พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 สุสานเทือกเขาชางซาน

            ในอดีตนั้นมีการสังหารหมู่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากนรกก็เป็นหนึ่งในนั้น ตามที่ได้มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สาเหตุเกิดมาจากการจลาจล โดยเหล่าทาสนักรบจับจอบขึ้นมาต่อสู้เจ้าของทาสเหตุการณ์เป็นเช่นไรนั้นไม่ได้มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แต่ในที่สุดเท่าที่เราได้รับรู้มาคือ บทสรุปเป็นไปในทางล้มเหลว นั่นทำให้มีทาสจำนวนไม่ต่ำกว่า500,000 ชีวิตถูกสังหาร ในนรกเดิมก็หดหู่อยู่แล้วและจากผลลัพธ์นี้ก็ทำให้เต็มไปด้วยซากศพจำนวนมากมาย บรรดาศพต่างๆถูกกองทับถมกันเป็นกองพะเนินก่อตัวขึ้นเป็นภูเขาในที่สุดก็กลายมาเป็นสุสานเทือกเขาชางซาน

            อาจเป็นเพราะศพนั้นไม่ได้ถูกฝังกลบหลังจากที่ถูกหนูและแมลงกัดแทะ เมื่อรวมกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้พิษในตัวศพเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นพิษที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นจนส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตในบริเวณโดยรอบประมาณ 10 ไมล์ สูญพันธุ์ไปจนหมดจนกระทั่งผ่านมาร้อยปี จึงทำให้ไม่มีผู้คนเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวอีกเลยเนื่องจากเพียงแค่สัมผัสถูกก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันที

            ในยามค่ำคืนบริเวณนั้นจะส่งกลิ่นเหม็นมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะว่ามีซากศพอยู่มากมายทำให้อากาศบริเวณนั้นหนาแน่นไปด้วยมลพิษและมีผลกระทบกับแสงสว่างจึงทำให้ทัศนวิสัยแย่มากส่วนเวลากลางวันบริเวณสุสานเทือกเขาชางซานนั้นจะค่อนข้างมืดสลัว

            ลึกเข้าไปในสุสานเทือกเขาชางซานกองทัพซากศพนั้นประกอบไปด้วย ซากศพเน่าเปื่อย ซอมบี้ ผีดิบ และมีทหารโครงกระดูกอีก12 ตัว พวกมันโจมตีได้อย่างบ้าคลั่งจำนวนกองทัพซากศพนั้นมีมากมายจนเรียกได้ว่าหนาแน่นถึงแม้ว่าพวกทหารโครงกระดูกนั้นจะมีจำนวนน้อยมาก แต่พวกมันแข็งแกร่งมาก เมื่อใดก็ตามที่กองทัพซากศพนั้นโจมตีพวกมันจะมีความมั่นคงไม่ต่างจากเทือกเขาไท่ซานเลยเท้าของพวกมันเหมือนรากที่หยั่งลึกลงไปในพื้นดินคล้ายกับว่าพวกมันไม่เคยถอยกลับเลย

            ทหารม้าโครงกระดูก4 ตัว ยืนประจำ 4 มุม และทหารโครงกระดูกอีก 8 ตัว ยืนป้องกันในส่วนของช่องว่างโดยยืนล้อมรอบเป็นวงกลมเพื่อป้องกันฉินโจ้วที่อยู่ด้านในไว้เพื่อให้ฉินโจ้วได้ใช้ทักษะรักษาชีพ และใช้ยาแดง การเรียกใช้ทหารโครงกระดูก 12 ตัวในเวลาเดียวกันนั้น ต้องใช้พลังชีวิต 520 หน่วยต่อวินาทีเลยทีเดียวและมันสามารถลากตัวเขาให้ม้วยได้ถ้าไม่ระมัดระวังพอเมื่อคุณคิดว่าปลอดภัยพอแล้วก็สามารถมีเวลาฝึกฝนทักษะหรือสามารถหยิบอุปกรณ์หรือไอเทมได้อีกด้วย

            ระดับของกองทัพซากศพอยู่ในช่วงเลเวล10-30 ด้วยระยะค่อนข้างกว้าง มีซากศพเน่าเปื่อยที่อ่อนแอที่สุดคือ พวกซอมบี้(ซากศพเน่าเปื่อยที่เคลื่อนไหวได้) และพวกผีดิบที่แข็งแกร่งที่สุดลักษณะของผีดิบก็มีศีรษะไม่ห้อย ตาไม่เอียง ขาไม่หัก ไม่งอและร่างกายไม่เน่าเปื่อย ไม่มีความคิด เคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณพวกมันกินเลือดมนุษย์และเกลียดแสงอาทิตย์แต่ความแข็งแกร่งของมันนั้นเรียกได้ว่าแข็งราวกับเหล็ก มีพละกำลังที่มหาศาลซึ่งเป็นการยากที่จะรับมือด้วย

