ผีผู้หญิงตาเฉี่ยวที่ชื่อว่านลินพุ่งตรงเข้ามาหาทิชาด้วยความโกรธ
แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้มากไปกว่าเดินวนอยู่รอบๆตัวเธอ
ดวงตาที่เคยเป็สีดำเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนในตอนนี้มันเปลี่ยนเป็สีแดงเืไปเสียแล้ว
ดวงตาสีเืจ้องมองไปยังสร้อยสีหยกที่อยู่บนคอทิชา
ทิชากลั้นหายใจเมื่อรู้สึกตัวได้ว่าสิ่งที่ช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อกี้คือสิ่งที่คุณปู่ให้มา
นี่ถ้าไม่สวดมนต์สร้อยนี่ก็แทบไม่ช่วยอะไรเลยงั้นสินะ! คุณปู่ไม่เห็นบอกอะไรเธอเลย
หญิงสาวโล่งอกเล็กน้อยที่ผีคุณนลินไม่สามารถเข้ามาแตะต้องตัวฉันได้อีกแล้ว
ทิชาค่อยๆติดกระดุมและจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองให้กลับเข้าที่มองไปที่ผีคุณนลิน
เขานั่งมองมาทางทิชาบนเก้าอี้ที่ไม่ห่างไกลมากนัก ตัวของเขาสั่นจนน่ากลัว
ดวงตาแดงก่ำค่อยๆมีน้ำตาไหลรินออกมา
“คุณนลิน...”
“อย่ามายุ่งกับฉัน! ถ้าทำกับฉันไม่ได้แล้วก็ไสหัวออกไปซะ! ”
เขาตวาดใส่ทิชาอย่างทรมานเธอก็อยากจะออกไปอยู่หรอกแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณพราวฟ้า
ที่ให้ลองถามข้อมูลจากพวกผีในบริษัทเธอจึงคิดว่าถ้าได้ใช้โอกาสนี้มันคงจะดีไม่น้อย
อีกอย่าง คุณนลินเป็คนพาเธอมาที่นี่แล้วเธอจะกลับไปเองได้อย่างไรกัน ?
“ทำ ?คุณหมายถึงเื่เมื่อกี้น่ะหรอ?”
ทิชามองท่าทางของคุณนลินแล้วเขาดูเป็พวกมีความ้าในเื่พวกนั้นสูง...แต่เขายังดูเป็วัยรุ่นอยู่เลยนะ
เมื่อทิชาถามอย่างนั้นนลินจ้องมาที่เธออย่างกับว่าที่เธอพูดเมื่อกี้เป็สิ่งต้องห้ามไปซะอย่างนั้น
“พวกมัน...ทำให้ฉันเป็แบบนี้”
ทิชานิ่งเงียบแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยขนาดไหน
แต่เธอเลือกที่จะเงียบและฟังสิ่งที่นลินกำลังจะพูดออกมา
ถือซะว่าเก็บข้อมูลฝ่ายตรงข้ามไปในตัว
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบแต่ทิชาก็ต้องใเมื่ออีกฝ่ายะโเสียงดังลั่นภายในน้ำเสียงมีแต่ความโกรธแค้น
“พวกมัน!!!”
“พวกมันจับฉันไปขายในซ่องนรกนั่น!”
นลินเคยมีชีวิตที่สนุกสมวัยของอายุเขาเรียนที่โรงเรียนมัธยมที่ค่อนข้างจะธรรมาดา
นลินเป็นักร้องนำของโรงเรียนเขาและเพื่อนๆในวงตระเวนแข่งประกวดวงดนตรี
จนได้รางวัลมาประดับให้กับโรงเรียนที่แสนจะธรรมดานั่นเต็มฝาผนัง
นลินได้คำยกยอปอปั้นจากคุณครูหลายท่า โดนยกให้เป็แบบอย่างของนักเรียนคนอื่นๆ
แน่นอนว่าถ้าเราใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว...มีคนได้ดีก็ต้องมีคนอิจฉา...
ทิชาฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันเป็เื่ที่โหดร้ายมาก
สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องโดนจับไปในสถานที่แบบนั้น
มันแย่ยิ่งกว่าบริษัทผีอีก
“ไอ้พวกคนชั่วพวกนั้นมันอิจฉาชีวิตดีๆของฉัน!คงสาแก่ใจของพวกมันแล้วที่ทำให้ชีวิตฉันพังแบบนี้”
“พวกมันทำให้ฉันต้องเป็แบบนี้ฉันโดนบังคับให้กินยาของพวกมันจนทำให้ร่างกายของฉัน
ไม่สามารถหยุดความ้าสกปรกๆพวกนี้ได้”
นลินกอดตัวเองอย่างทรมาน เขาใช้เวลาหลายปีกว่าที่เขาจะหลบออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้
หลายปีที่ต้องตกอยู่ในสถานที่แห่งนั้นมันช่างทรมาน แต่ละวันที่ผ่านไปช่างยาวนานราวกับเป็เดือน
ใน่เวลานั้นหากต้องตายยังดีเสียกว่า...
ความเศร้าและความเสียใจปกคลุมทั่วทั้งห้องทำให้อากาศภายในห้องเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆทิชาใช้มือลูบแขนตัวเองเบาๆ
“ใช้เวลานานหลายปีกว่าฉันจะหนีออกจากขุมนรกนั่นได้ฉันและน้องๆตั้งใจจะตั้งวงดนตรี
ออกอัลบั้มออกเพลงด้วยกันแม้ว่าร่างกายฉันจะไม่ปกติขนาดไหนแต่ฉันก็ยังพยายามสุดท้ายแล้ว...”
“...”
นลินเงียบไปสายตาที่มีแต่ความเศร้าเมื่อครู่ค่อยๆแดงจนลุกเป็ไฟ
“ฉันจะไม่ยอมให้บริษัทนี้โดนทุบทิ้งตราบใดที่ฉันยังไม่ได้ดื่มเืของไอ้พวกคนชั่วนั่น!!”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกเขาทำลายชีวิตของฉันทำร้ายฉันราวกับว่าฉันไม่ใช่คน คุณทิชาคิดพวกเขาสมควรตายหรือเปล่าล่ะ?”
ใช่ พวกเขาสมควรตาย แต่ฉันไม่ ! ฉันบริสุทธิ์ !
ทิชาค้านในใจเสียงดังมือเธอกำสร้อยคอที่คุณปู่ให้เธอไว้
ในหัวเธอครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ข้อมูลของเ้าของบริษัทนี้ถ้าเธอยอมช่วยคุณนลินจะยอมบอกข้อมูลเธอไหมนะ
“ถ้าฉันช่วยคุณด้วยการพาคุณไปหาคนพวกนั้นเพื่อให้คุณล้างแค้นคุณจะทำตามที่ฉันขอได้ไหม?”
นลินเงียบไปชั่วขณะเขาลอยตัวขึ้นจากเก้าอี้และตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ
แม้ว่ารอบๆดวงตาของเขาจะเต็มไปด้วยคราบเืแต่ทุกท่วงท่าของเขาช่างเต็มไปด้วยความยั่วยวนเสียจริงๆ
คุณนลินลอยอยู่ตรงหน้าทิชา เขาเข้ามาใกล้เธอมากที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้
ดวงตาที่เปื้อนไปด้วยคราวเืจ้องเข้ามาในดวงตาของเธอ เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เขายื่นปากมากระซิบข้างๆหูเธอโดยที่ร่างเพรียวลมยังลอยหมุนไปรอบๆตัวของ ทิชา
“แล้วคุณ...้าอะไรจากฉันกันล่ะคุณทิชา...”
“คุณต้องรับปากมาก่อนว่าถ้าฉันช่วยคุณคุณจะทำตามที่ฉันขอ”
เธอทำใจกล้าสู้เสือไปอย่างนั้นเอง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้นลินรู้ว่าเธอกำลังกลัว
แต่หากนลินนั้น เขาอยู่กับความกลัวมาเกือบสิบปีเขาสนิทกับความกลัวยิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก
“คุณน่ะ...จริงใจกับฉันแค่ไหนกันล่ะคุณทิชาแม้แต่ผีอย่างฉันยังกลัวใจที่ไม่แน่วแน่ของมนุษย์เลย”
ทิชากลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ถ้าคุณทิชาไม่สามารถทำตามที่บอกได้คุณต้องแลกด้วยชีวิตของตัวคุณเอง คุณกล้าตกลงไหมล่ะ?”
สุดท้ายแล้วก็ต้องสัญญาด้วยเื่แบบนี้สินะทิชาชักสงสัยเสียจริงๆแล้วว่าเธอจะมีชีวิตครบรอดภายใน1ปีนี้หรือเปล่า
แต่เธอไม่มีทางเลือกการที่จะได้พูดคุยกับผีแบบนี้คงไม่มีโอกาสได้ทำบ่อยๆนัก
“อะ...โอเค ฉันตกลง!” ได้ยินเช่นนั้นแล้วนลินยกยิ้มอย่างพอใจ
เขากระซิบบอกให้ฉันหงยฝ่ามือขึ้นก่อนที่จะจิ้มเล็บยาวๆสีดำของเขาลงมา
ทิชาเห็นนลินขบกรามแน่นอย่างเ็ปแต่เขายังพยายามกดเล็บลงมาจนทิชาเริ่มเจ็บนิดหน่อย
ก่อนที่ฝ่ามือของเธอจะปรากฏรูปดอกกุหลาบสีขาวขึ้นมาให้เห็น
“นี่คือสัญญาของเราคุณทิชา...หากคุณผิดคำสัญญาดอกกุหลาบนี่มันจะกลืนกินตัวคุณและคุณจะตกมาเป็ของฉันอย่างสมบูรณ์”
โอ้...นี่เขากลัวว่าฉันจะผิดสัญญากันขนาดนั้นเลยหรือไง? ต้องเป็ทิชามากกว่ารึเปล่าที่ต้องกลัวว่าคุณนลินจะผิดคำพูดกันน่ะ
“ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะผิดคำพูดหรอกคุณทิชาผีอย่างฉันน่าไว้ใจกว่ามนุษย์อย่างพวกคุณเสียอีก”
ราวกับอ่านความคิดเธอได้ เธอควรจะรู้โล่งใจกับคำพูดนี่ไหมนะ?
ริมฝีปากแดงและจมูกเล็กๆของเขาพยายามยื่นเข้ามาใกล้ๆเธอ จนทิชาได้ยินเสียงลมหายใจของเขา
“หากคุณทำไม่ได้...ฉันก็ยินดีที่คุณจะตกมาเป็ของฉันตลอดกาลคุณทิชา...”
หญิงสาวสะดุ้งตื่นทันทีทิชามองไปรอบๆก่อนจะพบว่าเธอกลับมาที่เดิมอีกครั้ง
และตอนนี้เป็เวลาบ่ายสองแล้วเธอลูบคอของตัวเองเพราะยังรู้สึกขนลุกกับคำพูดของคุณนลินเมื่อครู่
เธอคงต้องตกไปเป็ทาสกามของหล่อนแน่ๆหากว่าทำเื่ที่พูดไว้ไม่สำเร็จ
ทิชาสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือมือเรียวรีบควานหาตัวต้นเสียงก่อนจะกดรับทันที
“คุณทิชา !!!โอ้..พระเ้า คุณยังอยู่ดีใช่ไหม!!!”
คุณพราวฟ้าคนเดิม...ั้แ่ที่ตกลงว่าจะเป็เพื่อนกันคุณเขาดูเป็ห่วงทิชามากเป็พิเศษ
แถมตอนนี้น้ำเสียงของคุณฟ้าดูเหมือนคนร้องไห้เลย
“คุณฟ้าฉันยังโอเคค่ะ...นี่คุณร้องไห้ ?”
“เปล่าค่ะ...คุณเล่นหายไปแบบนั้นฉันใแทบแย่เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ?”
ทิชาเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอให้คุณพราวฟ้าฟังเขาแทบจะลมจับเมื่อรู้ว่าเธอเกือบโดนผีคุณนลินจับกินเสียแล้ว
“คุณทิชา...คุณนี่มันสุดยอดไปเลย”
ทิชากรอกตากับคำชมนั่นมันใช่เวลาไหมเนี่ยคุณฟ้า
“คุณช่วยสืบเื่นี้ให้ฉันหน่อยได้ไหมคะคุณพราวฟ้า”
ทิชาคิดว่าหากเธอทำเื่นี้คนเดียวโดยไม่มีคนช่วยเธอจจะตกไปเป็ของคุณนลินจริงๆก็ได้
แต่คุณพราวฟ้าจะช่วยเธอหรือเปล่านี่สิ ยังไม่ทันที่ความกังวลจะหายออกไปจากความคิด
“ได้ค่ะคุณทิชา ฟ้าจะช่วยคุณแน่นอน!!”
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีการมีงานทำกันหรือไงนะ...