"นายน้อย?"
หลงเยี่ยเยี่ยนรู้สึกว่ามันไร้สาระสิ้นดี ลูกน้องพวกนี้ของเขาว่างกันเกินไปหรืออย่างไร วันหลังคงต้องส่งพวกเ้าไปขุดเหมืองที่เฟ่ยโจวเสียให้เข็ด
เหล่าลูกน้องที่ได้รับสายตาเปี่ยมด้วยจิตสังหารจากเ้านาย ต่างรีบเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
"ท่านอา ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจผิดว่าข้าเป็ลูกของท่าน ท่านอาคงไม่โกรธใช่หรือไม่ขอรับ?" เสี่ยวอี้กะพริบตาพลางถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
หลงเยี่ยเยี่ยนไม่อาจโกรธเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ เขาโบกมือแล้วกล่าวว่า "นั่งลงเถอะ งานประมูลกำลังจะเริ่มแล้ว"
"เย้ ท่านอา ข้าขอนั่งข้างท่านนะขอรับ ตอนท่านแม่คลอดข้านางเสียเืมากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ร่างกายจึงไม่ค่อยแข็งแรงต้องให้นางนอนพักมาก ๆ ข้าจึงให้คนยกเก้าอี้เอนหลังมาน่ะขอรับ"
เมื่อหลงเยี่ยเยี่ยนได้ยินเช่นนี้ เขาก็ไม่รู้ตัวว่าคิ้วของตนขมวดเข้าหากันตอนไหน
มิน่าเล่านางถึงดูเฉื่อยชาอยู่เสมอ และมิน่าลูกชายถึงต้องคอยดูแลนางั้แ่ยังเล็ก ที่แท้เป็เพราะร่างกายไม่แข็งแรง
"วันนี้มีหมอในโรงหมอที่ชื่อฮั่วซิว ฝีมือการรักษาไม่เลว เ้าลองไปให้เขาตรวจดูสิ" น้ำเสียงของเขาดูเ็า
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่คิดว่าคนที่มีท่าทางเ็าเช่นนี้ จะมีความห่วงใยผู้อื่นด้วย นางยิ้มแล้วกล่าวว่า "ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เสี่ยวอี้บอกหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่ร่างกายเย็นและง่วงนอนง่ายเท่านั้น ไม่ได้เป็อะไรมาก"
หลงเยี่ยเยี่ยนเคยได้ยินมาว่ามีบางคนที่ชอบนอนจนสุดท้ายก็นอนไม่ตื่นอีกเลย "ไปตรวจดูหน่อยก็น่าจะดีกว่า"
"ผู้ที่มีวิชาแพทย์เก่งที่สุดในโลกเคยตรวจข้าแล้ว เขาบอกว่าอาการหลังคลอดต้องรักษาด้วยวิธีบำรุงหลังคลอด ตอนที่ข้าคลอดเสี่ยวอี้เกิดปัญหาขึ้น ทำให้แทบไม่ได้พักฟื้นหลังคลอด หากอยากให้ร่างกายแข็งแรง สงสัยคงต้องคลอดอีกสักคนแล้วพักฟื้นให้ดีจึงจะหายเ้าค่ะ"
พูดพลางนางก็ส่งสายตาหวานซึ้งมองไปยังหลงเยี่ยเยี่ยน แววตาเย้ายวนดุจสายไหม และไฝแดงที่กลางหน้าผากก็ยิ่งดูน่าหลงใหล
หลงเยี่ยเยี่ยนรีบละสายตากลับมาทันที แล้วหันไปมองงานประมูล
อวิ๋นหรั่นเยว่เห็นว่าเขาไม่หวั่นไหวราวกับผู้ทรงศีลจึงยิ้มแล้วเอนกายลงบนเก้าอี้ ไม่พูดอะไรอีก และทอดสายตามองไปยังห้องโถง
ห้องนี้สมกับเป็ห้องรับรองระดับสูงสุด สามารถมองเห็นทุกคนในโถงได้อย่างทั่วถึง แต่คนภายนอกกลับมองไม่เห็นข้างใน และไม่ได้ยินเสียงพูดคุย หาก้าประมูลสิ่งใด เพียงใช้พลังิญญาส่งเสียงออกไปก็พอ
งานประมูลเริ่มขึ้นแล้ว ผู้ดำเนินการประมูลคือผู้ดูแลหลินแห่งหอการค้าโยวหลง ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพ สง่างาม เขากำลังนำสิ่งของประมูลชิ้นแรกออกมา ซึ่งเป็ดอกบัวสีม่วงดอกหนึ่ง
ทันทีที่นำออกมา กลิ่นหอมสดชื่นของดอกบัวก็อบอวลไปทั่วลานประมูล พลังิญญาที่เข้มข้นอย่างยิ่งแผ่ซ่านในอากาศ ทำให้ผู้คนรู้สึกจิตใจปลอดโปร่งสดชื่น
"นั่นคือบัว์หยกม่วง!"
"อะไรนะ! เริ่มงานมาก็ประมูลบัว์หยกม่วงเลยหรือ?"
ผู้คนที่อยู่ในงานต่างตกตะลึง ปกติงานประมูลจะมีการส่งรายชื่อสิ่งของล่วงหน้าเพื่อให้ทุกคนทราบ ซึ่งบัว์หยกม่วงนี้เป็สมุนไพริญญาขั้นแปด ทุกคนคิดว่ามันจะเป็สิ่งล้ำค่าชิ้นสุดท้ายของงาน ไม่คิดว่าจะเป็ชิ้นแรก
ทันใดนั้นบรรยากาศพลันร้อนระอุขึ้นมาทันที อวิ๋นเสวี่ยเวยที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดถึงกับกลั้นหายใจ สายตามองตรงไปยังบัว์หยกม่วงดอกนั้น และมั่นใจว่ามันต้องตกเป็ของนางอย่างแน่นอน
ตอนนี้นางมีพลังอยู่ในระดับราชันย์ิญญาขั้นที่หก ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าในหมู่คนรุ่นเดียวกัน แต่ใน่ไม่กี่ปีมานี้ในแดนเหนือมีอัจฉริยะที่หาได้ยากปรากฏตัวขึ้นจากสำนักเล็ก ๆ หลายแห่ง ได้ยินว่าระดับพลังสูงกว่านางทั้งนั้น
การประลองใหญ่ของสำนักใกล้จะมาถึงแล้ว นางจะยอมให้คนจากสำนักเล็ก ๆ มาเอาชนะนางไม่ได้เด็ดขาด
การปลีกวิเวกฝึกตนครั้งนี้เดิมทีตั้งใจจะทะลวงระดับพลัง แต่ในเมื่อติดคอขวดอยู่จะทะลวงผ่านได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร และบัว์หยกม่วงก็มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและทำลายคอขวดได้ ที่นางเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้ก็เพื่อบัว์หยกม่วงและของวิเศษสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง
บนเวทีประมูล ผู้ดูแลหลินแนะนำสรรพคุณของบัว์หยกม่วงสั้น ๆ จากนั้นจึงเริ่มการประมูล "ราคาเริ่มต้น ห้าล้านหินิญญาคุณภาพต่ำ บัดนี้เริ่มการเสนอราคาได้!"
"ข้าให้หกล้าน!" อวิ๋นเสวี่ยเวยชูป้ายขึ้นแล้วประกาศราคาเสียงดัง
นางเชื่อว่าคนในเมืองชื่ออวิ๋นจะให้เกียรตินาง เพราะนางคือเทพธิดาอัจฉริยะในสายตาของทุกคน และเป็บุตรบุญธรรมของจักรพรรดิแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู การประมูลแข่งกับนางไม่ต่างจากการท้าทายอำนาจคงไม่มีใครโง่เขลาถึงเพียงนั้น
เป็ไปตามคาด เมื่อเห็นว่าผู้เสนอราคาคือนาง คนที่เดิมทีอยากจะลองสู้ราคาก็พากันนั่งลง ทุกคนต่างให้เกียรตินางอย่างยิ่ง มุมปากของอวิ๋นเสวี่ยเวยยกขึ้นเป็รอยยิ้มอย่างลำพองใจ ศิษย์พี่ศิษย์น้องรอบข้างต่างเริ่มแสดงความยินดีกับนาง
"หกล้านครั้งที่หนึ่ง!" ผู้ดูแลหลินเคาะค้อนประมูล หากเคาะครบสามครั้ง บัว์หยกม่วงดอกนี้ก็จะตกเป็ของนาง
"หกล้านครั้งที่สอง!"
อวิ๋นเสวี่ยเวยยิ้มพลางลุกขึ้นยืน ดื่มด่ำกับสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของผู้คน เตรียมตัวจะขึ้นไปรับบัว์หยกม่วง
"ช้าก่อน" ทว่าในขณะนั้นเอง พลันมีเสียงสตรีที่ฟังดูเกียจคร้านดังมาจากห้องรับรองชั้นสอง
อวิ๋นเสวี่ยเวยเงยหน้าขึ้นมองทันที หมัดกำแน่น เสียงนี้... คือผู้หญิงที่ชื่อจิ่วเยว่! นางคิดจะแย่งของกับข้าอย่างนั้นหรือ?
พริบตาต่อมาก็ได้ยินผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างไม่รีบร้อนว่า "ข้าให้สิบล้าน"
ฮือฮา!
สิ้นคำพูดนี้ทั่วทั้งงานพลันเกิดความวุ่นวาย เพิ่มราคาขึ้นทีเดียวสี่ล้านหินิญญา ไม่เคยเห็นใครเพิ่มราคาอย่างดุดันขนาดนี้มาก่อน!
อีกทั้งนั่นคือห้องรับรองที่มีเพียงห้องเดียวซึ่งมีสิทธิ์ในการเสนอราคาก่อน ต่อให้นางเพิ่มเพียงหินิญญาก้อนเดียว บัว์หยกม่วงดอกนี้ก็เป็ของนางแล้ว แต่นี่กลับเพิ่มทีเดียวสี่ล้าน ช่างร่ำรวยเหลือเกิน!
ผู้ดูแลหลินมองไปยังห้องรับรองด้วยความประหลาดใจ ในนั้นไม่ใช่เ้านายหรอกหรือ? เหตุใดจึงมีสตรีเพิ่มมาอีกคนด้วย?
เขาเผยสีหน้ายินดี รีบเคาะค้อนแล้วกล่าวว่า "ห้องรับรองมีสิทธิ์เสนอราคาก่อน บัว์หยกม่วงดอกนี้ตกเป็ของท่านในห้องรับรอง..."
"ข้าชื่อจิ่วเยว่"
"ตกเป็ของแม่นางจิ่วเยว่! ใครก็ได้นำบัว์หยกม่วงขึ้นไปส่งให้แม่นางจิ่วเยว่!"
"ท่านแม่ ดอกบัวชุบไข่ทอดอร่อยมากเลยนะขอรับ กลับไปเสี่ยวอี้จะทอดให้ท่านแม่กินนะขอรับ!"
ผู้คนอื่น ๆ แว่วได้ยินเสียงเด็กชายดังมาจากข้างใน
ทอดกิน? ฟังไม่ผิดใช่หรือไม่? สมุนไพริญญาขั้นแปดเอามาทอดกินเนี่ยนะ มีใครกล้านำของล้ำค่ามาใช้อย่างสิ้นเปลืองเช่นนี้หรือ
เท่านั้นยังไม่พอยังซื้อมาด้วยราคาสิบล้านหินิญญาคุณภาพต่ำอีก! เห็นเป็ดอกบัวธรรมดาหรืออย่างไร!
ใบหน้าของอวิ๋นเสวี่ยเวยเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกัดฟันจนแทบจะแตกเป็เสี่ยง ๆ เสียงอุทานด้วยความใเ่าั้บาดหูยิ่งนักในความรู้สึกของนาง มันราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยว่ามีคนกล้าไม่ให้เกียรตินาง
และนางยิ่งรู้สึกว่าสตรีคนนั้นต้องตั้งใจเป็ศัตรูกับนางและจงใจทำเช่นนี้! เพราะสิบล้านหินิญญาคุณภาพต่ำก็คือหนึ่งแสนหินิญญาคุณภาพสูงที่ได้มาจากชีหยวนจงนั่นเอง!
ดังนั้นสายตาที่นางมองไปยังชีหยวนจงจึงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น หากเขาไม่ให้หินิญญากับผู้หญิงคนนั้น บัว์หยกม่วงก็ไม่มีทางหลุดมือไปจากนาง!
"เสวี่ยเวย เ้าอย่าโกรธเลย ข้าจะหาทางหาสมุนไพริญญาที่ดีกว่านี้มาให้เ้าเอง!" ชีหยวนจงรีบปลอบโยนนาง
"อีกเจ็ดวันก็จะถึงการประลองใหญ่ของสำนักแล้ว! เกรงว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว"
"ไม่ใช่ว่ายังมีของวิเศษอีกชิ้นหรือ? สิ่งนั้นสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของเ้าได้ นั่นต่างหากคือเื่สำคัญที่สุด เสวี่ยเวยเมื่อครู่ข้าเพิ่งไปยืมหินิญญามาจำนวนมาก รับรองว่าของวิเศษชิ้นนั้นต้องเป็ของเ้าแน่นอน" ชีหยวนจงพยายามพูดเอาใจด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมเพื่อให้นางคลายความโกรธ
อวิ๋นเสวี่ยเวยคิดว่าหินิญญาที่จะใช้ประมูลยังต้องพึ่งเขา จึงส่งเสียงฮึในลำคอแล้วพยักหน้ากล่าวว่า "ท่านพูดเองนะ ต่อให้แพงแค่ไหนก็ต้องประมูลมาให้ข้าให้ได้"
"แน่นอน เ้าวางใจได้ สตรีคนนั้นไม่มีหินิญญามาแย่งกับเ้าอีกแล้วแน่นอน"