แสงจันทร์นวลตาพาดผ่านหน้าต่างเรือนพักส่วนตัวของ กงจื่อสี่ บรรยากาศภายในห้องนอนที่เคยเงียบเหงา กลับคุกรุ่นไปด้วยไอเย็นจางๆ จากร่างของ หานเสวี่ย นักฆ่าสาวที่พึ่งถูก "ชิงตัว" มาจากงานเลี้ยง นางยืนนิ่งอยู่มุมห้อง มือยังคงกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น ใบหน้าที่เคยเ็าดุจหิมะพันปี บัดนี้กลับมีสีแดงระเรื่อพาดผ่านโหนกแก้มอย่างที่นางเองก็ไม่เข้าใจ
"คุณชาย... ท่านทำแบบนี้ พี่ใหญ่ไม่มีทางปล่อยท่านไว้แน่" หานเสวี่ยเอ่ยเสียงแ่ แต่น้ำเสียงนั้นกลับขาดความดุดันเหมือนตอนร่ายรำ
กงจื่อสี่ ไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ ของเขา (ที่พึ่งให้โม่ขวางไปหามาเปลี่ยนให้ใหม่) ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตาปลาตาย "พี่ใหญ่น่ะเหรอ... เขายุ่งเกินกว่าจะมาหาเื่ข้าในคืนนี้หรอก พรุ่งนี้คือ 'วันประลองใหญ่ประจำปี' ของพรรค เขาต้องเตรียมตัวไปอวดบารมีต่อหน้าพวกผู้าุโ ไม่มาเสียเวลากับขยะอย่างข้าในคืนที่ต้องพักผ่อนหรอก"
"แต่ท่านไปหักหน้าเขาต่อหน้าคนทั้งพรรค!" หานเสวี่ยก้าวเข้ามาใกล้เตียงด้วยความลืมตัว "และข้า... ข้าคือคนที่เขาชุบเลี้ยงมาเพื่อฆ่าท่าน หากข้าอยู่ห้องเดียวกับท่านแบบนี้..."
"แบบไหนรึ?" กงจื่อสี่เลิกคิ้ว พลางตบที่ว่างบนเตียงเบาๆ "มานั่งนี่สิ หานเสวี่ย ยืนนานๆ มันเหนื่อยนะเ้ารู้ไหม? แล้วก็เลิกคิดเื่ฆ่าข้าได้แล้ว ถ้าเ้าอยากฆ่าจริง เ้าลงมือไปั้แ่ตอนรำดาบแล้ว ไม่ปล่อยให้ข้ามานอนสบายๆ แบบนี้หรอก"
หานเสวี่ยชะงักไป คำพูดของเขามันแทงใจดำนางอย่างจัง นางเดินไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ความอบอุ่นจากเตียงและกลิ่นหอมจางๆ จากตัวของกงจื่อสี่ทำให้หัวใจของนักฆ่าสาวเต้นผิดจังหวะ นางก้มหน้าลงซ่อนความเขินอายที่เริ่มปิดไม่มิด
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้ยอดนักฆ่าสาวเกิดภาวะ 'หัวใจละลาย'] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 300 แต้ม] [ได้รับแต้มความประทับใจจากหานเสวี่ย: +500 แต้ม]
"เ้าดูน่ารักกว่าตอนทำหน้าบึ้งเยอะเลยนะ" กงจื่อสี่พึมพำพลางหลับตาลง "เอาละ... เลิกดราม่าแล้วมาคุยเื่งานพรุ่งนี้ดีกว่า"
"การประลองรึเ้าคะ? ท่านจะเข้าร่วมจริงๆ หรือ?" หานเสวี่ยถามด้วยความกังวล "ศิษย์ในพรรคทุกคนจ้องจะเขี่ยท่านทิ้ง โดยเฉพาะ 'หลิวเฟิง' ศิษย์เอกของพี่ใหญ่ เขาได้รับคำสั่งให้จัดการท่านบนเวทีเพื่อไม่ให้ใครครหา"
กงจื่อสี่ถอนหายใจยาว "หลิวเฟิง... ไอ้นั่นที่ชอบทำหน้าเหมือนคนปวดท้องตลอดเวลานั่นน่ะเหรอ? วิชากระบี่วายุคลั่งของเขามันก็แค่การหมุนวนลมปราณที่เร็วแต่ไร้รากฐาน"
หานเสวี่ยเบิกตากว้าง "ท่านมองออกรึ?"
