี้เสียงต่ำกว่าเดิม "ถ้าจะตอบ ตอบผม"
รากทั้งหมดหยุดนิ่ง
แล้วใบไม้บางส่วนด้านหลังอคิราห์ก็เหี่ยวลงพร้อมกัน
อคิราห์หายใจสะดุด รอยแผลใต้ผ้าพันเริ่มมีแสงจาง ๆ อีกครั้ง
พฤกษ์รีบกัดฟัน ปล่อยคำสั่งที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังถือไว้
"ขอโทษ"
ไม่รู้ขอโทษใครก่อน
ต้นไม้
หรืออคิราห์
สมุดปกรณ์ในกระเป๋าหลักฐานของธามเปิดเอง
ธามดึงออกมาเร็วมาก "มันเขียน"
หน้ากระดาษสั่นอยู่ในมือเขา หมึกค่อย ๆ ขึ้นเป็เส้น ตัวอักษรแรกชัดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
พฤ
ตามด้วยรอยขีดครึ่งตัวที่เหมือนกำลังจะเป็ ก หรือ ค แต่หยุดกลางทาง
ใต้ชื่อนั้น มีประโยคหนึ่งปรากฏด้วยลายมือของปกรณ์
เมื่อเขาจำครบ ผมจะเสียลูกไป
พฤกษ์มองลายมือพ่อ
เสียงสวนกระซิบเหนือหัว
ผู้สืบทอดกลับมาแล้ว
และครั้งนี้ ไม่มีใครปิดหูเขา