            ถึงแม้ว่าผีดิบนั้นจะแข็งแรงพวกมันอาจจะทรงพลังเมื่อสู้กับฉินโจ้ว แต่บังเอิญว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่ลงมาสู้เองเขาอัญเชิญทหารโครงกระดูกลงมาต่อสู้แทนลักษณะของทหารโครงกระดูกนั้นก็แข็งเหมือนเหล็ก พละกำลังก็สูง และที่สำคัญยังใช้อาวุธได้ด้วยซึ่งถ้าเทียบกับผีดิบแล้วก็สบายๆกระบองสังหารที่ผีดิบใช้อยู่นั้นมีคุณสมบัติดูดเลือดได้ก็จริงแต่ทหารโครงกระดูกไม่มีเลือดที่ว่าให้ดูดสักหยดแค่เริ่มต้นก็ไม่มีที่ให้ผีดิบยืนซะแล้ว แม้ว่าพวกมันจะมีพลังโจมตีมากแต่ก็ไม่ต่างอะไรกับของประดับ

            ไม่ง่ายไม่ยาก ในที่สุดก็จัดการผีดิบได้

            ฉินโจ้วอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งวันแล้วและขณะนี้เลเวลของเขาคือ 26 อยู่ในอันดับหนึ่งของการจัดลำดับส่วนที่สองนั้นอยู่ที่เลเวล 24

            ถ้าจะให้พูดก็คงต้องขอบคุณกิลด์สวรรค์ที่แนะนำสถานที่ดีๆสำหรับฝึกฝนให้เนื่องจากกิลด์สวรรค์ได้ปล้นชิงสถานที่สำหรับเพิ่มระดับเป็นจำนวนมากอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อต้องการแก้แค้นในส่วนของกิลด์วังเทพแห่งตะวันกับสมาคมโลกก็ต้องการจะจับปลาในน้ำขุ่น(ฉวยโอกาสขณะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน) จึงส่งผลกระทบกับผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ฉินโจ้วได้พบพื้นที่หลายแห่งที่ยึดครองโดยกลุ่มต่างๆเขาจึงต้องมุ่งหน้าไปให้ไกลกว่านั้น โดยในระหว่างทางเขาได้พบกับขโมยดวงตกคนหนึ่งขโมยคนนั้นได้พูดถึงการเข้าไปยังสถานที่ที่น่ากลัวแห่งนั้นโดยบังเอิญและเขาก็ตายหลังจากที่เดินเข้าไปเพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตายได้อย่างไรมันไม่สามารถอธิบายได้ และแถมเขายังดรอปมีดสั้นเหล็กดำไปอีก ยิ่งทำให้เขาปวดใจมาก

            ตามที่ขโมยคนนั้นอธิบายไว้ว่าเป็นสถานที่ค่อนข้างหนาวเย็น มืดครึ้ม และปกคลุมไปด้วยหมอกหนาแสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องถึง และส่วนใหญ่มีแต่หญ้าที่แห้งเหี่ยวจนกลายเป็นสีเทา

            ฉินโจ้วมีประสบการณ์ในการจัดการกับมอนสเตอร์ในแถบสุสานมาก่อนเขาจึงรู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร ที่นั่นจะต้องเป็นสุสานหรือไม่ก็ใกล้เคียงสถานที่แบบนั้นมักจะมีพิษที่ร้ายแรงจนถึงชีวิต แต่ก็เฉพาะกับผู้เล่นอื่นสำหรับเขาแล้วฉินโจ้วผู้คงกระพันทานทนต่อพิษสารพัดชนิดที่แห่งนั้นย่อมเป็นสถานที่ในฝันที่เหมาะเจาะมากสำหรับการฝึกฝน

            มีอุปกรณ์จำนวนไม่น้อยในช่องมิติของฉินโจ้วส่วนอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ได้มาจากตอนที่สังหารสมาชิกกิลด์สวรรค์ก็นำไปขายที่ร้านมีหลงเหลือติดตัวอยู่เล็กน้อยส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้าผู้หญิงดูท่าคงจะต้องนำไปประมูล ราคาประมูลนั้นก็สูงกว่าราคาที่ร้านค้าอยู่แล้วซึ่งแน่นอนว่าส่วนเล็กๆ ของฉินโจ้วเมื่อเทียบกับคนอื่นต้องเรียกว่าอย่างเยอะ