"ในนิยาย... เอ้อ ในความจำของข้า วิชานั้นมีจุดบอดที่ซอกรักแร้ขวาเวลาวาดกระบี่เป็วงกลม" กงจื่อสี่พลิกตัวท่าทางเหมือนคนนอนละเมอ "พรุ่งนี้ข้าแค่ต้อง 'สะดุด' ให้ถูกจังหวะ แล้วทุกอย่างก็จบ"
"สะดุด?" นางทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
"ใช่... การชนะแบบเท่ๆ มันเหนื่อยเกินไป แถมยังดูเป็เป้าสายตา" กงจื่อสี่ยิ้มกวนประสาท "ข้าจะชนะแบบ 'ขยะที่ดวงดีที่สุดในโลก' ให้พวกนั้นกระอักเืเล่นๆ เ้าคอยดูเถอะ"
[ติ๊ง! โฮสต์เริ่มวางแผน 'ชนะแบบเนียนๆ' เพื่อหลีกเลี่ยงความลำบากในอนาคต] [ระบบปลดล็อกไอเทม: 'น้ำมันหล่อลื่นล่องหน' (ใช้หยดบนสนามประลองเพื่อสร้างสถานการณ์)]
กงจื่อสี่หัวเราะในใจกับรางวัลของระบบ 'นี่แหละที่ข้า้า!'
ระหว่างที่คุยกัน หานเสวี่ยเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น นางเผลอเอนหลังพิงหัวเตียง ความเหนื่อยล้าจากการถูกกดดันมานานหลายปีในฐานะเครื่องมือสังหารทำให้เปลือกตาของนางเริ่มหนักอึ้ง กงจื่อสี่เห็นดังนั้นจึงดึงผ้าห่มมาคลุมให้แม่นางน้ำแข็งอย่างแ่เบา
"นอนซะ... พรุ่งนี้เ้าต้องไปดูข้า 'สะดุด' ชนะยอดฝีมือนะ"
หานเสวี่ยไม่ได้ขัด แต่นางกลับขยับตัวเข้ามาใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว ปากพึมพำเบาๆ "คุณชาย... ท่านเปลี่ยนไปจริงๆ..." ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราที่สงบที่สุดในชีวิต
เช้าวันต่อมา ลานประลองกลางพรรคมารทมิฬคราคร่ำไปด้วยผู้คน ผู้าุโนับสิบนั่งบนอัฒจันทร์ไม้แกะสลัก โดยมีกงจื่ออี้และกงจื่อซานนั่งอยู่ด้านข้าง กงจื่ออี้มีสีหน้าถมึงทึงเมื่อเห็นกงจื่อสี่เดินหาวหวอดๆ เข้ามาในสนาม โดยมีหานเสวี่ยและโม่ขวางเดินตามประกบเหมือนเงาตามตัว
"ลำดับต่อไป... กงจื่อสี่ ปะทะ หลิวเฟิง!" เสียงกรรมการประกาศดังลั่น
หลิวเฟิงะโขึ้นมาบนลานประลองด้วยท่าทางสง่างาม กระบี่วายุคลั่งในมือส่งเสียงหวีดหวิว "คุณชายสี่... ข้าจะทำให้ท่านรู้ว่า ความแตกต่างระหว่างขยะกับยอดฝีมือมันเป็อย่างไร!"
กงจื่อสี่เดินขึ้นมาบนลานด้วยสภาพเหมือนคนพึ่งตื่น เขาแอบบีบขวด 'น้ำมันหล่อลื่นล่องหน' ลงบนพื้นตำแหน่งหนึ่งอย่างแเี "เริ่มเถอะ... ข้ามีนัดนอนกลางวันตอนเที่ยง"
"ตายซะ!" หลิวเฟิงพุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมรั้งกระบี่เตรียมใช้ท่าสังหาร ลมปราณสีเขียวเข้มะเิออกมาจนพื้นหินแตกกระจาย
ผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างหลับตาลง เพราะคิดว่ากงจื่อสี่คงถูกฟันขาดเป็สองซีกในดาบเดียว ทว่า...
"เหวอออ!" กงจื่อสี่แผดเสียงหลงพลาง 'ลื่น' พื้นที่เขาทำน้ำมันไว้พอดี ร่างของเขาไถลลื่นหลบวิถีกระบี่ไปได้อย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
กระบี่ของหลิวเฟิงวาดผ่านอากาศธาตุ แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้เขาเสียหลัก และในจังหวะที่หลิวเฟิงพยายามจะดึงตัวกลับ กงจื่อสี่ที่กำลังไถลไปกับพื้นก็ 'บังเอิญ' ยื่นเท้าออกไปขัดขาอีกฝ่าย
"อั่ก!" หลิวเฟิงหน้าทิ่มพื้นอย่างรุนแรง แต่เขายังไม่ยอมแพ้รีบดีดตัวลุกขึ้น ทว่ากงจื่อสี่กลับ 'สะดุด' ขาตัวเองอีกรอบ ล้มลงไปทับหน้าอกของหลิวเฟิงพอดี พร้อมกับศอกที่ 'บังเอิญ' ไปกระแทกเข้าที่จุดรวมลมปราณตรงกลางอกอย่างแม่นยำ
เปรี้ยง!
ลมปราณในร่างของหลิวเฟิงตีกลับทันที หน้าของเขาเขียวคล้ำก่อนจะกระอักเืออกมาคำโตและหมดสติไปทั้งที่ดาบยังอยู่ในมือ
ความเงียบเข้าปกคลุมสนามประลอง ทุกคนอ้าปากค้าง กงจื่อสี่ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นพลางปัดฝุ่นที่เสื้อ "เฮ้อ... พื้นที่นี่ลื่นจังเลยนะ คราวหน้าช่วยล้างหน้าสนามให้สะอาดหน่อยได้ไหม?"
เขามองไปที่กรรมการที่ยังคงยืนอึ้ง "เอ่อ... ข้าชนะแล้วใช่ไหม?"
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ: เอาชนะศัตรูระดับยอดฝีมือด้วยท่าทาง 'ขยะดวงดี'] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 1,500 แต้ม] [ได้รับแต้มความสับสนจากคนทั้งพรรค: 10,000 แต้ม] [ปลดล็อกสกิล: 'เท้าเหยียบเมฆาไร้ลักษณ์' (ใช้หลบหนีได้รวดเร็วโดยดูเหมือนเดินเล่น)]
กงจื่อสี่เดินลงจากลานประลองท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังขึ้นราวกับเขื่อนแตก กงจื่ออี้ถึงกับขยี้ถ้วยน้ำชาในมือจนละเอียด "มัน... มันเป็ไปได้ยังไง!"
หานเสวี่ยที่ยืนดูอยู่ข้างสนามแอบอมยิ้มบางๆ นางรู้ดีว่าไม่มีอะไรที่เป็ความบังเอิญ แต่นางก็เริ่มชอบสไตล์ 'เทพแบบไม่ได้ตั้งใจ' ของเ้านายคนใหม่นี้เสียแล้ว
"โม่ขวาง... แบกข้ากลับที ข้า 'สะดุด' จนเหนื่อยไปหมดแล้ว" กงจื่อสี่พูดพลางทิ้งตัวใส่โม่ขวางที่รีบเข้ามารับอย่างรู้ใจ
ชัยชนะในวันนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้น ความรู้จาก "นิยาย" และ "ระบบ" กำลังจะเปลี่ยนขยะคนนี้ให้กลายเป็จอมมารที่โลกต้องเกรงขาม... แม้ว่าตัวเขาเองจะแค่อยากนอนต่ออีกสักหน่อยก็ตาม
Wisan-Mars