"พี่ชาย ท่านลุง และเหล่าท่านอาทั้งหลาย การเคี่ยวน้ำตาลแดงนั้นในหอสุราก็ทำได้ แต่ที่ข้าตั้งใจนำเงินกลับมาบ้าน ก็เพราะอยากแบ่งเงินให้ทุกคนได้ร่วมกันหาเลี้ยงชีพขอรับ"
คำพูดเพียงประโยคเดียวสร้างแรงสั่นะเืราวกับโยนหินลงน้ำจนเกิดระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง ชาวบ้านที่เมื่อครู่ยังคงมุงดูเื่ตลก ต่างพากันมองหลินอวี่ด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย ใครกันที่มีวิธีหาเงินแล้วคิดจะแบ่งปันให้ผู้อื่นมาร่วมหาด้วย? เงินทองมันมีมากจนเผาทิ้งได้หรืออย่างไร?
แม้แต่เฉินฟางจวี๋ที่นอนดิ้นรนอาละวาดอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินว่ามีเงินแบ่งให้ ก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที พลางจ้องมองหลินอวี่เพื่อรอฟังคำพูดต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ มีเพียงสือซานที่ได้ยินแล้วนึกถึงเื่ที่หลินอวี่ให้เขาไปหาอ้อยป่าบนเขาจึงเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
หลินอวี่เห็นว่าความสนใจของทุกคนรวมอยู่ที่ตนเองแล้ว จึงไม่ปล่อยให้สงสัยนาน เขาชูนิ้วชี้มือขวาขึ้น
"ข้าตั้งใจจะรับซื้ออ้อยป่าจากคนในหมู่บ้าน ในราคาห้าต้นต่อหนึ่งเหวินขอรับ"
ห้าต้นหนึ่งเหวิน เพื่อซื้ออ้อยป่าจากพวกเขาหรือ? แม้ว่าอ้อยป่าจะขึ้นอยู่บนเขาและขึ้นกระจัดกระจายไม่เป็ที่แต่ก็ไม่ใช่ของหายาก ขอเพียงขยันออกแรง ในหนึ่งวัน แม้แต่สตรีธรรมดาก็สามารถตัดและขนกลับมาได้หลายสิบหรือหลายร้อยต้น
ชายชราขาเป๋วัยเลยห้าสิบปีคนหนึ่ง ก้าวออกมาสอบถามแทนทุกคน "เ้าอวี่ เ้าจะมาหลอกปู่สี่ไม่ได้นะ เ้าจะรับซื้ออ้อยป่าจริง ๆ หรือ?"
"รับซื้อขอรับ" หลินอวี่ตอบอย่างเด็ดขาด
"อ้อยป่าในเขาของหมู่บ้านสือหลินมีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็รสเปรี้ยวหรือหวาน ขอเพียงไม่ใช่ต้นที่แห้งกรอบข้ารับซื้อหมด ห้าต้นหนึ่งเหวิน ราคาเดียวไม่มีต่อรองขอรับ"
พูดจบ เขาก็หยิบเศษเงินสองตำลึงเงินออกจากถุงผ้า ยัดใส่มือสือซานที่กำลังยืนงง
"พี่ซาน อ้อยป่าหลายพันต้นที่ข้าให้ท่านหาเมื่อวันก่อน ประเดี๋ยวท่านช่วยหาคนขนไปไว้ที่ลานบ้านข้า แล้วให้ท่านป้ากับพี่สะใภ้ช่วยกันตั้งเตาดูแลไฟด้วยขอรับ ท่านป้าและพี่สะใภ้ดูแลไฟวันละสี่ชั่วยาม ให้ค่าแรงคนละแปดเหวิน หากคนไม่พอ ให้หาคนเพิ่มได้เลยขอรับ"
คำสัญญาปากเปล่าใด ๆ ก็ไม่สู้เงินตราที่จับต้องได้จริง ชาวบ้านที่เห็นเงินสองตำลึงเงินในมือพี่สือซาน ต่างพากันอิจฉาจนตาแดงก่ำ หลายคนนึกขึ้นได้ว่าสองวันที่ผ่านมาสือซานถือเชือกป่านมุดเข้าไปในป่าเขา และทำเครื่องหมายวงรอบอ้อยป่าไว้มากมาย ตอนนั้นยังหัวเราะเยาะว่าวงไว้แต่ไม่มีใครซื้อ ปล่อยให้แห้งกรอบจนเอามาเผาเป็ฟืนแล้วควันโขมงแสบจมูก
ยามนี้ถึงได้รู้ว่าสือซานนั้นช่างโชคดีที่ได้รับโอกาสก่อนใคร เพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับหลินอวี่ จึงได้คว้าโอกาสทำเงินไว้ก่อนใคร
"รู้อย่างนี้เมื่อวันก่อนข้าน่าจะนำของกำนัลไปมอบให้บ้าง ข้ากับพ่อของเ้าอวี่ก็เป็ลูกพี่ลูกน้องกัน ตอนเขาทำพิธีจับของขวัญข้ายังเคยอุ้มเขาเลย"
"หมู่บ้านสือหลินถ้าไม่แซ่สือก็แซ่หลิน ดองกันมาหลายร้อยปี นับย้อนขึ้นไปก็บรรพบุรุษคนเดียวกันทั้งนั้น จะนับเป็ญาติกันหมดก็ได้"
"พวกเราทุกคนล้วนเป็ญาติของเ้าอวี่ ไม่อย่างนั้นหากเขามีเื่ทำเงิน จะนึกถึงพวกเราหรือ"
ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันประจบประแจงหลินอวี่อย่างสุดความสามารถ คำพูดเื่คุณธรรมและความเมตตานานาชนิดพรั่งพรูออกมา และมักจะมีประโยค ‘เ้าอวี่ ข้าอยากไปช่วยเฝ้าเตาไฟที่บ้านเ้าได้หรือไม่’ แทรกขึ้นมาเป็ระยะ
เฝ้าเตาไฟสี่ชั่วยามได้ค่าแรงแปดเหวิน แม้จะเป็เพียงงานรับจ้างรายวันแต่การได้ทำงานใกล้บ้านเช่นนี้ย่อมดีกว่าต้องเดินทางเข้าเมืองไปแบกหามตรากตรำ ยิ่งไปกว่านั้น งานนี้สตรีและคนชราก็สามารถทำได้
หลินอวี่ที่ถูกรุมล้อมด้วยคำทักทายอย่างกระตือรือร้นจนแทบตั้งตัวไม่ติด รีบะโบอกทุกคน
"นอกจากดุแลไฟแล้ว ยังมีงานอื่นที่้าคนช่วยอีก ทุกคนอย่าเพิ่งรีบร้อน ข้าขอเอาหนังสือสัญญาที่ดินกลับมาให้ได้ก่อน แล้วพวกเราจะเริ่มรับคนเข้าทำงานทันทีขอรับ"
เฉินฟางจวี๋ที่นั่งอยู่บนพื้น กำลังคิดจะส่งลูกสะใภ้และลูกสาวคนเล็กทั้งหมดไปทำงานที่บ้านหลินอวี่ ทันใดนั้นเมื่อได้ยินคำว่าโฉนดที่ดิน นางก็ทำท่าจะล้มตัวลงนอนกับพื้นอีกครั้ง แต่มีคนเคลื่อนไหวเร็วกว่านาง รีบเข้าไปประคองนางไว้ พอหันไปมอง ก็พบกับอาสะใภ้ผมขาวที่ยิ้มอย่างเมตตา
"ภรรยาบ้านซีเฟิง เ้านั่งให้มั่น ๆ นะ แขนของข้าเพิ่งหักเมื่อปีที่แล้ว อย่าให้กดจนหักอีกเลย ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องไปนอนเป็ภาระให้เ้าคอยดูแลที่บ้านแทนแล้ว"
ยังมีสะใภ้ใหม่จากอ่าวตงหูที่เพิ่งย้ายเข้าหมู่บ้านเมื่อปีที่แล้วสองคน ย่อตัวลงตรงหน้านาง พลางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของนาง
"ท่านอา โฉนดที่ดินอยู่ที่ไหน รีบเอาออกมาเถิด ทุกคนกำลังรอทำงานหาเงินกันอยู่ อย่าให้ถูกท่านคนเดียวทำให้เสียเวลาเลย"
"ที่ดินของบ้านหลินให้พวกเ้าปลูกเปล่า ๆ มาสามปี พ่อของเขายังให้เงินพวกเ้าอีกสิบตำลึงเงิน ต่อให้กินข้าวสารหยาบทุกมื้อ สามปีก็กินไม่หมด"
ความจริงแล้ว คนที่อยู่ที่นี่ต่างรู้ดีว่าใครถูกใครผิดระหว่างสองครอบครัว เมื่อครู่เป็เพียงเื่การดูแลผลประโยชน์ส่วนตัวจึงไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย เพราะไม่มีใครอยากล่วงเกินครอบครัวของผู้นำหมู่บ้าน ทว่ายามนี้หลินอวี่จะพาพวกเขาหาเงิน ผู้นำหมู่บ้านจึงต้องถอยฉากออกไป
เฉินฟางจวี๋ผู้มีชื่อเสียงด้านการอาละวาดในหมู่บ้านสือหลิน ไม่เคยพบเจอสถานการณ์ที่ถูกผู้าุโและรุ่นลูกหลานนับสิบคนรุมล้อมเพื่อแย่งชิงของจากนางเช่นนี้มาก่อน นางทั้งโกรธทั้งใ รีบะโโวยวายไปทางที่หลินซีเฟิงยืนอยู่
"ท่านพี่ รีบมาช่วยข้าซ่อนโฉนดที่ดินเร็วเข้า จะคืนให้เ้าเด็กเหลือขอหลินอวี่ไม่ได้เด็ดขาด!"
ทว่าหลินซีเฟิงกลับไร้กำลังจะช่วย เขาถูกชายฉกรรจ์หลายคนล้อมเป็กำแพงมนุษย์จนถูกปิดทางเดิน ทำได้เพียงมองผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ที่แม้แต่หนูก็ลอดไม่ได้ เห็นหญิงลูกพี่ลูกน้องของตน ฉีกเสื้อตัวนอกของเฉินฟางจวี๋จนขาด แล้วหยิบโฉนดที่ดินออกมา ส่งมอบให้ถึงมือหลินอวี่
ไม่ต้องลงไปพัวพันกับหญิงปากจัดด้วยตนเอง โฉนดที่ดินก็ตกมาอยู่ในมืออย่างง่ายดาย หลินอวี่ประสานมือคำนับหญิงชราที่แม้จะอายุเลยห้าสิบแต่ยังคงแข็งแรง
"ขอบพระคุณท่านย่าขอรับ"
"คนครอบครัวเดียวกัน พูดอะไรเช่นนั้น ข้าจะขึ้นเขาไปตัดอ้อยป่าให้บ้านเ้าเดี๋ยวนี้แหละ"
"ทางขึ้นเขาลื่นมาก ท่านย่ามีแรงและละเอียดรอบคอบ สู้ไปช่วยคั้นน้ำที่บ้านข้าดีกว่าขอรับ ขอเพียงตั้งใจทำงาน ค่าแรงสูงกว่าคนดูแลไฟแน่นอน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ย่าสือก็ยิ้มจนหุบไม่ลง พยักหน้าตอบตกลงรัว ๆ
หลินซีเฟิงเห็นโฉนดที่ดินถูกแย่งไป และภรรยาถูกกดให้นอนนิ่งอยู่บนพื้นจนเสียหน้า จึงตั้งท่าจะดุด่าหลินอวี่ด้วยตนเอง ผู้าุโหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปรายตามองเขา และชายชราที่มีลำดับาุโสูงสุดในหมู่บ้านก็เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย
"เ้าหนูซีเฟิง เดิมทีปู่ห้าไม่อยากว่าเ้า แต่เื่ของเ้าอวี่นี้ เ้าทำได้ไม่ถูกต้องนัก"
"ทุกคนเลือกเ้าเป็ผู้นำหมู่บ้าน เพราะหวังให้เ้าช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน ไม่ใช่ให้เ้ามาวางอำนาจกลั่นแกล้งคนกันเอง"
ในทันใดนั้น ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ต่างพากันจ้องมองหลินซีเฟิงด้วยสายตาโกรธแค้น โชคดีที่บ้านเ้าหนูสือซานคอยช่วยเหลือหลินอวี่อยู่เสมอ จึงทำให้หลินอวี่ไม่หิวตายไปเสียก่อนที่อาการเลอะเลือนจะหายไป มิฉะนั้น หมู่บ้านสือหลินคงสูญเสียช่องทางทำเงินไปเสียแล้ว!
บัญชีนี้ต้องคิดกับครอบครัวของหลินซีเฟิง!
หลินซีเฟิงที่เป็ผู้นำหมู่บ้านมาหลายปี มีหรือจะไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้ได้เข้าพวกกับหลินอวี่ไปแล้ว แม้ในใจจะไม่ยินยอมเพียงใด แต่ยามนี้ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับผิด มิฉะนั้นตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านของเขาคงต้องสิ้นสุดลง
"ปู่ห้ากล่าวได้ถูกต้อง ข้ากลับไปจะอบรมภรรยาแน่นอน เป็เพราะข้ามัวแต่ยุ่งกับเื่ในหมู่บ้าน จึงไม่ได้ดูแลเ้าอวี่"
"ภรรยาดีเื่วุ่นวายก็น้อย ต่อไปอย่าให้ภรรยาเ้าเข้ามาแทรกแซงเื่ของตระกูลหลิน เ้าอวี่ เ้าเห็นว่าเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่?"
เมื่อท่านปู่ห้าเอ่ยปาก หลินอวี่จึงต้องให้เกียรติอีกฝ่ายด้วยการพยักหน้าเบา ๆ การเอาโฉนดที่ดินคืนมาเป็เพียงก้าวแรก ในวันหน้า เขาจะทำให้สามีภรรยาคู่นี้ได้รับผลกรรมที่สาสมยิ่งกว่านี้!
ท่านปู่ห้าหลินเห็นว่าหลินอวี่รู้จักกาลเทศะ ก็ลูบเคราด้วยความพึงพอใจ พลางโบกมือให้คนที่กดตัวเฉินฟางจวี๋ไว้ พวกนางรีบลุกขึ้นยืน และคนรุ่นลูกหลานบางส่วนช่วยกันดึงตัวเฉินฟางจวี๋ให้ลุกขึ้น
ทว่าเฉินฟางจวี๋ผู้ไม่เคยยอมแพ้ในการอาละวาดยังคงอาลัยอาวรณ์เงินก้อนนั้นอยู่ นางไม่เพียงไม่ลุกขึ้น แต่กลับทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นดินอีกครั้ง พลางตบพื้นและเริ่มแผดเสียงร้อง "ไอ้..."
เพียะ!