            ฉินโจ้วได้สอบถามถึงสถานที่กับขโมยคนนั้นว่าอยู่ที่ไหนซึ่งขโมยก็อิดออดและมีทีท่าไม่ต้องการจะบอก ฉินโจ้วเลยใช้ไม้ตายเขายื่นมีดสั้นระดับบรอนซ์ให้ไปหนึ่งเล่ม ทันใดนั้นดวงตาของขโมยก็เบิกกว้างส่องประกายก่อนจะรีบแชร์โล...เอ๊ย... รีบบอกตำแหน่งสถานที่ให้กับฉินโจ้วด้วยความรวดเร็ว

            เมื่อฉินโจ้วมาถึงสุสานเทือกเขาชางซานก็ไม่มีความคิดที่จะออกไปที่อื่นอีก เขาจึงจัดการเรื่องอาหาร น้ำดื่มธุระหนักเบาที่นี่จนเสร็จเรียบร้อย สถานที่แห่งนี้เหมือนเป็นสวรรค์สำหรับเขาเขาเองเป็นนักเวทสายความมืด ซึ่งเวทของเขานั้นโจมตีศัตรูธาตุความมืดได้แรงขึ้นอีก20% เนื่องจากโบนัสจากตราแห่งความยุติธรรมบวกกับความได้เปรียบของทหารโครงกระดูกที่มีต่อผีดิบอีกทั้งที่นี่นั้นยังมีมอนสเตอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะทำให้เขาเพิ่มระดับได้ถึงเลเวล30 โดยที่ไม่ต้องวิ่งเล่นไปทั่วเพื่อหามอนสเตอร์

            จะมีสถานที่ไหนที่ดีกว่านี้สำหรับการฝึกฝนอีกหรือ? ตอบได้เลยว่า ไม่มีอย่างแน่นอน

            ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสมบัติสำหรับการฝึกฝนแต่อันตรายของมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย มีผีดิบผมขาวซึ่งเป็นผีดิบอีกประเภทหนึ่งพลังโจมตีมากกว่าและความเร็วที่สูงกว่าผีดิบธรรมดาทั่วไปดูไปก็พอสูสีกับทหารโครงกระดูกที่ทรงพลังเลยทีเดียว

            มีผีดิบผมดำเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชนิดดูเหมือนว่าจะเก่งกว่าผีดิบผมขาวอีกทันทีที่ปรากฏตัวครั้งแรกก็สามารถจัดการกับทหารโครงกระดูกได้ทันทีฉินโจ้วถึงกับต้องใช้ทหารโครงกระดูก 3 ตัว เพื่อจัดการจากนั้นเขาก็อัญเชิญทหารม้าโครงกระดูกออกมา จุดประสงค์หลักก็คือไว้คอยป้องกันผีดิบผมดำนั่นเอง

            นอกจากนี้ยังมีผีดิบอีกประเภทหนึ่งที่จัดการได้ค่อนข้างยากคือผีดิบดิน เป็นผีดิบที่มีความสามารถในการซ่อนตัวในดินเคลื่อนไหวไปมารวดเร็วคล้ายภูตผี ซึ่งเป็นประเภทที่มีความเร็วสูงมากทำให้ยากที่จะป้องกัน

            เมื่อผีดิบดินโผล่ออกมาฉินโจ้วก็เกือบจะถูกกัดเสียแล้วทันทีที่มันโผล่พ้นดินออกมาก็พุ่งตรงเข้าใส่ฉินโจ้วอย่างรวดเร็วแม้แต่ทหารโครงกระดูกและทหารม้าโครงกระดูกเองก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ทันในขณะที่แสงของผู้พิทักษ์กำลังทำงานก็ทำให้ผีดิบดินนั้นกระเด็นออกไป ก่อนที่ทหารม้าโครงกระดูกจะใช้เวลาเล็กน้อยในการจัดการดูเหมือนว่าผีดิบดินนั้นจะมีพลังโจมตีสูงแต่พลังชีวิตกลับต่ำมากไม่ต่างจากผีดิบทั่วไปเลยทหารม้าโครงกระดูกสามารถจัดการได้ด้วยการแทงไปเพียงสามครั้งเท่านั้น

            หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันในครั้งแรกฉินโจ้วก็เปิดใช้เนตรเซียนพญายมจ้องมองพื้นเป็นครั้งคราวมีหรือที่ผีดิบดินจะหนีรอดสายตาไปได้ ภายในเนตรเซียนพญายมมันแสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่แท้จริง และการลอบโจมตีก็ไม่มีผลอีกต่อไปในขณะที่ผีดิบดินกระโดดเข้าใส่นั้น มันก็ถูกทหารม้าโครงกระดูกโจมตีใส่ในทันทีโดยที่ฉินโจ้วให้ทหารม้าโครงกระดูก 3 ตัว โจมตีพร้อมกัน จากการใช้หอกโจมตีพร้อมกัน3 อัน ทำให้ผีดิบดินถูกสังหารภายในเสี้ยววินาที หลังจากที่  ซอมบี้ถูกจัดการไป 3 ตัวก็ดูเหมือนว่ามันเริ่มเรียนรู้หรือไม่ก็คงกลัว เลยไม่โผล่มาให้เห็นอีกเลย

            ฉินโจ้วไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่ทันใดนั้นเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้นอีกครา

            สิ่งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าผีดิบที่แข็งแกร่งกว่าปกติกำลังจะปรากฏกายขึ้นฉินโจ้วคิดว่าพวกผีดิบจะไม่ส่งเสียงร้องเสียอีกแต่ในความเป็นจริงแล้วดูเหมือนว่าพวกผีดิบจะสามารถส่งเสียงได้ แต่เสียงของมันฟังแล้วดูแปลกแถมแสบแก้วหูอีกต่างหาก

            จากนั้นผีดิบผมดำก็กระโดดออกมา4 ตัว จากคนละด้าน ความสูงน่าจะราวๆ 3 เมตรเลยทีเดียวซอมบี้ทั่วไปกระโดดได้สูงสุดราว 2 เมตรซึ่งทำให้ดูเป็นที่สะดุดตาอย่างมากในกองทัพผีดิบ

            ระหว่างกระโดดมันสามารถย่นระยะทางเข้ามาได้อีกเกือบ 5 เมตรเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าขาของผีดิบมีโครงสร้างอย่างไรขาแข็งทื่อขนาดนั้นแล้วยังมีแรงกระโดดได้มากขนาดนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อเหมือนคนทั่วไปนี่มันจะขนาดไหนกันนะ

            ระยะทางกว่า10 เมตร เพียงไม่กี่อึดใจพวกมันก็มาถึง ผีดิบ 4 ตัววิ่งตรงเข้าหาทหารโครงกระดูกทันทีความแข็งแกร่งในการกระโดดของพวกมันทำให้ดูเหมือนว่าสามารถบินได้ในอากาศพวกมันดูดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาถึงกระแสลมแรงก็มาปะทะพร้อมกับร่างของซากศพที่อยู่ในอากาศ

            เอา"อ่อนแรง" แล้วก็ "อ่อนแรง" ไปกินก่อนเลย

            ฉินโจ้วมีเวลาร่ายเวทออกไปแค่สองบทผีดิบผมดำกลุ่มนั้นตรงเข้าโอบล้อมทหารม้าโครงกระดูกไว้ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟาดฟันกันดังสนั่น ผีดิบผมดำสองตัวที่ถูก 'อ่อนแรง' นั้นดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด พวกมันดูไม่รวดเร็วและดุร้ายเหมือนอีกสองตัวที่เหลือต่อสู้กันได้ 5 รอบ พวกมันก็ถูกทหารม้าโครงกระดูกเสียบจนตายผีดิบผมดำที่เหลือก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่ นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของทักษะ 'อ่อนแรง' ได้เป็นอย่างดี

            อาชีพพ่อมดนั้นไม่ได้มีทักษะที่มีพลังโจมตีรุนแรงในช่วงแรกแต่จะมีทักษะเสริมซึ่งมีความพิเศษเป็นอย่างมากและเมื่อระดับเลเวลได้ถูกเพิ่มไปถึงระยะกลาง พลังโจมตีก็ไม่น้อยกว่าเวทขั้นสูงเลยยิ่งเมื่อรวมเข้ากับความสามารถของตราแห่งความยุติธรรมอีก

            "อ่อนแรง"จ้า "อ่อนแรง"

            แรงดันอากาศสีเทาโปร่งแสงสองสายพุ่งตรงไปกระแทกผีดิบผมดำสองตัวตามลำดับไม่รู้ว่าเพราะฉินโจ้วมีค่าโชคที่สูงหรือเพราะคุณธรรมประจำใจอันสูงส่งจึงทำให้ทักษะนั้นมีประสิทธิภาพดี เวทของฉินโจ้วเลยไม่ค่อยพลาดเป้าการโจมตีทั่วไปก็ยังโดนเป้าหมายด้วย มันทำให้ทักษะเพิ่มระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

            เมื่อทักษะ'อ่อนแรง' เลือนหายเข้าไปในตัวผีดิบผมดำทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันก็พลันลดลงอย่างมากมันไม่สามารถรับมือทหารม้าโครงกระดูกได้เหมือนปกติมันยิ่งง่ายขึ้นเมื่อพลังนั้นลดลงไป ไม่นานมันก็โดนแทงจนตายไปโดยทหารม้าโครงกระดูกหลังจากนั้นซากศพทั้งหลายก็ระเบิด

            ระเบิดศพ: สร้างผลกระทบจากการระเบิด หลังจากการระเบิด จะสร้างหมอกพิษสีเทาที่มีรัศมี 10เมตร เมื่อศัตรูสัมผัสกับหมอกพิษเขาก็จะติดพิษ และจะสูญเสียพลังชีวิต 400หน่วยต่อวินาที เป็นเวลานาน 120 วินาที

            พลังทำลายของระเบิดศพมากกว่าอันที่เขาเคยใช้ก่อนหน้านี้เสียอีกมันเป็นอาวุธที่จำเป็นอย่างยิ่งในการจะสังหารผู้คนจากนั้นก็จุดไฟและปิดกั้นถนนเอาไว้นี่เป็นอุปกรณ์ที่ฉินโจ้วชื่นชอบที่สุดในหลายวันนี้ถ้าให้เทียบกับอาวุธหรืออุปกรณ์อื่นๆ แล้ว เขาขอเลือกระเบิดศพถึงแม้แรงระเบิดนั้นจะไม่ค่อยสูง แต่จำนวนของมันก็ไม่น้อยเลย และโชคของฉินโจ้วยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้เขารวบรวมระเบิดศพได้มากกว่า 200 ชิ้นแล้ว

            เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างไม่รู้ตัวจนเมื่อฉินโจ้วเริ่มรู้สึกว่าทั้งมือและเท้าแทบไม่มีแรงเหลือแล้ว นี่ก็ปาเข้าไป 5วัน 5 คืน แต่ถึงอย่างนั้นฉินโจ้วก็ยังรู้สึกตื่นตัวจากการต่อสู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน...ในขณะที่เขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเลย

            ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน : ขอแสดงความยินดีด้วยผู้เล่นเมามายซบตักสาวงามได้เลื่อนระดับขึ้นหนึ่งขั้น

            เลเวล29 ซะที ดูเหมือนว่าเขายังคงนำอยู่ในการจัดลำดับชั้น ส่วนที่สองนั้นอยู่ที่เลเวล27 ยังคงห่างกัน 2 ระดับ จากเท่าที่เห็นนี่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นคนอื่นก็ยังพยายามยกระดับการฝึกกันอย่างเต็มที่ความบ้าคลั่งในการเพิ่มระดับก็ไม่แพ้ฉินโจ้วเลย

            หลังจากเพิ่มค่าสถานะฟรีไปที่พลังชีวิตก็ส่งผลให้พลังชีวิตของเขาตอนนี้มี 5,550 หน่วย, พลังจิต1,670 หน่วย, ค่าชื่อเสียง 3,560 แต้ม

            สิ่งที่ทำให้ฉินโจ้วรู้สึกดีใจมากก็คือเขาสามารถรวบรวมระเบิดศพได้มากกว่า 1,200 ชิ้น น่าจะพอให้เขาใช้ได้สักระยะและยังได้อุปกรณ์เหล็กดำ 700 ชิ้น อุปกรณ์ระดับบรอนซ์อีก 200 กว่าชิ้นกับอุปกรณ์ระดับเงินอีก 36 ชิ้น และอย่างสุดท้ายทักษะลับ 1 เล่ม

            เหินเหนือกำแพง: ประเภทวิชาตัวเบาระดับ 3 สามารถทำให้ตัวเบาได้เหมือนนกโดยต้องใช้พลังภายในสามารถเดินทางได้ 1,000 ลี้ ในหนึ่งวันสามารถเดินบนน้ำและยืนบนใบไม้ได้ถ้าฝึกถึงระดับสุดยอด

            ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงทักษะวิชาตัวเบาระดับ3 แต่ก็ยังเป็นทักษะลับที่หายาก ถ้าฉินโจ้วไม่ได้มี 'ย่ำหิมะไร้รอย' อยู่แล้วเขาก็คงจะฝึกมันด้วยตัวเองไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ เอาไปขายดีกว่า...

    คล้ายกับเรื่องพิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน